ข่าววันนี้
สำนักวิจัย ชี้ เศรษฐกิจไทย ปี 2025 คาดเดายากเหมือน “งูเลื้อยคดไปมา” ดร.อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยปี 2025 เปรียบได้กับ งูที่ใส่เกียร์เดินหน้า เลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจ จากภูมิทัศน์เศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนแปลงและซับซ้อนภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ ไทย จำเป็นต้องปรับตัวและรับมือกับความท้าทาย โดยได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ ได้แก่ การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การแจกเงินจากภาครัฐ และการฟื้นตัวของการลงทุนภาคเอกชน เป็นปัจจัยหลักขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปี 2025 แม้จะมีแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก สำนักวิจัยฯ คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะเติบโตที่ 2.7% เลื้อยคดบนถนนเศรษฐกิจไทยปี 2025 1. การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยว การฟื้นตัวและขยายตัวต่อเนื่องของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยังเป็นจุดเด่น จากนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นและค่าใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้นโดยเฉพาะจากตลาดยุโรปและเอเชีย โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นแตะ 39.1 ล้านคนในปี 2025 ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ 35.6 ล้านคนในปี 2024 แต่ยังต่ำกว่าจำนวน 39.9 ล้านคนในปี 2019 แ
สรุปวิธีคำนวณและรายการลดหย่อนภาษีปี 2567 มนุษย์เงินเดือน-ค้าขายออนไลน์ อย่าลืมยื่นภาษี แบบอิเล็กทรอนิกส์ ถึง 8 เม.ย. 68 แบบกระดาษ ถึง 31 มี.ค. 68 กรมสรรพากร ชวนคนไทยยื่นภาษีทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 นายปิ่นสาย สุรัสวดี อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้มีหน้าที่เสียภาษีสามารถยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ประจำปีภาษี 2567 ทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถยื่นแบบฯ ได้ที่เว็บไซต์กรมสรรพากร www.rd.go.th และแอปพลิเคชัน RD Smart Tax ซึ่งมีความสะดวกรองรับการใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง และจะทำให้ผู้เสียภาษีเขาสู่กระบวนการพิจารณาคืนภาษีได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น กรณียื่นแบบฯ ผ่านเว็บไซต์กรมสรรพากร สามารถยื่นแบบฯ ผานระบบ e-filing และระบบ D-MyTax (Digital MyTax) ซึ่งเป็นระบบที่ยกระดับการให้บริการโดยรวมระบบให้บริการทางภาษีต่างๆ ไว้ด้วยกัน ท่านสามารถยื่นแบบฯ ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 8 เมษายน 2568 และหากยื่นแบบฯ ด้วยกระดาษ สามารถยื่นได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2568 ทั้งนี้ การใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้
