ข่าววันนี้
เปิดไพ่รูนส์ ทำนายดวงการเงิน คนเกิดวันจันทร์-วันอาทิตย์ สัปดาห์นี้ 12-18 มกราคม 63 คนเกิดวันอาทิตย์ มีโอกาสได้โชคจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เกิดวันจันทร์ เงินเข้าง่ายก็ออกง่าย เกิดวันอังคาร มีรายได้หลายทาง เกิดวันพุธ ช่วงนี้ไม่มีเงินเก็บ เกิดวันพฤหัสบดี ช่วงนี้อยากได้อะไรไม่ติดขัด วันศุกร์ ระวังการเสียเงินก้อนใหญ่ วันเสาร์ มีโชคลาภ การเงินคนที่เกิดวันอาทิตย์ หลังจากการเงินที่เริ่มขยับดีขึ้น อาทิตย์นี้คุณกลับใช้เงินตามอารมณ์ หรือใช้จ่ายเงินเกี่ยวกับของสวยๆ งามๆ จนเกินตัว ถึงแม้จะสุรุ่ยสุร่ายจนลืมตัว แต่ก็ยังมีผู้ใหญ่ใจดีคอยช่วยเหลือ ให้การเงินคุณไปรอดตลอดรอดฝั่งได้ มีโอกาสได้โชคจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เสียด้วยครับ การเงินคนที่เกิดวันจันทร์ ช่วงเวลาสนุกสนานปาร์ตี้ของคุณยังคงไม่จบสิ้น ยังคงกินเก่งเที่ยวเก่งเหมือนเดิม คนมันมีความสุขก็คงห้ามยาก ทุกอย่างทำตามใจพาไป แน่นอนการเงินของคุณแม้จะยังมีเงินเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็ไหลออกเป็นน้ำเลยทีเดียว การเงินคนที่เกิดวันอังคาร มีช่องทางต่างๆ ในการหาเงินเข้ามา ช่องทางการลงทุน รายได้มาจากหลายๆ ทาง อย่าละทิ้งโอกาสที่เข้ามาน้ำขึ้นให้รีบตัก การเงินไม่ได้ถึงกับ
นักพยากรณ์ ศก. ชี้ “ฆ่าตัวตาย-อาชญากรรม” มาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจ จากสภาวะสังคมในปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ามีข่าวประชาชนฆ่าตัวตายให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง สร้างความสะเทือนใจไม่น้อย ตลอดจนเกิดปัญหาอาชญากรรม เช่น เหตุการณ์ล่าสุด โจรบุกเดี่ยวปล้นร้านทองที่จังหวัดลพบุรี ทั้งหลายเหล่านี้ เกิดเป็นคำถามว่า สภาวะเศรษฐกิจคือมูลเหตุที่ทำให้ “คนฆ่าตัวตาย และ ก่ออาชญากรรม” ใช่หรือไม่ ผศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องที่พูดยาก เหตุการณ์เหล่านี้ ถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ แต่ถามว่าเกิดมากขึ้นหรือไม่ ต้องไปดูตัวเลขสถิติของตำรวจ แต่จากข่าวที่นำเสนอ จะเห็นว่าเกิดบ่อยมากขึ้น ซึ่งไม่ได้แปลว่าสถิติสูงขึ้น แต่เป็นเพราะ สื่อมวลชนทำหน้าที่นำเสนอข่าวได้ดีขึ้น “ต้องยอมรับว่าสื่อมวลชนทำงานดีขึ้น อย่างพ่อฆ่าลูก ลูกฆ่าพ่อเมื่อก่อนก็มี แต่อาจจะไม่ได้เป็นข่าว เคยมีการทำสถิติว่า เมืองใหญ่มักจะมีอาชญากรรมมากกว่าเมืองเล็กๆ อย่างในกรุงเทพฯ มีข่าวอาชญากรรมมากกว่า เพราะเศรษฐกิจดีกว่าจังหวัดอื่น แล้วอาชญากรรมที่
