ข่าววันนี้
เริ่มใช้จริงวันนี้! ‘น้องเก๊กฮวย’ รถไฟฟ้าสายสีเหลือง สถานีลาดพร้าว-สถานีสำโรง ค่าโดยสารเริ่มต้น 15 บาท เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2566 เฟซบุ๊ก รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง เผยข่าว การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และ บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด ผู้รับสัมปทานโครงการรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง แจ้งว่า รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง เตรียมจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ ทั้ง 23 สถานี จากสถานีลาดพร้าว ถึง สถานีสำโรง ตั้งแต่วันที่ 3 กรกฎาคม 2566 เป็นต้นไป โดยมีอัตราค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 15 บาท สูงสุด 45 บาท รายละเอียดแสดงตามตารางอัตราค่าโดยสาร ดังนี้ เดินทาง 2 สถานี 18-21 บาท เดินทาง 3 สถานี 22-24 บาท เดินทาง 4 สถานี 24-28 บาท เดินทาง 5 สถานี 27-32 บาท เดินทาง 6 สถานี 30-36 บาท เดินทาง 7 สถานี 33-40 บาท เดินทาง 8 สถานี 38-43 บาท เดินทาง 9 สถานี 42-45 บาท เดินทาง 10 สถานีขึ้นไป 45 บาท ผู้โดยสารสามารถชำระค่าโดยสารรถไฟฟ้า MRT สายสีเหลือง ได้ 3 วิธี ดังนี้ บัตรโดยสารประเภทเที่ยวเดียว (Single Journey Card) โดยออกบัตรได้ที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสาร หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ ณ ห้องจำหน่ายบัตร
แฟรนไชส์ ครึ่งปีหลัง ธุรกิจไหนต้องระวัง ธุรกิจไหนน่าลงทุน ฟังกูรู ฟันธง คุณอมร อำไพรุ่งเรือง ในฐานะที่ได้การยอมรับ ยกให้เป็น “กูรู แฟรนไชส์” ให้สัมภาษณ์ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า ช่วงเวลานี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ “การดูแลผู้สูงอายุ” และ “คลินิกความงาม” มีความคึกคัก บรรดานักลงทุนหลายท่าน ให้ความสนใจกันมาก สังเกตเวลาขับรถขึ้นทางด่วน จะเห็นโฆษณาธุรกิจดังกล่าวเป็นจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจทั้ง 2 ตัว ยังคงเป็นเทรนด์ และไปได้อยู่ คุณอมร บอกต่อ ธุรกิจร้าน “สะดวกซัก” ช่วงนี้ ยังไปได้ แต่ต้องเลือกทำเลให้ดี อาหารเพื่อสุขภาพ อาหารที่ทานแล้วสวย น่าจะไปได้ ตราบใดที่สถานเสริมความงามยังดีอยู่ ธุรกิจตู้หยอดเหรียญ มีหลายค่ายกำลังจะออกตลาด และ สินค้าน่าจะมาแรงในไม่ช้า ได้แก่ ตู้หรือสถานีชาร์จรถไฟฟ้า “ธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร-เครื่องดื่ม หลายตัว อยู่ในภาวะแข่งขันรุนแรง อย่าง ชานมไข่มุก หรือกาแฟ ซึ่งมีผู้ประกอบการในตลาดจำนวนมาก คนที่คิดจะซื้อแฟรนไชส์ จึงต้องระวัง เลือกซื้อด้วยความรอบคอบ ศึกษาให้ดีว่าแฟรนไชซอร์ เป็นใคร ใช่พวก ตีหัวเข้าบ้าน หรือไม่” กูรูแฟรนไชส์ บอกอย่างนั้น หากไม่อยากเจอกับแฟรนไชส์ป
