ข่าววันนี้
สินค้าขายนักท่องเที่ยวจีนเกลี้ยง ค้าปลีกเพิ่มพื้นที่เชลฟ์-จัดมุมเฉพาะ จัดเอ็กซ์คลูซีฟโปรโมชั่น ลุยเพิ่มจุดขายบุกดิวตี้ฟรีเปิดใหม่ที่ภูเก็ต-โชว์ดีซี ขึ้นโรงงานใหม่รับดีมานด์ ด้าน “เถ้าแก่น้อย-ลูกอมตะขาบ-มาม่า” ยอดขาย-ออร์เดอร์พุ่ง ซื้อยกโหล-ยกลัง นักท่องเที่ยวจีนยังมีการจับจ่ายตามปกติ รวมทั้งการหาซื้อสินค้ายอดนิยมเพื่อนำกลับไปกินไปใช้ รวมทั้งเป็นของฝาก โดยสินค้าที่ได้รับความนิยม อาทิ ผลไม้แปรรูป ทุเรียนทอด มะม่วงแผ่นอบกรอบ เถ้าแก่น้อย กูลิโกะรสลาบ ยาหม่อง รวมถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทำให้ผู้ประกอบการค้าปลีกทั้งร้านสะดวกซื้อ ร้านสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ต ต้องปรับตัวรองรับความต้องการด้วยการเพิ่มเชลฟ์สินค้ายอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวจีน และมีจัดโปรโมชั่นจูงใจโดยเฉพาะ ฮิตหิ้ว มาม่า-เถ้าแก่น้อย นายเวทิต โชควัฒนา รองผู้อำนวยการและกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “มาม่า” ฉายภาพ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเป็นสินค้าที่นักท่องเที่ยวจากแถบเอเชีย อาทิ จีน เกาหลี ที่นิยมซื้อกลับไปเป็นของฝ
เพจ China Xinhua News รายงานว่า เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว พญ. หวัง เสี่ยว หยาง วัย 52 ปี ซึ่งควบตำแหน่งผู้อำนวยการแผนกอายุรกรรมของโรงพยาบาลกลางลั่วหยาง ในมณฑลเหอหนาน ทางตอนกลางของจีน ได้เข้ารับการตรวจสุขภาพของพนักงาน และถูกวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง ในช่วงเวลานั้น หวัง เสี่ยว หยาง ผู้มีประสบการณ์การเป็นแพทย์มากว่า 20 ปีแล้ว ก็รู้ดีว่าตัวเองกำลังเผชิญกับอะไร หลังจากเข้ารับการการรักษาเป็นเวลาสั้นๆ พญ. หวัง เสี่ยว หยางก็กลับไปทำงานที่โรงพยาบาลตามปกติ เธอยังคงวินิจฉัยโรค และตรวจดูแลผู้ป่วยทั่วไปเหมือนเช่นเคย แม้แต่คนไข้ของเธอหลายคนก็ยังไม่ทราบด้วยซ้ำว่าเธอมีอาการป่วยหนัก เพียงแต่เห็นว่าร่างกายของเธอผ่ายผอมลงอย่างมาก แต่ช่วงหลังๆ มานี้ สภาพร่างกายของเธอยิ่งเลวร้ายลงเรื่อยๆ ทำให้เธอรู้ว่าตนเองคงเหลือเวลาไม่มากแล้ว จึงขอให้เพื่อนช่วยติดต่อศูนย์กระจกตา เพื่อทำการส่งต่ออวัยวะมีค่าชิ้นสุดท้ายให้แก่ผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่ พญ. หวัง เสี่ยว หยาง จึงลงนามในหนังสือบริจาค พร้อมระบุข้อความว่า “ขอโทษด้วยจริงๆ เมื่อฉันป่วยเป็นโรคมะเร็งแล้ว อวัยวะอื่นๆ จึงไม่สามารถใช้ได้แล้ว เหลือก็แต่กระจกตาที่ยังพอใช้ได้ จึงขอบ
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ศาลพม่ามีคำตัดสินเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา ให้นักท่องเที่ยวชาวเนเธอร์แลนด์มีความผิดฐานหมิ่นศาสนา หลังนักท่องเที่ยวคนดังกล่าวถอดปลั๊กลำโพงที่พระใช้เทศนาในช่วงดึกออก และต้องรับโทษจำคุก 3 เดือน รายงานระบุว่า ชายคนดังกล่าวชื่อว่านาย คลาสส์ เฮย์เทมา วัย 30 ปี ผู้ที่ถูกจับกุมเมื่อสองสัปดาห์ก่อนหลังก่อเหตุถอดปลั๊กเครื่องขยายเสียงในงานพิธีทางพุทธศาสนาที่จัดขึ้นใกล้ๆกับโรงแรมในเมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า