ข่าววันนี้
กระทรวงวัฒนธรรม โดยสำนักหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากร รวบรวมภาพพระราชประวัติ ภาพพระราชกรณียกิจ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประชาชนสามารถดาวน์โหลดภาพได้ที่ www.finearts.go.th/nat ซึ่งจะมีการทยอยดาวน์โหลดขึ้นเว็บไซต์ วิธีการดาวน์โหลดหรือบันทึกภาพจากเว็บไซต์ ดังนี้ 1. คลิกที่ “ประมวลภาพเหตุการณ์งานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช” 2. คลิกที่หัวข้อ “พระราชกรณียกิจ” 3. คลิกที่รูปภาพที่ต้องการ คลิกขวา “บันทึกรูปภาพเป็น” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 20 ต.ค. ที่ เวิร์คพอยท์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี มีการถ่ายทำมิวสิควิดิโอเพลง “ฟ้าร้องไห้” ประพันธ์คำร้องทำนอง โดยศิลปินแห่งชาติ อาจารย์ชลธี ธารทอง นำทีมศิลปินลูกทุ่งทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ แม่ผ่องศรี วรนุช ศิลปินแห่งชาติ, พ่อไวพจน์ เพชรสุพรรณ ศิลปินแห่งชาติ, สดใส รุ่งโพธิ์ทอง, สุนารี ราชสีมา, ไชยา มิตรชัย, มนต์สิทธิ์ คำสร้อย, ศิรินทรา นิยากร, เอกชัย ศรีวิชัย, พรศักดิ์ ส่องแสง, ปอยฝ้าย มาลัยพร, เจเน็ต เขียว ฯลฯ มาร่วมขับร้องเพลงเพื่อแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาจารย์ชลธี กล่าวว่า “หลังจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสวรรคต คนไทยทุกคนเศร้าเสียใจ ร้องไห้กันระงม ผมทำอะไรไม่ถูก คิดอะไรไม่ออก น้ำตาไหล นั่งทำใจอยู่พักใหญ่ๆ วันนี้เราไม่มีพ่อแล้วหรอ ท่านจากเราไปแล้วจริงหรือ นั่งถามตัวเอง มาคิดว่าจะทำอะไรเพื่อพระองค์ท่าน ก็เลยคิดว่าต้องแต่งเพลง ในฐานะนักแต่งเพลง แต่งเพลงแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน รำลึกถึงเหตุการณ์ 13 ตุลาคม 2559 คนไทยสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ เพื่อถวายพระองค์ในฐานะที่ท่านมีคุณูปการต่อพสกนิกรชาวไทยทุกคน รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน” “เพลงนี้แต่งยากมา
ประกาศขอเดินตามรอยพ่อ ใช้ชีวิตพอเพียง โดยโพสต์ในอินสตาแกรม @djeaky ว่า เตรียมตัวเก็บของ เพื่อย้ายกลับไปอยู่บ้านเดือนหน้า ผมคิดไว้ว่าจะเลี้ยงปลา ปลูกพืชผักมุมเล็ก ๆ ไว้ทานเอง ตั้งใจทำงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่บ่น ไม่วีน เปลี่ยนมุมมองบางอย่างในชีวิตใหม่ #พอเพียง ความกตัญญูต่อพ่อแม่ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด ในช่วงชีวิตนึงผมเคยละเลยพวกเค้า แต่ผมก็มาคิดได้ตั้งแต่ที่ท่านทั้งสองไม่ค่อยสบาย เรามีพ่อแม่ได้คนเดียวในชีวิต ลองถามตัวเองกันดูนะครับทุกวันนี้ เรามีเวลาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับท่านอาทิตย์ละกี่มื้อ เดือนๆนีงเราให้เงินพ่อแม่บ้างไม๊? หรือนึกถึงแต่ความจำเป็นของตัวเอง #ตามรอยเท้าพ่อ #ปรับเปลี่ยนชีวิต #ความจริงที่บางคนอาจลืมแบบไม่ตั้งใจ #หาแสนให้สี่พันหรือหาแสนให้ห้าหมื่น #ตัวคุณๆรู้ดีนะครับ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เว็บไซต์ เน็กซ์ชาร์ก ของอินโดนีเซียนำเสนอเรื่องราวของ ปาโบล ปูเตรา เบนัว หนุ่มนักธุรกิจพันล้าน ขอแต่งงานกับ เรย์ อูตามี พิธีกรรายการทีวีและนักแสดงตลกชื่อดัง หลังเจอกันผ่านแอพพลิเคชั่นหาคู่“ทินเดอร์” แล้วศึกษาดูใจกันแค่ 7 วัน ทั้งคู่ออกเดตกันครั้งแรกด้วยบรรยากาศโรแมนติก จนเจอกันวันที่ 2 นายปาโบลพาแฟนสาวไปซื้อรถฮอนด้า HRV ราคา 28,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 977,000 บาท) วันต่อมา เศรษฐีหนุ่มก็ให้ของขวัญสุดแพงเป็นนาฬิกาข้อมือหรู ราคา 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (10 ล้านบาท) วันที่ 4 นายปาโบลเซอร์ไพรส์แฟนสาวโดยขอแต่งงาน และวันรุ่งขึ้นก็ไปสู่ขอพ่อแม่ฝ่ายหญิง ก่อนมาเตรียมงานแต่งงานในวันที่ 6 และจัดงานแต่งงานแบบส่วนตัวในวันที่ 7 โดยมีแขกร่วมงานเพียง 40 คน เรื่องราวนี้ถูกวิจารณ์อย่างหนักในโลกออนไลน์ โดยมีข่าวลือว่า พิธีกรสาวจับคู่แต่งงานง่ายๆ เพราะต้องการจับผู้ชายรวยและเอาใจโดยซื้อของแพงๆ ให้ แต่เจ้าตัวตอบโต้กลับทันทีว่า ปาโบลพิสูจน์ให้เห็นชัดว่า รักตนมากแค่ไหน จึงไม่ลังเลที่จะแต่งงานกับเขา ที่มา ข่าวสด
นายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวในโอกาสจัดงาน “กระทรวงอุตสาหกรรมร่วมใจ…น้อมอาลัยพ่อหลวง” ที่กระทรวงอุตสาหกรรมจัดขึ้นวันที่ 20-21 ตุลาคม 2559 ว่า วันแรกของการจัดงานมีประชาชนสนใจเข้าร่วมงานอย่างมาก ประมาณ 1,500 คน เพราะเสื้อผ้าที่จำหน่ายมีหลากหลาย ทั้งเสื้อทำงานสำหรับข้าราชการ เอกชน เสื้อลำลอง เสื้อยืด ผ้าไหมและผ้าฝ้ายสีดำ เครื่องประดับเข้าชุดผ้าไหม กระเป๋า รองเท้าสีสุภาพ รวมทั้งชุดไทยสีดำสำหรับร่วมพิธีการของสำนักพระราชวัง ราคาเริ่มต้นที่ 60 บาท และจำหน่ายสีย้อมผ้า บริการย้อมเสื้อดำฟรี โดยทางกระทรวงฯอาจจะพิจารณาขยายระยะเวลาการจัดงาน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ซื้อเสื้อผ้าสีดำสำหรับแต่งกายแสดงความจงรักภักดีและความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในราคาถูกจากผู้ประกอบการที่มาออกบูธจำหน่ายสินค้ามากกว่า 60 ราย นายสมชายกล่าวว่า นอกจากนี้ ได้หารือกับสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อประสานไปยังผู้ประกอบการในพื้นที่ในการจัดหาสถานที่จำหน่ายเสื้อผ้าราคาโรงงานอีกหลายแห่งกระจายให้ทั่วถึงประชาชน รวมถึงเปิดให้บริการยอมผ้าฟรีแก่ประชาชน พร้อมให้ความรู้เรื
วันที่ 9 ส.ค. 2542 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามรถไฟฟ้ามหานคร รถไฟฟ้าใต้ดินสายแรกของประเทศไทยว่า เฉลิมรัชมงคล อันมีความหมายว่า “งานเฉลิมฉลองความเป็นมงคลแห่งความเป็นพระราชา” ต่อมาเมื่อวันที่ 3 ก.