Easy E-Receipt 2.0
เคทีซี ต้อนรับเดือนแห่งความรัก มอบความคุ้มค่านักช้อปออนไลน์ พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษี เคทีซี ขานรับโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ร่วมมือแพลตฟอร์มออนไลน์ ช้อปปี้-ลาซาด้า-ติ๊กต็อก จัดส่วนลดพิเศษให้กับสมาชิกบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด “เคทีซี พราว” และยังสามารถนำใบเสร็จรับเงินจากการซื้อสินค้าตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อประกอบการลดหย่อนภาษีส่วนบุคคล นายณัฐสิทธิ์ สุนทราณู ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “ในเดือนกุมภาพันธ์ซึ่งเป็นเทศกาลแห่งความรัก และยังเป็นเดือนสุดท้ายของการจัดโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ของภาครัฐเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ เคทีซียินดีมอบสิทธิพิเศษผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของพันธมิตร เพื่อส่งความสุขและความคุ้มค่าให้กับสมาชิกทุกการใช้จ่ายกับบัตรเคทีซี และคาดว่าในปี 2568 นี้ยอดใช้จ่ายออนไลน์ผ่านบัตรเครดิตเคทีซีจะเติบโต 15%” สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกเคทีซีมีดังนี้ รับส่วนลดสูงสุด 1,500 บาท เมื่อใช้จ่ายบนแอป ช้อปปี้ (Shopee) ตั้งแต่ 12,000 บาทขึ้นไป และชำระด้วยบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า หรือบัตรเครดิตเคทีซี มา
TikTok Shop เผย 3 วันแรกการเข้าร่วมโครงการ “Easy E-Receipt 2.0” ช่วยเพิ่มยอดขายร้านค้าไทยโต พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจดิจิทัลต้นปี ชี้ปี 68 มีร้านค้าสนใจเข้าร่วมโครงการฯ เพิ่มขึ้น 4 เท่า สะท้อนภาพความพร้อมและการปรับตัวธุรกิจไทยในตลาดดิจิทัล TikTok Shop อีคอมเมิร์ซโซลูชันบนแพลตฟอร์มบันเทิงชั้นนำระดับโลก เผยปี 2568 มีร้านค้าสนใจเข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt 2.0 กับ TikTok Shop เพิ่มขึ้น 4 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อน และใน 3 วันแรกร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ สามารถสร้างยอดขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล และสนับสนุนธุรกิจท้องถิ่นและผู้ค้ารายย่อยให้มีรายได้เพิ่ม พร้อมอำนวยความสะดวกการรับสิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยแบบ In-App โดย TikTok Shop ได้เชิญชวนร้านค้าไทยเข้าร่วมโครงการฯ และติดป้ายกำกับ Easy E-Receipt และ Easy E-Receipt OTOP อาทิ PASAYA, Mizumi, PANPURI, Oriental Princess, KA Thailand, AUTOBOT, PowerBuy, Advice Online, Index Living Mall, Jaspal Thailand, Warrix Thailand, Doikham และผู้ประกอบการร้านค้ารายย่อยจากทั่วประเทศ เ
กรุงศรี คอนซูมเมอร์ ชวนช้อปสุดคุ้ม พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีกับโครงการ Easy E-Receipt บัตรเครดิตในกลุ่มกรุงศรี คอนซูมเมอร์ ขานรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ ชวนช้อปสุดฟิน รับสิทธิลดหย่อนภาษีตามมาตรการ Easy-E Receipt 2.0 พร้อมรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม (เงื่อนไขในการลดหย่อนภาษีเป็นไปตามที่สรรพากรกำหนด) บัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์ มอบเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 5,600 บาท เพียงใช้จ่ายตามแคมเปญ “Easy E-Receipt” รับเครดิตเงินคืนเพิ่มรวมสูงสุด 600 บาท และรับเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 5,000 บาท เมื่อใช้จ่ายตามแคมเปญ “รูดช้อป คืนเงินแทบทุกหมวดในชีวิต” (ลงทะเบียนทั้ง 2 รายการ) (16 ม.ค. 68 – 28 ก.พ. 68), บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน ชวนช้อปคุ้มที่ห้างเซ็นทรัลหรือโรบินสันสาขาที่ร่วมรายการ 5,000 บาทขึ้นไป รับคูปองและเครดิตเงินคืนสุดคุ้ม พิเศษ รับเพิ่มบัตรของขวัญมูลค่า 100 บาท (จำกัดตามเงื่อนไข) (16 ม.ค. 68 – 28 ก.พ. 68), บัตรเครดิต กรุงศรี รับเครดิตเงินคืนเพิ่ม 350 บาท เมื่อสะสมยอดใช้จ่ายในหมวดกิน, ซูเปอร์มาร์เก็ต, สินค้าแฟชั่น และห้างชั้นนำครบ 30,000 บาทขึ้นไป (1 ก.พ. 68 – 28 ก.พ. 68) พร้อมสิทธิพิเศษ เช่น รับ
