ข่าววันนี้
วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ช.ธนโชติ ไม้ทอง หรือน้องโตโน่ อายุ 5 ปี แขนด้วนทั้งสองข้างและขาพิการ กำลังศึกษาอยู่ชั้นอนุบาล 2 ที่โรงเรียนนิคมบางระกำ 8 (หนองปลวก) ม.14 ต.หนองกุลา อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ขณะนั่งเรียนหนังสืออยู่ในห้องกับเพื่อนๆ โดยใช้เท้าซ้ายคีบดินสอเขียนแทนมือ และมีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสตลอดเวลา นางปัณณพร เดชขจร ครูประจำชั้น เปิดเผยว่า น้องโตโน่พิการตั้งแต่เกิด เป็นเด็กตั้งใจเรียน มีความเฉลียวฉลาด และชอบช่วยเหลือตนเอง ไม่ว่าจะกินน้ำหรือทานข้าว เนื่องจากแขนทั้งสองข้างยาวเพียงแค่ข้อศอกไม่มีมือ ส่วนขาทั้งสองข้างไม่มีหัวเข่า มีเพียงเท้าเท่านั้น สามารถยืนและเดินได้ แต่จะมีปัญหาตอนเข้าห้องน้ำ ทางครูและ ด.ช.จิรวัฒน์ ไม้ทอง ซึ่งเป็นพี่ชาย อายุ 8 ปี นักเรียนชั้น ป.2 คอยให้ความช่วยเหลือในเวลาดังกล่าว น.ส.อริสา ไชยทอง อายุ 26 ปี แม่ของน้องโตโน่ กล่าวว่า มีลูกชาย 2 คน คนโต ชื่อด.ช.จิรวัฒน์ ไม้ทอง น้องฟอร์ด และคนเล็กชื่อ ด.ช.ธนโชติ ไม้ทอง หรือน้องโตโน่ โดยน้องฟอร์ดเกิดมามีสภาพร่างกายปกติทุกอย่าง ส่วนน้องโตโน่เกิดมาพิการตั้งแต่แรกเกิด ปัจจุบันเช่าบ้านอยู่ด้วยกัน 4 คน โดยสามีชื่อ นา
แชนเนลนิวส์เอเชียรายงานว่า สภาพอากาศในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ยังหนาวเย็นต่อเนื่อง โดยวันนี้อุณหภูมิลดลงต่ำสุดในรอบ 48 ปี โดยสำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ในวันนี้อุณหภูมิกลางกรุงโตเกียวลดต่ำลงถึง -4 องศาเซลเซียส ในตอนเช้า เนื่องจากความกดอากาศต่ำทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศต้องพบกับความหนาวเย็น ทั้งนี้ นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่ ม.ค.1970 ที่อุณหภูมิกลางกรุงโตเกียวลดต่ำลงมาก ขณะที่มีบันทึกว่าในแถบชานเมืองอย่างฟูชุ อุณหภูมิลดต่ำลงถึง -8.4 องศาเซลเซียส ด้านเว็บไซต์สำนักอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นระบุว่า คาดว่าอากาศจะเย็นต่อเนื่องไปจนถึงช่วงปลายสัปดาห์ โดยในวันเสาร์จะมีอุณหภูมิประมาณ -4 องศาเซลเซียส สำหรับต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้นกรุงโตเกียวต้องพบกับพายุหิมะที่หนักที่สุดในรอบ 4 ปี ส่งผลให้รถไฟหลายสายไม่สามารถให้บริการได้ บางเที่ยวบินถูกยกเลิก เจ้าหน้าที่แนะนำชาวญี่ปุ่นว่าเลิกงานแล้วให้กลับบ้านเร็วขึ้น ขณะเดียวกัน ถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งทำให้เกิดอุบัติเหตุจำนวนมาก โดยในวันพุธที่ผ่านมา แผนกดับเพลิงของกรุงโตเกียวต้องส่งเจ้าหน้าที่ออกไปปฏิบัติการช่วยเหลือราว 2,826 ครั้ง ซึ่งเป็นสถิติที่สูงที่สุดตั้งแต่ปี
