Amazon
เปิดเคล็ดลับ เลือกของ ขายออนไลน์ให้ได้กำไร เลือกอย่างไร ถึงจะขายดี เป็นที่รู้กันดีว่าในช่วงหลายปีมานี้ การขายของออนไลน์ เป็นอีกอาชีพที่ได้รับความนิยมไม่มีตก ของที่คิดว่าไม่น่าจะขายได้ ก็ดันขายได้อย่างไม่น่าเชื่อ จนหลายๆ คนก็ผันตัวมาทำอาชีพเสริมเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่ในการตัดสินใจว่าจะขายสินค้าอะไรดี เราต้องดูที่ปัจจัยหลายอย่างที่จะทำให้ธุรกิจขยายตัวขึ้นได้ เว็บไซต์ Amazon ได้เผยปัจจัยที่จะช่วยให้ ผู้ที่กำลังอยากจะมาทำธุรกิขายของออนไลน์ สามารถตัดสินใจเลือกสินค้าที่จะขายได้ ซึ่งถ้าเลือกตามแบบนี้แล้ว สินค้าที่นำมาขายก็จะเป็นของที่เราอยากขาย แถมยังสร้างกำไรให้ร้านได้ด้วย ปัจจัยที่ 1 : เลือกของที่ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเลือกขายอะไร ให้คิดไว้เสมอว่าของที่เอามาขายต้องเป็นของที่แก้ปัญหา หรือ Pain Point ของลูกค้า และช่วยให้ชีวิตของลูกค้านั้นง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นขายเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องครัว หรือของใช้อื่นๆ สินค้าของคุณก็ควรจะมีประโยชน์ต่อลูกค้า การขายสินค้าที่ไม่ได้ตอบโจทย์ข้อนี้อาจจะเสี่ยงเล็กน้อย เพราะกลุ่มเป้าหมายที่สนใจอาจมีขนาดเล็ก ซึ่งจะส่งผลกระทบกับยอดขายและกำไรของเราได
ไม่ปังสักที! เช็กลิสต์ 5 ความเชื่อผิดๆ ที่ทำให้ ขายออนไลน์ ยังไง้ ยังไง ก็ยังไม่รุ่ง สิ่งสำคัญในการเริ่มทำธุรกิจคือการมีข้อมูลครบถ้วน แต่คำแนะนำต่างๆ บนโลกออนไลน์นั้นมีมากมาย ชวนให้สับสนจนหลายครั้งก่อให้เกิดความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ การขายของออนไลน์ เพื่อไม่ให้จุดเริ่มต้นของการทำธุรกิจต้องสะดุด Amazon ได้เผยเช็กลิสต์เกี่ยวกับ การขายของออนไลน์ และแนะนำวิธีการทำธุรกิจ อีคอมเมิร์ซให้ปัง ดังนี้ ข้อ 1 : ขั้นตอนการขายของออนไลน์…ยุ่งยากและซับซ้อน คนมักเชื่อกันว่า การทำธุรกิจออนไลน์มีกระบวนการและขั้นตอนที่วุ่นวาย นอกจากนี้ ยังถือเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับใครหลายๆ คน จนทำให้รู้สึกไม่คุ้นเคยและไม่กล้าลงทุน เหตุผลต่อมาที่คนคิดว่ายาก คือความคิดที่ว่าการทำธุรกิจออนไลน์นั้นแพง และมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าการทำธุรกิจออฟไลน์ ซึ่งถือว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะขั้นตอนการขายของออนไลน์ไม่ได้ยากเกินความเข้าใจ แถมอาจมีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเปิดหน้าร้านถึง 5-15 เท่าเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับขนาดของธุรกิจแต่ละแบบ ซึ่งกล่าวได้ว่า ธุรกิจขายสินค้าออนไลน์นั้น ชวนปวดหัวน้อยกว่า แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่า เพราะคุณไม
ผู้ค้าออนไลน์รู้ไหมว่า ทำไม ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ถึงประสบความสำเร็จ เป็นอย่างมากในยุคนี้? ในช่วงหลายปีให้หลังมานี้ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ถือเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตพุ่งสูงขึ้นทุกปี ยิ่งสถานการณ์ที่คนอยู่กับบ้านกันมากขึ้นแบบนี้ ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ นั้นเฟื่องฟูขนาดไหน แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า เพราะเหตุใด ธุรกิจอีคอมเมิร์ซนี้ จึงประสบความสำเร็จได้ขนาดนี้ เว็บไซต์ Amazon ได้เผยเคล็ดลับความสำเร็จของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ไว้ดังนี้ 1. ผลิตภัณฑ์ที่ยอดเยี่ยม สินค้าหรือบริการที่มีคุณภาพและความน่าเชื่อถือคือหัวใจหลักของแบรนด์ E-commerce ที่ประสบความสำเร็จ ผลิตภัณฑ์ของคุณควรตอบโจทย์หรือแก้ปัญหาให้กับลูกค้าได้ และต้องอยู่ในราคาที่สมเหตุสมผลด้วย คุณภาพและราคาของผลิตภัณฑ์สามารถชี้วัดความสำเร็จในธุรกิจ E-commerce ของคุณได้ ดังนั้น ควรศึกษาตลาดเพื่อจะได้รู้ว่าคู่แข่งของคุณขายสินค้าประเภทไหนและราคาตลาดอยู่ที่เท่าไหร่ 2. เรื่องราวของแบรนด์ที่น่าสนใจ แบรนด์ที่มีเอกลักษณ์จะสร้างความโดดเด่น แต่ถ้าอยากเป็นแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการครองใจลูกค้า ลำพังผลิตภัณฑ์ที่ดีอย่างเดียวคงไม่พอ กลยุทธ์ผลิตภ
‘AiFi’ แพลตฟอร์ม AI เพื่อร้านค้าปลีกอัตโนมัติใหญ่สุดในโลก การพัฒนาตัวเองตามเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องตามให้ทัน โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มีคู่แข่งในโลกออนไลน์เป็นตัวแปรสำคัญ นอกจากนี้ การที่ Amazon ซื้อกิจการ Whole Foods Market เพื่อก้าวรุกเข้ามาตลาดค้าปลีกออฟไลน์มากขึ้น และเริ่มทดลองเปิดให้บริการ Amazon Go ร้านขายของแบบอัตโนมัติ ก็เป็นความพยายามในการสร้างความแตกต่างของร้านค้าเช่นกัน ก่อนที่ล่าสุดจะมีร้านค้าปลีกอัตโนมัติใหญ่ที่สุดในโลกขนาด 400 ตารางฟุต (สินค้ามากกว่า 800 รายการ) เกิดขึ้นในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ไม่พลาดทุกข้อมูล ข่าวสารที่น่าสนใจ อย่าลืมกดไลก์ Facebook bangkokbanksme โดยร้านค้าปลีกจะขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์ม Autonomous Store ของ AiFi ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเทคโนโลยีแบบ All-in-One แห่งแรกในเอเชีย โดยมีกล้องหลายตัวช่วยติดตามลูกค้า จดจำผลิตภัณฑ์และติดตามสินค้าคงคลังแบบเรียลไทม์ พร้อมทั้งการชำระเงินที่ง่าย สะดวก และรวดเร็วผ่านแอพพลิเคชั่น ความแตกต่างระหว่าง Amazon Go กับ AiFi ก็คือ Amazon Go นั้นเป็นส่วนหนึ่งในธุรกิจร้านค้าปลีกของ Amazon แต่ AiFi อยู่ในสถานะบริษัทซอฟ