ค. 2547 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินสถานีรถไฟฟ้าหัวลำโพง เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดใช้รถไฟฟ้าใต้ดินโดยทรงประทับรถไฟฟ้าพระที่นั่งไปยังสถานีปลายทางที่ศูนย์ซ่อมบำรุงสถานีพระราม9เพื่อกดปุ่มระบบคอมพิวเตอร์เปิดการเดินรถอย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ยังทรงรับสั่งขอให้รัฐบาลในขณะนั้นเร่งรัดการก่อสร้างส่วนต่อขยายของโครงการรถไฟฟ้ามหานครให้มีโครงข่ายครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลเพื่อแก้ปัญหาการจราจรติดขัดให้กับประชาชนในอนาคต สำหรับรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นเส้นทางเชื่อมจาก”หัวลำโพง-บางซื่อ”ก่อสร้างโดยการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ในปี 2542 หลังสร้างเสร็จได้เปิดให้ประชาชนทดลองใช้วันที่ 13 เม.ย. 2547 มีระยะทาง 20 กม. จำนว
วันนี้ (20 ตุลาคม 2559) เวลา 12.00 น. ผู้สื่อข่าวประชาชาติธุรกิจรายงานว่า เจ้าหน้าที่เทศกิจซึ่งประจำการอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ได้มีการประชุมด่วนหารือเรื่องการจัดระเบียบพ่อค้าแม่ค้าที่นำของมาจำหน่าย ได้ข้อสรุปว่า ไม่อนุญาตให้นำสิ่งของทุกชนิดมาจำหน่ายในบริเวณสนามหลวง แหล่งข่าวได้ระบุว่า ตามปกติยามมีงานพระราชพิธีก็ไม่อนุญาตให้จำหน่ายสินค้าอยู่แล้ว แต่เนื่องจากในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการผ่อนปรน เพราะเห็นว่ายังอยู่ในช่วงเวลาที่ประชาชนโศกเศร้าเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อาจต้องการหาซื้อพระบรมฉายาลักษณ์หรือของที่ระลึกต่างๆ แต่เนื่องจากในระยะหลังมานี้ พบว่ามีการนำพระบรมฉายาลักษณ์มาวางจำหน่ายในที่ที่ไม่เหมาะสม พร้อมทั้งยังมีการจำหน่ายในลักษณะของการยัดเยียดอีกด้วย สำหรับสิ่งของที่จำเป็นต่อผู้ที่เดินทางมาถวายความอาลัยแด่พระบรมศพ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทางเจ้าหน้าที่ก็เห็นว่ามีผู้มีจิตศรัทธานำมาแจกเป็นจำนวนที่เพียงพอแล้ว ทั้งนี้ วันนี้จึงเริ่มมีการประกาศห้ามจำหน่ายสินค้าทุกประเภท ไม่ว่าจะในลักษณะตั้งแผงหรือเร่จำหน่ายในพื้นที่ท้องสนามหลวง หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบจะยึดส
วันที่ 20 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวลงสำรวจร้านข้าวแกงชื่อ “ครัวสตางค์” อยู่ริมถนนเพชรเกษม ข้างสนามกีฬากลางจังหวัดระนอง หลังทราบว่าในวันนี้จะเปิดบริการให้กินฟรี พบว่ามีประชาชนมาใช้บริการอย่างคึกคัก นายสิงหา ถวายสัตว์ เจ้าของร้านบอกว่า ทางร้านต้องการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลให้กับพ่อหลวง จึงได้เปิดบริการข้าวแกงและน้ำดื่มฟรีในวันนี้ เพื่อให้ทุกคนได้มาใช้บริการกัน เพราะในทุกวันนี้การเปิดร้านก็เป็นแบบเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว เนื่องจากข้าวแกงที่นี่ราคาถูก แกงถุงละ 20 บาท และข้าวแกงจานละ 25 บาท ด้าน นายพงษ์พันธ์ แพน้อย เจ้าของร้านอีกคนหนึ่งบอกว่า นอกจากจะเปิดบริการให้กินฟรีกันในวันนี้แล้ว ทางร้านยังเปิดรับบริจาคเงินกับทุกคน เพื่อนำมาสมทบทุนมอบให้กับศูนย์การศึกษาพิเศษ เพื่อนำไปมอบให้กับเด็กพิเศษ เนื่องจากทุกคนสามารถมากินอาหารที่ร้านได้ แต่เด็กพิเศษอีกหลายคนไม่มีโอกาสได้มา จึงอยากจะให้โอกาสกับเด็กพิเศษเหล่านั้นด้วย ที่มา มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม นายสุทธิ สุโกศล ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองโฆษกกระทรวงแรงงาน แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) ชุดที่ 19 มีมติปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำทั่วประเทศ ในปี 2560 แบ่งค่าจ้างเป็น 4 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่มแรกไม่ขึ้นค่าจ้างใน 8 จังหวัด กลุ่มที่ 2 ขึ้นค่าจ้าง 5 บาท ใน 49 จังหวัด กลุ่มที่ 3 ขึ้นค่าจ้าง 8 บาท ใน 13 จังหวัด และกลุ่มที่ 4 ขึ้นค่าจ้าง 10 บาท ใน 7 จังหวัด นั้น ยันยันว่า การพิจารณาการปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ประจำปี 2560 ทุกขั้นตอนภายใต้คณะกรรมการค่าจ้าง ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนรอบด้านแล้ว ซึ่งข้อมูลทุกอย่างได้ผ่านการพิจารณาให้ความเห็นชอบจากคณะอนุกรรมการค่าจ้างจังหวัดแต่ละจังหวัดที่มีผู้แทนทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง รวมทั้งผ่านการพิจารณาจากคณะอนุกรรมการวิชาการและกลั่นกรอง “สำหรับการพิจารณาครั้งนี้ได้มอบหมายให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจไปกำหนดแนวทางเพื่อใช้สูตรการคำนวณใหม่ ซึ่งเพิ่มเติมตัวชี้วัดจากปัจจัยทางเศรษฐกิจให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะปัจจัยที่เกี่ยวข้อง อาทิ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอัตราค่าจ้างที่ลูกจ้างได้รับในปัจจุบัน ดัชนีชี้วัดค่าครองชีพ อัตราค่
ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ อดีตหัวหน้าคณะแพทย์ที่ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงเมื่อครั้งที่ถวายการรักษาในอดีต ว่า พระองค์ทรงมีพระราชกระแสในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแพทย์และคนไข้ว่า ให้พวกเราอ่อนน้อม ถ่อมตน ทุกคนมีดี อย่าไปดูถูกใคร ซึ่งพระราชกระแสนี้ได้นำมาถ่ายทอดมอบให้แก่คณะแพทย์และชาวศิริราชทุกคน ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ตลอด โดยทุกคนมีดีหมด อย่าไปดูถูก ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน หากทำได้ ไมตรีจิตก็จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ หรือผู้ป่วยก็ตาม และจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยและญาติดีขึ้น เป็นพระราชกระแสที่มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพวกเราชาวไทยที่จะนำไปใช้ได้ ศ.คลินิก นพ.ธีรวัฒน์ กล่าวด้วยว่า การที่ประชาชนมาให้กำลังใจพระองค์ท่านในรูปแบบต่างๆ หรือการเปล่งเสียง “ทรงพระเจริญ” ท่านทรงได้ยินตลอดและทรงมีพระพักตร์แจ่มใสขึ้น พระองค์ท่านทรงรับรู้ตลอดเวลาว่าประชาชนเป็นห่วงพระองค์ท่านมากเพียงใด ดังนั้น ตนจึงเห็นว่ากำลังใจเป็นเรื่องที่ดี ยิ่งในผู้ป่วยทุกคนถือว่าสำคัญที่สุด ที่มา ข่าวสด