พบแล้ว! ผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรนาฯ รายแรกในไทย สธ.ยัน! ยังไม่มีระบาดในไทย เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ – วันนี้ (13 ม.ค. 63) เพจ กระทรวงสาธารณสุข ได้เผยแพร่ประกาศจาก กระทรวงสาธารณสุข เรื่องเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่กำลังเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอยู่ในขณะนี้ โดย กระทรวงสาธารณสุขได้ย้ำว่า ในขณะนี้ยังไม่มีการระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพทั้งมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกันควบคุมโรค คัดกรองและคัดแยกผู้ป่วยได้เร็ว รับการตรวจรักษาเร็ว เผยพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น 1 ราย เป็นรายแรกที่ตรวจพบนอกประเทศจีน ขณะนี้หายดีไม่มีไข้ และพร้อมเดินทางกลับประเทศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และ ดร.แดเนียล เคอร์เทซ ผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย แถลงข่าวมาตรการเฝ้าระ
เตือนธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ระวัง! “แฮกเกอร์” เจาะข้อมูลผ่านสมาร์ตทีวี เมื่อวันที่ 11 ม.ค. เพจ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลเตือนภัย ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ ระวังแฮกเกอร์เจาะข้อมูลผ่านสมาร์ตทีวี ระบุว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปไกล รวมถึงไลฟ์สไตล์ของคนที่เปลี่ยนไปมากขึ้น ทำให้พฤติกรรมของคนรุ่นใหม่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะการช็อปปิ้งที่มักใช้ช่องทางออนไลน์ ทำให้เกิดการขโมยข้อมูลในรูปแบบใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้เหล่ามิจฉาชีพอาจจะใช้วิธีแฝงตัวไปตามเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ โดยหลอกให้ผู้ใช้งานกรอกเลขบัตรเครดิตใหม่และรหัสลับ เพื่อเก็บข้อมูลไปปลอมแปลงจนสร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภคที่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยม อย่างไรก็ตาม ล่าสุดได้มีประกาศจากสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ถึงการระมัดระวังอุปกรณ์อย่างสมาร์ตทีวี โดยเฉพาะรุ่นใหม่ที่มีกล้องติดตั้ง ซึ่งแฮกเกอร์จะใช้วิธีปล่อยโทรจัน เพื่อเชื่อมเข้าสู่สมาร์ตทีวี เพื่อเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ที่ลงทะเบียนเข้าใช้งาน รวมถึงยังเชื่อมต่อไปยังอุปกรณ์อื่นที่เชื่อมต่อได้อีกด้วย ทั้งนี้ เป็นเพราะว่าสมาร์ตทีวีรุ่นใหม่จะมีแอพพลิเคชั่นของผู้ให้บริการ
อดีตเจ้าของอู่ต่อเรือ วัย 81 ชีวิตพลิกผัน หันยึดอาชีพพนักงานขายในห้าง พนักงานอาวุโส – ชีวิตคนเราไม่แน่นอน มีขึ้นก็ต้องมีลง ประโยคสุดคลาสสิกที่ใช้อธิบายเส้นกราฟชีวิตของใครหลายๆ คน เช่นเดียวกับผู้ใช้เฟซบุ๊ก พลากร เทศนำ ที่โพสต์บอกเล่าเรื่องราวประจำวัน ระหว่างที่เขาได้ไปจับจ่ายใช้สอยที่ห้างแห่งหนึ่ง ความว่า พนักงานอาวุโส ผมพบกับคุณลุงประชา พนักงานของห้างใกล้บ้าน รู้สึกแปลกใจที่คุณลุงอายุมากแล้วยังต้องมาทำงานเป็นพนักงานขาย กะด้วยสายตาต้อง