ข่าววันนี้
แพทย์แผนไทยแนะนำประชาชนพกยาฟ้าทะลายโจร เตรียมรับมืออากาศหนาว พร้อมย้ำวิธีใช้ให้ได้ผล ต้องใช้ทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ นายแพทย์สรรพงศ์ ฤทธิรักษา รองอธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศว่าประเทศไทยจะเข้าสู่ฤดูหนาวอย่างเป็นทางการตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมไปจนถึงประมาณกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2563 อุณหภูมิต่ำสุดเฉลี่ย 20 – 22 องศาเซลเซียส ซึ่งต่ำกว่าอุณหภูมิปีที่แล้ว เมื่อประเทศไทยเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลจากฤดูฝนสู่ฤดูหนาว ช่วงนี้สภาพอากาศจะเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศที่หนาวเย็นจะส่งผลให้ธาตุน้ำในร่างกายไม่สมดุล ประชาชนมักจะป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ เช่น มีอาการแสบคอ เจ็บคอ ซึ่งเป็นอาการแรกเริ่มของโรคหวัด เนื่องจากติดเชื้อไวรัส กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จึงขอแนะนำประชาชนเตรียมรับมือโรคที่มากับอากาศหนาวด้วยการพกยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล ซึ่งเป็นยาสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ แนะนำให้ใช้ทันที เมื่อมีอาการดังกล่าวข้างต้นให้รับประทานยาฟ้าทะลายโจร ชนิดแคปซูล ขนาด 500 มิลลิกรัม ครั้งละ 3 แคปซูล หรือตามปริมาณของขนาดแคปซูลที่ใช้บรรจุ ทั้งนี้ต้องได้รับปริมา
เจ็บมาเยอะ! แม่ค้ายัน “กระทงเปลือกข้าวโพด” เวิร์ก เบา ถูก ยอดขายปัง ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับเทศกาลประเพณีเก่าแก่ของไทย “วันลอยกระทง” ซึ่งในปีนี้ตรงกับวันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 สิ่งสำคัญของเทศกาลนี้คือ การนำกระทงไปลอยในแม่น้ำเพื่อขอขมาพระแม่คงคาตามความเชื่อมาแต่โบราณ ซึ่งเทศกาลนี้ถือเป็นโอกาสของผู้ประกอบการในการหารายได้ ทำกระทงรูปแบบต่างๆ ออกจำหน่าย เช่น กระทงขนมปัง กระทงกรวยไอศกรีม กระทงจากโฟม และกระทงจากเปลือกข้าวโพด ฯลฯ โดยเพจ กระทงเปลือกข้าวโพดวิสาหกิจชุมชน คือหนึ่งในผู้ประกอบการที่ทำกระทงขาย เป็นกระทงจากเปลือกข้าวโพด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยผู้ประกอบการรายนี้ได้แชร์ประสบการณ์ จากการทำกระทงขายมาหลายปี ทำมาแล้วหลายแบบ แต่สุดท้ายมาจบที่กระทงจากเปลือกข้าวโพด ไว้ว่า “กระทง เคยขายมาแล้วทุกแบบ ขายกระทงเปลือกข้าวโพดอย่างเดียวก้อทำส่งแทบไม่ทันแล้ว กระทงแบบอื่นๆ ลูกค้าเคยมาเล่าให้ฟังเจอปัญหาทุกรูปแบบ แต่เลือกที่จะหยุดอยู่ที่กระทงเปลือกข้าวโพด เพราะดูแลเก็บรักษา ซ่อมแซมเวลากระทงมีปัญหาง่ายสุดแล้ว มือใหม่อยากลองขายกระทงอยากได้คำปรึกษาก่อนตัดสินใจขายกระทงชนิดไหนสอบถามได้ เจ็บมา
