startup
เคทีซี รับเชิญปันความรู้ “การสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรม” กับนิสิตหลักสูตรเกาหลีศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อเร็วๆ นี้ นางสาวเจนจิต ลัดพลี ผู้บริหารสูงสุด ฝ่ายสื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับเชิญเป็นวิทยากรแลกเปลี่ยนความรู้ในหัวข้อ “บทบาทของเคทีซีในการช่วยสนับสนุนธุรกิจสตาร์ทอัพและนวัตกรรม (Startup and Innovation) กับนิสิตระดับบัณฑิตศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรสาขาวิชาเกาหลีศึกษาเพื่อการจัดการระหว่างประเทศ (Korean Studies for International Management-(KSIM) ณ อาคารเฉลิมราชกุมารี 60 พรรษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม KTC Offer ที่เคทีซีริเริ่มและให้ความสำคัญในการส่งต่อความรู้นอกห้องเรียนให้กับสถาบันการศึกษาและองค์กรต่างๆ เพื่อการนำความรู้ที่เป็นประโยชน์ไปปรับใช้ในการเรียน การทำงานและการทำธุรกิจต่อไป อีกทั้งยังเป็นการต่อยอดความร่วมมือทางการตลาดระหว่างเคทีซีกับองค์การส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาหลี (KTO) และผู้ประกอบการธุรกิจสัญชาติเกาหลี ในการเผยแพร่และนำเสนอประสบการณ์การเดินทางท่องเที่ยวในแง่มุมต่างๆ
โครงการ Growth Program 2024 เปิดงาน Demo Day ร่วมค้นหาอนาคตของนวัตกรรม พบ 20 Startup ไฟแรง ที่จะมาเปิดประสบการณ์ใหม่ จากความฝัน สู่ความสำเร็จ โครงการยกระดับวิสาหกิจนวัตกรรมให้สามารถแข่งขันเชิงพาณิชย์ และเติบโตอย่างก้าวกระโดดและต่อยอดการลงทุน (Growth Program for Startups) โครงการเพื่อการยกระดับวิสาหกิจนวัตกรรมให้สามารถแข่งขันเชิงพาณิชย์และเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด จัดโดยฝ่ายนวัตกรรมเพื่อเศรษฐกิจ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ได้เปิดตัวโครงการตั้งแต่วันที่ 2 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา โครงการ Growth program คือโครงการที่มุ่งเน้นการพัฒนาเพื่อต่อยอดศักยภาพของผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรมไทยที่เป็นวิสาหกิจเริ่มต้น (Startup) ในด้านการจัดการธุรกิจ การขยายธุรกิจ การนำเสนอธุรกิจหรือการระดมทุน การต่อยอดสู่แหล่งทุนอื่นและกลไกสนับสนุนด้านการเงินที่เกี่ยวข้อง ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ และแลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ Startup ได้หารือ หรือนำเสนอธุรกิจต่อนักลงทุน แหล่งทุน คู่ค้า ทางธุรกิจ ซึ่งจะเพิ่มโอกาสการเติบโตให้ธุรกิจ และเพื่อพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือและความส
SME D Bank ร่วมเปิดโครงการปั้น SMEs – Startup ก้าวสู่ตลาดทุนไทย เดินหน้าพันธกิจด้านงานพัฒนาส่งเสริมผู้ประกอบการเติบโตเข้มแข็งยั่งยืน ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) หรือ SME D Bank โดยนายโมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหาร เข้าร่วมพิธีเปิดโครงการ “Acceleration Program Road to LiVE เส้นทางเตรียมความพร้อมเพื่อเข้าสู่ตลาดทุน” ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง SME D Bank บริษัท ดีลอยท์ ทู้ช