ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย โต้ชาวบ้าน ไม่ได้ต้องการครอบครัวละ 150 ไร่ โดนถามชี้นำ ทำให้งง ลูกชายปู่คออี้ ลั่นไม่ลงไป ยอมตายในป่าใหญ่ ถ้าเจ้าหน้าที่จะยิงก็ไม่โกรธ
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
![]()
วันที่ 24 ก.พ.64 นายนิรันดร์ พงษ์เทพ ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ให้สัมภาษณ์หลังปรากฎคลิปวิดีโอ และข่าว ว่าชาวบ้านบางกลอย ที่ตัดสินใจเดินเท้าขึ้นไปบนใจแผ่นดิน ต้องการพื้นที่ทำกิน 150 ไร่ต่อครอบครัว ในระยะเวลา 10 ปี ว่า จริงๆแล้วชาวบ้านไม่ได้ต้องการพื้นที่ทำกินมากขนาดนั้น สิ่งที่ปรากฎออกไปจะทำให้ชาวบ้านถูกเข้าใจผิด เพราะพวกเขาไม่เข้าใจคำถาม และ ถูกถามในลักษณะชี้นำ ยิ่งเมื่อถูกถามจี้มากๆพวกเขายิ่งงงจึงตอบออกไปในลักษณะนั้น ตนอยู่ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่อุทยานสอบถามชาวบ้าน ซึ่งพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่อุทยานอธิบายนั้น พวกเขาไม่รู้ว่าพื้นที่ตรงนั้นมีขนาดเท่าไหร่
- กะเหรี่ยงบางกลอย ขอทำไร่หมุนเวียน ฝ่ายรัฐยืนกรานให้ไม่ได้
- ไหว้ขอโทษ เหตุรุนแรงในอดีต ลูกปู่คออี้ ไม่ยอมกลับ แฉอีก ‘กะเหรี่ยงบางกลอย’ โดนขู่
- ‘นายกฯ’ ยันเอง ห้ามใช้ความรุนแรง แก้ข้อพิพาท กะเหรี่ยงบางกลอย ลั่นไม่ยอมให้เกิด
ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย กล่าวต่อว่า ที่ชาวบ้านต้องการไม่ใช่ 10 ไร่ แค่ปีละ 2.5 ไร่ หรือ 3 ไร่ พวกเราก็สามารถดำรงชีพได้แล้ว มี 10 แปลง หมุนไปเป็นวงรอบในระยะเวลา 10 ปี ครอบครัวหนึ่งก็สามารถอยู่ได้ ส่วนภาพที่ปรากฎว่าเกิดการทำลายป่าจำนวนมากนั้น
อยากให้ลงมาดูข้อเท็จจริงในพื้นที่ มันไม่ได้มากขนาดนั้น และไม่ได้เป็นการทำลายป่า อยากให้เข้าใจชาวบ้านว่าสิ่งที่พวกเขาทำเพื่อความอยู่รอด ไม่ใช่การทำลายป่า ถ้าพวกเขาทำลายป่า ไม่มีทางที่ป่าแก่งกระจานจะสมบูรณ์อยู่ได้มาถึงทุกวันนี้
ผู้ใหญ่นิรันดร์ กล่าวต่อว่า ตอนนี้มีชาวบ้านประมาณ 30 คน รวมถึง นายหน่อแอะ มีมิ ลูกชายของ ปู่คออี้ มีมิ ผู้นำทางจิตวิญญาณของชาวบ้าน ที่ยังอยู่บางกลอยบน และยืนยันว่าจะไม่กลับลงมา โดยนายหน่อแอะ ได้ยืนยันเจตนารมย์ชัดเจนว่า เขาขออาศัยอยู่ตรงพื้นที่ที่เขาเกิด และหากเจ้าหน้าที่จะยิง หรือทำร้ายจนเขาเสียชีวิต ก็อนุญาตให้เจ้าหน้าที่กระทำได้เลย เขาจะไม่โกรธแต่อย่างใด ซึ่งเขาบอกและยืนยันอย่างหนักแน่น
“อยากให้หน่วยงานภาครัฐ พูดคุยกับชาวบ้านอย่างสันติ และหาข้อตกลงร่วมกันในเรื่องปัญหาที่ดินทำกิน และการทำไร่หมุนเวียน ที่เป็นวิถีชีวิตของคนกะเหรี่ยง ในฐานะคนกลางอยากให้ปัญหาเรื่องนี้จบลงด้วยดี ตนเข้าใจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ทำการอนุรักษ์ทรัพยากธรรมชาติ แต่ในมุมของชาวบ้านเขาก็ต้องการที่ทำกินในการเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว ที่ผ่านมาที่ดินที่รัฐจัดสรรมาให้นั้นไม่เพียงพอ และไม่สามารถทำการเพาะปลูกให้ได้ผลผลิต แม้ว่าจะมีน้ำไหลผ่าน แต่เป็นดินลูกรังจะปลูกอะไรก็ปลูกไม่ขึ้น ” นายนิรันดร์ กล่าว
ผู้ใหญ่บ้านบางกลอย ระบุด้วยว่า ตอนนี้ชาวบ้านอยู่กันอย่างหวาดผวา เพราะไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีบทสรุปอย่างไร ใครจะเป็นคนที่เข้ามาพูดคุยกับพวกเขาเพื่อหาทางออกในเรื่องนี้