หุ้น-กองทุนรวม “ACE” เผยกำไรโตพุ่งขยายตัวปีละ 102% ส่งผลนักลงทุนสนใจแห่เข้าฟังโรดโชว์ “ACE” เผยกำไรโตพุ่งขยายตัวปีละ 102% ส่งผลนักลงทุนสนใจแห่เข้าฟังโรดโชว์ ACE เนื้อหอมนักลงทุนสนใจแห่เข้าฟังโรดโชว์เพียบ เน้นจุดเด่นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน พร้อมวางแผนขยายโรงไฟฟ้าเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 เผยกำไรโตโดดเด่นขยายตัวปีละ 102% นายธนะชัย บัณฑิตวรภูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอ๊บโซลูท คลีน เอ็นเนอร์จี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ACE กล่าวว่า หลังจากที่เปิดให้นักลงทุนร่วมรับฟังจุดเด่นธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนของ ACE และแผนการขยายโรงไฟฟ้าที่มีเป้าหมายเพิ่มกำลังการผลิตติดตั้งรวมมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 2567 ซึ่งมีนักลงทุนให้ความสนใจเข้าร่วมฟังกว่า 200 คน นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 1,018 ล้านหุ้น หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัท ภายหลังเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนครั้งนี้ สำหรับนักลงทุนรายย่อยจะต้องจองซื้อที่ราคา 4.40 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาเสนอขายสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น 4.00-4.40 บา
หมอช้างเปิดดวง “ราศีใดจะได้สละโสด-ราศีใดได้รับทรัพย์ก่อนสิ้นปี” หมอช้าง ทศพร ศรีตุลา เผยในรายการหมอช้างทีวี ว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ราศีใดจะได้สละโสด-ราศีใดได้รับทรัพย์ก่อนสิ้นปี โดยราศีที่จะหายหนาวส่งท้ายปีได้แก่ ราศีกุมภ์ (ผู้ที่เกิดวันที่ 15 ม.ค.-12 ก.พ.) และราศีพิจิก (ผู้ที่เกิดวันที่ 17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ทั้งสองราศีเจอเรื่องหนักๆ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาเยอะ ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องงาน รวมทั้งมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกับคนรัก แต่เมื่อเข้าสู่เดือนพฤศจิกายนแล้ว จังหวะดวงดาวจะเริ่มเปลี่ยนแปลง ใครที่ทะเลาะกัน จะได้กลับมาพูดคุยคืนดีกัน หรือใครที่ยังโสดจะมีโอกาสเริ่มต้นกับความรักครั้งใหม่ อาจจะเป็นคนที่เจอกันในที่ทำงานเดียวกัน สำหรับราศีที่จะมีโอกาสรับทรัพท์ก่อนสิ้นปี ได้แก่ ราศีมังกร (ผู้ที่เกิดวันที่ 15 ม.ค.-12 ก.พ.) และราศีพิจก (ผู้ที่เกิดวันที่ 17 พ.ย.-15 ธ.ค.) ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ดวงดาวส่งผลดี โดยเฉพาะในเรื่องของการเงิน ท่านที่เกิดในราศีมังกรจัดว่าเป็นราศีที่มีโอกาสในเรื่องโชคลาภ ได้อะไรมาแบบไม่คาดฝัน ไม่ได้มาในรูปแบบของตัวเงิน แต่อาจจะได้ของฝาก ของกำนัน หรือได้เครื่องรา
กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรปีใหม่ 2563 ทรงเตือน “อย่าประมาท ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน” วันที่ 1 พ.ย. 2562 เพจ เรารัก กรมสมเด็จพระเทพรัตน ฯ : Our Beloved Princess Maha Chakri Sirindhorn เผยแพร่ภาพ ส.ค.ส. พระราชทาน ภาพวาดฝีพระหัตถ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ พ.ศ. ๒๕๖๓ “ทรงเตือนอย่าประมาท ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน” โอกาสนี้.