เพื่อร้องเรียนเรื่องเสียงรบกวน โดยศาลพม่าที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวพุทธและมีความเคร่งครัดเกี่ยวกับศาสนา มีคำตัดสินในวันเดียวกันนี้ระบุว่า นายเฮย์เทมา นั้นมีความผิดอย่างชัดเจนจากการหมิ่นศาสนา และต้องรับโทษจำคุกเป็นเวลา 3 เดือนพร้อมการใช้แรงงาน นอกจากนี้นายเฮย์เทมา ผู้ที่ถึงกับร้องไห้ขณะที่ศาลตัดสินความผิดนั้น สามารถเลือกที่จะจ่ายค่าปรับจำนวน 80 ดอลลาร์สหรัฐหรือราว 2,800 บาทแทนที่จะต้องรับโทษในข้อหาละเมิดข้อกำหนดวีซ่าที่ระบุให้นักท่องเที่ยวต้องเคารพขนบธรรมเนียมของพม่าเพื่อหลีกเลี่ยงโทษจำคุกเพิ่มขึ้นอีก 3 เดือนได้ รายงานอ้างถึงสื่อพม่าที่รายงานก่อนหน้านี้ว่า นายเฮย์เทม
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่โรงแรมริชมอนด์ น.ส.ปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานเครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช (Thai PAN) เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างผัก10 ชนิด ได้แก่ พริกแดง กะเพรา ถั่วฝักยาว คะน้า ผักบุ้ง ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี แตงกวา มะเขือเปราะ และมะเขือเทศ ผลไม้ 6 ชนิด คือ ส้มสายน้ำผึ้ง มะละกอ แตงโม แคนตาลูป ฝรั่ง และแก้วมังกร รวมทั้งผักผลไม้ทั้งหมด 158 ตัวอย่าง ซึ่งมีทั้งที่มีฉลากรับรองมาตรฐาน อาทิ มาตรฐานปลอดภัยเกษตรอินทรีย์ ฉลากออร์แกนิกส์ ฉลากมาตรฐานคิว จีเอพี (Q GAP) คิวจีเอ็มพี (Q GMP) และที่ไม่มีฉลากรับรองมาตรฐาน โดยเก็บตัวอย่างระหว่างวันที่ 23-29 สิงหาคมที่ผ่านมา จากห้างโมเดิร์นเทรด 3 ห้างหลัก และเก็บจากตลาดค้าส่งขนาดใหญ่ 3 แห่ง ที่รังสิต จ.ปทุมธานี จ.นครปฐม และ จ.ราชบุรี จากนั้นก็นำไปตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ ประเทศอังกฤษ ผลการตรวจพบผักผลไม้มีสารพิษตกค้างเกินค่ามาตรฐานถึงร้อยละ 56 โดยส่วนที่จำหน่ายในห้างโมเดิร์นเทรดมีสารเคมีตกค้างเกินค่ามาตรฐานร้อยละ 70.2 ส่วนตลาดค้าส่งมีสารเคมีตกค้างเกินมาตรฐานร้อยละ 54.2 น.ส.ปรกชล กล่าวว่า ทั้งนี้ ผลการตรวจทั้งที่มีฉลากรับ
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ลป.19 (แม่ทะ) ทหารมณฑลทหารบกที่ 32 ค่ายสรุศักดิ์มนตรี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปทส. สายที่ 1 ลำปาง เจ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 3 (ลำปาง) เจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันและปราบปราม ภาคเหนือ กรมป่าไม้ ตำรวจ ศปทส.ภ.5 สายที่ 1 ลำปาง ตำรวจ กก.ตชด.ที่ 33 เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม จังหวัดลำปาง เข้าตรวจสอบพื้นที่ไร่วิลาวัลย์ รีสอร์ท ท้องที่หมู่ 2 ต.หัวเสือ อ.แม่ทะ จ.ลำปาง หลังได้รับแจ้งและร้องเรียนผ่านไปยังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดลำปางว่า พื้นที่ดังกล่าวบุกรุกพื้นที่ป่า และก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกทำให้เกิดความเสียหายแก่ผืนป่า ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้พบกับนายทวีศักดิ์ จะวะนะ อายุ 27 ปี แสดงตัวเป็นผู้จัดการ ไร่วิลาวัลย์ รีสอร์ท พร้อมทั้งนำเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบสถานที่ภายในทั้งหมด เบื้องต้นพบมีการก่อสร้างห้องพักแล้วเสร็จไป 5 ห้อง สามารถเปิดใช้บริการได้ 3 ห้อง อีก 2 ห้อง ยังรอการตกแต่งภายใน นอกจากนี้ ยังมีการขุดบ่อเลี้ยงปลาขนาดใหญ่ 2 บ่อ มีการสร้างบ้านพักอาศัยและ ศาลาบริการที่พัก บริการอาหารและเครื่องดื่ม จากนั้น
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ที่สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ น.ส.รัชนี บูราณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 334/154 หมู่ 4 ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.จารุพันธ์ เอี่ยมโหมด รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.บางแก้ว ว่าถูกเบี้ยวเงินค่าสมัครทำงานฝีมือออนไลน์ จากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ที่เปิดรับสมัครทำอาชีพเสริม งานฝีมือ ภายหลังรับแจ้งจึงรายงานให้ พ.ต.อ.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผกก.สภ.บางแก้ว พ.ต.ท.วิภพ วราโพธิ์ พ.ต.ท.เฉลิมพล รุ่งมณี รอง ผกก.สอบสวน ทราบและร่วมสอบปากคำผู้เสียหาย น.ส.รัชนี ให้การว่ามีเพื่อนที่รู้จักแนะนำหน้าเพจเฟซบุ๊ก รับสมัครทำอาชีพเสริมแบบงานฝีมือ ว่าสามารถรับงานเป็นการแพ๊คสินค้พวก เครื่องประดับใส่ถุงพลาสติก มาทำที่บ้านได้ และเพื่อนก็รับมาทำเช่นกัน ตนจึงสอบถามรายละเอียดไปยังเจ้าของเพจโดยตรง ได้ข้อสรุปว่าจะต้องเสียค่าสมัครในการรับทำงานแพ๊คสินค้าชุดละ 800 บาท ซึ่งเป็นค่าสมัครตลอดชีพ แล้วจะได้รับค่าแรงกลับคืนชุดละ 100 บาท พอตนรับงานครั้งที่ 2 ก็ไม่จำเป็นต้องสมัครแล้ว จึงตัดสินโอนเงินสมัครและลองรับมาทำก่อนครั้งแรก 10 ชุด โดยเดินทางไปรับของที่บ้านเจ้าของเพจและก็ได้ค่าแรงตามจริ
พาไปดูวิธีจับปลาบริเวณน้ำขังกลางทุ่งนาของชาวกัมพูชา โดยเริ่มจากการก่อคันดิน และวิดน้ำออกจากบริเวณที่น้ำขังจนเกือบแห้งเพื่อจับปลาด้วยมือเปล่า ซึ่งวิธีนี้จะทำให้สามารถจับปลาได้ง่าย โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์มากมาย ทั้งนี้ วิธีการจับลักษณะนี้แพร่หลายตามชนบทในประเทศกัมพูชาและเด็กๆก็มักจะมาลงมือทำกันด้วย โดยคลิปนี้เป็นทุ่งนาในเมืองเสียมราฐ สำหรับเกร็ดอาหารที่ทำจากปลาของชาวกัมพูชานั้น ความที่ขึ้นชื่อเรื่องปลาน้ำจืด เพราะมีโตนเลสาป เป็นแหล่งปลาน้ำจืดที่สำคัญของโลก มีแม่น้ำโขง แม่น้ำบาสัค โดยปลาที่นิยมได้แก่ ปลาเนื้ออ่อน ปลาสวาย ปลาดุก ปลาเทโพ ปลากด ปลาสังกะวาด ปลาสร้อย ปลาหมู ปลาเบี้ยว ปลาม้า ปลาตะโกก นิยมนำมาทำเป็นปลาแห้ง และปลาเค็ม ทั้งนี้ ปลาร้า ในภาษาเขมร เรียก “ปราฮ็อก” ในหนังสือโอชาอาเซียน (สนพ.มติชน) เล่าถึงเมนู น้ำพริกปลาร้ากะทิเขมร หรือปราฮ็อก กะติ โดยจะตำเครื่องแกงเหลืองที่ประกอบด้วย หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ ข่า ขมิ้น และผิวมะกรูด ใส่ครกตำให้ละเอียด ด้านหนึ่งนำพริกแห้งไปแช่น้ำ แล้วนำพริกที่แช่น้ำจนนุ่มแล้วมาสับบนเขียงแยกไว้ จากนั้นสับหมูและปราร้ารอไว้ และต้องเตรียม “มะสั
