Featured
สร้างสรรค์ที่สุดในสามโลก เมื่อคุณ Phraerisa Phanjarik ได้โพสต์ลูกสาวแต่งตัวไปร่วมงานโรงเรียนเนื่องในวันเด็กแห่งชาตินั้น แต่สาวน้อยเธอคูล เธอแตกต่าง เธอมั่นใจ เพราะเพื่อนคนอื่นแต่งคอสเพลย์เป็นเจ้าหญิง สาวน้อยรายนี้เลือกที่จะแต่งเป็นสาวยาคูลท์ที่ดูแล้วคูลมากๆ ด้วยหน้าตาน่ารักใสๆ ทำให้เกิดแฟนคลับติดตามน้องมีมี่สาวยาคูลท์รุ่นจิ๋วเป็นที่เรียบร้อย ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์เมื่อสมาชิกทวิตเตอร์ @suchratpooma ได้ทวิตภาพพระรูปหนึ่งกำลังถือตะกร้าเดินอยู่ในซุปเปอร์มาเก็ต บริเวณแผนกน้ำดื่ม และบริเวณอาหารประเภทตู้ขายไส้กรอก ซึ่งภาพดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ในขณะนี้ โดยผู้โพสต์ได้ระบุไว้ด้วยว่า “มาฟู๊ดแลนด์ตอนสองทุ่ม…ถึงกับตะลึง…เจอพระหิ้วตะกร้ามาซื้อไส้กรอกกับน้ำองุ่นราคาแพง…เหมาะสมแล้วหรือ? พุทธศาสนิกชนควรปล่อยเลยตามเลยหรือ? ฝากสำนักพุทธฯช่วยตรวจสอบด้วยครับ เพราะผู้จัดการที่นี่บอกว่ามาประจำเลย” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
วันที่ 12 ม.ค. น.ส.กรรณิกา นาสินสอน หรือจ๋อม อายุ 24 ปี ชาว ต.โคกล่าม อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาเปิดตัวว่าเป็นอดีตภรรยาของนักร้องลูกทุ่งหนุ่มดาวรุ่งคนหนึ่ง ที่มีการโพสต์เฟสบุ๊ก เรื่องรางดราม่าในลักษณะได้เจอน้องหมาที่ชื่อว่า “ปุ๊กกี้” ซึ่งหายไปนานกว่า 10 ปีแล้ว พร้อมทั้งได้รับน้องหมาตัวดังกล่าวไปเลี้ยงดูเป็นอย่างดีด้วย โดยอดีตภรรยาระบุว่าไม่เป็นเรื่องจริงน้องหมาไม่ได้หายไป โดยน้องหมาตัวดังกล่าวอยู่กับป้าย่านสายไหม กรุงเทพฯ ที่นักร้องหนุ่มเคยเช่าพักอาศัยอยู่กับครอบครัว แต่พอช่วงที่น้ำท่วมกรุงเทพฯ เมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา นักร้องหนุ่มก็ย้ายออกจากย่านสายไหม ไปเช่าบ้านอยู่แถวปิ่นเกล้ากับพี่ชายแต่ไม่ได้เอาน้องหมาไปด้วย ให้ป้าเป็นคนเลี้ยง และเวลาที่อดีตสามีไปเยี่ยมป้าก็ยังได้เจอกับน้องหมา ไม่ได้หายไปนานเป็น 10 ปีตามที่อดีตสามีโพสต์แต่อย่างใด ก็ไม่ทราบเจตนาว่าทำไมถึงออกมาโพสต์แบบนั้น หรืออยากสร้างกระแสให้แฟนคลับเห็นว่าเป็นคนใจบุญรักสัตว์หรือไม่ ส่วนที่ตนเองออกมาเปิดเผยความจริง เพราะไม่อยากให้อดีตสามีหลอกลวงสังคมหรือแฟนคลับ ทั้งที่ตัวเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าความจริงคืออะไร และที่ทำให้รู้สึกเสีย
