BEARHOUSE
Passion ที่อยากให้ทุกคนมี Happiness Every Day ที่กลายมาเป็นพลังสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะเป็นท็อปปิ้งสุดยูนีกอย่าง ‘ไข่มุกโมจิ’ ที่ BEARHOUSE คิดค้นขึ้นด้วยความตั้งใจให้ทุกคนได้กินของอร่อยทุกวัน เพื่อส่งต่อความสุขไปทั่วประเทศ และในฐานะแบรนด์ของคนไทย BEARHOUSE มี Passion ที่อยากจะขยายความสุขนี้ไปต่างประเทศ ผ่านประสบการณ์เล็กๆ ในแต่ละแก้ว คุณซารต์–ปัทมพร ปรีชาวุฒิเดช และ คุณกานต์–อรรถกร รัตนารมย์ สองผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท 21 Sunpassion ได้ถ่ายทอดถึงที่มาว่ามาจาก Passion ทั้ง 21 อย่างที่คุณซารต์มี และ BEARHOUSE ก็คือหนึ่งในนั้น แบรนด์นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพื่อเป็นธุรกิจ แต่เกิดจากความตั้งใจจริงที่จะมอบความสุขในทุกๆ วัน ผ่านชานมไข่มุกโมจิที่เต็มไปด้วยความรัก และเพื่อส่งต่อ Passion พร้อมความรู้สึกดีๆ ให้กับทุกคน “21st Passion Day”จากจุดเริ่มต้นนี้เอง จึงเกิดเป็นกิจกรรม “21st Passion Day” ในทุกๆ วันที่ 21 ของเดือน วันที่ BEARHOUSE อยากส่งต่อแรงใจ เติมไฟในการทำตาม Passion ของตัวเองในทุกๆ วัน และเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ สาขาเซ็นทรัลเวิลด์ ทาง BEARHOU
“ชาไทย” ที่หลายคนรู้จัก มักจะเป็นสีส้มที่ดูเข้มข้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว รู้หรือไม่ว่า ชาไทยนั้นไม่ได้มีสีส้ม แต่สีที่เห็นนั้นเกิดจากการที่ใส่สีสังเคราะห์ ที่ชื่อว่า Sunset yellow FCF เพื่อให้เกิดสีส้มที่ดูน่าทาน และกลายเป็นภาพจำ เป็นเอกลักษณ์ของเมนูชาไทยไปแล้วว่าชาไทยต้องมีสีส้ม อีกทั้งยังเป็นเมนูฮิตนิยมนำมาขายตั้งแต่ร้านเล็กไปจนถึงแบรนด์ใหญ่ ปัจจุบันนี้ผู้คนเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพมากขึ้น ทำให้เทรนด์ “ชาไทยไม่ใส่สี” กำลังจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค แบรนด์ใหญ่ๆ หลายแบรนด์ เริ่มมีการออกเมนูชาไทยไม่ใส่สี ชูจุดขายคือ ไม่แต่งสี ไม่แต่งกลิ่น แต่ยังคงรสชาติที่เข้มข้นแบบดั้งเดิมโดยไม่ต้องพึ่งสีสังเคราะห์ ซึ่งก่อนหน้านี้ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ก็ได้มีการทำเครื่องดื่มเมนูพิเศษร่วมกับ Erewhon ชื่อว่า Thai up the world เป็นชาไทยในรูปแบบพรีเมียม ไม่แต่งสี ราคา 11$ หรือประมาณ 380 บาท ส่วนผสมทุกอย่างเป็นออร์แกนิก ประกอบไปด้วย ชาดำออริจินอลแบบไม่หวาน ผสมกับครีมออร์แกนิกจากฟาร์มโคนมในแคลิฟอร์เนีย เพิ่มความหวานด้วยเมเปิ้ลไซรัปและผงวานิลลา เป็นชาไทยสูตรเฉพาะ ที่คงรสชาติของความดั้งเดิมไว้ ซึ
