ข่าววันนี้
เมื่อวันที่ 15 ต.ค. ที่อาคารหอประชุมต้นน้ำ โครงการอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา จ.ปราจีนบุรี นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผวจ.ปราจีนบุรี เข้าติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.ปราจีนบุรี และลงพื้นที่ดูงานการก่อสร้างโครงการฯ โดยมีนายสุรชัย จิวะสุรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานก่อสร้างชลประทานขนาดใหญ่ที่ 7 สำนักพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เป็นผู้ชี้แจงและนำตรวจโครงการก่อสร้าง นายสุริยะ กล่าวว่า โครงการห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ที่พระราชทานแนวพระราชดำริครั้งแรก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2521 เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรใช้ทำการเพาะปลูกได้ทั้งในฤดูฝนและฤดูแล้ง รวมทั้งมีน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคตลอดปี ต่อมาในปี 2553 ครม.ได้ให้ความเห็นชอบวงเงิน 8,300 ล้านบาท และระยะเวลาในการก่อสร้างตั้งแต่ปี 2553-2561 ซึ่งกรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยโสมงอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ขึ้นที่บ้านแก่งยาว ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ คือส่วนของอ่างเก็บน้ำ มีความจุเต็มที่ 295 ล้านลู
พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการถวายความอาลัยในส่วนของภาคธุรกิจที่เป็นสถานบันเทิงนั้น ยังสามารถดำเนินการได้ตามปกติเพราะเป็นเรื่องของการประกอบธุรกิจและสัมมาชีพ ซึ่งยังต้องเดินหน้าต่อไป ทั้งโรงภาพยนตร์ ร้านอาหาร สถานประกอบการ แต่ขอร้องว่าให้อยู่ภายในอาคาร รวมทั้งการแข่งขันฟุตบอลหากอยู่ในตาราง ก็สามารถดำเนินการได้ ยกเว้นคอนเสิร์ตต่างๆ ทุกคนพร้อมใจกันและเห็นด้วยว่าของดในช่วง 30 วันนี้ก่อน ด้านนายสุวพันธ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 13 ต.ค. สถานการณ์ยังเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ทุกหน่วยดูแลประสานงานอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน อาทิ กทม. ให้ทั้ง 50 เขต ดูแลความสะดวกจุดลงนามและการให้ข้อมูลประชาชน การจราจรมอบหมายให้ตำรวจบริหารจัดการ อย่างไรก็ตาม สำหรับภาคส่วนต่างๆ ที่ต้องการบริจาคสนับสนุนน้ำดื่มยาสิ่งของที่จำเป็น ได้ให้สำนักปลัด สำนักนายก เป็นตัวกลางประสานงาน พร้อมย้ำการให้บริการขนส่งสาธารณะ ให้มีจุดให้บริการสำหรับประชาชน ซึ่งจะได้ติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลแชร์ภาพและคลิปเหตุการณ์ ที่นายแพทย์คนหนึ่งในชุดข้าราชการสีขาวปั๊มหัวใจช่วยชีวิตชายที่ประสบอุบัติเหตุนอนแน่นิ่งบนท้องถนน เป็นที่ยกย่องของผู้พบเห็น โดยผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก Jakchai Banyensakul โพสต์ภาพและข้อความระบุว่า #เช้านี้ ขอชื่นชมคุณหมอท่านนี้ครับ..ผ่านทางมาเจออุบัติเหตุพอดี ลงมาช่วยทั้งชุด #ชุดเปื้อนเลือดซักออกได้แต่ชีวิตคนสำคัญกว่า เหตุเกิดช่วง นราธิวาสซอย8 มอเตอร์ไซค์ ชนขอบฟุตบาต ผู้บาดเจ็บหมดสติ รถกู้ชีพ รพ.เจริญกรุงนำส่ง รพ.มเหสัก สน.ยานนาวา ที่มา ข่าวสดออนไลน์
พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นพระที่นั่งองค์ประธานของพระที่นั่งทั้งหมู่ รัชกาลที่ 1 โปรดเกล้าให้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ มีขนาดสูงใหญ่เท่าพระที่นั่งสุริยามรินทร์ในพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา ในระหว่างรัชกาลเมื่อมีพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงฝ่ายในบางพระองค์สิ้นพระชนม์ลงก็โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งพระศพบนพระมหาปราสาท เช่น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาเทพสุดาวดี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุดารักษ์ และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมพระศรีสุนทรเทพ เป็นต้น และที่สำคัญที่สุด คือ เมื่อรัชกาลที่ 1 เสด็จสวรรคตก็ได้อัญเชิญพระบรมศพมาประดิษฐานไว้บนพระมหาปราสาท จนกลายเป็นธรรมเนียมที่จะประดิษฐานพระบรมศพสมเด็จพระมหากษัตราธิราชเจ้าพระองค์ต่อๆมา ในสมัยรัชกาลที่ 3 เมื่อโปรดเกล้า ให้บูรณะพระมหามณเฑียร ก็ได้เสด็จมาประทับและเสด็จออกว่าราชการที่พระที่นั่งหมู่นี้เช่นเดียวกับสมัยรัชกาลที่ 1 และเคยโปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทเป็นที่ชุมนุมสงฆ์ทำสังคายนาพระไตรปิฎกด้วย พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้านทิศเหนือ ในสมัยรัชกาลที่ 4 เมื่อมีการพระราชพิธีต่างๆ โปรดเกล้าฯ ให้จัดมุขเหนือ มุขตะวันออกแล
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดกระแสการแชร์ภาพและข้อความจากเฟซบุ๊ก “โมนิก้า ไงจะใครล่ะ” ซึ่งเผยแพร่ภาพเข็มกลัดริบบิ้นสีดำ พร้อมข้อความส่วนหนึ่งดังนี้ หาเวลาทำแจกชาวบ้านดีกว่า ใครมีเวลามีทุนทรัพย์ก็ทำแจก พี่วิน รปภ. แม่บ้าน และชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำ คนที่ไม่ได้มีเงินมาซื้อเสื้อดำหลายๆตัว หลังถูกเผยแพร่ออกไป ได้มีผู้แสดงความคิดเห็นชื่นชมบุคคลดังกล่าวอย่างมากมาย ว่าเป็นแนวความคิดที่ดี นอกจากนี้ ยังมีหลายรายกล่าวว่าจะร่วมทำวิธีดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือและแบ่งปันคนในสังคมเช่นกัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร พระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงได้รับการยกย่องจากทั่วโลกว่าทรงเป็นกษัตริย์นักพัฒนา ทรงได้รับมอบถวายพระราชทานปริญญากิติมศักดิ์ทั้งสิ้นถึง 136 ฉบับ และสมาชิกกิติมศักดิ์จากสถาบันภายในประเทศและต่างประเทศอีกมากกมาย พร้อมกันนั้น ทรงมีพระบรมราโชวาทซึ่งเปรียบเสมือนแสงเทียนนำทางให้กับบัณฑิตจบใหม่ เพราะทรงเล็งเห็นว่าผู้มีความรู้ ความสามารถในศาสตร์แขนงต่างๆ ทุกคนคือกลไกที่สำคัญยิ่งต่อการพัฒนาให้ประเทศเจริญรุ่งเรืองในภายภาคหน้า ดังตัวอย่างพระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรบัญฑิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2513 ความว่า “ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกระทำของคนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูลกันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง” พระบรมราโชวาทในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 25 ก.ค. 2506 ความว่า “การปิดทองหลังพระนั้น เมื่อ
เพจ เพลงคลาสสิก จีบ คนกรุงเทพ – jeebbangkok ได้โพสต์คลิปที่ดูแล้วสุดซาบซึ้งและตื้นตันเป็นอย่างยิ่ง โดยระบุว่า “สรรเสริญพระบารมี ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” เรียบเรียง: คริสโตเฟอร์ จันวอง แมคคิแกน ขับร้อง: กัญภัส ศรีณรงค์ ชยานุวัฒน์ ไวโอลิน: ดร.ทวีเวท ศรีณรงค์, อริยา ศรีณรงค์, คณิน อุดมมะนะ เชลโล่: ปัญญพัทธ์ วงศ์เวชวิวัฒน์ ดับเบิลเบส: ณัฐพล เลิศวนัสวงศ์ เปียโน: คริสโตเฟอร์ จันวอง แมคคิแกน ช่างกล้อง: ภูมิพงศ์ คุ้มวงษ์, นพพล ชยานุวัฒน์ ตัดต่อวิดีโอ: คริสโตเฟอร์ จันวอง แมคคิแกน ตัดต่อเสียง: ณัฐพล เลิศวนัสวงศ์
เพจ เรไรรายวัน ได้รวบรวมบันทึกของเด็กๆ ที่เขียนวันในห้วงเวลาของความอาลัยของคนไทยทั้งประเทศ บอกเล่ามุมมองของเด็กๆ ต่อเหตุการณ์สวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บันทึกจากเรไร น้องออมมี่ ด.ญ.โกลัญญา วัฒายุ อายุ 9 ปี น้องน้ำมนต์ ด.ช.มณเศรษฐ์ ภัทรเศรษฐ์ อายุ 6 ปี เรไรรายวัน ด.ญ.โกลัญญา วัฒายุ อายุ ๙ ปี ชั้น ป.๓ โรงเรียนปิยะพงษ์วิทยา กรุงเทพมหานคร ด.ญ.ปรายปี รักเมือง อายุ ๗ ปี ชั้น ป.๒ โรงเรียนราชินีบน กรุงเทพมหานคร ด.ช.มณเศรษฐ์ ภัทรเศรษฐ์ อายุ ๖ ปี ชั้น อ.๓ โรงเรียนดาราวิทยาลัย เชียงใหม่ ด.ญ.ดากานดา จินตเมฆา แฟนเพจชั้นประถมที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 15 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสภาพอากาศในประเทศไทย จากการตรวจสอบจากแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ) ของสถาบันสารสนเทศน้ำและการเกษตร(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) ว่า ช่วงวันที่ 15-17 ตุลาคม หย่อมความกดอากาศต่ำจากพายุแอรี ได้ปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือแล้ว และจะเคลื่อนตัวผ่านภาคกลางลงสู่ทะเลอันดามัน ส่งผลให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือตอนล่าง จะกลับมามีฝนเพิ่มขึ้น แต่โดยส่วนใหญ่จะมีฝนปานกลางกับมีฝนตกหนักได้ในบางแห่ง ส่วนภาคกลาง และภาคตะวันออก จะมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะ จ.นครสวรรค์ อุทัยธานี ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี สมุทรสาคร สมุทรสงคราม นครนายก รวมทั้งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ส่วนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ ปกคลุมภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะ จ.ระนอง พังงา กระบี่ ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ตรัง และ นครศรีธรรมราช วาฟ รายงานด้วยว่า สำหรับช่วงวันที่ 18-22 ตุลาคม บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนยังคงแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
นักร้องชื่อดัง “เสก โลโซ” โพสต์เฟซบุ๊คแต่งเพลงถวายพ่อหลวง โดยชื่อเพลงว่า “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙”
