“พระราชมงคลวชิราคม” หรือ “หลวงปู่แผ้ว’ ปวโร” พระเกจิชื่อดังแห่งวัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ได้รับการขนานนามว่าเทพเจ้าแห่งกำแพงแสน พระเถระผู้เปี่ยมด้วยเมตตามากด้วยบารมี

รายงานพิเศษ - เหรียญพิทักษ์แดนใต้ หลวงปู่แผ้ว ปวโร

มีนามเดิมว่า แผ้ว บุญวัฒน์ เกิดเมื่อวันแรม 14 ค่ำ เดือน 11 ปีกุน ตรงกับวันพุธที่ 7 พ.ย.2466 ณ หมู่บ้านหลักเมตร ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ครอบครัวย้ายไปอยู่ ต.ทุ่งขวาง อ.กำแพงแสน จากนั้นท่านจบการศึกษาชั้นประถมปีที่ 3 จากโรงเรียนวัดหนองม่วง ต.เตาอิฐ อ.บางแพ จ.ราชบุรี

อายุครบ 20 ปี อุปสมบท ณ วัดหนองปลาไหล อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2486 มีพระครูสุกิจธรรมสร (หลวงพ่อสว่าง ธัมมสโร) วัดกำแพงแสน เป็นพระอุปัชฌาย์, หลวงพ่อปาน อรกโข วัดหนองปลาไหล เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระอาจารย์สนั่น วัดหนองปลาไหล เป็นพระอนุสาวนาจารย์

หลังครองเพศบรรพชิต ตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัยอย่างจริงจัง ช่วงแรกบวชอยู่จำพรรษาอยู่ที่วัดหนองปลาไหลเป็นเวลา 1 เดือน จากนั้นได้จาริกไปจำพรรษาที่วัดหนองม่วง 8 พรรษา

ต่อมาปี พ.ศ.2494 ย้ายมาเป็นครูสอนพระปริยัติธรรม และจำพรรษาอยู่ที่วัดปลักลายไม้ อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ในปี พ.ศ.2497 ย้ายไปสอนพระปริยัติธรรม และจำพรรษาที่วัดสว่างชาติประชาบำรุง ต.กำแพงแสน

สองวัดเมื่อตำแหน่งเจ้าอาวาสว่างลง ชาวบ้านต่างต้องการให้หลวงปู่ดำรงตำแหน่งแทน แต่ไม่ประสงค์ที่จะรับตำแหน่งทางปกครองคณะสงฆ์

พ.ศ.2502 สนใจที่จะศึกษาและปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานอย่างจริงจัง จึงย้ายไปอยู่จำพรรษาที่วัดกำแพงแสน ต.ห้วยหมอนทอง อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ศึกษาปฏิบัติวิปัสสนากัมมัฏฐานและวิทยาคม กับหลวงพ่อหว่าง อย่างมุ่งมั่น จริงจัง จนแตกฉาน

รายงานพิเศษ - เหรียญพิทักษ์แดนใต้ หลวงปู่แผ้ว ปวโร

เมื่อปี 2524 หลวงปู่ดูลย์ อตุโล วัดบูรพาราม จ.สุรินทร์ พระกัมมัฏฐานสายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เดินทางมาพักอยู่จำพรรษา ณ วัดกำแพงแสน ทำให้มีโอกาสสนทนาธรรมด้วย และได้รับความเมตตาถ่ายทอดแนวทางการปฏิบัติกัมมัฏฐานให้ด้วย

สร้างคุณูปการสืบสานจรรโลงพระพุทธศาสนาอย่างรอบด้าน อาทิ ปฏิสังขรณ์วัดวาอารามต่างๆ ทั้งในเขตอำเภอกำแพงแสนและพื้นที่ใกล้เคียง ท่านจะอุดหนุนด้วยการสร้างวัตถุมงคลที่ระลึก เพื่อให้ผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาได้สมทบทุนปัจจัยนำไปใช้เพื่อการสาธารณประโยชน์

ส่วนวิทยาคมอันเข้มขลังที่ใช้นั่งบริกรรมระหว่างนั่งปรกปลุกเสกวัตถุมงคล ล้วนแต่เป็นวิทยาคมของหลวงพ่อหว่าง อดีตเจ้าอาวาสวัดกำแพงแสน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากหลวงพ่อทา วัดพะเนียงแตกอีกทอดหนึ่ง

ทั้งนี้ได้ศึกษาอยู่กับหลวงพ่อหว่างจนกระทั่งมรณภาพ เมื่อได้รับกิจนิมนต์นั่งปรกจึงนำวิชาใช้รวมกับวิชาวิปัสสนากัมมัฏฐานที่ได้เรียนสำนักวัดมหาธาตุฯ ท่าพระจันทร์ มาใช้บริกรรมคาถา เพื่อให้เกิดความเข้มขลัง

เมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2552 หลวงปู่แผ้วย้ายมาอยู่จำพรรษาที่วัดประชาราษฎร์บำรุง (วัดรางหมัน) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

ล่าสุด พ.ศ.2565 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนามที่ พระราชมงคลวชิราคม

ด้านวัตถุมงคลที่มีชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ปรารถนามีอยู่หลายรุ่นด้วยกัน โดยเฉพาะเหรียญพิทักษ์แดนใต้

พล.ต.ท.เกรียงศักดิ์ สุริโย อดีต ผบช.ตชด. และผบช.ภ.2 ดำริจัดสร้างเหรียญพิทักษ์แดนใต้ เพื่อการสร้างขวัญและกำลังใจแก่ตชด. เนื่องจากต้องทำงานเสี่ยงภัยอยู่ในพื้นที่อันตราย

โดยอาราธนาให้เป็นองค์เจ้าเหรียญ สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2550

รูปแบบเหรียญ เป็นเหรียญปั๊มรูปไข่ มีหูห่วง ชนิดของเหรียญประกอบด้วย 5 เนื้อได้แก่ เนื้อทองคำจำนวน 14 เหรียญ เนื้อเงินจำนวน 80 เหรียญ เนื้อนากจำนวน 14 เหรียญ เนื้อสัมฤทธิ์จำนวน 9 เหรียญ และเนื้อทองแดงจำนวน 10,000 เหรียญ

รายงานพิเศษ - เหรียญพิทักษ์แดนใต้ หลวงปู่แผ้ว ปวโร

ด้านหน้าเหรียญตรงกลางเป็นรูปเหมือนนั่งขัดสมาธิเต็มองค์ ใต้รูปเหมือนเขียนคำว่า “หลวงปู่แผ้ว ปวโร”

ด้านหลังเหรียญตรงกลางเป็นยันต์ ด้านบนยันต์เขียนคำว่า “พิทักษ์แดนใต้” ด้านล่างใต้ยันต์เขียนคำว่า “วัดกำแพงแสน จ.นครปฐม ๒๕๕๐”

ทุกเหรียญตอกโค้ดตราแผ่นดิน มอบให้กับข้าราชการตำรวจสังกัด ตชด.ภาค 4 เพื่อไว้ติดตัวเป็นขวัญกำลังใจให้ปลอดภัยแคล้วคลาดจากภยันตราย จำนวน 4,000 เหรียญ มอบให้ข้าราชการตำรวจภาค 9 ส่วนหน้า จำนวน 6,000 เหรียญ ถวายหลวงปู่แผ้ว เพื่อให้ลูกศิษย์เช่าบูชา 100 เหรียญ และมอบให้ข้าราชการตำรวจสังกัดภาค 7 อีกจำนวนหนึ่ง

จัดเป็นวัตถุมงคลอีกรุ่นที่ผู้นำไปห้อยขึ้นคอมีประสบการณ์มากมาย เป็นอีกเหรียญหนึ่งที่น่าสนใจ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน