Net Zero
เมื่อเวลา 09.00-16.30 น. วันที่ 3 ธ.ค. ที่ศูนย์ประชุม ซี อาเซียน รัชดา อาคารซีดับเบิลยู ทาวเวอร์ ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. และเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย หรือ TCNN ร่วมกันจัดงานใหญ่แห่งปี “TGO Forum & TCNN Conference 2025 : ขับเคลื่อน Net Zero ไทย ด้วยพลังองค์กรผู้นำ” เพื่อเป็นเวทีในการเชื่อมโยงมิติเชิงนโยบาย การปฏิบัติ และนวัตกรรมสำหรับการเปลี่ยนผ่านด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยภายในงานประกอบด้วยเวทีสัมมนา การเสวนาแลกเปลี่ยน และนิทรรศการแสดงนวัตกรรม ชูเป้าความเป็นกลางทางคาร์บอน Net Zero Emissions สำหรับเวทีหลัก เริ่มด้วยการปาฐกถา และกล่าวเปิดงาน โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) มาเป็นองค์ปาฐก พร้อมมอบโล่เกียรติคุณ โดยมี คุณณกรณ์ ตรรกวิรพัท ผู้อำนวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) กล่าวต้อนรับ โดย คุณรัฐกร กัมปนาทแสนยากร ประธานกรรมการเครือข่ายคาร์บอนนิวทรัลประเทศไทย (TCNN) และรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ความยั่งยืนองค์กร บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ออกมาเ
บริษัท นีโอ คอร์ปอเรท จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านนวัตกรรมสินค้าอุปโภค (FMCG) ชวนคนรุ่นใหม่สายกรีนร่วมสัมผัสประสบการณ์กิจกรรมสุดครีเอทีฟในงาน “sustainNEOvation : A Journey From Core To Care” โชว์เคสด้านความยั่งยืนแห่งปีที่สะท้อนแนวคิดของ NEO ว่า “การดูแลโลก” เริ่มต้นได้จาก “การดูแลตัวเอง” ผ่านการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมที่ทั้งตอบโจทย์ชีวิตและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยนิทรรศการที่จะพาทุกคนออกเดินทางจาก ‘CORE’ แก่นความตั้งใจของ NEO ในการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่ตั้งใจทำมาตลอดหลายสิบปี สู่ ‘CARE’ ด้วยการลงมือดูแลโลกในแบบที่ทุกคนทำได้จริง ภายในงานพบกับไฮไลต์กิจกรรมที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการ “CARE โลกในแบบของคุณ” อาทิ ไม่ว่าไลฟ์สไตล์ไหน ก็เริ่ม “แคร์โลก” ได้! ผู้สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “sustainNEOvation: A Journey From Core To Care” ได้ฟรี! ระหว่างวันที่ 7-8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00–20.30 น. ที่ชั้น G สามย่านมิตรทาวน์ ติดตามความเคลื่อนไหวกิจกรรมได้ทาง Facebook page : NEO Corporate และช่องทาง TikTok : NEO CARE #sustainNEOvation #AJourneyFromCoreToCare #คิดดีเพื่อโลกนวัตกรรมดีเพื่อคุณ #NEO #นีโอคอร์ป
‘ซีพี แอ็กซ์ตร้า’ ขึ้นแท่นผู้นำการเปลี่ยนผ่านการขนส่งสู่พลังงานสะอาดของไทย ตั้งเป้าใช้รถขนส่งไฟฟ้ากว่า 300 คัน ยกระดับ Last Mile Delivery จัดส่งสินค้าคุณภาพถึงมือผู้บริโภค บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจ ‘แม็คโคร-โลตัส’ มุ่งเปลี่ยนผ่านการขนส่งสู่พลังงานสะอาด จับมือ บริษัท เรเว่ คอมเมอร์เชียล วีฮิเคิลส์ จำกัด ผู้จัดจําหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD อย่างเป็นทางการในประเทศไทย นำรถขนส่งไฟฟ้าพลังงานสะอาด (EV) มาช่วยเสริมการขนส่งสินค้าจากสาขาของแม็คโครและโลตัสตรงถึงมือผู้บริโภคทั่วประเทศ (Last Mile Delivery) โดยตั้งเป้าใช้รถขนส่งไฟฟ้ามากกว่า 300 คันภายในปี 2568 นับเป็นผู้นำธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกรายแรกของไทยที่นำรถขนส่งไฟฟ้ามาใช้ในระบบโลจิสติกส์อย่างจริงจัง ซึ่งรถขนส่งไฟฟ้า โดดเด่นด้วยคุณสมบัติปลอดมลพิษ ไร้เสียงรบกวน มีความคล่องตัว และรวดเร็วในการขนส่ง อีกทั้งยังช่วยคงคุณภาพความสดใหม่ของสินค้าได้ตลอดเส้นทางด้วยระบบควบคุมอุณหภูมิที่คงที่ โดยการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ จะสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์กว่า 300 ตันต่อปี สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ซีพี แอ็ก
โรบินสันไลฟ์สไตล์ เดินหน้าสู่เป้าหมาย Net Zero ติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ ทุกสาขาทั่วประเทศ สนับสนุนพลังงานสะอาด ลดคาร์บอน สร้างสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสู่เป้าหมายธุรกิจสีเขียวอย่างเป็นรูปธรรม ตั้งเป้าติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะ (Innovative Solar LED Street Light) ครบทั้ง 27 สาขาทั่วประเทศภายในปี 2568 ช่วยลดการใช้พลังงานจากฟอสซิล ประหยัดค่าไฟ และลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชม และสังคมอย่างยั่งยืน นายณัฐวัฒน์ รัชพงศ์กุลยศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานการตลาด ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวว่า “แนวคิด Center of Life ของเรา ไม่ได้หมายถึงแค่ศูนย์กลางแห่งการใช้ชีวิต แต่ยังหมายถึงการเป็นศูนย์กลางของความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคมด้วย โดยเราดำเนินการติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์อัจฉริยะให้ครอบคลุมศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ทั่วประเทศ ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งไปแล้ว 21 สาขา และภายในปี 2568 นี้จะดำเนินการ