พระราชทานพรปีใหม่ “สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓ ปีชวดหนู “แมวไม่อยู่ หนูระเริง” ดังนี้ สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๓ ปีชวดหนู “แมวไม่อยู่ หนูระเริง” แมวไม่อยู่หนูระเริงโบราณว่า แต่แมวมาเมื่อไหร่รู้แน่ อาจถูกกินสิ้นชีพไม่ทันแก่ ต้องพ่ายแพ้เพราะประมาทอาจถึงตาย คนเหมือนหนูตั้งใจดูให้พร้อมสรรพ เผื่อแมวกลับสู้ได้ดั่งใจหมาย อยู่ทั้งปีไม่มีอันตราย ท่านทั้งหลายจงสุขทุกคืนวัน” https://www.facebook.com/MahaChakriSirindhorn/photos/a.400355652921/10158133646592922/?type=3&theater
บริการให้เช่า “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” มิติใหม่การเดินทางในกรุงเทพฯ หลังเปิดตัวบริการให้เช่า “สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า” ไปเมื่อเดือนสิงหาคม ยอดการใช้บริการก็เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในเขตเมืองเก่าของกรุงเทพมหานคร ล่าสุด บริษัท SCOOTA เปิดให้บริการการเช่าสกู๊ต เตอร์ไฟฟ้าด้วยนวัตกรรมใหม่ผ่านแอปพลิชันมือถือ เลือกใหม่ที่ทั้งสนุกและปลอดมลพิษให้แก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมถึงนักท่องเที่ยวในท้องถิ่นเพื่อใช้ในการเดินทางภายในกรุงเทพฯ” หวังลดการปล่อยคาร์บอนและทำให้เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าอยู่มากขึ้น มีตัวเลขนักท่องเที่ยวต่างชาติมากกว่า 38 ล้านคนมาเยือนประเทศไทยในปี 2561 จุดประสงค์ของนักท่องเที่ยวเหล่านี้ คือ การเข้าเยี่ยมชมเมืองเก่าของกรุงเทพฯและสถานที่มีชื่อเสียง อาทิ พระบรมมหาราชวัง, วัดโพธิ์, เสาชิงชา, ปากคลองตลาด และสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามอื่น ๆ ซึ่งในอดีตนักท่องเที่ยวใช้วิธีการเดินทาง อาทิ รถตุ๊กตุ๊ก, สามล้อ แท็กซี่ แต่ตั้งเเต่เดือนสิงหาคม สกูตเตอร์แชร์ริ่ง ของบริษัท SCOOTA ในเขตกรุงรัตนโกสินทร์ ให้บริการเช่าสกูตเตอร์ไฟฟ้า โดย ดาวน์โหลด: ดาวน์โหลดแอพฟรีบนสมาร์ทโฟนของคุณจาก App
ไหนว่าเศรษฐกิจดี “โรงงานกระเป๋า” อ.ศรีราชา ประกาศปิดตัว พนักงานตกงานอื้อ วันที่ 1 พ.ย.62 ผู้ใช้เฟซบุ๊ก สำเริง ต้อนไล่ ได้โพสต์ภาพและข้อความชวนเศร้าว่า “โรงงาน ไฮเทรนด์อุตสาหกรรม (กรุงเทพ) เทศบาลเมืองศรีราชาปิดอย่างเป็นทางการ(11ปี) เหลือไว้แค่ความทรงจำดีๆ ขอให้พี่ๆ น้องๆ โชคดี” ที่มา เฟซบุ๊ก สำเริง ต้อนไล่
บุกตลาดไทยแล้ว! “มิสเตอร์สปีดี้” ขนส่งน้องใหม่จากรัสเซีย ทางเลือกใหม่ของ SMEs จากการเติบโตของกระแสอี-คอมเมิร์ซ รวมถึงเทคโนโลยีในการสื่อสาร ทำให้การเติบโตของโลจิสติกส์ไทยกลายเป็นสิ่งที่น่าลงทุนสำหรับชาวต่างชาติ ดังจะเห็นได้ว่ามีผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์จากต่างชาติเข้ามาเปิดให้บริการอยู่หลายราย และล่าสุด มิสเตอร์สปีดี้ สตาร์ตอัพผู้ให้บริการด้านการโลจิสติกส์สัญชาติรัสเซีย ก็ขอเข้ามาร่วมแบ่งเค้กด้วยอีกหนึ่งราย สำหรับ มิสเตอร์สปีดี้ นั้น อยู่ภายใต้ บริษัท ดอสต้าวิสต้า (Dostavista) ซึ่งเป็นสตาร์ตอัพที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2012 ดำเนินธุรกิจให้บริการจัดส่งพัสดุไปรษณีย์ในประเทศรัสเซีย