เป็นภาพที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์อย่างหนักเมื่อ สมาชิกเฟซบุ๊ก อ้วนล่ำใจดี มีฐานะ ได้โพสต์ภาพซึ่งกลายเป็นที่ฮือฮาของชาวเน็ต ได้รับการแชร์ไปหลายพันครั้ง และรีทวิตอีกจำนวนมาก โดยภาพดังกล่าวคือภาพของขนมกรุบกรอบยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดความฮือฮาเพราะในถุงนั้น มีซองกระดาษเขียนว่า ท่านคือผู้โชคดีได้รับทองคำแท้ในซองนี้ และมีการโชว์แหวนทองดังกล่าวไว้ด้วย ทั้งนี้ หลังจากมีการแชร์มีทั้งคนเชื่อและไม่เชื่อว่าจะได้ทองจริงๆ ด้านผู้โชคดี นายปัญญา กันหามี ได้รับทองจากขนมได้เปิดเผยกับข่าวสดออนไลน์ว่า ซื้อขนมดังกล่าวมาเพียงห่อเดียวเท่านั้น โดยไฟดับจึงไปซื้อขนมกิน เมื่อเปิดออก ก็พบทองในห่อดังกล่าว ซึ่งหลังจากโพสต์ภาพไปมีเจ้าหน้าที่จากบริษัทได้ติดต่อกลับมา จึงเชื่อว่าได้ทองจริงๆ และคงจะเก็บทองเอาไว้เพราะว่าก็ไม่รู้ว่าจะเอาไปทำอะไร ข่าวสดออนไลน์ ได้ติดต่อไปยังบริษัทของผู้ผลิตขนมยี่ห้อดังกล่าว เปิดเผยว่า สินค้าดังกล่าวขายมาเป็น 10 ปีแล้ว ที่ผ่านมาไม่เคยทำการตลาดใดๆ อาจจะมีบ้างแจกคูปองเล็กๆ น้อยๆ ลงไปในซองขนม แต่ครั้งนี้เป็นการออกสินค้าใหม่ ชนิดโกลด์ เลยคิดว่า อยากคืนกำไรให้ลูกค้าบ้างจึงคิดใส่ทองลงไ
ใครที่ไปเยือนไต้หวัน หากได้อ่านข้อมูลการท่องเที่ยวไปก่อน สถานที่หนึ่งที่ได้รับการแนะนำคือ หมู่บ้านแมว (Cat Village Houtong) ไม่ไกลจากไทเป หมู่บ้านแมวแห่งนี้ เดิมเป็น แหล่งทำเหมืองแร่ เมื่อสัก 40 กว่าปีก่อน ผู้คนก็อพยพออกจากหมู่บ้านไป แต่ยังมีระบบไฟฟ้า รถไฟ เข้าถึงอยู่ จากนั้น แร่ในเหมืองลดลง ชาวบ้านทยอยอพยพเข้ามาอยู่อาศัย และที่โด่งดังมากในโซเชียลคือ มันกลายเป็นหมู่บ้านแมว ที่ว่าเป็นหมู่บ้านแมว คือมีแมวมาอาศัยอยู่มาก และชาวบ้านในชุมชน ก็พร้อมใจกันตกแต่งสถานที่ภายในชุมชนให้ทุกอย่างเป็นแมว วาดภาพแมว ที่นั่งแมว รอยเท้าแมวบนถนน คัตเอ้าต์แมวตั้งแต่ที่สถานีรถไฟ รวมทั้งมีแมวจริงๆ เดินไปเดินมา นั่นทำให้นักท่องเที่ยวจากทั่วสารทิศ ต้องการไปสัมผัสหมู่บ้านแมวแห่งนี้ โดยเฉพาะเหล่าทาสแมว เมื่อชุมชน กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่มีแมวเป็นแรงดึงดูด รายได้ก็เข้าสู่ชุมชน ไม่ว่าจะเป็นค่าเดินทาง ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก คาเฟ่แมว บางจุดมีอาหารแมวขายให้นักท่องเที่ยวนำไปให้แมวกิน ยิ่งเป็นยุคนี้สมัยนี้ ไปเที่ยวแล้วก็ต้องถ่ายรูป เช็กอิน กระแสหมู่บ้านแมว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ นอกจากนี้ หมู่บ้านแมว หัวตง แห่งนี้ยัง