โธมัทสุ ไชยยศ สอบบัญชี จำกัด หรือ “ดีลอยท์ ไทยแลนด์” ภายใต้การสนับสนุนจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) หรือ SET และ LiVE Platform คัดเลือกผู้ประกอบการ SMEs และ Startup ที่มีศักยภาพ และต้องการเติบโตในตลาดทุนไทย เข้าร่วมโครงการ เพื่อจะได้รับการพัฒนาธุรกิจ คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขา เปิดโอกาสต่อยอดสร้างเครือข่ายธุรกิจ และสามารถก้าวสู่ตลาดทุนไทยได้ต่อไปในอนาคต ซึ่งเป็นหนึ่งในการปฏิบัติพันธกิจหลักของธนาคารด้านงานพัฒนา ส่งเสริมและสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โดยมีนายประพันธ์ เจริญ
เริ่มต้นธุรกิจไม่ยาก มีพาร์ตเนอร์ 2 คน จดทะเบียนตั้งบริษัท ‘สตาร์ตอัพ’ ได้แล้ว วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้ดำเนินการปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการลดขั้นตอน เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจและทยอยมีผลบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) พ.ศ. 2565 ซึ่งมีสาระสำคัญในการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยหุ้นส่วนบริษัทได้เริ่มมีผลบังคับ โดยผลทางกฎหมายจะเอื้อให้เกิดการก่อตั้งธุรกิจง่ายขึ้น ลดค่าใช้จ่ายและต้นทุนในการดำเนินงาน สนับสนุนให้ภาคธุรกิจเป็นกลไกสำคัญสนับสนุนต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะยาว สำหรับ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 23) ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 7 ก.พ. 66 เป็นต้นมา ได้มีการปรับปรุงแก้ไขในหลายประเด็น อาทิ การลดจำนวนขั้นต่ำของผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทเป็น 2 คน จากเดิมที่กำหนดขั้นต่ำไว้ที่ 3 คน ซึ่งเกณฑ์ในเรื่องนี้จะทำให้มีการจัดตั้งธุรกิจได้ง่าย เอื้อต่อการเกิดธุรกิจขนาดเล็กหรือวิสาหกิจ
‘พิชัย’ห่วงเศรษฐกิจปลายปีถดถอย เตือน’สมคิด’ส่งเสริม startup ตั้งหลักคิดให้ถูก เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดของกระทรวงการคลัง ที่ห่วงว่าเศรษฐกิจในช่วงปลายปีจะทรุดหนัก เพราะเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจทำท่าจะดับทุกเครื่องแล้ว เพราะการบริโภคภายในประเทศลดต่ำลงมากจากรายได้ประชาชนที่ลดลง โดยเฉพาะราคาข้าวที่ตกต่ำมาก การส่งออกยังคงจะติดลบในปีนี้ การลงทุนภาคเอกชนยังอยู่ในระดับต่ำมาก อีกทั้งเครื่องยนต์เศรษฐกิจเดิมที่เคยพึ่ง เช่น การท่องเที่ยว ก็ปรากฏว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมีปริมาณลดลงมาก และการใช้จ่ายภาครัฐในโครงการต่างๆ ก็ชะงักงัน จึงอยากให้รัฐบาลได้พิจารณาออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เหมาะสมก่อนที่จะสายเกินไป ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลได้ใช้จ่ายเงินจำนวนมหาศาลหลายแสนล้านบาทอัดฉีดเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ อีกทั้งในโครงการประชารัฐ แต่เศรษฐกิจกลับไม่ขยับเลย แถมประชาชนก็ยังลำบากหนักกว่าเดิม จึงอยากให้พิจารณาว่าที่ได้อัดฉีดเงินจำนวนมากลงไปนั้น น่าจะไม่ถูกทาง และจะต้องถือเป็นความเสียหายของประเทศด้วยหรือไม่ “การที่นายสมคิด จาตุศรีพิท
