ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ผู้ประกอบการรถแท็กซี่มิเตอร์ ของสหกรณ์บริการรถยนต์และบริการธุรกิจกระบี่ จำกัด จำนวน 24 คัน ที่ให้บริการรับส่งผู้โดยสาร นักท่องเที่ยว ภายในท่าอากาศยานนานาชาติกระบี่ ตำบลเหนือคลอง อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ เปิดให้บริการรับส่งผู้โดยสาร ประชาชน นักท่องเที่ยว จากสนามบินกระบี่ยังสถานที่ต่างๆ โดยไม่คิดค่าบริการ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.ถึง 20.00 น. หรือเที่ยวบินไฟลต์สุดท้ายที่ลงจอดที่สนามบินกระบี่ เป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ สร้างความประทับใจแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก นายนาคิน เพ็ชรสูตร ประธานสหกรณ์บริการรถยนต์และบริการธุรกิจกระบี่จำกัด เปิดเผยว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงสนพระราชหฤทัยและทรงห่วงใยในการพัฒนาชนบทเป็นอย่างยิ่ง จึงได้มีโครงการพัฒนาชนบทตามพระราชดำริหลายโครงการ แต่ละโครงการมุ่งหมายที่จะพัฒนาให้ประชาชนพึ่งตนเองได้เป็นสำคัญ และจะต้องมีสหกรณ์เข้าไป เป็นงานส่วนหนึ่งของโครงการ จนประสบความสำเร็จ สมาชิกสหกรณ์บริการรถยนต์และบริการธุรกิจกระบี่ จำกัด ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่
โบราณ กล่าวคือ เมื่อพระมหากษัตริย์เสด็จสวรรคต ประชาชนจะโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ อย่างไรก็ตาม ธรรมเนียมนี้รัชกาลที่ 6 โปรดให้ยกเลิกไป “มติชนออนไลน์” ได้สอบถามไปยัง นายนิวัฒน์ พิกุล ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้โกนศีรษะ นายนิวัฒน์กล่าวว่า ตนอยากแสดงออกถึงความรักที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดยได้ทราบว่าในสมัยโบราณมีการโกนศีรษะไว้ทุกข์ จึงตัดสินใจทำตาม เห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรอนุรักษ์ไว้ “ผมรักในหลวงเหมือนทุกๆคน อยากแสดงออกอะไรก็ได้ที่เราพอทำได้ พอได้รู้ว่าน้องกลุ่มหนึ่งชื่อกลุ่มแต่งไทย เขาอยากรักษาวัฒนธรรมแบบโบราณ ก็เห็นว่าดีที่เราควรอนุรักษ์ไว้” นายนิวัฒน์กล่าว ทั้งนี้ ธรรมเนียมการไว้ทุกข์ด้วยการโกนศีรษะ มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา เชื่อกันว่าสืบทอดมาจากธรรมเนียมของอินเดีย ซึ่งจะโกนศีรษะไว้ทุกข์เมื่อญาติผู้ใหญ่ และพระมหากษัตริย์สวรรคต อย่างไรก็ตาม ใน สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงประกาศว่า ราษฎรไม่ต้องโกนศีรษะเพื่อไว้ทุกข์ให้พระบาทสมเด็จพระปื่นเกล้าเจ้าอยู่หัว ต่อมา ได้ถูกยกเลิกถาวร ในสมัยรัชกาลที่ 6 เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชปรารภว่า ควร
ผู้สื่อข่าวได้รายงานเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่งที่ในอดีต ขณะที่อายุในขณะนั้นเพียง 7 ขวบ ได้เขียนจดหมายฉบับหนึ่งเพื่อเป็นการถวายฎีกาในหลวงช่วยรักษาพ่อที่ป่วย จนทางสำนักราชวังได้ตอบจดหมายกลับมายังที่ครอบครัวไม่เคยคาดคิด ปัจจุบันเด็กชายคนดังกล่าวอายุ 14 ปีแล้วที่ได้รับพระราชทานตามถวายฎีกา คือ ด.ช.นที หรือน้องโอ บุญยสุขานนท์ อายุ 14 ปี อยู่ที่ ต.พงสวาย อ.เมือง จ.ราชบุรี ผู้ที่เคยเขียนจดหมายถวายฎีกาถึงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อขอให้มารักษานายไพโรจน์ วารวร อายุ 60 ปี พ่อบุญธรรมซึ่งมีอาการป่วยเป็นแผลที่ขา และตามองไม่ค่อยเห็น ต่อมาสำนักพระราชวังมีหนังสือตอบรับกลับมาและมารับตัวนายไพโรจน์ไปรักษา ซึ่งถือเป็นความปลื้มปีติและเป็นพระมหากรุณาธิคุณของครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งในวันที่เขียนจดหมายถวายฎีกาวันที่ 2 มิ.ย. 52 จนถึงวันนี้ เป็นเวลากว่า 8 ปีแล้ว ปัจจุบัน ด.ช.นที เรียนอยู่ชั้น ม.3 โรงเรียนเทศบาล 1 วัดสัตตนารถ เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ด.