Christmas
“ใช้เวลาแต่งไม่นาน แต่เป็นบำนาญได้ตลอดไป 30 ปีที่ผ่านมา เพลงนี้เพลงเดียวทำรายได้สะสม 3,500 ล้านบาท” มารายห์ แครี ‘ราชินีแห่งคริสต์มาส’ ตำนานเพลงฮิตตลอดกาล 30 ปี “All I Want for Christmas Is You” เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาส หลายคนอาจจะนึกถึง ‘ต้นคริสต์มาส’ ‘ซานตาคลอส’ หรือกลิ่นอายแห่งความสุข ซึ่งอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลย นั่นคือ ‘เสียงเพลง’ ที่นำมาสร้างความอบอุ่นและความใจฟูให้กับฤดูกาลแห่งความสุขนี้ และคงไม่มีเพลงไหนที่ดังพลุแตก จนเป็นที่จดจำไปทั่วโลกเท่ากับเพลง “All I Want for Christmas Is You” ของ Mariah Carey (มารายห์ แครี) ตัวแม่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “ราชินีแห่งคริสต์มาส” ที่สร้างสรรค์เพลงนี้ให้กลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของ ‘วันคริสต์มาส’ ตลอดกาล เพลงฮิตช่วงเทศกาลคริสต์มาส “All I Want for Christmas Is You” เป็นบทเพลงที่ มารายห์ แครี ร่วมแต่งและโปรดิวซ์กับ Walter Afanasieff (วอลเตอร์ อฟานาซีฟ) ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 1994 จวบจนตอนนี้ก็ประมาณ 30 ปีแล้ว เธอบอกว่าเพลงนี้แต่งได้เร็วมาก เพราะแต่งง่ายกว่าเพลงอื่นๆ ไม่ต้องเปลี่ยนคอร์ดมาก และมีการทำให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากขึ้
“ไวน์ร้อน เมนูที่บ่งบอกถึงกลิ่นอายวันคริสต์มาส” เปิดโลก ‘ไวน์ร้อน (Mulled Wine)’ เครื่องดื่มประจำช่วงคริสต์มาส เมื่อพูดถึงคริสต์มาส สิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยและเป็นที่พูดถึงในทุกๆ ปี สำหรับบรรยากาศอบอุ่น ท่ามกลางอากาศเย็นๆ ย่อมไม่พ้น “Mulled Wine” หรือ “ไวน์ร้อน” ไวน์อุ่นๆ ที่กลิ่นโชยมากับความสดชื่นของส้มและเครื่องเทศ กลิ่นอายวันคริสต์มาส เป็นเครื่องดื่มดั้งเดิมที่ทำจากไวน์แดง ผสมกับน้ำตาล น้ำผลไม้ และเครื่องเทศ เช่น อบเชย กานพลู และโป้ยกั๊ก ให้รสชาติหอมหวานและร้อนแรงเล็กน้อย นิยมเสิร์ฟในฤดูหนาวของยุโรป ไวน์ร้อน (Mulled Wine) มีต้นกำเนิดตั้งแต่ยุคโรมันโบราณ ช่วง ค.ศ. 20 ชาวโรมันมักต้มไวน์ผสมกับเครื่องเทศเพื่อช่วยให้ร่างกายอบอุ่นระหว่างการเดินทางข้ามยุโรป และเพื่อถนอมไวน์ไม่ให้เสียเร็ว ต่อมาสูตรนี้ได้รับการดัดแปลงในหลายวัฒนธรรม และกลายเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมในงานสังสรรค์ต่างๆ เช่น งานเลี้ยง เทศกาล หรือพิธีการทางศาสนา เป็นต้น ยุควิกตอเรีย (Victorian Era) ในอังกฤษ ไวน์ร้อนกลายเป็นเครื่องดื่มแห่งเทศกาลคริสต์มาส โดยได้รับความนิยมผ่านวรรณกรรมอย่าง “A Christmas Carol” ของ Charles Dickens (ชาร์ลส