ทำตาม Passion สร้างโรงน้ำชาในบ้าน หารายได้อีกทาง ช่วยพยุงสวนยาง บางครั้งการลงทุนทำกิจการอะไรสักอย่างอาจไม่ต้องใช้เงินสักบาท หากแต่ใช้ความชื่นชอบส่วนตัว แรงบันดาลใจ และ Passion ที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างแรงกล้า ก็สามารถสร้างกิจการขึ้นมาได้แล้ว อย่าง คุณสิทธิพันธ์ พานิชกุล หนุ่มผู้หลงใหลชาและการชงชาเป็นชีวิตจิตใจมาเป็นเครื่องมือลงทุนสร้างโรงน้ำชาผิงผิง หรือ ผิงผิงทีเฮ้าส์ ขึ้นมา โรงน้ำชาที่นำเอาชื่อลูกชายทั้ง 2 คนของเขา ผิงอัน และ สุ่ยผิง มาตั้งเป็นชื่อร้าน แปลเป็นไทยได้ว่า “ความเรียบง่าย” นี้ตั้งอยู่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เขาอาศัยเพียงกั้นพื้นที่เล็กๆ ส่วนหนึ่งของบ้านกับโต๊ะและเก้าอี้แค่ไม่กี่ตัว มาทำเป็นโรงน้ำชาสไตล์จีน แวดล้อมด้วยชาจีนนานาชนิดและอุปกรณ์การชงชามากมายที่เขานิยมสั่งสมเป็นการส่วนตัว เนรมิตเป็นมุมเล็กๆ สำหรับคนที่เป็นคอน้ำชาอย่างแท้จริงที่อยากมา “ร่ำน้ำชา” แทนการร่ำสุรากัน “ที่ตรัง ฝนมักตกหนักมาก บ้านผมซึ่งทำสวนยางก็ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ผมจึงหาช่องทางที่จะหารายได้เพิ่ม” คุณสิทธิพันธ์ ว่าอย่างนั้น “ผมเป็นคนชอบจิบชามานานเป็น 20 ปี เลยใฝ่ฝันอยากมีห้องช
ของขวัญปีใหม่ 2568 ที่ SMEs ไทย อยากได้จาก รัฐบาล “แพทองธาร” อาจถือเป็นธรรมเนียมปกติไปแล้ว เมื่อวารดิถีขึ้นปีใหม่ เวียนมาอีกครั้ง “ของขวัญปีใหม่” มักเป็น “ตัวแทน” ความปรารถนาดีที่ผู้คนมักมอบให้กัน เมื่อ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ถามไถ่ไปทาง คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ในฐานะประธานสมาพันธ์ SMEs ไทย ว่าปี 2568 นี้ มีอะไรที่ “ชาว SMEs ไทย” อยากได้จาก รัฐบาลชุดปัจจุบัน หรือไม่ ได้คำตอบแบบไม่ลังเล เป็นการเปิดบทสนทนา “นอกจากคำว่า นโยบาย อยากเห็นมาตรการ วิธีปฏิบัติ และลงมือทำร่วมกันอย่างรวดเร็ว” ก่อนจะระบุต่อว่า ท่ามกลางสถานการณ์ความยากลำบากในหลายด้าน ในปี 2568 นี้ ชาว SMEs มีความต้องการเร่งด่วน 6 ประเด็น หนึ่ง มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการกระจายรายได้ เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศไทย โดยเฉพาะเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังมองไม่เห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีความชัดเจน นอกเหนือจากเงิน 10,000 บาทที่แจกไป ชาว SMEs อยากเห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่ทำให้เกิดระบบการส่งเสริม และมีฐานข้อมูลในการที่จะรองรับการพัฒนาต่อไปในอนาคต อยากเห็นการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะทำให้จังหวัดรอง หรือจังหวัดที่มี GDP ต่ำ มีการ
เศรษฐกิจซบเซา คนไทยหันมา “เช่ารถ” เฉลี่ย 2-3 ปีต่อรถ 1 คัน แทนการซื้อ เทรนด์ใหม่มาแรงในปี 68 กรุงศรี ออโต้ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำจุดยืนการเป็นที่ 1 ในใจผู้ใช้รถ ล่าสุด เปิดเทรนด์ผู้ใช้รถ ปี 2568 ที่น่าจับตามอง จากอินไซต์ของลูกค้าและฐานผู้ใช้รถกว่า 4.2 ล้านราย ที่อยู่ภายใต้อีโคซิสเต็ม บนแอป โก บาย กรุงศรี เทรนด์ที่ 1 Connectedness การเชื่อมโยงแบบไร้ขีดจำกัด ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยี เช่น AI และ ChatGPT เข้ามาเป็นเพื่อนคู่คิดของผู้บริโภค ทำให้คนไทย โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z กล้าแสดงความคิดเห็น และมีแนวความคิดที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น บทความเชิงวิเคราะห์หรือเปรียบเทียบสินค้าต่างๆ กลายเป็นที่นิยม และมีการเชื่อมโยงที่ไร้ขีดจำกัดในทุกๆ ช่องทาง พฤติกรรมการเลือกซื้อของผู้บริโภคกลายเป็น O2O2O หมายถึง จากออนไลน์ไปออฟไลน์ แล้วออฟไลน์สามารถสะท้อนกลับมาออนไลน์ได้อีก สิ่งนี้ทำให้แบรนด์ต่างๆ ต้องปรับตัว ให้ความสำคัญกับการบริการที่ฉับไว พร้อมกับมีเจ้าหน้าที่ที่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาและให้คำแนะนำให้แก่ลูกค้าได้ทันทีหน้างาน เทรนด์ที่
