ข่าววันนี้
สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้าและการเกษตร (องค์การมหาชน)(สสนก.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.) โดยแบบจำลองสภาพอากาศ(วาฟ) ได้คาดการณ์สถานการณ์ฝนและสถานการณ์น้ำปัจจุบันลุ่มน้ำเจ้าพระยาและลุ่มน้ำป่าสัก โดยพบว่า ช่วงวันที่ 4-6 ตุลาคม ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ส่วนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงมีกำลังปานกลาง ส่งผลให้ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนเพิ่มขึ้นกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะยังมีฝนปานกลางและอาจมีฝนตกหนักได้ในบางแห่ง ช่วงวันที่ 7-10 ตุลาคม ร่องมรสุมเลื่อนกลับขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ประกอบกับจะเริ่มมีบริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนแผ่ลงมาถึงภาคเหนือตอนบน ส่วนลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้จะมีกำลังแรงขึ้น ส่งผลให้ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีฝนตกต่อเนื่องมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และเหนือเขื่อนเจ้าพระยาจะมีฝนลดลง “มีการก่อตัวของหย่อมความกดอากาศต่ำในมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ที่อาจทวีกำลังแรงขึ้
หากใครยังจำกันได้ เมื่อไม่กี่เดือนก่อน ชาวเน็ตคงไม่มีใครไม่รู้จัก “น้องน้ำเต้า” สาวเด็กปั๊มคนดังที่เป็นกระแสโด่งดังจากข่าวดราม่าที่มีหนุ่มคนหนึ่งโพสต์เฟซบุ๊กดูถูกเธอเอาไว้ เรื่องนี้เองทำให้เธอเป็นที่สนใจ จนได้ออกรายการโทรทัศน์และร่วมแสดงภาพยนตร์ แต่แล้วไม่นาน ตอนนี้ดูเหมือนว่าความดังเริ่มหดหาย ของที่เคยขายได้ก็ขายไม่ได้ แถมยังมีลูกสาวที่ต้องเลี้ยงดู จนน้องน้ำเต้าต้องออกมาโพสต์ตัดพ้อแบบนี้ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
ดีเดย์จัดระเบียบรถตู้อนุสาวรีย์ชัยฯ 25 ต.ค. ย้ายไป “หมอชิต 2-สายใต้ปิ่นเกล้า-เอกมัย” เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 5 ตุลาคม ที่ห้องประชุมคณะรัฐมนตรี (เดิม) ชั้น 2 อาคารสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน คณะที่ 5 คณะกรรมการขับเคลื่อนและปฏิรูปด้านความมั่นคง ลดความเหลื่อมล้ำ การเกษตรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากนั้นเวลา 12.10 น. ร.ต.หญิง พรชนก อ่ำพัน ทีมงานโฆษกกระทรวงกลาโหมแถลงผลการประชุมว่า วันที่ 25 ตุลาคมนี้จะมีการเริ่มจัดระเบียบรถตู้สาธารณะที่วิ่งไปตามต่างจังหวัด รัฐบาลได้จัดพื้นที่ไว้ 3 สถานีคือรถตู้จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สายที่วิ่งไปภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง จะย้ายมาจอดที่สถานีขนส่งขตุจักร (หมอชิต 2) รถตู้สายที่วิ่งไปภาคใต้ และภาคตะวันตก จะย้ายมาจอดที่สถานีสายใต้ (ปิ่นเกล้า) และสุดท้ายรถตู้สายที่วิ่งไปภาคตะวันออกจะย้ายมาจอดที่สถานีขนส่งเอกมัย โดยช่วง 6 เดือนแรกจะมี Shuttle Bus ปรับอากาศ คอยบริการ รับ-ส่งผู้โดยสาร จากอนุสาวรีย์ชัยสมรภูม
