ราชบุรี – นายทรงศัก สายเชื้อ ผู้ตรวจการแผ่นดิน พร้อมด้วยนายอุดม เพชรคุต รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายอานันท์ ฟักสังข์ อุตสาหกรรม จ.ราชบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากกรณีเกิดเหตุเพลิงไหม้โรงงานแห่งหนึ่งตั้งอยู่ที่หมู่ 8 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดมลพิษรอบด้านทั้งควันพิษที่ลอยออกไป น้ำที่ปนเปื้อนสารเคมีซึมลงใต้ดิน ที่ผ่านมาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากโรงงานมากกว่า 20 ปี และได้มีการฟ้องต่อศาลและขณะนี้เรื่องอยู่ในชั้นศาลอุทธรณ์ จากตรวจสอบพื้นที่ภายในโรงงานในโซนที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ ก็พบว่าทางโรงงานได้ทำคันดินกั้น ส่วนถังสารเคมีที่ถูกไฟไหม้และไม่ได้ถูกไฟไหม้ก็ยังคงอยู่ในบริเวณดังกล่าวเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีคำสั่งให้ทางโรงงานได้เร่งดำเนินการย้ายถังสารเคมีดังกล่าวออกไปบำบัดที่อื่น มาตั้งแต่วันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมา แต่มาถึงวันนี้ถังสารเคมียังคงมีอยู่

การลงพื้นที่ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือเป็นการแก้ไขปัญหาเชิงรุก เนื่องจากเห็นว่าเหตุการณ์เพลิงไหม้โรงงานรีไซเคิลกากอุตสาหกรรม เป็นกรณีที่ก่อให้เกิดความ เสียหายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขอนามัย ของประชาชนในวงกว้าง ส่วนหนึ่งก็ต้องการมาเพื่อสนับสนุนหน่วยงานและมาให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ การแก้ไขในระยะสั้นก็จะมีสองมาตรการคือ จะมาดูเรื่อง ของการปนเปื้อนในมลภาวะ เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องยาวนานมาหลายสิบปี ส่วนที่ 2 ก็จะเป็นเรื่องไฟไหม้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังรวบรวมรายชื่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ จะดำเนินการช่วยเหลืออย่างไรให้รวดเร็ว และจะจ่ายเงินชดเชยอย่างไร เรื่องของสิ่งแวดล้อม หน่วยงานต่างๆ กำลังดำเนินการและเมื่อประเมินผลออกมาก็จะต้องมาดูว่ามีแนวทางการดำเนินการอย่างไรบ้าง เป็นปัญหาที่สะสม มานานตั้งแต่โรงงานมาตั้งทำให้ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อนเรื่องของแหล่งน้ำ เรื่องของกลิ่น เรื่องของมลภาวะต่างๆ

“พบว่ามีกลิ่นเหม็น น้ำในลำห้วยใช้ไม่ได้ นอกจากชาวบ้านที่ไม่มีทางเลือกก็จะใช้น้ำในลำห้วย มีความเสี่ยงในเรื่องของการปนเปื้อนต้องกลับมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ และหากทางผู้ประกอบการไม่ให้ความร่วมมือก็จะต้อง ใช้ในเรื่องของพ.ร.บ.ซึ่งมีอยู่หลายฉบับมาดำเนินการบังคับใช้”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน