ไขปริศนาเจ้าอาวาสหายตัว! ตร.แกะรอยอัลติส 2 คัน เปลี่ยนรถกลางทางสระบุรี ก่อนสัญญาณมือถือดับที่แม่สอด เร่งล่าคนขับคันที่ 2 ชาวบ้าน-ลูกศิษย์เฝ้าติดตามใกล้ชิด ด้วยความหวังว่าท่านยังปลอดภัย

วันที่ 21 เม.ย.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีการหายตัวไปของ พระครูปลัดสมบัติ สิริสุวณโณ อายุ 58 ปี เจ้าอาวาสวัดสนามไชย ต.บ้านป้อม อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา หลังหายตัวไปนานกว่า 1 เดือน ล่าสุดยังไม่พบตัว และยังคงไร้วี่แวว ท่ามกลางความกังวลของญาติและชาวบ้านในพื้นที่

ล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับตำรวจจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แกะรอยจากกล้องวงจรปิดและพยานแวดล้อม จนสามารถระบุตัวผู้ขับรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีบรอนซ์เงิน คันที่มารับเจ้าอาวาสจากวัดได้แล้ว คือ “นายเอ” (นามสมมติ) และได้เชิญตัวมาสอบปากคำ

โดยนายเอ ให้การว่า เป็นผู้ขับรถไปรับเจ้าอาวาสเมื่อวันที่ 16 มีนาคม เวลาประมาณ 21.00 น. ก่อนพาไปรับลูกชายของเจ้าอาวาสที่ศูนย์บำบัดในจ.ราชบุรี และเดินทางต่อไปยังจ.ขอนแก่น เพื่อส่งลูกชายให้กับภรรยา หลังจากนั้นได้พาเจ้าอาวาสเดินทางกลับวัดในจ.พระนครศรีอยุธยา แต่ระหว่างทางบนถนนทางหลวงในพื้นที่จ.สระบุรี เจ้าอาวาสได้เปลี่ยนใจขอให้พาไปทำธุระที่จ.เชียงใหม่

อย่างไรก็ตามนายเอ มีอาการอ่อนล้า จึงปฏิเสธเดินทางต่อพร้อมประสานรถอีกคันมารับแทน โดยมีการเปลี่ยนรถบริเวณระหว่าง ต.พุแค อ.เฉลิมพระเกียรติ กับ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งรถคันที่ 2 เป็นรถเก๋งโตโยต้าอัลติสสีน้ำเงิน มีนายบี (นามสมมติ) เป็นผู้ขับ แต่เมื่อเจ้าอาวาสขึ้นรถคันที่ 2 แล้ว ได้มีการเปลี่ยนจุดหมายอีกครั้งให้มุ่งหน้าไปยังจ.ตาก จากนั้นนายเอ ได้แยกตัวออกจากพื้นที่ ขณะที่นายบี ขับรถพาเจ้าอาวาสไปส่งในพื้นที่จ.ตาก ก่อนจะเดินทางออกจากพื้นที่

ต่อมาเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลจากคำให้การทั้งสองราย จนพบว่าสัญญาณโทรศัพท์มือถือของเจ้าอาวาสไปสิ้นสุดในพื้นที่อ.แม่สอด จ.ตาก เบื้องต้นตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพิกัดรถคันที่ 2 แล้ว และอยู่ระหว่างการเชิญตัวนายบี มาให้ปากคำเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่พบตัวเจ้าอาวาส ทำให้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องและคลี่คลายคดีอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน ภายหลังมีความคืบหน้าว่าพบเบาะแสการเดินทางของเจ้าอาวาส ชาวบ้านและลูกศิษย์ภายในวัดต่างพากันมาเฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ด้วยความหวังว่าท่านอาจยังปลอดภัย

นายไฟศาล หาวัน อายุ 41 ปี ลูกศิษย์วัด เปิดเผยว่า เมื่อทราบข่าวก็รู้สึกมีความหวังขึ้นมาบ้าง แต่ก็ยังแปลกใจกับเส้นทางการเดินทางตามคำให้การของคนขับรถ เนื่องจากที่ผ่านมา เจ้าอาวาสไม่เคยเดินทางไกลลักษณะนี้ โดยไกลที่สุดที่เคยไปคือจ.น่าน และมักจะเดินทางไป-กลับเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ชาวบ้านและลูกศิษย์ยังคงเฝ้ารอความชัดเจนจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อคลี่คลายข้อเท็จจริงและค้นหาตัวเจ้าอาวาสต่อไป

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องได้ที่นี่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน