Ñam Ñam
ท่ามกลางคู่แข่ง สภาพเศรษฐกิจ และตัวเลือกมากมายของผู้บริโภค ร้านที่เคยเติบโต ต้องเผชิญกับยอดขายที่ตกลง “การปรับตัว” จึงเป็นหัวใจสำคัญของการอยู่รอดของธุรกิจร้านอาหารในวันนี้ เช่นเรื่องราวของ ร้าน Ñam Ñam หรือ ยัมยัม พาสต้า ของ เชฟน้ำ-ปุณฑริก พงษ์พานิช แม้จะอยู่ในตลาดมานาน 6 ปี แต่ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ เมื่อยอดขายตก จากหลายปัจจัยทั้งคู่แข่ง และเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้เชฟน้ำต้องเริ่ม “ปรับตัว” ต่อยอดจากสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดรายได้เพิ่ม 2 ทาง กลายเป็นแบรนด์น้องใหม่ Chickaletta (ชิกกาเลตต้า) ไก่ทอดกับข้าวผัดรสชาติไทย ที่ขายแบบดีลิเวอรีเพียงอย่างเดียว ถึงวันแรกจะขายได้ไม่ถึง 10 กล่อง แต่ด้วยแพชชันและความฮึดสู้ ทำให้วันนี้ กลับมีออร์เดอร์พีกสุด 300 กล่องต่อวัน ปรับตัว เพื่อไปต่อ เชฟน้ำ เปิดร้านยัมยัม พาสต้า มานาน 6 ปี กับ 6 สาขาที่เปิดให้บริการ เรียกว่าเป็นร้านแรกๆ ที่ทำพาสต้าเส้นสดขาย แต่ช่วงหลังเมนูนี้หาทานง่ายขึ้น จากร้านหน้าใหม่ที่เปิดในรูปแบบคล้ายกัน และการกระจายตัวของฐานลูกค้า ทำให้บางสาขายังขายได้ และบางสาขาขายได้น้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เช่น เซ็นทรัลเวิลด์ เ
Ñam Ñam Pasta and Tapas พาสต้าเส้นสด จากร้านเล็กๆ สไตล์โฮมมี่ ขยายสาขาเข้าห้าง ภายใน 2 ปี! ได้ยินชื่อเสียงมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่เปิดร้าน จนตอนนี้มีสาขาถึง 3 ที่แล้ว สำหรับร้าน Ñam Ñam Pasta and Tapas พาสต้าเส้นสด ในที่สุด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ได้โอกาสพูดคุยกับ เชฟน้ำ หรือ คุณปุณฑริก พงษ์พานิช เจ้าของร้าน วัย 34 ปี คนนี้เสียที เชฟน้ำ เล่าว่า ก่อนจะมาเปิดร้านเป็นของตัวเองได้อย่างทุกวันนี้ ใช้เวลากว่าหลายปีในการเดินทางข้ามน้ำข้ามประเทศไปเรียนทำอาหารโดยเฉพาะ เพราะตอนที่เรียนอยู่ที่ไทย เชฟน้ำไม่ได้เรียนมาโดยตรงนั่นเอง “ตอนแรกเลยก็เรียนมหาวิทยาลัยที่ไทยค่ะ แต่ว่าไม่ได้เรียนทำอาหาร แล้วเราเองก็อยากทำอาหารเก่งๆ อยู่แล้ว เลยไปเรียนต่อที่โรงเรียนเชฟที่นิวยอร์ก ซึ่งมันก็มีทั้งสอนทำอาหารและการจัดการ หลังเรียนจบ ก็ทำงานในร้านอาหารที่นิวยอร์ก ตอนที่ทำงานในร้านอาหาร ก็ไม่ได้คิดว่าจะต้องเปิดร้านเป็นของตัวเองขนาดนั้น แต่ว่าก็มีคิดวางแผนอนาคตไว้อยู่บ้าง” “เพราะจริงๆ เราก็แค่อยากทำงานที่มันอยู่ในร้านอาหาร ทำงานในครัว พอย้ายจากนิวยอร์กมาสิงคโปร์ แล้วถ้าเรากลับมาไทย เราก็คิดว่าจะทำอะไรดี
