COVID-19
สธ. ส่งกระเช้าขอบคุณ ‘เจ้าของเพจดัง’ เป็นตัวอย่างที่ดี กักตัว 14 วันหลังกลับจากญี่ปุ่นตามคำแนะนำของรัฐ อีกหนึ่งตัวอย่างดีๆ เมื่อ คุณท๊อฟฟี่ – จักรพงศ์ พุ่มไพจิตร เจ้าของเพจ “ท๊อฟฟี่เป็นตุ๊ดซ่อมคอม” ที่ได้รับฉายาว่านางฟ้าไอที ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของรัฐ กักตัวเอง 14 วัน หลังเดินทางกลับจากกลุ่มประเทศเสี่ยง โดยคุณท๊อฟฟี่ได้เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 21-27 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตั้งใจไปดูคอนเสิร์ตวง Perfume เท่านั้น ไม่ได้เที่ยวที่คนพลุกพล่าน หลังกลัมาถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ คุณท็อฟฟี่ได้ปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด ตามคำแนะนำของภาครัฐ นั่นคือการกักตัวเองอยู่ในบ้าน 14 วัน “ตอนนี้กักตัวมาได้ 11 วันแล้ว ไม่มีไข้แต่อย่างใด และไม่ได้รู้สึกอึดอัด หรือเบื่ออะไร เหมือนเราได้ใช้เวลาอยู่กับตัวเองมากกว่า ทำความสะอาดบ้าน จัดห้องไปเรื่อย เล่นเกม นั่งทำงานรีวิว มีบ้างที่อยากออกไปข้างนอก เพราะเห็นเพื่อนออกไปทานหมูกระทะกัน ส่วนตัวไม่ได้ตุนอาหารไว้ อาศัยสั่งดีลิเวอรี่เอา สะดวกมาก” คุณท็อฟฟี่ เผย ล่าสุด คุณท๊อฟฟี่ได้โพสต์ว่า กระทรวงสาธารณสุขส่งกระเช้าผลไ
ทูลกระหม่อมฯ ทรงแนะ ประชาชนทานลูกอมซิงค์ Lozenges (ลูกอมธาตุสังกะสี) สร้างภูมิคุ้มกัน สู้โควิด-19 วันที่ 9 มี.ค.ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์อินสตาแกรมส่วนพระองค์ โดยทรงห่วงใยประชาชนที่กำลังเครียดกำลังการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โพสต์ระบุว่า “สวัสดีวันจันทร์ Good morning เมื่อวันก่อนไปไหว้พระ แล้วเลยแวะทานเกี้ยมอี๋เย็นตาโฟที่ร้านจิระเย็นตาโฟ ที่บางลำพู ข้างวัดชนะสงคราม ที่เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นปลา ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้งอร่อยมากๆ มีทั้งเย็นตาโฟ ทั้งบะหมี่ และเส้นปลาอย่างที่บอกในตอนต้น วันนี้เอารูปอาหารอร่อยมาให้ดูกัน อันที่จริงเราก็เคยซื้อมาทานที่บ้าน ก็อร่อยมากเช่นกัน อย่างไรก็ตาม เราก็มาทานอาหารอร่อยแก้เครียด เพราะพวกเราทุกคนก็เครียดกันเรื่องการระบาดของ COVID-19 ซึ่งก็แพร่ไปแล้วทั่วโลก แต่ก็อยากย้ำว่าเราต้องให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เมตตากัน อย่ารังเกียจกัน มีความรับผิดชอบต่อสังคม ช่วยกันหาทางผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน แต่ดิฉันก็ขอแชร์สิ่งต่างๆ ที่เราสามารถทำเพื่อลดความเสี่ยงกับเชื้อโรคนี้ได้ นอกจากล้างมือบ่อยๆและสวม mask เวลาไปในที่เสี่ยง เพราะ CO
ศรีสุวรรณ ร้องผู้ตรวจฯ เสนอนายกฯ ปลดอธิบดีกรมการค้าภายใน-จุรินทร์ บริหารหน้ากากอนามัยล้มเหลว นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า ขณะนี้ประชาชนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล สถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ร้านขายยาทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาขาดแคลนหน้ากากอนามัยอย่างหนัก เพื่อนำมาใช้ในการป้องกันและแพร่ระบาดและการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้ กรณีดังกล่าวเป็นบทบาทหน้าที่ของกรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะต้องบริหารจัดการหน้ากากอนามัยภายในประเทศ ที่มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยอยู่ในเมืองไทยขณะนี้จำนวน 11 โรงงาน ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1.35 ล้านชิ้น/วัน ให้ตอบสนองต่อปริมาณการใช้หน้ากากทั้งประเทศอยู่ที่ 40-50 ล้านชิ้น/เดือน หรือประมาณ 1.33-1.6 ล้านชิ้น/วัน ให้จงได้ แต่ทว่ากรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์ กลับออกมาให้ข่าวและสร้างภาพในทำนองว่าสามารถบริหารจัดการหน้ากากอนามัยให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้แล้ว โดยมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา และ
‘กสิกรไทย’ หยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศทุกสาขา ไม่มีกำหนด วันที่ 8 มี.ค. ธนาคารกสิกรไทย ประกาศ หยุดให้บริการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศที่สาขา และสำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ทุกแห่งทั่วประเทศอย่างไม่มีกำหนด ตั้งแต่เวลา 17.00 น. ของวันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคมเป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์การระบาดของโรค จะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น พร้อมกันนี้ ยังให้พนักงานที่ปฎิบัติงานที่สำนักงานแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (FX Booth) ทุกแห่งที่จะทำการปิดนี้ กักตัวเองในที่พัก เป็นเวลา 14 วัน รายละเอียดดังนี้ ตามที่ กระทรวงสาธารณสุขได้ประกาศเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2563 เรื่องโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (COVID-19) ให้ท้องที่นอกราชอาณาจักรเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย 4 ประเทศและเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดต่อเนื่อง 5 ประเทศ นั้น ธนาคารกสิกรไทยถือว่าการปฏิบัติตามมาตรการสาธารณสุขในภาวะแพร่กระจายของโรคติดต่ออันตราย เพื่อร่วมป้องกัน เฝ้าระวัง และควบคุมการระบาดอย่างเข้มงวดเป็นหน้าที่ของพลเมือง (Civic Duty) ที่ พึงกระทำและมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ธนาคารจึงขอประกาศหยุดการ
รมช.สาธิต เตือนผีน้อยที่ไม่เข้าพื้นที่ควบคุมโรค รายงานตัวใน 3 วัน ฝ่าฝืนถูกดำเนินคดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เตือน แรงงานนอกระบบจากเกาหลีใต้ ที่ยังไม่เข้ารับการเฝ้าระวังอาการในพื้นที่ควบคุมโรคที่รัฐกำหนด รายงานตัวด่วนที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดใกล้บ้านภายใน 3 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินการตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. โรคติดต่อ 2558 ส่วนที่ฐานทัพเรือสัตหีบ มีแรงงานนอกระบบเข้ารับการเฝ้าระสังเกตุอาการล็อตแรก 60 คน วันที่ 8 มี.ค. ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข แถลงข่าวการรับชาวไทยจากเกาหลีใต้เข้ารับสังเกตอาการที่ฐานทัพเรือสัตหีบ ว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ร่วมกับกองทัพเรือและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ร่วมกันจัดพื้นที่ควบคุมโรคเพื่อสังเกตอาการเริ่มป่วย รองรับแรงงานนอกระบบที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้เพื่อสังเกตอาการ ตามข้อสั่งการของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ที่มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้การดูแลคนไทยกลุ่มนี้อย่างดีที่สุด ให้รับตัวไว้เฝ้าสังเกตอาการเป็นเวลา 14 วัน จนพ้นระยะฟักตัวของโรค เพื่อป้องกันการแพร่ระบาด และความปลอดภัยของคนในประเทศ โดยจะนำแรงงานนอกระบบที่เ
สมาคมร้านขายยา แถลงไม่เคยได้รับหน้ากากอนามัย จากกรมการค้าภายในแม้แต่ชิ้นเดียว วันที่ 8 มี.ค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก สมาคมร้านขายยา ออกแถลงการณ์ ระบุว่า ยังไม่เคยได้รับ หน้ากากอนามัย จากกรมการค้าภายในเลยแม้แต่ชิ้นเดียว หลังมีรายงานข่าวว่า กรมการค้าภายใน ได้จัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่ สมาคมร้านขายยา จำนวนวันละ 25,000 ชิ้น เพื่อจำหน่ายให้กับประชาชน “ตามที่มีมีข่าวปรากฏทางโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ ว่า กรมการค้าภายใน ได้จัดสรรหน้ากากอนามัยให้แก่ สมาคมร้านขายยา วันละ 2.5 หมื่นชิ้น เพื่อจำหน่ายกับผู้ที่ต้องการนั้น สมาคมร้านขายยา ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่า จนถึงขณะนี้สมาคมฯ ยังไม่ได้เคยได้รับหน้ากากอนามัย จากกรมการค้าภายใน เลยแม้แต่น้อย ฉะนั้น เพื่อความยุติธรรม ตลอดจนลดแรงกดดัน และเพื่อให้สมาคมร้านขายยาที่มีสมาชิกอยู่ทั่วประเทศ ช่วยลดช่องว่าง ช่วยแบ่งเบาภาระทางราชการในการป้องกันไวรัส COVID-19 สมาคมร้านขายยา ขอเรียกร้อง กรมการค้าภายใน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าวด้วย จะเป็นพระคุณยิ่ง”
โรงแรมวินด์เซอร์ สวีทส์ กรุงเทพ ประกาศปิดชั่วคราว เหตุโควิด-19 ทำเศรษฐกิจถดถอย วันที่ 6 มี.ค ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงแรม วินด์เซอร์ สวีทส์ กรุงเทพ (Windsor Suites Bangkok) ประกาศปิดชั่วคราว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 เป็นเหตุให้เศรษฐกิจถดถอยโดยระบุว่า เรียน พนักงานทุกท่าน ทางโรงแรมมีความเสียใจอย่างยิ่งที่จะต้องแจ้งให้พนักงานทุกท่านทราบว่า เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ วิกฤตโควิด-19 ทำให้เศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบัน ถดถอย และมีผลกระทบอย่างมากในหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ทางโรงแรมประสบปัญหาอย่างหนักและต้องปิดชั่วคราว วันทำการสุดท้ายของโรงแรม คือวันที่ 30 เมษายน 2563 และเป็นวันทำงานวันสุดท้ายของพนักงานทุกท่าน ในนามตัวแทนของครอบครัว โบว์เสรีวงศ์ ขอขอบคุณพนักงานทุกท่าน ด้วยความจริงใจ ที่ได้ทำงานร่วมกันมาอย่างดี และขอให้พนักงานทุกท่านทำงานร่วมกัน และฝ่าฟันอุปสรรคในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