จากเหตุการณ์สลดหดหู่ เมื่อคุณตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี ชาวต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ เดินจูงมือน้องแพม หลานสาววัย 6 ขวบ ซึ่งพิการพูดไม่ได้ เดินหากระเป๋าเงินที่ทำหายบริเวณริมถนนหน้าโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามก็ทราบว่า คุณตาแผนกำลังไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ แต่พอลงจากรถเมล์จะเดินเข้าโรงพยาบาลก็ล้วงหากระเป๋าสตางค์สีดำ ซึ่งใส่ไว้กระเป๋าเสื้อไม่เจอคาดว่าน่าจะหล่นหายโดยไม่รู้ตัว โดยในกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวมีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท (อ่านข่าว: เปิดใจ “ตาแพน” วอนคนเก็บกระเป๋าส่งคืนด้วย เป็นเงินก้อนสุดท้าย ต้องซ่อมฝาบ้านผุพัง หวั่นหลานนอนหนาว ที่มา ข่าวสดออนไลน์
จากเหตุการณ์สลดหดหู่ เมื่อคุณตาแพน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี ชาวต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ เดินจูงมือน้องแพม หลานสาววัย 6 ขวบ ซึ่งพิการพูดไม่ได้ เดินหากระเป๋าเงินที่ทำหายบริเวณริมถนนหน้าโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามก็ทราบว่า คุณตาแผนกำลังไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ แต่พอลงจากรถเมล์จะเดินเข้าโรงพยาบาลก็ล้วงหากระเป๋าสตางค์สีดำ ซึ่งใส่ไว้กระเป๋าเสื้อไม่เจอคาดว่าน่าจะหล่นหายโดยไม่รู้ตัว โดยในกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวมีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท (อ่านข่าว :น่าสงสาร ตาวัย 72 จูงมือหลานพิการเดินหากระเป๋าตังค์มีเงิน1.5หมื่นหล่นหาย วอนใครเจอเอามาคืน ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 5 ต.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของคุณตาแพน ที่บ้านเลขที่ 74 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ เป็นบ้านไม้ 2 ชั้นยกพื้นสูง หลังคามุงด้วยสังกะสีเก่า ฝาบ้านล้อมด้วยสังกะสี และไม้เก่าผุพังทรุดโทรมเป็นรู หน้าฝนน้ำรั่วตามรูหลังคาและสาดเข้าตามรูฝาบ้าน (อ่านข่าว: “ฟิล์ม-รัฐภูมิ”ประกาศตามหาคุณตาวัย 72 ปีเดินจูงหลานสาวหากระเป๋าเงินที่ทำหล่นหาย โดยคุณตาแพนอาศัยอยู่กับคุณยายเสงี่ยม อายุ 67 ปี ภรรยา และน้อ
นายณัฐรัฐ ชัยบาล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเดื่อ อ.ดอยเต่า จ.เชียงใหม่ เผยว่า หลังพายุพัดผ่านภาคเหนือตอนบน มีน้ำเหนือจากลำน้ำปิง และลำน้ำแม่แจ่ม ไหลลงทะะลสาปดอยเต่า วันละ14-15 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้น้ำไหลเข้าแก้มลิง สมัยที่นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงใหม่ ดำเนินการขุดสระเป็นแก้มลิงไว้ 100 ไร่ เมื่อปี 2558 เพิ่มสูงขึ้นจาก 3 เมตร เป็น 6 เมตร ส่งผลให้แพที่อยู่รอบแก้มลิงลอยน้ำได้ และเปิดบริการนักท่องเที่ยวแล้ว อาทิ แพนกน้อย แพมะขามหวาน แต่มีแพบางส่วนที่ยังอยู่บนบก เนื่องจากน้ำท่วมไม่ถึง จึงไม่เปิดบริการอย่างใด “ภาพรวมน้ำเหนือที่ไหลลงทะเลสาปดอยเต่า มีน้ำไหลย้อยท่วมถึง อ.ลี้ จ.