SAFE Fertility Clinic
ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็น ศูนย์กลางการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดบริการรักษาภาวะผู้มีบุตรยากของไทยจะมีมูลค่าประมาณ 3.3 พันล้านบาทในปี พ.ศ. 2570 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการใช้บริการที่ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งจาก ชาวไทย ที่มีแนวโน้มการมีบุตรช้าลงและปัญหาภาวะเจริญพันธุ์ที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น รวมถึงชาวต่างชาติที่ให้ความเชื่อมั่นในคุณภาพมาตรฐาน และการบริการทางการแพทย์ของประเทศไทย นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ SAFE Fertility Clinic หนึ่งในผู้นำในการให้บริการคลินิกเพื่อการมีบุตร กล่าวว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ คือให้ความสำคัญกับการพัฒนาการให้บริการในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐาน กำลังซื้อ และบทบาทในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพและการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ เนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี ของ SAFE Fertility Clinic สาขาภูเก็ต คลินิกได้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับความต้องการของครอบครัวในพื้นที่ภาคใต้ รวมถึงกลุ่มช
SAFE Fertility Group PCL หนึ่งในผู้นำด้านการเจริญพันธุ์และตัวช่วยการมีบุตร พร้อมทั้งเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ของไทย เดินหน้าสู่หมุดหมายปีที่ 19 แห่งการสานฝันให้ครอบครัวสมบูรณ์ ด้วยฐานคนไข้ทั้งชาวไทยและต่างชาติในสัดส่วน 50:50 และเครือข่ายคลินิกทั้ง 5 สาขาทั่วประเทศ ภายใต้มาตรฐานที่ได้รับการรับรองในระดับสากล อาทิ การรับรองคุณภาพคลินิกเด็กหลอดแก้วจากประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ (RTAC) การรับรองมาตรฐาน ISO และการรับรองจากสมาคมเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์แห่งยุโรป (ESHRE) ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจจากคนไข้ทั่วโลก SAFE Fertility Group PCL ยังคงเดินหน้าขยายบทบาทสู่การเป็น Regional Fertility Hub ของภูมิภาคอาเซียน ตอบรับแนวโน้มการเติบโตของตลาดการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Medical Tourism) รวมถึงความต้องการเข้าถึงเทคโนโลยีด้านการเจริญพันธุ์ระดับสากลที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในสาขาที่สะท้อนความสำเร็จของกลยุทธ์นี้ได้อย่างชัดเจน คือ SAFE Fertility Clinic สาขาขอนแก่น ซึ่งเปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2016 และได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมฉลองครบรอบ 10 ปี แห่งการสานฝันให้ครอบ
แม้คนรุ่นใหม่ทั่วโลกจะมีแนวโน้ม “มีลูกช้าลง” จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจและไลฟ์สไตล์ แต่ตลาดเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ (Assisted Reproductive Technology : ART) กลับเติบโตสวนกระแสอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศไทย ที่ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการรักษาภาวะมีบุตรยากของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่ามูลค่าตลาดบริการรักษาภาวะมีบุตรยากของไทยในปี 2568 จะขยายตัวแตะ 6.1 พันล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นราว 3.1% จากปีก่อนหน้า สะท้อนความต้องการของทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง นพ.วิวัฒน์ กว้างคณานุรักษ์ ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เซฟ เฟอร์ทิลิตี้ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (SAFE Fertility Group PCL) หนึ่งในผู้นำการบุกเบิกเทคโนโลยีเด็กหลอดแก้ว (IVF/ICSI) ในประเทศไทยตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา กล่าวว่า “เกือบ 20 ปีก่อน ภาวะมีบุตรยากยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย โอกาสประสบความสำเร็จในการรักษามีเพียง 20–30% เท่านั้น เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและสร้างทีมแพทย์เฉพาะทาง เพื่อให้คนไทยมีโอกาสได้สัมผัสมาตรฐานการรักษาในระดับสากล โดยไม่ต้องเดินทางไปต่างประเ