เจ็ดสิบกว่าแน่ๆ วันนี้ผมเดินหาซื้อของใช้ในห้าง คุณลุงเดินมาถามว่าต้องการรถเข็นมั้ย ผมก็กำลังมองหาพอดี เลยถือโอกาส สนทนากับคุณลุง “คุณลุงครับ ยังต้องมาทำงานอีกเหรอ” ผมถามแก “ก็ท้องมันหิวทำไงได้ล่ะ” ลุงตอบ “ดีนะทีนี่ผู้จัดการเขาสงสารผมก็เลยรับเข้าทำงาน ผมทำงานทุกวันตั้งแต่เก้าโมงเลิกหนึ่งทุ่ม ผมทำแบบนี้ทุกวัน ไม่เคยหยุด” คุยกันไปลุงก็เช็ดจานชามไป “ผมหยุดไม่ได้ เพราะเขาให้เงินเราทุกวินาที ทุกวินาทีจริงๆ คุณคิดดูสิเวลาผ่านไปทุกวินาทีเป็นเงินทั้งนั้น” พอคุยกันถูกคอ คุณลุงเล่าว่าเมื่อก่อนนั้น เคยเป็นเจ้าของอ
กรมการขนส่งทางบก เผยผลการดำเนินการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่น PM2.5 ตามมาตรการเร่งด่วน PM 2.5 – ที่เพจ กรมการขนส่งทางบก PR.DLT.News ได้เผยแพร่ผลการดำเนินการ มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อห่วงใยสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยจัดผู้ตรวจการณ์ลงพื้นที่ตรวจวัดค่าควันดำรถโดยสารและรถบรรทุก บริเวณต่างๆ เช่น ถ.บรมราชชนนี, ถ.บางนา-ตราด,หน้าสวนจตุจักร, ถ.พระราม2, ท่าเรือคลองเตย, ม.เกษตรศาสตร์, ใต้ทางด่วนสุขสวัสดิ์ (เขตราษฎร์บูรณะ) ผลการดำเนินการ วันอาทิตย์ที่ 12 ม.ค. 63 มีดังนี้ ตรวจวัดค่าควันดำรถทั้งสิ้น 276 คัน (รถบรรทุกรับจ้างไม่ประจำทาง 91 คัน, รถบรรทุกส่วนบุคคล 63 คัน, รถโดยสารประจำทาง 94 คัน, รถโดยสารไม่ประจำทาง 28 คัน) 2. พบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานที่ราชการกำหนด 4 คัน (รถบรรทุกส่วนบุคคล 1 คัน, รถโดยสารประจำทาง 2 คัน, รถโดยสารไม่ประจำทาง 1 คัน) ออกคำสั่งผู้ตรวจการณ์ และพ่นห้ามใช้ทันที 3. พบรถบรรทุกที่มีค่าควันดำระหว่าง 30 – 45 เปอร์เซ็นต์ จำนวน 1 คัน โดยได้ใบเตือนและแนะนำให้เจ้าของรถหมั่นตรวจสอ
กรมควบคุมโรค เตือนประชาชน ระวังอันตรายจากฝุ่น PM2.5 กรมควบคุมโรค – ที่เพจ กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกประกาศจากกรมควบคุมโรค ว่าด้วยเรื่องการพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพรายสัปดาห์ ระหว่างวันที่ 12-18 ม.ค. 63 ดังนี้
เตรียมพกร่ม! กรมอุตุฯ เตือน เหนือ-อีสานอุณหภูมิลด ภาคกลาง-ตะวันออกเริ่มมีฝน กทม.โดนด้วย กรมอุตุฯ / พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาในบางพื้นที่ ในตอนกลางวันมีแสงแดดจัด บริเวณพื้นราบของภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังคงมีอากาศหนาวเย็นในตอนเช้า ส่วนยอดดอยและยอดภูมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-14 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกหนาไว้ด้วย สำหรับภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในระยะนี้ ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย ลักษณะสำคัญทางอุตุนิยมวิทยา เมื่อเวลา 04.00 