อันยองฮาเซโย อึ่งไข่ซีอิ๊วเกาหลี เจ้าแรกของโลก จากวัตถุดิบพื้นบ้านสู่เมืองหัวหิน ไปไกลแล้วโลกนี้ ‘อึ่งไข่ดองซีอิ๊วเกาหลี’ ของร้าน กูจาดอง 꾸 짜 덩-ทะเลดองเกาหลี ต้นตำรับ สาขาหัวหิน ที่ขายเมนูทะเลดอง แซลมอนดอง ปูดอง กุ้งดอง หอยดอง นับว่าเป็นเมนูสุดสร้างสรรค์เรียกกระแสตอบรับล้นหลาม ในขณะเดียวกัน จาก อึ่งไข่ ธรรมดาๆ วัตถุดิบบ้านๆ ก็ถูกยกระดับจากต้มหรือแกงให้ไปไกลกว่าเมนูเดิมๆ แม้ว่าอึ่งไข่จะเป็นวัตถุดิบบ้านๆ แต่ราคานั้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 400-500 บาท และเป็นวัตถุดิบที่พบอย่างแพร่หลายในช่วงฤดูฝน อย่างไรก็ดี การที่อึ่งไข่ นำไปต่อยอดในเมนูอื่นนับเป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ เพราะในอนาคตหากประสบผลสำเร็จและไม่ได้เป็นแค่กระแส สามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะยาวได้ด้วยเช่นกัน ขอบคุณภาพจาก กูจาดอง
ยกระดับ เครื่องสำอางกลุ่มย้อนวัย แบรนด์ไทยแท้ คุณภาพระดับโลก พท.ป.เบญจวรรณ หมายมั่น แพทย์แผนไทยประยุกต์ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กล่าวว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมเครื่องสำอางทั่วโลก มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ CBD กำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยม ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบของสกินแคร์ เมกอัพ และดูแลผิวหนังเส้นผม นอกจากนี้ สารสกัด CBD ยังสามารถใช้กับการลดการอักเสบผิว ในโรคสะเก็ดเงิน ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ผื่นคัน สิว สิวอักเสบ ด่างขาว ฝ้า และ ลดปวดในมะเร็งผิวหนัง ที่ผ่านมา มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้ทำการศึกษาวิจัยสรรพคุณของสารสกัด CBD เพื่อนำมาเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางกลุ่มสกินแคร์ และออกมาเป็นผลิตภัณฑ์แบรนด์ไทย 3 รายการ คือ หนึ่ง อภัย แอดวานซ์ รีแพร์ ยูธ แอคติเวติ้ง เซรั่ม ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า เซรั่มสูตรเข้มข้นที่มีส่วนผสมของสารสกัด CBD และสารสกัดสมุนไพรธรรมชาติ 6 ชนิด ได้แก่ ว่านหางจระเข้ บัวบก และสารสกัดมังคุด หญ้ารีแพร์ ผักเบี้ยใหญ่ ประดู่ทุ่ง ผสานโมเลกุลไฮยาลูรอน และอะมิโนเพนทาเปปไทด์เข้มข้นที่สามารถซึมซาบสู่ผิว พร้อมบำรุงผิวพรรณ และช่วยให้ริ้วรอยแลดูลดเลือนลง พร้อมปกป้อ
สิ้นเดือนนี้ ฝากท้องไว้กับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมนูง่ายๆ กินอย่างไร ให้มีประโยชน์ สิ้นเดือนทีไร เหมือนสิ้นใจทุกที! ทำให้หลายคนต้องฝากท้องไว้กับ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เมนูทำง่ายกินง่าย แถมยังรสชาติอร่อย แต่ในการกินนั้น จะกินอย่างไรให้มีประโยชน์ ลองมาดูวิธีการที่กรมอนามัยแนะนำไว้ดีกว่า ขั้นแรก ต้มน้ำให้เดือด แล้วเทน้ำทิ้งเพื่อลดความเค็มและโซเดียม จากนั้นเติมน้ำต้มจนสุก ต่อไป เพิ่มวัตถุดิบ เช่น ผัก ไข่ เนื้อสัตว์ หรือเต้าหู้ เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหาร และควรเลี่ยงใส่ผงปรุงรสหมดซอง และเลี่ยงกินน้ำซุปหมดถ้วย และควรเลือกซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่มีตราสัญลักษณ์ “ทางเลือกสุขภาพ” ข้อแนะนำ : ไม่ควรกินเกินวันละ 1 ซอง/ไม่เกินสัปดาห์ละ 2-3 ซอง และไม่ควรกินดิบ