ปกติการจัดงานสตาร์ตอัพ ไทยแลนด์ ตามหัวเมืองต่างๆ ที่ผ่านมา ของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) มีความคึกคักในตัวเองเป็นทุนอยู่แล้ว แต่คราวนี้มาจัดที่ จ.ภูเก็ต ภายใต้แนวคิด Phuket as Smart City Start up Paradiseโดยรัฐบาลอยากเห็นผู้ประกอบการสตาร์ตอัพของไทยเติบโตที่ จ.ภูเก็ต เช่นเดียวกับที่ จ.เชียงใหม่ ขอนแก่น และทุกภูมิภาคของประเทศไทย ที่ดึงคนเก่งๆ จากทั่วโลกเข้ามาสร้างมูลค่าเพิ่ม สร้างนวัตกรรม ต่อยอดภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ที่ทำได้ดีอยู่แล้ว ให้ดียิ่งขึ้นไปอีก งานสตาร์ตอัพที่ภูเก็ต จึงคึกคักกันสุดสุด ในบรรดาสตาร์ตอัพที่เอางานของตัวเองมาแสดงภายในงานคราวนี้ น่าตื่นตาตื่นใจเป็นที่สุดสำหรับคนรักสัตว์ เห็นจะหนีไม่พ้น บริษัท ดองซุงกิ อินโนเวชัน จำกัด ของ พลอยพิชชา บุญทวีพิทักษ์ กับ ชลณัฏฐ์ พูนชัฎกาญจน์ สองสหาย ที่ร่วมกันทำแอพพลิเคชั่น PetInsure ที่รวบรวมเอาโรงพยาบาลและคลินิกสัตว์เลี้ยงจากทั่วประเทศเอาไว้ จุดประสงค์การทำแอพพลิเคชั่นนี้คือ การทำประกันภัยให้สัตว์เลี้ยงแสนรัก เพียงแค่คลิกเข้าไปใน www.petinsure.co แล้วกรอกแบบฟอร์ม ที่คนออกแบบทำมาให้เข้าใจง่ายที่สุด เพื่อให้เลือกวิธีการดูแลให้ส
ปฏิวัติวงการรอคิวไม่ให้คอยเมื่อยหน้าร้านอาหารอีกต่อไป สำหรับ “คิวคิว” QueQ แอพพลิเคชั่นจองคิวผ่านสมาร์ตโฟน สามารถจองคิวได้ทุกที่ ไม่ว่าจะอยู่ในรถ หรือกำลังเดินทางไปที่ร้าน นอกจากนั้น ยังเช็กได้อีกด้วยว่ามีกี่คิวก่อนหน้า ต้องรอประมาณกี่นาที ใกล้ถึงคิวเมื่อไร ประเดี๋ยวคิวคิวจะมีเสียงแจ้งเตือนส่งตรงไปที่มือถือคุณเอง ผู้ที่ต้องการใช้บริการดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ IOS และ Android ถูกจริตคนเมือง ไม่อยากรอคิวให้เมื่อย คุณรังสรรค์ พรมประสิทธิ์ หรือ คุณโจ้ ซีอีโอ บริษัท YMMY Co., Ltd. คือตัวแทนกลุ่มคนรุ่นใหม่ เจ้าของแอพ QueQ ช่วยจัดการระบบคิวให้สะดวกสบายมากขึ้น คุณโจ้ เล่าว่า ไอเดียคิวคิว เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้วในขณะที่เข้าไปใช้บริการ ณ ธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลูกค้ารอใช้บริการเป็นจำนวนมาก บางคนรอคิวนานเป็นชั่วโมง จึงเกิดไอเดียว่าทำไมไม่มีระบบคิวอัจฉริยะที่ให้ลูกค้าจองคิว หากยังไม่ถึงคิวก็สามารถไปทำธุระอย่างอื่นก่อน ไม่รอช้าลงมือพัฒนาระบบจองคิวขึ้นทันที เท้าความก่อนว่า คุณโจ้ เป็นเจ้าของบริษัทรับจ้างผลิตซอฟต์แวร์ให้กับองค์กรต่างๆ ในไทยมากมาย และด้วยทีมงานที่มากประสบการณ์ ชายหนุ่มจึงเลือกใช้ทักษะด้
เชื่อว่า ชีวิตคนเมืองหลายๆ คน เวลาเดินทางไปไหนมาไหน คงมีปัญหาเรื่องการหาที่จอดรถไม่ได้กันอยู่เป็นประจำแน่นอน แต่ด้วยปัจจุบันเทคโนโลยีถูกพัฒนาคู่มากับไอเดีย สามารถสร้างความง่ายในการดำเนินชีวิต ช่วยสนับสนุนการใช้ชีวิตของมนุยษ์ให้ง่ายขึ้นไปอีกขั้น เช่นเดียวกับไอเดีย เว็บไซต์ “จอดสบาย” ที่ถูกคิดขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ ให้กับคนที่ใช้รถใช้ถนน คิดจากปัญหา สร้างเว็บไซต์ “จอดสบาย” คุณอนงค์ลักษณ์ แซ่ลิ้ม หรือ คุณเปิ้ล นักศึกษาปริญญาโท MBA, Thammasat Business School เล่าให้ฟังในฐานะ ผู้เป็นเจ้าของไอเดีย และหนึ่งในผู้ก่อตั้ง “เว็บไซต์จอดสบาย” ว่าไอเดียจอดสบายนี้ เกิดขึ้นมาจากการได้มีโอกาสและประสบการณ์ได้ไปอเมริกา ซึ่งเขามีบริการจองที่จอดรถ ส่วนตัวเองเห็นว่ามีประโยชน์ เมืองไทยน่าจะสามารถมีและทำได้ เลยได้ไอเดียมาจากตรงนั้น ระยะเวลาประมาณ 6 เดือน ที่เริ่มทำบริการ จอดสบาย จนพัฒนามาเป็นเว็บไซต์ “จอดสบาย” ขึ้นนี้ เริ่มจากการเจาะตลาดงานอีเว้นต์เป็นหลัก ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าและกลุ่มเป้าหมายหลักที่มาใช้บริการจอดสบาย จากการเก็บข้อมูลในระยะเวลาที่ผ่านมา มีฐานลูกค้าประมาณ 130 คน ปัจจุบัน ความต้องการที่จอดรถมีแนว
ในบรรดาธุรกิจสตาร์ตอัพเมืองไทย ต้องบอก แอพพลิเคชั่น “FoodStory” มาแรงและเป็นที่สนใจของผู้คน ซึ่งมีสองหนุ่มเป็นผู้ก่อตั้งและช่วยกันบริหารคือ คุณฐากูร ชาติสุทธิผล รับตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด ส่วน คุณชวิน ศุภวงศ์ หรือ คุณแจ๊ค ดูแลในฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท ลีฟวิ่ง โมบาย จำกัด โดยแอพนี้เป็น 1 ใน 3 ของผู้ชนะจากเวทีประกวดธุรกิจสตาร์ตอัพ “True Incube Asia Pacific Mobile App Challenge 2014” ที่ได้รับคัดเลือกไปแข่งขันในระดับนานาชาติ ทั้งนี้ คณะกรรมการเวทีดังกล่าวตัดสินให้ “FoodStory” ชนะการแข่งขัน ด้วยเหตุผลที่ว่า FoodStory เป็นระบบจัดการหน้าร้านบนไอแพดสำหรับร้านอาหารและร้านกาแฟที่มีมากกว่า 200 ฟีเจอร์ เช่น บริหารสต๊อก จองโต๊ะอาหาร รายงานผลประกอบการ ฯลฯ โดย FoodStory มีจุดเด่นอยู่ที่สามารถเข้าถึงลูกค้าที่ใช้แอพได้แบบเรียลไทม์ ทั้งนี้ ทีมงาน FoodStory มีประสบการณ์ในการเขียนซอฟต์แวร์ให้กับธนาคาร รวมถึงประสบการณ์ทำร้านอาหารในต่างประเทศอีกด้วย มองเทรนด์เศรษฐกิจยุคดิจิตอล นอกจากนี้ ยังได้รับเลือกให้นำผลงานไปโชว์ในงานธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่หลายหน่วยงานของภาครัฐและเอกชนจัดขึ้น เ
เดี๋ยวนี้มีไอเดียมากมายที่ผุดออกมาเป็นตัวช่วยในการดำเนินชีวิตประจำวัน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ให้สะดวกสบายมากขึ้น อย่างเช่น หากเกิดอยากทำความสะอาดบ้าน แต่ไม่มีเวลา อยากทำผม แต่ไม่อยากไปร้าน หลอดไฟเสียหรือท่อประปารั่ว แต่ไม่รู้จะไปหาที่ไหน แอพพลิเคชั่นตัวช่วยอย่าง “Tapsey” อาจมีคำตอบและเป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคนยุคใหม่ ที่บอกว่าไม่มีเวลา แอพพลิเคชั่น Tapsey คือแอพหาผู้ช่วยมืออาชีพ เพื่อตอบโจทย์ชีวิตคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นการหาแม่บ้าน ช่างซ่อม ช่างถ่ายภาพ ช่างทำผม หรือกระทั่งช่างแต่งหน้า ด้วยแนวคิดที่ว่า เวลาของชีวิตคนเมืองที่ต้องทำงานและมีเวลาน้อย บางคนไม่อยากออกนอกบ้านในวันหยุด หรือไม่มีเวลาทำงานบ้าน คุณอภิสรา ศรีพันธ์ หรือ คุณพีช ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ ให้ข้อมูลว่า “แอพพลิเคชั่น Tapsey นี้ได้ทำการเปิดตัวในเมืองไทยเป็นที่แรก โดยการลงทุนของนักลงทุนหลากหลายเชื้อชาติ ซึ่งก่อนจะมาเป็นแอพนี้ ได้มีการรวบรวมทีมเพื่อทำมาร์เก็ตติ้งรีเสิร์ช ลงพื้นที่ และให้กลุ่มเป้าหมายประมาณ 200 ราย ทำการทดลองใช้แอพดังกล่าว เพื่อดูผลตอบรับและความพอใจ ซึ่งผลปรากฏว่าได้รับการตอบรับดี โดยตั้งกลุ่มเป้าหมายไว