น. กระแสลมฝ่ายตะวันตกในระดับบนยังคงพัดพาความหนาวเย็นจากเทือกเขาหิมาลัยเข้ามาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีอากาศเย็นถึงหนาวในตอนเช้า ส่วนบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อน ในขณะที่มีลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกและภาคกลาง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมภาคใต้และอ่าวไทย ก
อาจรวยไม่รู้เรื่อง! สร้างธุรกิจใหม่ตอบสนองพฤติกรรม “คนไทยขี้เกียจทำ” มากที่สุด จากการสำรวจกิจกรรม 10 อันดับ ที่คนไทยขี้เกียจทำมากที่สุด ผ่านงานวิจัยของวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ระบุ อันดับ 1 คือ ออกกำลังกาย อันดับ 2 รอคิวซื้อสินค้า อันดับ 3 ทำความสะอาดบ้าน อันดับ 4 อ่านหนังสือ อันดับ 5 ทำอาหาร อันดับ 6 พูดคุยหรือเจอคนเยอะๆ อันดับ 7 ดูแลผิวพรรณตัวเอง อันดับ 8 เรียน/ทำงาน อันดับ 9 ออกไปช็อปปิ้ง และ อันดับ 10 เดินทางไปไหนมาไหน นั้น ส่งผลให้เกิด “ผลิตภัณฑ์ตอบสนองความขี้เกียจ” ที่หลากหลาย ส่งผลให้เกิดศัพท์ใหม่ ว่า “เศรษฐกิจคนขี้เกียจ” หากแต่จากการวิเคราะห์บริบทให้รอบด้านขึ้น หลายฝ่ายยอมรับว่าเศรษฐกิจคนขี้เกียจนี้ คงไม่ได้เกิดจากพฤติกรรมของมนุษย์อย่างเดียว แต่เกิดจากความขี้เกียจของสังคมยุคสมัยใหม่ ที่ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ส่วนใหญ่ชื่นชอบรักความสะดวกสบาย พร้อมทุ่มเงินซื้อสินค้า จ่ายค่าบริการ หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ ทำให้ธุรกิจดังกล่าวตอบโจทย์ความต้องการให้มนุษย์ยุคดิจิตอล ได้อย่างไม่น่าเชื่อ เว็บไซต์ www.bangkokbanksme.com ระบุว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เศรษฐกิจคนขี้เกียจ เติบโตพุ่งก
รมว.สาธารณสุข ขออภัย ลางานครึ่งวัน บินลัดฟ้า ทำ “ภารกิจของหัวใจ” เมื่อวันก่อน คุณอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข โพสต์ข้อความเกี่ยวกับภารกิจสำคัญ ที่ต้องออกไปทำกลางดึก จนทำให้ไม่สามารถเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงสาธารณสุขได้ตามปกติ โดยระบุว่า “ขออภัย ท่านผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข วันนี้ขอลางานครึ่งวัน เพิ่งได้รับแจ้งเกือบเที่ยงคืน ว่า มี หัวใจ รออยู่ที่สุราษฎร์ธานี เสร็จภารกิจแล้ว จะรีบเข้ากระทรวงไปทำงานตามปกติ ครับ” สำหรับภารกิจเร่งด่วนกลางดึกดังกล่าวนั้น ข่าวแจ้งว่า คุณอนุทินได้ขับเครื่องบินส่วนตัวนำทีมแพทย์ผ่าตัดหัวใจจาก รพ.จุฬาฯ และทีมผ่าตัดอวัยวะจาก รพ.รามาฯ เดินทางมาผ่าตัดอวัยวะ “น้องวอส-กฤษณะ อินทร์คง” อายุ 22 ปี ชาวอ.เกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งประสบอุบัติเหตุและบาดเจ็บสาหัสสมองตาย ไม่สามารถฟื้นคืนได้ ทางครอบครัว จึงแจ้งความประสงค์บริจาคอวัยวะ อันประกอบด้วย หัวใจ ดวงตา และไต ให้แก่สภากาชาดไทย