เฮลซ์บลูบอย เริ่มต้นจากร้านโชห่วย สู่รายได้พันล้าน เปิดตัวบลูฮาวาย กลิ่นใหม่ในรอบหลายสิบปี เชื่อว่าหลายบ้านต้องมีขวดน้ำหวานสีแดงติดบ้านกันไว้บ้าง นั่นคือ เฮลซ์บลูบอยกลิ่นสละ ทั้งยังเป็นรสชาติที่คุ้นเคยกันมาตั้งแต่เด็ก และเป็นรสชาติขายดีของแบรนด์ มาวันนี้ เฮลซ์บลูบอยเปิดตัวน้ำหวานสีฟ้าตัวใหม่ กลิ่นบลูฮาวาย แม้หลายความเห็นในโลกออนไลน์จะคอมเมนต์ในทิศทางว่ามาช้า แต่ในด้านของแบรนด์น้ำหวานที่อยู่มามากกว่า 6 ทศวรรษ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ เพราะไม่แน่เราอาจจะได้เห็นสี และกลิ่นอื่นๆ ของเฮลซ์บลูบอยมากขึ้นก็เป็นได้ ซึ่งเรื่องราวที่มาที่ไปจะเป็นอย่างไร 9 กลิ่นก่อนหน้ามีอะไรบ้าง จุดเริ่มต้น “เฮลซ์บลูบอย” เรื่องราวของแบรนด์น้ำหวานแบรนด์นี้ เริ่มต้นเมื่อปี 2502 จากการมองเห็นโอกาสและการคิดค้นโดย พี่น้อง 4 คนแห่งตระกูลพัฒนะเอนก ซึ่งขณะนั้นยังทำร้านโชห่วย และเห็นช่องว่างของธุรกิจนี้ เพราะยังมีน้อยมากในตลาดเมืองไทย จึงได้เริ่มพัฒนาสูตรน้ำหวาน และวางขายที่ร้านของตัวเอง แต่กลับกลายเป็นว่า สินค้าขายดีอย่างมาก จึงมองเห็นโอกาสใหม่ นั่นคือ การสร้างแบรนด์ ซึ่งเฮลซ์บลูบอย ถือเป็นแบรนด์น้ำหวานลำดับแรกๆ
ผู้ค้าออนไลน์ต้องรู้! How To เช็ก สลิปปลอม ป้องกันการหลอกโอนเงินทิพย์ หนึ่งในปัญหาที่ คนขายของออนไลน์ มักพบ คือ สลิปปลอม ที่มิจฉาชีพแฝงมาในคราบของลูกค้าได้ใช้ในการหลอกลวงว่า ได้โอนเงินให้แล้ว ทั้งๆ ที่ยังไม่ได้โอนเงินจริง ทำให้พ่อค้าแม่ค้าออนไลน์หลงเชื่อ ส่งสินค้าให้ จนก่อให้เกิดความเสียหายทั้งกับร้านและวงการขายสินค้าออนไลน์ เพจ เตือนภัยออนไลน์ ได้เผยวิธีเช็ก สลิปการโอนเงินของจริง รวมถึงสลิปการโอนของปลอม ที่ใช้ได้กับทุกธนาคาร ดังนี้ สังเกต QR Code ในสลิปการโอนเงิน โดยผู้รับโอนหรือฝั่งทางผู้ค้าออนไลน์ เซฟรูปสลิปที่ได้รับมาเข้าในเครื่องของผู้ค้า จากนั้นเปิดแอปธนาคารอะไรก็ได้แล้วเลือกรูปเพื่อสแกน QR Code ในสลิปนั้นๆ เมื่อสแกนแล้วรายละเอียดต้องตรงกันกับที่ผู้ค้าออนไลน์ได้รับมา ข้อควรระวังคือ ห้ามใช้แอปอื่น ที่ไม่ใช่แอปธนาคารสแกน QR Code เพราะจะสแกนไม่ได้ ส่วนร้านไหนที่มียอดขายเยอะ ให้ใช้บริการแจ้งเตือนเงินเข้า-ออกที่หลายๆ ธนาคารเปิดให้บริการเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบจะดีที่สุด
แฟรนไชส์มาแรง จับตา ศูนย์ผู้สูงอายุ คลินิกความงาม สถานีชาร์จรถไฟฟ้า สถานการณ์แฟรนไชส์ในบ้านเรา ช่วงครึ่งปีหลัง 2566 จะยังสดใสหรือหดตัวลงหรืออย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ขอให้ทาง “กูรู” ของวงการ อย่าง คุณอมร อำไพรุ่งเรือง มาช่วยอัปเดตให้ในโอกาสนี้ “ที่ผ่านมารับงานที่ปรึกษาและบรรยายมาหลายเวที ประเมินเบื้องต้นได้ว่า ภาพรวมแฟรนไชส์บ้านเรา ช่วงครึ่งปีหลังนับจากนี้จะคึกคักพอสมควร เพราะเป็นปีแรกหลังโควิดซา เศรษฐกิจในทุกระดับเริ่มเดินและกำลังจะวิ่งได้แล้ว” คุณอมร เริ่มต้นอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ ช่วงต้นปีที่ผ่านมา วงการแฟรนไชส์ เป็นสินค้าประเภท อาหาร-เครื่องดื่ม ราว 90-95 เปอร์เซ็นต์ แต่ช่วงเวลานี้มีธุรกิจโดดเด่นขึ้นมา โดยเฉพาะ ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ คลินิกเสริมความงาม งานบริการต่างๆ เช่น รับติดตั้งแอร์ ติดม่าน มุ้งลวด เหล็กดัด รวมถึงสถานีชาร์จรถไฟฟ้า ก็กำลังมีความคึกคักหลายเจ้า “ภาพรวมแฟรนไชส์ นับจากนี้ มีแนวโน้มที่ดี ซึ่งถ้าดูตัวเลขการติบโตของแฟรนไชซอร์ ในช่วงโควิด ความจริงไม่ได้ลดลง แต่เพิ่มขึ้นในอัตราที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งปีหลัง 2566 นี้ คาดว่าน่าจะกลับมาโตเหมือนเดิม แฟรนไชซอร์ ที่เป็นผู้