ดาวเด่น SMEs ปี 2568 อาหารชูอัตลักษณ์ สมุนไพรแปรรูป ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยถึง เอสเอ็มอีดาวเด่น ในปี 2568 ว่า อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เรื่องของอาหารที่มีอัตลักษณ์ของท้องถิ่น และ Soft Power ทั้ง Food Fashion Festival Fight Film จะมีบทบาทที่จะทวีความสำคัญมากขึ้น นอกจากนี้ เรื่อง BCG ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Bio Economy Circular Economy และ Green Economy จะมีบทบาทสำคัญเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในกลุ่ม BCG จะมีหลายๆ ธุรกิจด้วยกัน อาทิ อาหารนวัตกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ออร์แกนิกฟู้ด ฟังก์ชันฟู้ด เมดิคอลฟู้ด สิ่งเหล่านี้เป็น Flagship และมีการเติบโตขึ้นทุกปี ส่วนการแพทย์มูลค่าสูงด้านความงาม สุขภาพ และศาสตร์ของการชะลอวัย ที่ประเทศไทยเอง มีบุคลากรทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ มีขีดความสามารถสูงไม่แพ้ชาติใดในโลก ทั้งแพทย์แผนปัจจุบัน และแพทย์แผนไทย ส่งผลให้เรื่องของสมุนไพร การแปรรูปสารสกัดสมุนไพร จะเป็นธุรกิจดาวรุ่ง และยังมีอุตสาหกรรมดิจิทัล ซึ่งอุตสาหกรรมดิจิทัล ทั้งเรื่องของ IOT ซอฟต์แวร์ โปรแกรม แอปพลิเคช
เหยื่อ “เมาไม่ขับ” วอนฉลองปีใหม่ด้วยสติ “ถ้าเมาแล้วขับ จะดับอนาคตใครหรือเปล่า” คุณคริสโตเฟอร์ เบญจกุล คือ อดีตดาราหนุ่มอนาคตไกล ที่ต้องกลายเป็นคนพิการมากว่า 20 ปี เนื่องจากถูกมอเตอร์ไซค์ “เมาแล้วขับ” มาชน ขณะที่เขาลงไปช่วยคนที่กำลังประสบอุบัติเหตุริมถนน ปัจจุบัน ทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมคนพิการแห่งเอเชียและแปซิฟิก ประจำอยู่ที่ร้าน 60 พลัส เบเกอรี่ ถนนราชวิถี ควบคู่ไปกับการขายของตามตลาดนัดและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อหารายได้เสริม คุณคริสโตเฟอร์ บอกว่า อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับตัวเองเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 25 ปี นั้นเป็นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างในชีวิตเปลี่ยนไปหมด เหมือนหน้ามือเป็นหลังมือ เรียนก็ต้องหยุด จากมีรายได้ในวงการบันเทิงก็หายหมด คนที่เคยคบกันต้องแยกทางกันไป อย่างไรก็ตาม หลังจากฟื้นตัว เขากลับไปเรียนต่อจนจบปริญญาตรี และมีงานประจำทำถึง 3 ที่ แต่ทำได้ไม่นาน ก็มีเหตุต้องทยอยตกงานทั้ง 3 ที่ และแม้จะตกงานนานถึง 2 ปี เขาก็ไม่ท้อ หันมาใช้เวลาเขียนหนังสือเกี่ยวกับชีวิตตัวเองออกมาขาย พอหนังสือขายไม่หมด ก็ไปรับมาขายเอง โดยไปเปิดท้ายขายตามตลาดนัด แรกๆ มีแค่หนังสือ ต่อ
ปีใหม่ ตั้งหลักใหม่ ทุกคนทำได้ พัฒนาตนเอง สร้างความมั่นคงให้ชีวิต ปีใหม่ มักเป็นช่วงเวลาที่หลายคนเริ่มวางแผนและตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตตัวเองให้ดีขึ้น บางคนเลือกพัฒนาทักษะด้านใหม่ๆ ขณะที่บางคนอาจจะอยากจะฟิตร่างกายให้มีสุขภาพแข็งแรง หรือวางแผนที่จะเติบโตในอาชีพการงาน ไม่ต่างจาก คุณจุมพล กฤษณวรรณ คนขับ GrabFood ที่เก็บเงินจากการขับรถส่งอาหารกว่า 3 ปีจนสามารถซื้อรถยนต์และเปลี่ยนมาขับ GrabCar เพิ่มรายได้เลี้ยงครอบครัวมีรายได้มั่นคงขึ้น การเดินทางสู่ความสำเร็จของคุณจุมพล