ลำพูน เพียง 3 กิโลเมตรเท่านั้น ห่างจากทะเลสาปดอยเต่า 30 กิโลเมตรพื้นที่ส่วนใหญ่ ยังเป็นทุ่งเลี้ยงโค กระบือ กว่า 10,000 ตัว ส่วนร้านค้าที่ขายปลาสด ตากแห้ง และแปรรูป จำนวน 12 ราย เหลืออยู่ 6 ราย อีก 6 ราย ย้ายไปขายที่หน้าอำเภอดอยเต่า เนื่องจากนักท่องเที่ยวบางส่วนไม่เข้าไปเที่ยว ซึ่งทะเลสาปดอยเต่า ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุดในช่วงพฤศจิกายนทุกปี” นายณัฐรัฐ กล่าว นายณัฐรัฐกล่าวอีกว่า ปกติ
สวัสดีแฟนคลับ เส้นทางเศรษฐี และ คลินิกค้ำประกัน ครับ เมื่อเร็วๆนี้ ผมได้อ่านข่าว ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ประกาศขึ้นทะเบียนสถาบันอบรมนวดทั่วประเทศ เพื่อป้องกันปัญหาการขายใบรับรองคุณวุฒินวดปลอม ผมดีใจครับที่กรมให้ความสนใจกับประเด็นนี้ เพราะเท่ากับเป็นการปกป้องอาชีพการนวดไทยที่กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการขอขึ้นทะเบียนให้นวดไทยเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม จึงได้เร่งตรวจสอบ เฝ้าระวัง อย่างเข้มงวด พูดถึงอาชีพนวดแผนไทย ผมว่าเป็นอีกหนึ่งอาชีพน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว เป็นอาชีพและศิลปที่คงไว้ซึ่งมรดกทางวัฒนธรรม เหมือน อาหารไทย มวยไทย สำคัญคือ ถ้าฝีมือดีด้วยแล้วละก้อ รายได้ไม่ธรรมดาเลยครับ กลับมาที่อาชีพนวดไทย เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่มิสเตอร์ บสย.เชียร์ครับ ถ้ามีฝีมือสามารถพัฒนากิจการได้ด้วยตัวเอง และรายได้ก็ดีมากครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเวลานี้รัฐบาลกำลังมีโครงการสำคัญผลักดันขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก และกำลังเข้มงวดกวดขันกับเรื่องใบรับรองคุณวุฒินวดปลอม “มีจริงๆค่ะ ตามร้านสปาและร้านนวดทั่วไป ร้านนวดหาซื้อใบรับรองปลอมเกลื่อนกลาดไปหมด ทำให้หมอนวดที่ไปเข้าหลักสูตรการเรียนการสอนจริงๆ ลำบาก อยากเชิญชวนให้ผู้สนใจการนว
สุรินทร์-วันนี้(4 ต.ค.59)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงทานเจชั่วคราว ภายในมูลนิธิสุรินทร์สามัคคีกุศลสถานสงเคราะห์ จิบเต็กเซี่ยงตึ๊ง (วัดจีน) อ.เมือง จ.สุรินทร์ มีผู้สนใจมาเป็นพ่อครัว-แม่ครัวจิตอาสาปรุงอาหารเจ คาว-หวาน และช่วยกันทำขนมเจโบราณ เพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนได้ทานฟรี ใน “เทศกาลกินเจ สุรินทร์ร่วมใจเทิดไท้องค์ราชัน” ระหว่างวันที่ 30 กันยายน 2559 – 9 ตุลาคม 2559 บรรยากาศเปี่ยมบุญ จิตอาสา ทุกเพศ ทุกวัย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไทย เชื้อสายจีน ใน จ.สุรินทร์ ต่างออกมาช่วยกัน ออกทุนทรัพย์ และช่วยออกแรง ทำอาหารเจ คาว หวาน สารพัดเมนูเด็ด เน้น ความสะอาด ถูกสุขอนามัย บริการอาหารเจฟรีแก่ประชาชนตลอดระยะเวลา 10 วัน ทั้ง 3 เวลา และรับผูกปิ่นโตส่งถึงบ้านให้แก่ผู้ที่สนใจรับประทานเจในราคาไม่แพง ซึ่งปีนี้ได้รับความสนใจจากพ่อค้าประชาชนเข้าร่วมรับประทานอาหารเจกันเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้ เพื่อร่วมน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 89 พรรษา 5 ธันวาคม 2559 นี้ รวมทั้งเป็นการรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีถือศีลกินเจที่ถือปฏิบัติกันมาแต่โบราณ เพราะอาหารเจเป็นอาหารเพื่อส