ช.นที ได้เล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า ตอนนั้นอายุ 7 ขวบ นั่งดูในโทรทัศน์แล้วเห็นในหลวง แต่ยังไม่รู้จัก ก็เลยถามแม่ว่าท่านคือใคร แม่ก็บอกว่าท่านคือเ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊กของศาสตราจารย์ ดร.สมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แจ้งเลื่อนวันพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่า วันพระราชทานปริญญาบัตรของมธ. ปีนี้ เลื่อนขึ้นเร็วขึ้น 1 อาทิตย์ จากเดิม 20-21 พ.ย.2559 เป็นวันที่ 12-13 พย.2559 ซ้อมรวมวันที่ 5 พ.ย. และซ้อมใหญ่วันที่ 6 พย.2559 ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
วันที่ 17 ตุลาคม ที่บริเวณสนามหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานว่าถูกจับจองเต็มพื้นที่ด้วยเหล่าบรรดาจิตอาสา ที่เตรียมแจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มให้กับประชาชนที่เดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทำให้ทั้งมีจิตอาสาจากหลายหน่วยงาน เช่น องค์กรต่างๆ ภาครัฐและเอกชน รวมถึงนิสิต นักศึกษาและประชาชน ที่นำอาหาร น้ำดื่ม ไอศรีม ขนม ลูกอม ยาดม มาแจกจ่ายให้กับประชาชน และมีนักเรียนถือถุงดำบริการให้ทิ้งขยะ ตัวแทนจิตอาสาการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า วันนี้ได้นำขนมจีบ ซาลาเปา 2,000 กล่องมามอบให้กับประชาชน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการทำความดีถวายพ่อหลวง ผู้สื่อข่าวรายงานในวันนี้ประชาชนน้อยลงกว่าเมื่อวานเนื่องจากเป็นวันทำการประชาชนส่วนใหญ่ต้องไปทำงาน คาดว่าในเวลาช่วงเที่ยงและเย็นหลังเลิกงานน่าจะมีประชาชนเดินทางมาที่สนามหลวงมากขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศแลกเหรียญ ณ หน่วยจ่ายแลกเหรียญกษาปณ์ กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง มีประชาชนมาต่อคิวเพื่อรอแลกเหรียญเหรียญกษาปณ์ และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศร รามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร เป็นจำนวนมาก หางแถวยาวไปถึงลานจอดรถของกระทรวงการคลัง จากการสอบถามประชาชนพบว่ามาต่อคิวแลกเหรียญตั้งแต่ 04.00 น. เพื่อรอแลกเหรียญ ณ จุดกระทรวงการคลังเปิดให้บริการเวลา 08.30 -15.30 น. ทั้งนี้เหรียญกษาปณ์และเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก เปิดให้แลกมี 2 ชนิดคือ 1.แลกตามราคาหน้าเหรียญ ประกอบด้วย เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก 80 พรรษา ร.9 ชนิดราคา 20 บาท เหรียญรางวัลนักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม ชนิดราคา 20 บาท 2.เหรียญที่เคยผลิตนานแล้ว กรมธนารักษ์ผลิตเป็นสินค้าเพื่อจำหน่าย ประกอบด้วย เหรียญที่ระลึกเงินรัชดาครองราชย์ 25 ปี จำหน่ายราคา 300 บาท ,เหรียญที่ระลึก 36 พรรษา 150 บาท, เหรียญ 5 บาท 200 ปี กรุงรัตนโกสินทร์ จำหน่ายราคา 150 บาท,เหรียญ 7 รอบ 84 พรรษา(ทองแดง) จำหน่ายราคา 150 บาท, เหรียญ 1 บาท ปี 2500 จำหน่ายราคา 150 บาท
นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยหลังร่วมงานพิธีลงนามถวายความอาลัย มีนายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนำกล่าวถวายความอาลัยว่า กระทรวงการคลังได้หารือธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ(แบงก์รัฐ) เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนรับสวัสดิการรัฐจำนวน 8 ล้านราย โดยให้แต่ละแบงก์ทำเสื้อดำแจก หรืออาจแจกเป็นริบบิ้นดำด้วยก็ได้ พร้อมกันนี้มอบนโยบายไปให้หน่วยงานกระทรวงการคลังตั้งบูธบริเวณสนามหลวง เพื่อช่วยเหลือผู้ที่มาสักการะพระบรมศพ โดยเฉพาะผู้ที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด อาทิ แจกน้ำ แจกอาหาร ที่มา มติชน