ยูบิลลี่ ไดมอนด์ อัดโปรแจกเพชร รับ Easy E-Receipt ช้อปลดหย่อนภาษี ได้ทั้งส่วนลดและ รับฟรีต่างหูเพชรแท้มูลค่า 32,000 บาท บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ยูบิลลี่ ไดมอนด์ ผู้นำธุรกิจค้าปลีกเครื่องประดับเพชรของไทย เดินหน้าต้อนรับปี 2568 ด้วยแคมเปญ “EASY E-Receipt 2.0” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกซื้อเครื่องประดับเพชรแท้คุณภาพระดับ World Class พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 30,000 บาท และคืนเงินภาษีสูงสุด 10,500 บาท พร้อมรับฟรี ต่างหูเพชรแท้มูลค่า 32,000.- ตั้งแต่วันนี้ – 28 กุมภาพันธ์ 2568 ยูบิลลี่ ไดมอนด์ เป็นแบรนด์เครื่องประดับเพชรหนึ่งเดียวที่สามารถออกใบกำกับภาษีในรูปแบบ E-Tax Invoice เพื่อเข้าร่วมโครงการ “EASY E-Receipt 2.0” โดยมาตรการนี้เป็นส่วนหนึ่งในการตอบรับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐ พร้อมสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคช้อปความสุขในรูปแบบที่ทั้งคุ้มค่าและมีคุณภาพ นางสาวอัญรัตน์ พรประกฤต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูบิลลี่ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์การช้อปที่พิเศษสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ผ่านเครื่องประดับเพชรแท้ที่มีมาตรฐา
“พาณิชย์” เดินห้าง “โลตัส-แม็คโคร” ดูความพร้อม รับ Easy E-Receipt 2.0 ด้วยทัพสินค้า พร้อมส่วนลดและสิทธิประโยชน์มากมาย กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงต้นปี 15 มกราคม 2568 – บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจค้าส่งค้าปลีก “แม็คโคร-โลตัส” ร่วมกระตุ้นการจับจ่ายในไตรมาสแรก ขานรับนโยบายภาครัฐ ‘Easy E-Receipt 2.0’ โดยได้รับเกียรติจาก ร้อยตรี จักรา ยอดมณี รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เยี่ยมชมความพร้อมของแม็คโครและโลตัส ในการรองรับโครงการดังกล่าว โดยมี นางศิริพร เดชสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ให้การต้อนรับ ‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย พร้อมอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าในการจับจ่ายเลือกซื้อสินค้าลดหย่อนภาษีที่แม็คโครและโลตัสทุกสาขาทั่วประเทศ รวมถึงแอปพลิเคชันออนไลน์ ทั้ง Makro PRO และ Lotus’s SMART App อีกทั้ง ยังเปิดพื้นที่ขายฟรีให้ผู้ประกอบการ OTOP วิสาหกิจชุมชน และวิสาหกิจเพื่อสังคมที่เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt ที่โลตัสทุกภูมิภาคได้ออกบูธจำหน่ายสินค้า เพื่อให้ลูกค้านำไปใ
ไม่พลาด โอกาสทองลดหย่อนภาษี 20,000 บาท ร่วมสนับสนุนสินค้า OTOP-SME กว่า 750 รายการ ที่ร้านเซเว่นฯ ในโครงการ Easy E-Receipt 2.0 – เซเว่นฯ ชวนช้อป ลดหย่อนภาษี สินค้า OTOP – SME กว่า 750 รายการ เข้าร่วมโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ในเซเว่นฯ ทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม ถึง 28 กุมภาพันธ์ 2568 – สามารถขอใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-Tax Invoice) หรือใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (ใบเสร็จรับเงิน) (e-Receipt) ผ่านช่องทาง 7 APP และขอกับพนักงานโดยตรง – สินค้าที่เข้าร่วมลดหย่อนภาษี ครอบคลุมทั้งสินค้าอุปโภคและบริโภค ได้แก่ อาหารและเครื่องดื่ม ของทานเล่น และเครื่องใช้ในครัวเรือน สร้างสีสันในการจับจ่ายใช้สอยช่วงต้นปีให้กลับมาคึกคักยิ่งขึ้น “เซเว่น อีเลฟเว่น” ร่วมสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและ OTOP ผ่านโครงการ Easy E-Receipt 2.0 ในหมวดสินค้ากลุ่มวิสาหกิจชุมชน และ OTOP ชวนช้อปสินค้าคุณภาพ ของดีของเด็ดของคนไทย ที่ร้านเซเว่นฯ คัดมาให้เลือกสรรกว่า 750 รายการ ครอบคลุมสินค้าอุปโภคบริโภค วางจำหน่ายในร้านเซเว่นฯ และแพลตฟอร์มออนไลน์ 7 Delivery, All Online ผ่านช่องทาง 7 App ส่งเสริมการสร้างรายได้ กร
ลดหย่อนภาษีง่ายๆ แค่ซื้อให้ถูกประเภท! เปิดลิสต์ ซื้อสินค้าอะไร ช่วยลดหย่อนภาษีมาตรการ ‘Easy E-Receipt 2.0’ หลังจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2567 อนุมัติหลักการมาตรการ Easy E-Receipt 2.0 ซึ่งเป็นการขยายผลจากมาตรการเดิม Easy E-Receipt เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในปี 2568 โดย มาตรการ Easy E-Receipt 2.0 คือมาตรการที่ให้ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซื้อสินค้าหรือค่าบริการในราชอาณาจักร ไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2568 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2568 ได้สูงสุด 50,000 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้ ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ใดถึงได้สิทธิหักลดหย่อนตามมาตรการนี้ ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือจากผู้มิได้เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม สามารถหักลดหย่อนได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท หักลดหย่อนได้เพิ่มอีกตามจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 20,000 บาท ถ้า ซื้อสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) ซึ่งลงทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชนแล้ว ซื้อสินค้าหรือรับบริการจากวิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนต่อกร