วันที่ 4 ต.ค. ที่อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บาสวรรค์ จ.สุราษฎร์ธานี นายพิชัย มณีลาภ พัฒนาการอำเภอพระแสง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ อ่างน้ำผุดที่เกิดขึ้น เป็นลักษณะอ่างน้ำที่มีตาน้ำผุดขึ้นมาจากชั้นใต้ดินเป็นจำนวนมาก ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ มีเนื้อที่กว่า 179 ไร่ ซึ่งทางพัฒนาการอำเภอพระแสงร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบล และชาวบ้านในพื้นที่ร่วมการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์และเป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียงและหมู่บ้านโอทอป โดยในส่วนของอ่างน้ำผุดได้จัดให้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจกับประชาชนทั่วไปได้สัมผัสกับธรรมชาติ ทรายขาวละเอียดที่พุงออกจากผิวดินใตท้องน้ำเหมือนกับน้ำที่กำลังเดือด เป็นหนึ่งในจุดขายที่สวยงามของ อ่างน้ำผุด หมู่ 13 ต.บางสวรรค์ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ที่ดึงความสนใจให้กับน้ำท่องเที่ยวได้เข้ามาศึกษาความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่สรรสร้างขึ้น ประกอบกับน้ำที่ผุดออกมาจากใต้ดินจนทำให้เหมือนทรายเดือดก็ยังใสสะอาดจนได้รับความนิยมจากชาวบ้านมาเล่นน้ำคลายร้อนในช่วงหน้าร้อน ภายใต้ธรรมชาติที่ร่มรื่น อีกทั้งยังมีปลาแวกว่ายให้ได้ชมกันอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีกิจกรรมพายเรือคายัค ในการพายขึ้นไปดูจุดต้นน้ำภ
เมื่อวันที่ 4 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้สังเกตเห็นสองตาหลานจูงแขนกันเดินไปมา อยู่บริเวณหน้าสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์อยู่พักใหญ่ โดยคุณตามีท่าทางร้อนรนและสีหน้าทุกข์ใจ จึงได้เดินเข้าไปสอบถามจึงทราบว่าคุณตาคนดังกล่าวชื่อนายแผน แผ้วพลสง อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 74 ม.8 ต.สะแกซำ อ.เมืองบุรีรัมย์ คุณตาแผนเล่าให้ฟังว่า ช่วงเช้าได้นั่งรถเมล์ออกมาจากบ้าน เพื่อจะพาด.ญ.อริสา หรือน้องแพม วัย 6 ขวบ หลานสาวซึ่งพิการพูดไม่ได้มาตั้งแต่กำเนิด ไปทำเรื่องต่ออายุบัตรคนพิการที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ แต่พอลงจากรถเมย์จะเดินเข้าโรงพยาบาลก็ล้วงหากระเป๋าสตางค์สีดำ ซึ่งใส่ไว้กระเป๋าเสื้อไม่เจอคาดว่าน่าจะหล่นหายโดยไม่รู้ตัว โดยในกระเป๋าสตางค์ดังกล่าวมีเงินสดอยู่กว่า 15,000 บาท https://www.youtube.com/watch?v=gVRTl_Z60zM “เงินทั้งหมด ตาได้เก็บสะสมจากเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทั้งของตัวเอง และภรรยา รวมถึงเงินเบี้ยคนพิการของหลานสาว และเงินที่ลูกชายส่งมาเป็นค่าเล่าเรียนอีกเดือนละ 3,000 บาท พร้อมบัตรประจำประชาชนของตาและภรรยา บัตรคนพิการของหลานก็หายไปด้วย จึงได้พาหลานสาวเดินทางมาแจ้งความที่โรงพักให้ช่วยประกาศตามหากระเป๋าต