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2559 เมื่อเวลา 07.00 น. ที่วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม จ.นครพนม นายอติชาต อุณหเลขกะ นายอำเภอธาตุพนม จ.นครพนม เป็นประธานนำข้าราชการ ประชาชน นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยลาวลาว แต่งชุดดำ ร่วมประกอบพิธีทำบุญตักบาตรเทโว ถวายเป็นพุทธบูชาต่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในวันออกพรรษา ตามประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ น้อมจิตอธิษฐานถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชซึ่งได้เสด็จสวรรคต การทำบุญครั้งนี้ยังได้เป็นการน้อมรำลึกถึง พระราชกรณียกิจ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์เคยเสด็จพระราชดำเนิน เยี่ยมพสกนิกรชาว จ.นครพนม และยังได้เสด็จมาสักการะบูชาองค์พระธาตุพนม รวมถึง 5 ครั้ง และครั้งล่าสุด เมื่อวันที่23 มีนาคม 2522 ได้เสด็จเป็นองค์ประธาน ในพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐานภายในองค์พระธาตุพนม โดยในช่วงการถวายไว้อาลัย ทางวัดพระธาตุพนมจะมีการจัดบำเพ็ญกุศล สวดพระอภิธรรมถวายพระบรมศพ ในช่วงเวลาประมาณ 15.00 น. ของทุกวัน ให้ประชาชน นักท่องเที่ยว พสกนิกรทุกหมู่เหล่า ได้ร่วมถวายการไว้อาลัย ตลอด 30 วัน ด้านจังหวัดเชียงให
เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ต.ค ที่กองบัญชสดาคกองทัพอากาศ พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ในส่วนของกองทัพอากาศนั้นได้จัดกิจกรรมไว้ทุกข์ร่วมกับประชาชนทั้งประเทศ โดยจัดจุดตั้งถวายความอาลัยที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ และกองบินต่างๆทั่วประเทศ ร่วมกับทางจังหวัด พร้อมกันนี้ยังสนับสนุนกิจกรรมของประชาชนเพื่อน้อมถวายความอาลัย รวมทั้งได้จัดรถรับส่งประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 17 ต.ค. เริ่มเวลา 06.00-18.00 น. ตลอดเส้นทางสายพหลโยธินถึงสนามหลวง ทั้งนี้ กองทัพอากาศยังสนับสนุนกิจกรรมของกระทรวงกลาโหม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และรัฐบาลอย่างเต็มที่ โดยจัดกำลังพลออกไปนอกหน่วยเพื่อช่วยดูแลประชาชนร่วมกับเหล่าทัพต่างๆ และในขณะนี้กรมแพทย์ทหารอากาศ ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแพทย์ทหารอากาศ โดยจัดชุดแพทย์กู้ชีพระดับสูง ALS และชุดปฐมพยาบาลอย่างละ 1 ชุด ในการให้บริการพี่น้องประชาชนที่เจ็บป่วยที่บริเวณพื้นที่ท่าเรือท่าช้าง ในส่วนของข้าราชการและครอบครัวกำลังพลของกองทัพอากาศ ก็อยากไปร่วมเคารพสักการะพระบรมศพ ซึ่งวางแผนไว้ว่าห
เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ รัชกาลที่ 9 ไม่เพียงแต่เป็นกษัตริย์ด้านการปกครองและนักพัฒนาประเทศที่ดีแล้ว แต่ยังมีความเป็นเลิศทางด้านงานศิลปะซึ่งได้สร้างแรงบันดาลใจแก่ศิลปินต่างๆ ของประเทศ รวมถึงอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ จนทำให้กลายเป็นศิลปินแห่งชาติและก่อสร้างวัดร่องขุ่นจนมีชื่อเสียงไปทั่วโลก หลังเคยรับใช้ถวายงานด้านศิลปะแทบเบื้องพระยุคลบาท โดยอาจารย์เฉลิมชัยเล่าว่า เขาเองเป็นคนชอบและรักพระเจ้าอยู่หัวมาตั้งแต่เกิด ท่านทำงานไปหลายที่รวมทั้งมา จ.เชียงราย มาช่วยชาวไทยภูเขาและด้านอื่นๆ จนมาเรียนวาดรูปจึงได้รู้ว่าพระเจ้าอยู่หัวเป็นคนชอบวาดรูปและทรงมีพระอัจฉริยภาพมาก จึงปรารถนาตั้งแต่สมัยเรียนเพาะช่างว่าวันหนึ่งจะขอมีโอกาสถวายงานด้านศิลปะรับใช้พระเจ้าอยู่หัวให้ได้ จึงตั้งใจศึกษางานศิลปะที่วิทยาลัยเพาะช่าง กระทั่งจบศิลปากรเรียบร้อย อาจารย์ที่สอนซึ่งเคยเข้าเฝ้าฯพระเจ้าอยู่หัวมาก่อน พระองค์เคยรับสั่งว่างานศิลปะประจำรัชกาลพระองค์นั้นไม่มี ไม่ว่าจะภาพวาด สถาปัตยกรรมหรืองานปฏิมากรรมลอกมาจากรัชกาลอื่นหมด จึงตั้งใจที่จะสร้างศิลปะงานสมัยใหม่ที่ไม่ล
