ข่าววันนี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน นายวิรสิงค์ คชสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากจั่น อ.กระบุรี จ.ระนอง นำผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ซอยโรงรม หมู่ 3 ต.ปากจั่น เพื่อเยี่ยมชมถนนทางเข้าหมู่บ้าน ซึ่งเกิดขึ้นจากการร่วมกันลงมือทำกันเองของเจ้าหน้าที่ อบต.ปากจั่น พี่น้องประชาชน และผู้นำชุมชน โดยสามารถประหยัดงบประมาณลงไปได้มากกว่าเท่าตัว เมื่อเปรียบกับการจ้างผู้รับเหมา นายวิรสิงค์เปิดเผยว่า ถนนในซอยโรงรมระยะทางราว 1 กิโลเมตร เป็นเส้นทางสำหรับการสัญจรและขนส่งผลิตผลทางการเกษตรของพี่น้องประชาชน ก่อนหน้านี้มีลักษณะเป็นดินแดง ซึ่งในช่วงฤดูฝนจะสัญจรไปมาได้ลำบากมาก โดยทาง อบต.ได้ประเมินราคาการก่อสร้างถนนเส้นนี้แล้วอยู่ที่ประมาณสองล้านห้าแสนบาท ซึ่งทาง อบต.ปากจั่นได้รับงบประมาณลงทุนปีหนึ่งราวสองล้านห้าแสนบาทเศษ หากนำมาทำถนนเส้นนี้แล้ว นั่นก็หมายความว่างบประมาณปีนั้นก็หมดไปแล้ว ซึ่งยังมีเรื่องที่ต้องแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่อื่นรออยู่ด้วย นายวิรสิงค์กล่าวต่อว่า ผู้บริหารจึงได้ร่วมกันคิดว่าจะประหยัดงบประมาณอย่างไรเพื่อการใช้จ่ายให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้นำทีมงานไปเรียนรู้วิธี
เมื่อวันที่ 7 กันยายน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า แนวทางการแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตามนโยบายของรัฐบาลนั้นการแก้ไขปัญหาจะแบ่งเป็น 3 ระยะ คือ ระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว ตั้งแต่ 1 ปี ขึ้นไป โดยแนวทางเบื้องต้น ตำรวจจะดำเนินการบังคับใช้กฎหมายจราจรให้เข้มงวดมากขึ้น โดยจะนำกำลังตำรวจอารักขาและควบคุมฝูงชน หรือ อคฝ.มาช่วยดำเนินการตามจุดต่างๆ โดยมอบหมายให้นายตำรวจระดับรองผู้บังคับการมาเป็นผู้สั่งการใน 16 เส้นทางหลักที่มีปัญหา อาทิ ถนนพหลโยธินขาเข้า วิภาวดี-รังสิต สุขุมวิท พระราม 1 พร้อมพิจารณาเปิดช่องทางพิเศษในจุดที่มีปริมาณรถมากควบคู่ไปกับการรณรงค์ ปลุกจิตสำนึกให้ประชาชนตระหนักและเคารพกฎจราจร ส่วนในระยะยาวจะประสานกับบริษัทเอกชน โดยเฉพาะบริษัทที่ทำการจัดอันดับการจราจรในกรุงเทพฯเพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงแก้ไข พร้อมประสานกรมคุมประพฤติ เพื่อนำผู้ถูกคุมประพฤติที่มีอยู่ทั่วประเทศมาช่วยดำเนินการด้วย หลังจากที่ได้มีการทำความร่วมมือเรื่องการนำผู้ถูกคุมประพฤติมาช่วยงานบริการสังคมไปแล้ว รองโฆษก ตร.กล่าวว่า ส่วน
เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ รายงานเรื่องราวของ “โมนิกา ไรลีย์” สาววัย 27 ปี จากรัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีน้ำหนักตัวมากถึง 317 กิโลกรัม กำลังเร่งเพิ่มน้ำหนักอย่างเต็มที่ เพราะเธอต้องการเป็นผู้หญิงที่อ้วนที่สุดในโลก โมนิกาแตกต่างจากสาวอ้วนคนอื่นๆ เพราะเธอไม่สนใจที่จะผอม แต่กลับวางแผนกินอาหารที่อุดมไปด้วยน้ำตาลและไขมัน เพื่อเพิ่มน้ำหนักให้ถึง 444 กิโลกรัม โดยมี “ซิด” แฟนหนุ่มวัย 25 ปี คอยสนับสนุน ทั้งเรื่องเตรียมอาหารพิเศษที่สามารถกินได้ง่ายเพราะโมนิกาจะเหนื่อยเกินไปที่จะเคี้ยวนานๆ โมนิกายังบอกว่าเธอสามารถมีความสัมพันธ์กับคนรักได้ตามปกติ แม้จะมีขนาดหน้าท้องใหญ่ถึง 91 นิ้ว ส่วนแผนของเธอคือการทำน้ำหนักให้ถึงเป้าและแน่นอนว่าเธอจะไม่สามารถขยับตัวไปไหนได้ ซึ่งมันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นราชินี เพราะมีแฟนหนุ่มคอยรับใช้และเขาก็รู้สึกตื่นเต้นกับมันมากๆ
ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอุบลราชธานีรายงานว่า ในช่วงนี้มีนักท่องเที่ยวประชาชนไปพักผ่อนชมความงามของอุโมงค์ต้นไม้ ตั้งอยู่สองฝากถนนทางเข้าวัดป่าไทรงาม บ้านทุ่งไทรงาม ต.เมืองเดช อ.เดชอุดม จ.อุบลราชธานี เพราะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ให้ “ต้นเสียว” ในภาษาถิ่น หรือในภาษากลางคือ “ตะไคร้หางสิงห์-ตะไคร้หางนาค” ซึ่งโตเต็มที่อายุราว 15 ปี มีความสูงของลำต้นประมาณ 10 เมตร ได้โน้มตัวเองเข้าหากันทั้งสองฝั่ง ทำให้กลายเป็นอุโมงค์ต้นไม้ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร และเมื่อขับรถเข้าไปในอุโมงค์ของต้นเสียว จะสัมผัสกับความร่มรื่นเย็นสบาย เพราะใบของต้นเสียว ซึ่งเป็นพืชใบเดี่ยวเรียงสลับในระนาบเดียวกัน และมีอยู่อย่างหนาแน่น ทำหน้าที่เหมือนหลังคาใช้บังแดดบังฝน แต่มีลมเย็นๆพัดผ่านเข้ามาในอุโมงค์ตลอดเวลา จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวและประชาชนที่ขับรถผ่าน ต้องหยุดสัมผัสกับธรรมชาติที่ร่มรื่น และถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก ด้านนางสาวชนัญธิดา พิทักษ์ อายุ 22 ปี นักท่องเที่ยวที่พักอาศัยอยู่ในตัวอำเภอเล่าว่า เวลาว่างชอบมานั่งพักผ่อนชมความงามของธรรมชาติ โดยเฉพาะช่วงนี้ สองฝั่งถนนมีการปลูกข้าวด้ว
กรมสรรพากรเดินหน้าเชิญชวนร้านขายยาทั่วประเทศเกือบ 2 หมื่นรายเข้าระบบภาษี แนะนำและสนับสนุนให้เปลี่ยนสถานะการประกอบการจากบุคคลธรรมดาเป็นนิติบุคคล โดยมอบสิทธิประโยชน์ช่วยลดภาระภาษี แนะให้จัดทำบัญชีชุดเดียว รวมทั้งเติมความรู้ให้พร้อมก่อนเข้าสู่ระบบ National e-Payment นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เป็นประธานในการสัมมนาเรื่อง “ธุรกิจก้าวหน้า ร้านขายยาสู่สากล” จัดโดยกรมสรรพากร เพื่อให้ผู้ประกอบการธุรกิจร้านขายยาที่เป็นสมาชิกสมาพันธ์พัฒนาคุณภาพร้านยาแห่งประเทศไทย (สพย.) ได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับนโยบายของกรมสรรพากรที่ส่งเสริมให้บุคคลธรรมดาประกอบธุรกิจในรูปนิติบุคคล การให้ความรู้ความเข้าใจในการปฏิบัติเกี่ยวกับภาษีอากรและการจัดทำบัญชีชุดเดียวให้ถูกต้อง เพื่อให้สามารถนำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ โดยจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2559 เวลา 09.00 – 12.00 น. ณ ห้องพระอุเทน 1 ชั้น 2 อาคารกรมสรรพากร มีผู้เข้าฟังการสัมมนาประมาณ 400 คน และในงานยังได้จัดกิจกรรม “คลีนิกตอบปัญหาการจดทะเบียนนิติบุคคล” เพื่อให้ผู้ประกอบการร้านขายยาที่มีข้อสงสัย สอบถามแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องได้อย่
มติชน สมาร์ทบิซ วันที่ 7 ก.ย.2559 สมาคม การตลาดแห่งประเทศไทย จัดงานประกาศเกียรติคุณนักการตลาดไทย ประจำปี 2559 หลังว่างเว้นจากการมอบรางวัลมานานถึง 10 ปี โดยผู้ได้รับรางวัลทำเนียบเกียรติคุณนักการตลาดไทยครั้งนี้ คือคุณภัทรา ศิลาอ่อน ประธานกรรมการ บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) เจ้าของแบรนด์ เอส แอนด์ พี และคุณกรรณิกา ชลิตอาภรณ์ กรรมการและกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) เราเก็บบรรยากาศ และกลยุทธ์ต่างๆ ของพวกเธอมาให้ติดตามรับชมครับ
เพจ China Xinhua News รายงานว่า เหตุการณ์ระทึกขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ก.ย. รถเทรลเลอร์ ซึ่งบรรทุกรถยนต์เต็มคันพุ่งแฉลบออกจากทางหลวง จากนั้นก็ค้างเติ่งอยู่บนที่สูงจากพื้นดินถึง 150 เมตรในมณฑลกวางตุ้งทางใต้ของจีน โชคยังดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บใดๆ เนื่องจากเป็นกังวลว่าการจราจรจะติดขัด เจ้าหน้าที่จราจรจึงใช้เวลาเพียง 20 นาทีในการเคลียร์สถานที่เกิดเหตุ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อรถเทรลเลอร์ชนกับแผงคอนกรีตกั้นถนน จากนั้นก็พุ่งแฉลบเกือบร้อยเมตรข้ามแผงคอนกรีตกั้นถนนจนค้างเติ่งอยู่อย่างที่เห็น