โดย นายไมค์ อเล็กซานดรอฟสกี้ (Mike Alexandrovski) ปัจจุบันได้ดำเนินงานด้านโลจิสติกส์ใน 11 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย, บราซิล, อินเดีย, เกาหลี, เม็กซิโก, ตุรกี, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, เวียดนาม และประเทศไทย โดยทางบริษัทดอสต้าวิสต้า มีแนวคิดที่ว่า “เราจะดำเนินการจัดส่งของที่สะดวก รวดเร็วและมีค่าใช้จ่ายถูกกว่าการออกจากบ้าน” ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีในการบริหารและจัดการโลจิสติกส์มาใช้ ทำ
กรมอุตุฯ เผยทั่วไทยอุณหภูมิลด กรุงเทพฯลด 3 องศา ใต้คลื่นแรง ระวังการเดินเรือ กรมอุตุฯ / พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า เมื่อเวลา 04.00 น.ของวันนี้ (1 พฤศจิกายน 2562) หย่อมความกดอากาศต่ำในประเทศกัมพูชาทางใต้ของจังหวัดสุรินทร์ ประมาณ 30 กิโลเมตร ที่อ่อนกำลังลงจากพายุระดับ 1 (หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง) มีแนวโน้มเคลื่อนตัวทางตะวันตกเฉียงเหนือเข้าสู่ประเทศไทย บริเวณจังหวัดบุรีรัมย์ในระยะต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลางตอนล่าง มีฝนฟ้าคะนองกับมีลมแรง เกิดขึ้นได้ในระยะนี้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา มีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป มีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีอากาศเย็นถึงหนาว อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียสกับมีลมแรง ส่วนภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิจะลดลง 1-3 องศาเซลเซียส กับมีลมแรง ขอ
สมาพันธ์เกษตรฯ ย้ำเกษตรกรเดือดร้อนหนัก ห้ามแบนพาราควอต ไร้สารทดแทน หยุดนำเข้าผักผลไม้พิษจากต่างประเทศ สมาพันธ์เกษตรปลอดภัย สมาคมเกษตรปลอดภัย สมาคมตัวแทนเกษตรกร และเครือข่ายพันธมิตร กลุ่มพืชเศรษฐกิจ ยื่นหนังสือขอเข้าพบ นายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ชี้แจงเกษตรกรเดือดร้อนหนัก ห้ามแบนพาราควอต เนื่องจากไร้สารทดแทนที่มีประสิทธิภาพและต้นทุนเท่าเทียมกัน พร้อมขอเหตุผลการแบน 3 สารของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ร้องเรียนรัฐห่วงสุขภาพประชาชนจริง หยุดนำเข้าผักผลไม้พิษจากประเทศที่ยังใช้สารเคมีเกษตรทั้ง 3 ชนิดอยู่ นายสุกรรณ์ สังข์วรรณะ เลขาธิการสมาพันธ์เกษตรปลอดภัย เปิดเผยว่า เกษตรกรผู้ปลูกพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ อ้อย ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และไม้ผล ได้สนับสนุนมาตรการจำกัดการใช้สาร พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอส มาอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งมีมติการแบนสารดังกล่าวขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2562 เกิดความสับสน เนื่องจากการตัดสินขัดแย้งกับมติเดิมของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 และวันที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562 ที่อนุญาตให้ใช้ 3 สารดังกล่าวได้ภาย