BEARHOUSE ตอกย้ำความเป็นที่ 1 ของวงการโมจิ ส่งเมนูใหม่ ‘mochi to the moon’ ที่สุดของโมจิหนุบหนับ จับมือมาพร้อมเผือกนุ่มๆ ให้คุณเคี้ยวเพลินอร่อยฟิน to the moon! BEARHOUSE ภูมิใจนำเสนอเมนูใหม่ล่าสุด mochi to the moon เปิดตัว ‘มูนโมจิข้าวไทย’ เป็นครั้งแรก ด้วยความตั้งใจและเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเพื่อเป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย จนค้นพบสุดยอดวัตถุดิบที่ดีที่สุดพัฒนาออกมาเป็นเมนูมูนโมจิที่ไม่ว่าใครได้ลองจะต้องหลงรัก พร้อมให้ชิมเป็นครั้งแรกอย่างยิ่งใหญ่ ในงานสุด Exclusive “mochi to the moon – First Taste Edition” ที่อบอวลไปด้วยความสนุก บรรยากาศแสนคึกคักจากเหล่า KOLs ชื่อดังและสมาชิก Partner และเหล่าผู้โชคดีจากกิจกรรม BEARHOUSE มาร่วมเป็น 100 คนแรกที่ได้ชิมและรีวิวรสชาติของมูนโมจิกันแบบจริงใจ mochi to the moon หรือ มูนโมจิข้าวไทย คือการผสมผสานความนุ่มหนึบของโมจิที่เป็นซิกเนเจอร์ของ BEARHOUSE มีสัมผัสที่เนื้อนุ่ม หนุบหนับ ยิ่งเคี้ยวยิ่งฟิน เพราะมีส่วนผสมมาจากข้าวไทยที่ปลูกในภาคเหนือ จากข้าวพันธ์ุที่ดีที่สุด จับมือมาพร้อมเผือกนุ่มๆ จากเมืองกาญจนบุรี พร้อมสัมผัสเนื้อเผือกในทุกคำ เสิร์ฟอุ่
สูตรลับความสำเร็จ! ปั้นแบรนด์ชานม BEARHOUSE ขยายสาขากว่า 39 แห่ง ทำอย่างไรให้ไม่พัง หลายๆ คนที่ทำธุรกิจไม่ว่าจะขนาดเล็ก หรือขนาดใหญ่ เมื่อรู้สึกว่าธุรกิจของตัวเอง ถึงจุดที่อยากจะขยายสาขาแล้ว แต่ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ต้องทำอย่างไรให้การขยายสาขาแต่ละครั้งไม่พัง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะพาไปถอดสูตรความสำเร็จ กับเบื้องหลังการขยายสาขาของ BEARHOUSE (แบร์เฮาส์) ร้านชานมชื่อดัง ที่มีเจ้าของธุรกิจเป็น คุณกานต์ และคุณซารต์ ยูทูบเบอร์ชื่อดัง ที่มาเปิดร้านชานมไข่มุก และประสบความสำเร็จมาก จนสามารถขยายสาขากว่า 39 แห่ง ซึ่งในงาน Thailand Restaurant Conference 2024 : เล็ก ฟัด ใหญ่ ได้ คุณต่าย-พรชัย นิตย์เมธาวงศ์ General Manager ของ BEARHOUSE ที่มาบอกเล่าถึง “7 ขั้นตอน การขยายสาขายังไงให้ไม่พัง” Step 1 เชื่อมจิต : ทำการตั้งคำถามว่า “ลูกค้าเราคือใคร?” อย่างเช่น BEARHOUSE (แบร์เฮาส์) ต้องวิเคราะห์ว่าลูกค้าที่มีกำลังการซื้อที่ราคาแก้วละ 85-100 บาท เขาคือใคร โดยคุณต่าย กล่าวว่า ตอนแรกแบร์เฮาส์ไม่ได้ทราบทันทีตั้งแต่แรกว่า ลูกค้าของเขาคือใคร ซึ่งตอนที่ขยายสาขาไปจนถึง 8 สาขา พวกเขาเข้าใจว่ากลุ่มลูกค้า
