น้าชาติ ประชาชื่น
ไม่ใช่คนกรุงเทพฯ ครับ แต่อยาก รู้ว่าตรงไหนของกรุงเทพฯที่เรียกว่า ประตูผี
เจ้าปัญหา
ตอบ เจ้าปัญหา
ปัจจุบันบริเวณที่เคยเป็น “ประตูผี” ในอดีต คือ แยกสำราญราษฎร์เป็นสี่แยกจุดตัดถนนบำรุงเมืองและถนนมหาไชย ในพื้นที่เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร “สำราญราษฎร์” เป็น ชื่อที่ทางการตั้งให้แทนชื่อย่านที่เรียกดั้งเดิมว่า ประตูผี เป็น ย่านเก่าแก่บริเวณริมคลองโอ่งอ่าง จุดตัด 2 ถนนดังกล่าว ระหว่างวัดเทพธิดารามกับวัดสระเกศ
ได้ชื่อประตูผีมาจากที่เป็นเส้นทางสำหรับลำเลียงศพออกจากเขตประตูเมืองของกรุงเทพฯ (เกาะกรุงรัตนโกสินทร์) โดยเฉพาะเจาะจง มีบทบาทสำคัญต่อประวัติศาสตร์ของกรุงเทพฯ ในคราวที่มีประชาชนเสียชีวิตจากโรคระบาด
เช่น อหิวาตกโรค จำเป็นต้องลำเลียงศพจำนวนมากผ่านประตูผีออกมา เพื่อทำพิธีฌาปนกิจที่วัดสระเกศ อันเป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเมือง ตรงริมคูเมืองชั้นนอก
นักวิชาการประวัติศาสตร์โบราณคดี พิเศษ เจียจันทร์พงษ์ เคยเขียนเกี่ยวกับประตูผี ในนิตยสารศิลปวัฒนธรรม สรุปความตอนหนึ่งว่า เมื่อมีการสร้างกรุงเทพมหานครขึ้นบนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา พระแก้วมรกตได้รับการประดิษฐานในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดารามในพระบรมมหาราชวัง ทิศทางของพระอุโบสถหันหน้าตรงกับประตูผี (ข้างวัดสระเกศ ภูเขา ทอง) การวางทิศทางเช่นนี้เหมือนกับว่าเป็นการวางผังเมืองที่กำหนดหน้าที่ให้แก่พระแก้วมรกตในฐานะเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองปกปักรักษากรุงเทพมหานครให้พ้นจากความชั่วร้ายมิให้กล้ำกรายเข้าเมืองมา
โดยทั่วไปเมื่อมีการสร้างเมืองมีกำแพงล้อมรอบ จะเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือวงกลม หรือบิดเบือนไปตามสภาพภูมิประเทศก็ตาม จำเป็นที่จะต้องมีช่องทางเข้าออก เรียกว่าประตูเมือง ซึ่งประตูเมืองนี้หากเป็นกำแพงเมืองก่ออิฐมั่นคง ก็จะมีบานประตูเปิด-ปิดได้ สำหรับป้องกันข้าศึกศัตรู หากเป็นกำแพงดินก็อาจมีการสร้างสิ่งกีดขวางเป็นขวากหนาม หรือสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายเปิด- ปิดได้
บานประตูเป็นสิ่งควบคุมการเข้าออกเมืองของสิ่งมีชีวิต แต่ความชั่วร้ายอัปมงคลต่างๆ หรือสิ่งอื่นใดอันมีสภาวะเป็นนามธรรม ก็ต้องมีสิ่งป้องกันไว้ด้วย คือการลงเลขยันต์คาถาอาคมไว้ที่ช่องประตูเมือง เมื่อเป็นเช่นนี้ทุกช่องประตูเมืองจึงมีเครื่องควบคุมการเข้าออกของสิ่งที่เป็นรูปธรรม และเครื่องป้องกันเมืองจากสิ่งที่มีสภาวะเป็นนามธรรม
ด้วยเหตุนี้จึงพบว่า ตามเมืองสมัยโบราณมักจะมีประตูผีอยู่ ด้วยเสมอ ตามความเข้าใจโดยทั่วไปเป็นประตูสำหรับนำศพคนตายที่ตายในเมือง เพื่อนำออกไปประกอบพิธีกรรมนอกเมือง ดังนั้น ประตูผีจึงต้องมีคุณสมบัติพิเศษต่างไปจากประตูเมืองทั่วไป คือต้องไม่มีการลงคาถาอาคมเลขยันต์อะไรที่ประตูนี้ ศพที่ยังไม่ประกอบพิธีกรรมจึงจะสามารถออกจากเมืองไปได้ทั้งสองสภาวะ
สำหรับกรุงเทพฯ เมื่อแรกตั้งกรุงรัตนโกสินทร์บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วยกำแพงและคูเมืองสองชั้น คูเมืองชั้นในเริ่มจากแม่น้ำเจ้าพระยาตรงที่ปัจจุบันเป็นสะพานพระปิ่นเกล้า อ้อมสนามหลวง พระบรมมหาราชวัง วัดพระเชตุพน ฯลฯ ไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาอีกด้านหนึ่งที่ปากคลองตลาด
คูเมืองชั้นนอกคือคลองบางลำพู ปลายคลองข้างหนึ่งไปออกแม่น้ำเจ้าพระยาแถวบริเวณหัวถนนจักรวรรดิ มีวัดสระเกศอยู่ริมคูเมืองชั้นนอกฝั่งนอกเมือง เป็นสุสานในการประกอบพิธีกรรมเกี่ยวกับศพสำหรับพระนคร โดยมีประตูผีและสะพานข้ามคูเมืองชั้นนอกไปยังวัด
ภายในเมืองตรงกับประตูผีคือพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดา ราม ประดิษฐานพระแก้วมรกตหันหน้าตรงไปยังประตูผีมาแต่เริ่มต้น มิให้ความชั่วร้ายอัปมงคลเข้ามาสู่พระนครโดยทางประตูผี
แต่ภายหลังต่อมาน่าจะเป็นสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เกิดแนวคิดใหม่เกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์สำหรับเฝ้าระวังประตูผี ได้เปลี่ยนไปจากพระแก้วมรกต จึงปรากฏปูชนียสถานอื่นมาตั้งขวางพระแก้วมรกตกับประตูผี
รวมทั้งการวางแนวถนนสายใหม่ๆ ในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวหลายเส้น บางเส้นมีการตัดขวาง และบางเส้นก็มีขนาดใหญ่ (ถนนราชดำเนิน) ซึ่งมีแนวเบี่ยงเบนไปจากเส้นแนวระหว่างพระแก้วมรกตไปยังประตูผี คนรุ่นหลังจึงไม่อาจสังเกตเห็นความหมายของแนวเส้นแกนหลักดั้งเดิม เส้นนี้ของกรุงรัตนโกสินทร์ได้