Healthcare2019
“น้ำ 3 ดอก” เครื่องดื่มสารพัดประโยชน์ สูตรเฉพาะของอภัยภูเบศร ลงทุนไม่มาก ทำขายยังได้ ดอกไม้นั้นมีหลากหลายสายพันธุ์ มีรูปลักษณ์ กลิ่น และสี ที่แตกต่างกัน ดอกไม้ถูกนำไปใช้ในการประดับตกแต่งตามสถานที่ หรือใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เพื่อเพิ่มความสดชื่น สวยงาม สบายตา นอกจากนั้น ดอกไม้ ยังถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในอาหาร รวมถึงเครื่องดื่มในหลายๆ เมนูด้วย “อภัยภูเบศร” แจกสูตร “น้ำ 3 ดอกไม้” เครื่องดื่มคลายร้อนในช่วงการเมืองร้อนระอุ เป็นหนึ่งในเครื่องดื่มสูตรเฉพาะที่อยู่ในร้านสปาของอภัยภูเบศร ส่วนประกอบ ได้แก่ ดอกดาวเรือง 2. ดอกเก๊กฮวย 3. ดอกมะลิ 4. น้ำผึ้ง วิธีการทำ นำดอกดาวเรืองและดอกเก๊กฮวย จะเป็นดอกสดหรือแห้งก็ได้ อย่างละ 1 ช้อนตวง ใส่ในหม้อต้ม 2. เติมน้ำเปล่าให้ท่วมดอกไม้ และต้มทิ้งไว้ 15 นาที 3. เมื่อต้มเสร็จ ให้ปิดแก๊ส และทิ้งน้ำดอกไม้ให้อุ่นสักครู่ 4. จากนั้นนำดอกมะลิ 1 ช้อนตวงมาลอย *เคล็ดลับความหอมของน้ำ 3 ดอกไม้นี้ ทางอภัยภูเบศร บอกว่า อยู่ที่การลอยดอกมะลิในขั้นตอนสุดท้าย หากนำดอกมะลิมาต้มพร้อมกับดอกไม้อีก 2 ชนิด จะทำให้น้ำมันหอมระเหยที่อยู่ในมะลิหายไป น้ำจะไม่มีกลิ่นหอม จึงต้องใส่ดอ
หน้าตึงไม่พึ่งโบท็อกซ์ “เดอร์ม่า ฟิลเลอร์” ผักเบี้ยใหญ่ เวชสำอางใหม่อภัยภูเบศร ผักเบี้ยใหญ่ หรือ ผักอีหลี เป็นพืชตระกูลเดียวกับคุณนายตื่นสาย ดอกมีขนาดเล็กสีเหลืองสด โดยจะบานตอนเช้าและหุบตอนแดดร่ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปลิ่ม หรือรูปไข่กลับ ผิวใบเรียบเป็นมัน ด้านหลังใบเป็นสีเขียวแก่ ส่วนท้องใบเป็นสีแดงเข้ม ลำต้นเตี้ยเลื้อยทอดไปตามพื้นดิน หรือบางครั้งปลายตั้งชูขึ้นได้สูง 5-10 เซนติเมตร ลำต้นอวบน้ำเป็นสีเขียวอมแดง ก้านกลม ในปัจจุบัน ผักเบี้ยใหญ่ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบในสินค้าหลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ที่ทำออกมาวางขายในตลาดโลก “อภัยภูเบศร” เอง ถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำสมุนไพรพื้นบ้านชนิดนี้มาใส่ในกลุ่มเครื่องสำอาง และทดลองวางขายไปเมื่อปีที่แล้ว เมื่อวานก่อน “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ไปเจอเข้ากับสินค้าจากผักเบี้ยใหญ่ตัวใหม่ของอภัยภูเบศร ในงานแถลงข่าว Healthcare 2019 “เรียนรู้ สู้โรค 2019 มาเมื่อวานก่อน โดย พท.ช.เบญจวรรณ หมายมั่น หัวหน้าฝ่ายสื่อสารข้อมูล อภัยภูเบศร ได้ให้ข้อมูลว่า “ผักเบี้ยใหญ่ เดอร์ม่า ฟิลเลอร์” เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าจากผักเบี้
“มูลนิธิกาญจนบารมี” สืบสานพระราชปณิธาน ดูแลผู้ป่วยยากไร้ คัดกรองมะเร็งเต้านมถิ่นทุรกันดาร มะเร็งเต้านม ถูกจัดเป็นหนึ่งในมะเร็งร้ายที่คร่าชีวิตผู้หญิงเป็นอันดับ 1 ของโลก โดยสถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ องค์การอนามัยโลก ให้ข้อมูลว่า ในปี 2561 พบผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมรายใหม่ทั่วโลกสูงกว่า 2,088,849 ล้านคน เสียชีวิตถึง 626,679 คน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ระบุว่า มีหญิงไทยป่วยด้วยมะเร็งเต้านมรายใหม่ เฉลี่ยปีละ 20,000 คน หรือประมาณ 55 คนต่อวัน และเสียชีวิตกว่า 6,000 คน หรือกว่า 17 คนต่อวัน สถานการณ์โรคมะเร็ง จึงกลายเป็นปัญหาที่ทุกภาคส่วนต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ด้วยเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว มูลนิธิกาญจนบารมี จึงจัดทำโครงการคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอกซเรย์เต้านม (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส ขึ้นในโอกาสมหามงคลสมัยที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เจริญพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ในปีพุทธศักราช 2555 เพื่อส่งเสริมการป้องกันมะเร็งเต้านมในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส รวมทั้งช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่ยากไร้ให้ได้รับการดูแลอย่าง
“สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” ตั้งเป้าเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพร 3.6 แสนล้านบาท เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา ที่สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 6 เดินทางมายังโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เพื่อร่วมพิธีเปิด สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และคณะผู้บริหารโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ให้การต้อนรับ นายแพทย์สุขุม กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาการนำแพทย์แผนไทยและสมุนไพรมาใช้ในระบบบริการสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ภายในปี 2565 ตั้งเป้าให้ประชาชนเข้าถึงบริการการแพทย์แผนไทยร้อยละ 20 โดยเปิดบริการตรวจรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยคู่ขนานในโรงพยาบาลทุกระดับ รวมทั้งจะเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้ได้ 3.6 แสนล้านบาท ช่วยสร้างความมั่นคงด้านสุขภาพ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์สมุนไพรให้เป็นสินค้านวัตกรรม เพิ่มโอกาสแข่งขันในตลาดโลก เกิดประโยชน์ต่อเกษตรกรและผู้ประกอบการภายในประเทศ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า โ
“ฟันตกกระ” เพราะ ฟลูออไรด์ อันตรายที่พ่อ–แม่ควรระวัง “ฟันตกกระ” – “ฟัน” หนึ่งในอวัยวะสำคัญที่ทำหน้าที่ฉีกบดอาหารให้ละเอียดก่อนส่งต่อไปยังระบบย่อยอาหารเพื่อดูดซึมนำเอาสารอาหารที่มีประโยชน์ไปใช้กับร่างกายฟันยังเป็นส่วนประกอบสำคัญในการพูดทำให้เราออกเสียงได้อย่างชัดเจนและเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ทำให้ใบหน้าและรอยยิ้มของเราดูสวยงามดังนั้นสุขภาพฟันจึงเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเพราะฟันที่ป่วยส่งกระทบต่อร่างกายได้มากกว่าที่คิด ในทุกๆวันเคลือบฟันของเราจะสูญเสียแร่ธาตุและเสริมสร้างแร่ธาตุคืนกลับให้ตัวมันเองเพื่อสร้างสมดุล ซึ่ง “ฟลูออไรด์” มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเร่งการคืนแร่ธาตุเสริมสร้างฟันของเราให้แข็งแรงหากวันใดที่เราสูญเสียเคลือบฟันปริมาณมากแต่ร่างกายไม่สามารถซ่อมแซมกลับคืนฟันของเราก็จะถูกกรดจากแบคทีเรียทำลายจนเกิดฟันผุได้ทำให้ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าฟลูออไรด์มีประโยชน์กับสุขภาพฟัน ฟลูออไรด์ เป็นธาตุที่มีอยู่ตามธรรมชาติทั้งในน้ำพื้นดินอากาศพืชและสัตว์ฟลูออไรด์เป็นส่วนประกอบที่ช่วยเสริมสร้างให้กระดูกและฟันแข็งแรงถ้าร่างกายได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณเหมาะสมจะช่วยลดอัตราโรคฟันผุได
พระมหากรุณาธิคุณ เพื่อคนไทย “หน่วยทันตกรรมพระราชทาน” หน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่รักษาฟันฟรีให้แก่ประชาชน เริ่มต้นขึ้นเมื่อเกือบ 50 ปีก่อน ภายหลังจากที่ศาสตราจารย์พันโท สี สิริสิงห ทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้ทำการรักษาพระทนต์ถวายพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 มีรับสั่งถามทันตแพทย์ประจำพระองค์ว่า “เวลาเรามีปัญหาเกี่ยวกับฟันก็มีทันตแพทย์ดูแลรักษา แล้วราษฎรที่อยู่ห่างไกลจะมีทันตแพทย์ช่วยรักษาหรือไม่” เมื่อพระองค์ทรงทราบว่าในบางพื้นที่ไม่มีทันตแพทย์คอยดูแลรักษาสุขภาพฟันให้ประชาชน ทำให้ประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากค่อนข้างมาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จึงพระราชทานคำแนะนำว่า “การจะให้ราษฎรที่ยากจนที่มีปัญหาเรื่องฟัน หยุดการทำนา ทำไร่ เดินทางไปหาหมอนั้น เป็นสิ่งที่ยากยิ่ง ในทางตรงข้ามหากเป็นการให้บริการเคลื่อนที่ไปสู่ประชาชน ก็จะเป็นการแก้ปัญหาได้ทางหนึ่ง” ซึ่งพระราชดำรัสนี้ ได้กลายเป็นที่มาของการจัดตั้งหน่วยทันตกรรมพระราชทาน ที่ให้บริการทำฟันเคลื่อนที่แก่ประชานในพื้นที่ห่างไ