พ.ต.ท. ฤทธิ์ ศิริเทพ สารวัตรใหญ่สถานีตำรวจภูธรรำมะสัก ต.รำมะสัก อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง กล่าวว่า การเลี้ยงปลากระชังเป็นโครงการ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นนโยบายของผู้บังคับบัญชา สนับสนุนให้ตำรวจชั้นผู้น้อย ใช้เวลาว่างหารายได้เลี้ยงครอบครัว ประกอบกับที่หน้าโรงพัก ส.ภ.ต. รำมะสัก มีคลองสีบัวทองมีน้ำไหลผ่านตลอด สามารถที่จะเลี้ยงปลาได้ จึงส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเลี้ยงปลากระชัง โดยเลี้ยงปลาเทโพและปลาดุก ในกระชังขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร จำนวน 4 กระชัง โดยใช้เวลาว่างดูแล กระชังปลา ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงนำร่องการเรียนรู้ เป็นทุนอาหารกลางวันตำรวจ พร้อมนำไปปรับใช้ในการทำอาชีพเสริม เพื่อสร้างรายได้ ลดรายจ่ายในครัวเรือน
วันที่ 7 ก.ย. น.ส.จริยา เสนพงศ์ ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่าการจัดอันดับเมืองที่มีมลพิษฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5)ในประเทศไทย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ “ขออากาศดีคืนมา #RightToCleanAir” เพื่อปกป้องสุขภาพคนไทยจากมลพิษทางอากาศ จากข้อมูลของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ 12 สถานี 10 จังหวัดทั่วประเทศ น.ส.จริยากล่าวว่าเดือน ม.ค.-ก.ค.59 เมืองที่มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน2.5 ไมครอน(PM2.5) สูงสุด 5 อันดับ จ. เชียงใหม่ ลําปาง ขอนแก่น กรุงเทพฯ และ จ.ราชบุรี และยังพบว่าปี 57-59 มีค่าเฉลี่ยรายปีของฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน 11 พื้นที่ใน 10 จังหวัด สูงเกินกว่าค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำไว้ที่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร “มาจากภาคการขนส่ง การผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมการผลิต ที่อยู่อาศัย ธุรกิจการค้า และการเผาในที่โล่ง แบ่งได้เป็นฝุ่นที่เกิดจากแหล่งกำเนิดโดยตรงและฝุ่นที่เกิดจากการรวมตัวของก๊าซและมลพิษในบรรยากาศ โดยเฉพาะซัลเฟอร์ไดออกไซด์และออกไซด์ของไนโตรเจน ฝุ่นละอองขน
ที่ โรงเรียนบ้านคะปวง ต.แม่ยวม อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน เด็กนักเรียนช่วยกันเก็บพืชผักสวนครัวที่ปลูก เพื่อนำไปประกอบอาหารกลางวัน ตามโครงการ ส่งเสริมการบริโภคผัก ผลไม้เพื่อสุขภาพในโรงเรียนบ้านคะปวง ซึ่งทางโรงเรียนได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักสร้างสรรค์โอกาสและนวัต กรรม (สำนัก 6) สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนโรงเรียนบ้านคะปวงได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ในเรื่องความสำคัญของการบริโภคผักและผลไม้ การปลูกพืชผักสวนครัว การลงมือปฏิบัติจริงในกิจกรรมโครงการปลูกผักปลอดสารพิษ เพื่อนำผลผลิตที่ได้ไปประกอบอาหารกลางวันและสร้างรายได้ให้กับนักเรียน จากรั้วโรงเรียนสู่ครอบครัว โดยผ่านกระบวนการเรียนรู้จากการปฏิบัติจริงของเด็กนักเรียนในระดับชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4-5-6 ซึ่งเป็นแกนนำในการร่วมกันปลูกพืชผักปลอดสารพิษ อาทิเช่น ผักบุ้ง ผักกาดขาว ผักชี ถั่วฝักยาว ผลไม้ อาทิเช่น แก้วมังกร สับปะรด เป็นต้น ซึ่งเด็กแต่ละคนจะจับคู่กันในการเริ่มการทำแปลงเพาะปลูก การว่าน การปลูก และ การดูแลผลผลิตจนถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตส่งขายให้กับโรงเรียนเพื่อเข้าสู่ โครงการอาหารกลางวัน