ซีพีเอฟ จับมือคู่ค้าธุรกิจขับเคลื่อนสู่ห่วงโซ่อุปทานคาร์บอนต่ำ ก้าวสู่ Net-Zero เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เป็นความท้าทายที่ทั่วโลกให้ความสนใจและหลายประเทศกำลังนำประเด็นดังกล่าวมาใช้เป็นมาตรการทางการค้า ในฐานะเป็นผู้ผลิตและส่งออกสินค้าอาหารมากกว่า 50 ประเทศทั่วโลก บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงให้ความสำคัญและส่งเสริมคู่ค้าธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานมีความรู้และขีดความสามารถในการดำเนินงานและพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการปรับปรุงกระบวนการผลิตเพื่อลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ร่วมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นโอกาสและแต้มต่อทางการค้าให้กับคู่ค้าจากการดำเนินงานด้านความยั่งยืน ตลอดปี 2567 ซีพีเอฟได้จัดกิจกรรมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสบการณ์ เพื่อยกระดับการดำเนินงานของคู่ค้าธุรกิจในด้านต่างๆ สู่ระดับสากล ล่าสุด ได้จัดงานสัมมนา CPF CAPACITY BUILDING FOR PARTNERSHIP 2024 ร่วมคิด ร่วมสร้าง สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน โดยมี คุณสิริพงศ์ อรุณรัตนา ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนและกำกับดูแลการบริหารความยั่งยืนใน
มิตรผล ชูความสำเร็จแรกบนเส้นทางสู่ Net Zero ดันอุทยานมิตรผลด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี ก้าวสู่ Carbon Neutrality Complex แห่งแรกของไทย ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 270,000 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า วันที่ 17 ตุลาคม 2566 คุณบรรเทิง ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการบริษัทและประธานคณะกรรมการบริหาร กลุ่มมิตรผล กล่าวว่า “กลุ่มมิตรผล เรายึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและลงมือทำจริงมาเป็นเวลานาน เพราะเราอยู่ในภาคเกษตรและอาหาร ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่มีความเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก ทุกการดำเนินงานของเราจึงต้องมีคำว่าความยั่งยืนอยู่ควบคู่กันเสมอ โดยเรามีความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนภาคเกษตรให้มีส่วนช่วยสร้างความยั่งยืนให้กับโลกและสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาคเกษตรสามารถต่อยอดสู่การผลิตพลังงานทดแทน ที่นับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและลดการใช้ทรัพยากรจากแหล่งธรรมชาติ เพื่อโลกที่ดียิ่งขึ้นได้ ทั้งนี้ กลุ่มมิตรผลมีการดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด เปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไร้ค่าให้เป็นสิ่งที่มีคุณค่า หรือ From Waste to Value Creation ที่ได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามายกระดับประสิทธิภาพในกระบวนก
ออมสิน ปักหมุด Net Zero งดให้สินเชื่อทำร้ายโลก ใช้ ESG Score ประเมินลูกค้า นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า คณะกรรมการธนาคารออมสินได้มีมติอนุมัติแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions Roadmap ทั้ง 3 Scope ภายในปี 2050 โดยในอีก 7 ปีข้างหน้า (ปี 2030) ตั้งเป้า Net Zero สำหรับ Scope 1 และ 2 ซึ่งเป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของธนาคารจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงและไฟฟ้า ขณะที่ Scope 3 ที่เป็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจกผ่านการให้สินเชื่อแก่ลูกค้าและการลงทุน ธนาคารจะดำเนินการคู่ขนานจนสามารถบรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในภาพรวมลงได้มากกว่า 50% ภายในปี 2030 และบรรลุเป้าหมาย Net Zero ในปี 2050 ทั้งนี้ ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในการดำเนินธุรกิจของธนาคารออมสินกว่า 97% มาจากการปล่อยสินเชื่อแก่ลูกค้าและการลงทุน (Scope 3) ซึ่งมีการจัดเก็บและคำนวณได้จากวิธีการตามมาตรฐาน Science-Based Target Initiative ที่เป็นสากล โดยนับจากนี้ไป ธนาคารได้กำหนดแผนงดการปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจเชื้อเพลิงถ่านหินและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง (No Coal and Coal Related Business) และเริ่มการใช้ E
