Digital Disruption
ปรับองค์กรสู่ดิจิทัล ไม่ใช่แค่ทางรอด แต่คือเครื่องมือเพิ่มศักยภาพ เหนือคู่แข่ง หมดเวลาวิเคราะห์ว่า Digital Disruption คือโอกาสหรือวิกฤต เพราะตอนนี้ทุกธุรกิจทั่วโลกต่างได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้ คำถามสำคัญคือ เมื่อโลกเปลี่ยนธุรกิจจะหยิบกลยุทธ์ใดมาตั้งรับ การปรับองค์กรสู่ดิจิทัลในช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ไม่ใช่แค่ทำให้องค์กรอยู่รอด แต่จะกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้ธุรกิจมีศักยภาพเหนือคู่แข่ง บนเวที “The Disruption of Business, Competition, and Transformation, Ready Now for the Future. : โลกปรับ เกมเปลี่ยน พร้อมพลิกโฉมธุรกิจ สู่อนาคต” ได้พูดถึงหัวข้อ “ธุรกิจต้องพร้อม พลิกโฉมสู่อนาคต” และ “เกมเปลี่ยน ประเทศไทยต้องปรับ” แน่ชัดแล้วว่า Digital Disruption มีผลต่อเกมการแข่งขันทางธุรกิจทั่วโลก โดยเฉพาะกับธุรกิจโทรคมนาคม เพราะทุกการปรับตัวจะส่งผลต่อสปีดการเคลื่อนตัวของทุกธุรกิจ คุณณัฐวุฒิ อมรวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการปรับตัวเพื่อให้พร้อมต่อการแข่งขันทางธุรกิจ นอกจากทำความเข้าใจและรู้ทันเทคโนโลยีคือ การสร้างพันธมิตร
ใครทำ 10 อาชีพนี้ วางแผนให้ดีๆ มีแนวโน้มเสี่ยงตกงาน ปี 2563! แม้เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบันจะสร้างความสะดวกสบายให้กับชีวิตความเป็นอยู่ แต่ในอีกด้านหนึ่งเทคโนโลยีเหล่านี้กำลังเข้ามาแทนที่ และแย่งอาชีพจากมนุษย์ไปในที่สุด ในปี 2563 นี้จึงเป็นที่น่าจับตามอง ว่าอาชีพอะไรเสี่ยงตกงานมากที่สุด! นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาที่ปรึกษาเพื่อพัฒนาแรงงานแห่งชาติ กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ปี 2563 เป็นปีที่น่าจับตามอง เนื่องจากทุกธุรกิจ ทุกอาชีพต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับการถูกดิจิตอลดิสรัปชั่น (digital disruption) จากการประมวลภาพคร่าวๆ มีประมาณ 10 อาชีพที่ได้รับผลกระทบ กลุ่มธุรกิจสื่อที่เป็นเอกสาร จากที่มีคนจำนวนมากไม่ใช้เอกสาร 2. กลุ่มสื่อสารมวลชนทุกแขนง วิทยุ นิตยสาร โทรทัศน์ เนื่องจากประชาชนมีช่องทางใหม่ในการติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะสื่อที่ไม่ปรับตัว 3. กลุ่มโปรดักต์ที่ตกยุค เช่น CD, CVD หรืออุตสาหกรรมที่ไม่ได้ล้อไปตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ 4. อาชีพที่เกี่ยวกับสถาบันการเงิน ที่จะมีพนักงานจำนวนมากตกงาน เพราะธุรกรรมทางการเงินสามารถทำจากโทรศัพท์มือถือได้ด้วยตัวเอง 5. อาชีพประกันภัย 6. อาชีพขายตรง ที่สามารถ
Business+ จับมือ SEAC จัดงานสัมมนา “Family Business Transformation” เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์การเปลี่ยนผ่านธุรกิจครอบครัวสู่ยุคดิสรัปชั่น นิตยสาร Business+ ร่วมกับศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตแห่งภูมิภาคอาเซียน (South East Asia Center) หรือ SEAC เปิดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ภายในงานสัมมนา “Family Business Transformation” เชิญผู้บริหารธุรกิจชั้นนำของประเทศ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและถ่ายทอดแนวทางการบริหารธุรกิจครอบครัวในยุค Digital Disruption แก้โจทย์สำคัญของธุรกิจครอบครัวที่ต้องปรับตัวให้เท่าทันความเปลี่ยนแปลง สอดประสานช่องว่างระหว่างวัยของผู้บริหารต่างรุ่น สู่สืบทอดธุรกิจอย่างยั่งยืน คุณบุญเลิศ นราไท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในประเทศไทยนั้นธุรกิจครอบครัวมีมูลค่าตลาดคิดเป็น 72% ของระบบเศรษฐกิจ นับเป็นส่วนสำคัญยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อโลกธุรกิจกำลังถูกคำว่า Disruption โจมตี ธุรกิจครอบครัว ที่มีช่องว่างระหว่างวัยของผู้บริหารต่างรุ่น ต้องเผชิญกับความท้าทายที่หนักหน่วง นิตยสาร Business+ จึงได้ร่วมกับศูนย์พัฒนาและส่งเสริมการเรี