วันที่ 6 ต.ค. พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผบก.ปอศ. นำเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมแก๊งผลิตกาแฟปลอม โดยนำกาแฟผสมเองมาบรรจุในหีบห่อของกาแฟยี่ห้อดัง พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 7 คน และของกลางจำนวนมาก ที่โกดังสินค้าเลขที่ 37/7 หมู่ 2 ต.คลองพระอุดม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จากการตรวจค้นพบซองบรรจุกาแฟสำเร็จรูปยี่ห้อชื่อดังพร้อมจำหน่าย 439,200 ซอง เครื่องบดผสมกาแฟ 4 เครื่อง ถุงบรรจุกาแฟ น้ำตาล ครีมเทียมและซองกาแฟ และกล่องเปล่าที่ยังไม่บรรจุอีกจำนวนมาก จึงควบคุมตัวแรงงานต่างด้าว 7 คน ประกอบด้วย ชาวพม่า 3 คนและชาวลาว 4 คน ด้านพล.ต.ต.ชวลิต กล่าวว่า เนื่องจากมีการแพร่ระบาดของกาแฟปลอมในหลายจังหวัด เจ้าหน้าที่จึงติดตามสืบสวนจนพบว่ามาจากโรงงานย่าน จ.ปทุมธานี เมื่อผลิตแล้วจะไปขายตามตลาดนัด จึงขอหมายศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง เพื่อเข้าตรวจค้น จนได้ผู้ต้องหาและของกลางจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000,000 บาท ขณะตรวจค้นไม่พบเจ้าของอยู่ในโกดังโรงงาน โดยเจ้าหน้าที่จะติดตามมา เพื่อดำเนินคดีข้อหาปลอมเครื่องหมายการค้า และให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าว เนื่องจากมีแรงงานต่
เมื่อวันที่ 6 ต.ค. ธารน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งจากหลายจังหวัดทั่วประเทศยังหลั่งไหลบริจาคช่วยเหลือคุณตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่ทำกระเป๋าสตางค์ที่มีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาทหล่นหาย ขณะพาน้องแพม หลานสาววัย 6 ขวบไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ โดยช่วงเช้าคุณตาแพน พร้อมยายเสงี่ยม และหลานสาว ได้นำสมุดบัญชีไปปรับยอดที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรสาขาอิสาณ อ.เมืองบุรีรัมย์ พบว่ามียอดเงินโอนเข้าบัญชีแล้วจำนวน 640,863 บาท และเงินสดที่มีผู้ใจบุญนำมาบริจาคช่วยเหลือคุณตาที่บ้านด้วยตัวเองอีกกว่า 20,000 บาท คุณตาจึงได้นำเงินสดจำนวนดังกล่าวไปฝากเข้าบัญชีด้วย เพราะเกรงจะทำหล่นหายอีก รวมเป็นยอดเงินในบัญชีทั้งหมดล่าสุดขณะนี้ 660,863 บาท ซึ่งทางธกส.อำนวยความสะดวกให้กับตาแพน พร้อมได้เปลี่ยนบัญชีเล่มใหม่ให้กับคุณตาด้วย คุณตาแพนกล่าวว่า ขอขอบคุณผู้ใจบุญและมีจิตเมตตาทุกคนที่มีน้ำใจช่วยเหลือครอบครัว พร้อมระบุด้วยว่าถึงแม้จะมีเงินบริจาคช่วยเหลือจำนวนมากเท่าที่เคยมี แต่ก็ยังคงอยากได้เงินจำนวน 15,000 บาทที่ทำหล่นหายคืน เพราะเป็น
อาชีพสงวนสำหรับคนไทย ไม่ได้มีแค่อาชีพไกด์ หรือ ช่างตัดผม แต่ยังรวมถึงอาชีพเร่ขายสินค้า อาทิ รถเข็นผลไม้และอื่นๆ ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจและภาครัฐกำลังเร่งจับกุมคนต่างด้าว ซึ่งประกอบอาชีพเหล่านี้ ติดตามชมรายงานพิเศษจากคลิปด้านบน ติดตามชมรายการมติชน วีกเอ็นด์ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 21.00-22.00 น. ทางวอยซ์ทีวี ช่อง 21