วันที่ 26 ม.ค. บีบีซี รายงานว่า เกิดเหตุจลาจลตามซูเปอร์มาร์เก็ต อังแตร์มาร์เช หลายสาขาทั่วประเทศฝรั่งเศส เมื่อมีประชาชนต่างแย่งชิงซื้อ นูเทลลา ช็อกโกแลตเฮเซลนัตทาขนมปัง ในราคาถูก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 25 ม.ค. เมื่ออังแตร์มาร์เชมอบส่วนลดนูเทลลา 70 เปอร์เซ็นต์ โดยลดราคาจาก 4.50 ยูโร (175 บาท) เหลือ 1.4 ยูโร (55 บาท) จนตำรวจได้รับแจ้งเมื่อลูกค้าต่อสู้และกระทบกระทั่งกัน ลูกค้ารายหนึ่งบอกกับสื่อฝรั่งเศสว่า “พวกเขาทำตัวเหมือนสัตว์ ผู้หญิงคนหนึ่งโดนกระชากผม หญิงชราหยิบกล่องทุบศีรษะตัวเอง อีกคนมีเลือดเปื้อนที่มือ” ขณะที่พนักงานอังแตร์มาร์เชในสาขาหนึ่ง ให้สัมภาษณ์ว่า พยายามแยกลูกค้าแล้วแต่ก็ถูกผลักออกมา และมีรายงานว่า นูเทลลที่อังแตร์มาร์เชเก็บในสต็อกถูกขายหมดเกลี้ยงภายใน 15 นาที มีลูกค้ารายหนึ่งตกบวมฟกช้ำ ทาง บริษัท เฟอร์เรโร ผู้ผลิตนูเทลลา แสดงความเสียใจต่อเหตุจลาจลรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมอธิบายว่า การตัดสินใจลดราคาเป็นของอังแตร์มาเชเพียงผู้เดียว ทั้งนี้ นูเทลลาผลิตขึ้นครั้งแรกโดยครอบครัวเฟอร์เรโร ช่วงทศวรรษที่ 1940 ในเมืองเปียด์มงต์ ทางตอนเหนือของอิตาลี ซึ่งมีชื่อเสียงเรื่องเฮเซลนัต โดยในแต่ละป
กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศสภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบนกับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 29 มกราคม จนถึง วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561) ฉบับที่ 7 ลงวันที่ 26 มกราคม 2561 ระบุว่าในช่วงวันที่ 29 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ประเทศไทยตอนบนจะมีสภาพอากาศแปรปรวน โดยมีฝนฟ้าคะนองในระยะแรก หลังจากนั้นจะมีอากาศหนาวเย็นลง อุณหภูมิจะลดลง 6-8 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง โดยเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน ส่วนภาคอื่นๆ รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะได้รับผลกระทบในระยะต่อไป ขอให้ประชาชนดูแลสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย สำหรับภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 31 มกราคม – 4 กุมภาพันธ์ 2561 ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแร
จากกรณีโลกโซเชียลมีการแชร์ภาพจากสมาชิกเฟซบุ๊กท่านหนึ่ง ซึ่งโพสต์ภาพและระบุว่า โดนปรับค่าน้ำจิ้มซีฟู้ดเป็นราคาถึง 600 บาท หลังจากมาทานบุพเฟ่ต์ 4 คน แต่ร้านเอาน้ำจิ้มมาเทรวมกันและปรับขีดละ 100 บาทดังกล่าว (อ่านสาวโวยกินบุพเฟ่ต์หัวละ 300 แต่โดนเทรวม ปรับค่าน้ำจิ้มแพงลิบ 600 บาท!!) เมื่อเวลา 12.20 น. วันที่ 26 ม.ค.61 นางจุรีย์ ใยบัว อายุ 40 ปี เจ้าของร้านบางอ้อปิ้งย่างบุฟเฟ่ต์ทะเลเผาริมถนนสายศรีราชา-ชากค้อ เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ยุทธนา กองตา รองสารวัตรเวร (สอบสวน) สภ.ศรีราชา หลังถูกลูกค้าโพสต์หมิ่นประมาทในเฟซบุ๊กทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง ได้รับความเสียหาย เพราะคนแชร์ต่อไปเยอะมาก โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาช่วงหัวค่ำได้มีสาวประเภท 2 จำนวน 2 คนและหญิงสาววัยรุ่น 2 คนเข้ามาใช้บริการรวม 4 คน ค่าอาหารหัวท่านละ 399 บาท โดยทางร้านจะมีอาหารทะเลประเภทหอยแครง กุ้งตัวใหญ่ ปลาหมึก แบบบริการตนเอง และมีป้ายติดอยู่ทั่วร้านว่ากินไม่หมดปรับขีดละ 100 บาท ทั้งอาหารและน้ำจิ้ม “ในส่วนของน้ำจิ้มมีป้ายบอกไว้แล้วว่าเติมได้ตลอดตักพอทาน ซึ่งทางลูกค้าโต๊ะดังกล่าวก็ได้มีการทิ้งอาหารประเภทอาหารทะเลไว้หลายอย่าง แต่เราคิดแค่เพียง
วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากรมการกงสุล จัดหน่วยหนังสือเดินทางเคลื่อนที่ อำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนที่ จ.น่าน ระหว่างวันที่ 22-26 ม.ค. 2561 ที่ศูนย์ราชการจังหวัดน่าน เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปทำเอกสารหนังสือเดินทาง โดยวันนี้เป็นวันสุดท้ายในการเปิดบริการ ทำให้ประชาชนจังหวัดน่าน และจังหวัดใกล้เคียง แห่พากันเดินทางมายื่นเอกสารทำหนังสือเดินทาง หรือ พาสปอร์ตกันอย่างคึกคัก โดยบางรายมาจองลำดับคิวกันตั้งแต่เมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา และช่วงเช้ามืด ซึ่งใช้วิธีเขียนลำดับเลขพร้อมชื่อในกระดาษวางเรียงต่อแถวกันยาวจากห้องประชุมไปจนถึงทางขึ้นบันไดอาคาร เป็นแถวระยะทางยาวกว่า 200 เมตร นายเชาวลิต แซ่จาง อยู่บ้านสองแคว ต.สะเนียน อ.เมืองน่าน หนึ่งในผู้มารอรับบริการทำหนังสือเดินทาง เปิดเผยว่า มารอทำเอกสารตั้งแต่ช่วงเช้ามืด โดยได้คิวที่ 409 ซึ่งก็ใช้วิธีเขียนลำดับและชื่อวางเรียงต่อจากคนอื่น และนั่งรออยู่ด้านข้าง ทั้งนี้ตั้งใจมาทำพาสปอร์ตเพื่อไปท่องเที่ยวต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม มีผู้เดินทางมายื่นเอกสารทำหนังสือเดินทางกันเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้กำลังเจ้าหน้าที่สามารถรองรับให้บริการได้วันละ 700 ราย
อดีตพระเอก โอ วรุฒ นอกจากมาเผยชีวิตพัง เพราะพิษน้ำเมา ในรายการ ตีสิบเดย์ พร้อมเผยถึงอาชีพ หลังย้ายไปอยู่เชียงใหม่ว่า ตอนแรกจะไปขายไส้กรอกทอด ย่านถนนนิมมานเหมินทร์ แต่รู้สึกมันใกล้แหล่งบันเทิงเกินไป เราพยายามไม่เอาตัวเข้าไปอยู่แถวนั้น สุดท้ายไปเปิดร้านกาแฟที่บ้าน ชื่อ บ้านวรุฒ ให้ความรู้สึกว่า ไม่ได้ไปกินกาแฟที่ร้าน แต่มากินกาแฟที่บ้านไอ้วรุฒมัน ส่วนพวกขนม คุกกี้ น้องสาวจะทำ เปิดมา 4 เดือน วันธรรมดา ก็ปกติ แต่เสาร์-อาทิตย์ พอปิดร้าน แทบไม่มีแรงทำอะไร นอกจากชงกาแฟ ต้องบริการลูกค้าถ่ายรูปด้วย อดีตพระเอกดัง ยังมาแฉวีรกรรมตัวเอง ตอนดื่มหนัก เวลาทำงาน ผมได้ฉายา เจ้าชายสายเสมอ ดื่มมาก บางครั้งไม่ไปทำงานเลย ไปก็พูดไม่รู้เรื่อง มีครั้งหนึ่งถ่ายละครแล้วไปกินเหล้าต่อ ตอนนั้นซื้อรถใหม่ป้ายแดง แอร์เย็นฉ่ำ หลับสบาย จอดรถอยู่กลางแยกบางนา ตอนเช้ารถติดยาว รถร่วมฯ รถปอ. รถตำรวจประกบรถผมหมดเลย ประชาชนมุงหลายร้อยคน ละครกำลังดังมากตอนนั้น เป็นข่าวใหญ่เลย ช่วยกันเขย่ารถผมเท่าไหร่ก็ไม่ตื่น คิดว่าเราตายแล้ว ปลุกไม่ตื่น เรามาดูจากข่าวอีกทีนะ ตอนนั้นเราไม่รู้สึกตัว จนเขาใช้ขวานจามกระจก มาเขย่าตัวผม พอดีมีญาติผม
วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากปัญหามลพิษทางอากาศในปัจจุบันที่สามารถส่งผลอันตรายแก่ร่างกายมนุษย์ได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากการใช้รถใช้ถนนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกวัน จนเป็นเหตุให้เกิดการสะสมของฝุ่นละอองและควันจากท่อไอเสียรถยนต์ที่มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก ซึ่งสามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้โดยง่ายทางการหายใจ หากไม่มีการป้องกันที่ดีก็จะยิ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพ หน้ากากอนามัยจึงเป็นอีกตัวช่วยในการป้องกันมลพิษและเชื้อโรคจากสิ่งแวดล้อมทางอากาศ รวมทั้งเชื้อโรคจากผู้อื่นและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคไปยังผู้อื่นได้เป็นอย่างดี จึงทำให้วงการแพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้คนทั่วไปใช้หน้ากากอนามัย โดยมีการศึกษาพบว่าหน้ากากอนามัยนั้นช่วยกรองเชื้อโรคได้ถึง 80% นายบุญเลิศ พ่วงเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย จังหวัดนครราชสีมา ได้จัดโครงการพัฒนาส่งเสริมวิชาการ(OCOP) ขึ้น ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้นักเรียนและผู้เกี่ยวข้อง ทั้งบุคลากรภายในและภายนอกสถานศึกษา ให้เกิดความพร้อมและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการด้านการศึกษา จัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมการเรียนรู้เพื่อการปฏิบัติงาน เป็นไปอย่างถูกต
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 26 ม.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากพ่อค้าแม่ค้า ที่ตลาดเทศบาลสะพานขาว ซ.เทพกุญชร 32 ม.12 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี โดยนางภาณิดา ฉายอรุณ แม่ค้าขายข้าวแกงบอกว่า ตนเองขายข้าวแกงมาตั้งแต่ปี 2547 พอรู้ว่าตลาดแห่งนี้จะถูกไล่รื้อ ก็รู้สึกใจหาย เพราะพวกเราเป็นคนหาเช้ากินค่ำ และมีร้านค้าอยู่ 57 ร้าน สาเหตุการไล่ที่นี้มาจาก เจ้าของหอแห่งหนึ่งไปร้องเรียนกับทางเทศบาลว่าร้านค้า ตั้งกีดขวางทางเข้าหอพัก ซึ่งก็ต้องขอความเป็นธรรมด้วย เมื่อสอบถามไปทางเทศบาลท่าโขลง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่าทางแม่ค้าเป็นฝ่ายผิด และได้มีหนังสือมาติดที่เสาไฟฟ้า ซึ่งเป็นประกาศเทศบาลเมืองท่าโขลงโดยระบุว่า “เรื่องการรื้อถอนหลังคาเหล็กบริเวณคลองระบายน้ำที่ 1 ม.12 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ด้วยทางเทศบาลเมืองท่าโขลงมีความประสงค์จะรื้อหลังคาเหล็กตลาดเทศบาลสะพานขาวกว้าง 4.00 เมตร ยาว 80.00 เมตร เพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรหนาแน่นบริเวณสะพานเลี่ยวไพรัตน์ และพัฒนาจัดสร้างเป็นสาธารณูประโยชน์ต่อไป จึงขอให้ผู้ประกอบการร้านค้าบริเวณดังกล่าวจัดหาสถานที่ค้าขายแห่งใหม่ และย้ายออกภายใน 1 ปี ซึ่งทางเทศบาลเ
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์โดยสมาชิกเฟซบุ๊กรายหนึ่ง ซึ่งมีการส่งต่อกันอย่างหนัก โดยเป็นภาพในร้านบุฟเฟ่ต์แห่งหนึ่ง ซึ่งผู้โพสต์ได้ถ่ายภาพหลังจากรับประทานเสร็จเรียบร้อยแล้ว บนโต๊ะมีตาชั่งพร้อมกับถ้วยน้ำจิ้มวางอยู่บนนั้น โดยระบุว่า ถูกปรับค่าน้ำจิ้มเป็นเงิน 600 บาท! โดยโพสต์ดังกล่าวระบุว่า “เพิ่งเคยพบเคยเจอ กินทะเลเผาชั่งน้ำจิ้มขีดล่ะ 100 กู 6 ขีด ล่อ 600 เลยจ่ะ😣🤧 คือ แดกทะเลเผาได้อีก 2 คน”