ก.แรงงาน ลุยสร้างผู้ประกอบการร้านสตรีตฟู้ดกว่า 30,000 รายทั่วประเทศ สร้างอาชีพ เพิ่มมูลค่า ฟื้นเศรษฐกิจฐานราก นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงแรงงานได้เปิดตัวโครงการพัฒนาส่งเสริมอาชีพผู้ประกอบการร้านสตรีตฟู้ด (Street Food) ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมานั้น ซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนความรู้และทักษะในการประกอบอาชีพร้านสตรีตฟู้ดเบื้องต้นให้แก่ผู้ว่างงาน ผู้ถูกเลิกจ้าง และผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมทั้งสร้างโอกาสในการเข้าสู่อาชีพร้านสตรีตฟู้ด ตลอดจนเสริมความรู้ให้ผู้ประกอบการนำไปสู่การเพิ่มยอดขายสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม ซึ่งร้านอาหารสตรีตฟู้ดของไทยเป็นที่นิยมทั้งในประเทศและต่างประเทศ สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศ เกิดเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจปีละกว่า 2.21 ล้านล้านบาท รัฐบาลจึงได้เร่งผลักดันให้สตรีตฟู้ดของไทยเกิดการขยายตัวเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจรวมทั้งสร้างอาชีพสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนนั้น นายบุญชอบ กล่าวต่อว่า สำหรับโครงการ
เปิดพฤติกรรม Gen Y ใช้ไลน์นานสุด 100 นาทีต่อวัน และส่วนใหญ่ใช้เพื่อทำงานมากถึง 82% นายนรสิทธิ์ สิทธิเวชวิจิตร รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ LINE ประเทศไทย กล่าวว่า กลุ่มเจนวาย (Gen Y) กลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาประเทศ หลังจากไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยมาแล้วเกือบ 5 ปี สิ่งนี้ผลักดันให้ไลน์พยายามพัฒนาโซลูชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเสริมสร้าง Work Life Balance ให้กับกลุ่มเจนวายที่ขึ้นชื่อว่าเป็นวัยเดอะแบกด้วย “ประเทศไทยเป็นสังคมสูงวัยมาแล้วเกือบ 5 ปี หมายความว่า ประชากรที่อายุเกิน 60 ปี มีสัดส่วนมากกว่า 10% และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต ซึ่งประชากรวัยทำงานจะมีจำนวนลดลงมาก ส่งผลต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่เป็นไปอย่างช้าๆ สำหรับประเทศไทย จะเห็นว่ากลุ่มเจนวาย (อายุ 28-42 ปี) ต้องแบกรับภาระในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยในหลายมิติ ดังนั้น กลุ่มเจนวายจึงเป็นกำลังสำคัญของวัยทำงานในยุคที่ไทยเข้าสู่สังคมสูงวัย” นายนรสิทธิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เจนวายเป็นกลุ่มผู้ใช้งานส่วนใหญ่ของไลน์สอดคล้องกับจำนวนประชากรเจนวายที่มีสัดส่วนมากที่สุดในประเทศ ปัจจุบัน