วัย 47 ปี เริ่มต้นจากการเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นคนขับแกร็บเต็มตัว ด้วยภารกิจในการเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีก 4 ชีวิต คือ พ่อ แม่ ภรรยา และลูกสาว “ตอนแรกผมทำงานเป็นคนขับรถให้ผู้บริหาร แต่พอเจอสถานการณ์โควิด-19 บริษัทลดเงินเดือน ทำให้รายได้ไม่พอกับค่าใช้จ่าย จึงต้องหาช่องทางใหม่เพื่อสร้างรายได้เสริม เลยลองไปสมัครเป็นคนขับ GrabFood ตอนแรกทำงานส่งอาหารควบคู่กับงานเดิม ก่อนจะตัดสินใจขับแกร็บอย่างเต็มตัว เพราะมีรายได้จากแกร็บค่อนข้างดีในช่วงนั้นและสามารถเลี้ยงดูทุกคนในครอบครัวได้” คุณจุมพล
ออมสิน โอนเงิน 1,000 บาท เป็นของขวัญให้ลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดี ผ่านโครงการ “วินัยดี มีเงิน” ธนาคารออมสินจัดของขวัญปีใหม่ 2568 ให้แก่ลูกค้าธนาคาร ภายใต้โครงการ “วินัยดี มีเงิน” สำหรับลูกค้าที่มีประวัติชำระหนี้ดี รายละ 1,000 บาท ตามที่รัฐบาลมีนโยบายให้ทุกหน่วยงานจัดเตรียมของขวัญในช่วงเทศกาลปีใหม่เพื่อส่งความสุขให้ประชาชน คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ ลูกค้าสินเชื่อ วงเงินกู้ไม่เกิน 2 แสนบาท มีประวัติชำระหนี้ดีติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า 3 ปี ไม่เคยปรับโครงสร้างหนี้/ไม่มีประวัติการตัดหนี้สูญ มีสถานะหนี้ปกติ (ค้างชำระไม่เกิน 30 วัน) ธนาคารจะโอนเงินเข้าบัญชี ภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2568 เฉพาะผู้ที่มีบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกที่เป็นชื่อตนเอง (ยกเว้นบัญชีเพื่อประโยชน์ของผู้เยาว์ และบัญชีร่วม) และกดรับสิทธิ์ผ่านแอปพลิเคชัน MyMo ภายในวันที่ 31 มกราคม 2568 และเงื่อนไขเป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด เพื่อมอบเป็นขวัญและกำลังใจแก่ลูกค้าที่มีวินัยในการผ่อนชำระหนี้ที่ดี นำไปใช้เป็นเงินทุนเสริมสภาพคล่องในการประกอบอาชีพ หรือใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่
2568 สารพัดปัญหารุมเร้า SMEs ไทย ไม่อยากเป็น “ดาวดับ” ต้องมี “6 ภูมิคุ้มกัน” “ปี 2568 มีธุรกิจ SMEs อยู่ในเกณฑ์ดาวดับ บ้างไหม” คือคำถามที่ตั้งขึ้นเป็นหัวข้อสนทนาในโอกาสใกล้เทศกาลปีใหม่ คุณแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จึงออกตัวว่า เรื่อง “ดาวดับ” ในปีหน้า น่าจะมีอยู่แน่ แต่ไม่อยากพูดถึงว่าจะเป็นธุรกิจสาขาไหน หากอยากชี้ให้เห็น 4 เรื่องสำคัญ หากเอสเอ็มอีละเลย ไม่ทำ คือถ้าไม่มี “ภูมิคุ้มกัน” ที่ดี อาจริบหรี่หรือดับได้ ซึ่ง เรื่องที่ 1 คือ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ไม่ปรับตัวและไม่เปลี่ยนแปลงจากสถานการณ์ที่มารุมเร้าในปัจจัยเสี่ยงทั้งหลาย ถ้านิ่งเฉย ไม่ปรับตัว ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ตามสถานการณ์ของกระแสโลกได้ ก็จะทำให้ธุรกิจรายได้ลด กำไรหด และถอยอย่างแน่นอน การไม่ปรับตัว หรือเปลี่ยนแปลง ของเอสเอ็มอีดังกล่าว เกี่ยวข้องกับเรื่องของการนำเอาดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในธุรกิจ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ ไม่ปรับตัวในเรื่องของการบริหารจัดการทางการเงิน ไม่ปรับตัวในเรื่องของการสร้างความแตกต่าง เรื่องที่ 2 คือ ธุรกิจที่ไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องของ ESG คือเรื่องของ สิ่งแวดล้อม สังคม