“นวัตกรรม-มีดกรีดยางนกเงือก” เกิดจากการคิดค้น ของ “คุณมะนายิ ราหู” ซึ่งเป็นลูกหลานชาวสวนยาง อำเภอแว้ง จังหวัดนราธิวาส ที่ประสบปัญหาต้นยางหมดหน้ากรีดเร็วเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะใช้มีดกรีดรุ่นเก่า (เจ๊ะบง) ที่ต้องลับมีดให้คมทุกวัน หากแรงงานกรีดยางไม่มีฝีมือ จะทำให้หน้ากรีดเป็นตะปุ่มตะป่ำ ต้นยางเสียหาย และอายุการให้ผลผลิตลดลง คุณมะนายิ ราหู เกิดแรงบันดาลใจที่จะคิดค้นมีดกรีดยางแบบใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ทุกปัญหาการกรีดยาง โดยเขาได้ไอเดียการออกแบบมีดจากกบไสไม้โบราณ ที่ตั้งความหนาบางของการไสได้ และมีดโกนหนวดที่คมกริบ โดยไม่ต้องลับใบมีด ใช้เวลาคิดค้นลองผิดลองถูก 7 ปี จนได้มีดนกเงือก ที่กรีดโดยการลาก ได้น้ำยางมาก มีคุณภาพมาตรฐานในการกรีด 10 คน กรีดทำได้มาตรฐานใกล้เคียงกัน ซึ่งมีดรุ่นเก่าทำไม่ได้ เพราะใช้ทักษะมากเกินไป ทั้งเรื่องการลับมีด-การกรีด (กรีดแบบลากหรือกระตุก) คุณมะนายิ ได้รับเงินทุนสนับสนุนแปลง “สิ่งประดิษฐ์” เป็น “นวัตกรรม” จากสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช : NIA) เพื่อพัฒนาสิ่งประดิษฐ์ชิ้นนี้เข้าสู่ระบบตลาดอุตสาหกรรม ผลิตมีดกรีดยางนกเงือก คุณภาพดี ราคาไม่แพง ให้เกิดประโยชน์และคุณค่าต่
“เพชรหึง” (Grammatophyllum speciosum) เป็นชื่อของพืชไม้ดอกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะต้นและดอกเหมือนกล้วยไม้จึงถูกขนานนามอีกหลายชื่อ อย่าง กล้วยไม้ยักษ์ กล้วยไม้เสือโคร่ง ฯลฯ แล้วยังได้จัดให้เป็นราชินีแห่งกล้วยไม้ เพราะมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมกับยังมีสรรพคุณทางยาหลายด้าน แต่ที่เด่นชัดสามารถใช้เป็นยาแก้พิษแมลงกัดต่อยได้ จึงมักเรียกว่า “ว่านเพชรหึง” โดยมีชื่อเรียกตามท้องถิ่นอื่นๆ ว่า กล้วยกา, กะดำพะนาย, ตับตาน, ว่านหางช้าง, ว่านงูเหลือม และเอื้องพร้าว เป็นต้น สามารถพบได้ตามป่าดิบชื้นทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงใต้ และทางภาคใต้ ซึ่งมักเกาะอาศัยอยู่บนยอดพันธุ์ไม้ใหญ่ ลักษณะทางธรรมชาติของเพชรหึงเป็นกล้วยไม้ประเภทแตกกอ มีระบบรากอากาศ และมีลำต้นสูงถึงกว่า 3 เมตร ลำต้นมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 3-5 เซนติเมตร ใบเดี่ยวออกเรียงสลับกันบนลำต้น ใบกว้างราว 3 เซนติเมตร ยาวราว 60 เซนติเมตร ใบอ่อน โค้งลงด้านล่าง ดอกออกราวเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน โดยจะออกดอกตามบริเวณยอด ครั้งละ 2-3 ช่อ และดอกจะทยอยบานติดต่อกันนานถึง 3 เดือน ออกดอกราวเดือนมิถุนายน ช่อดอกมีทั้งชนิดช่อตั้งและช่อห้อย แต่ละช่
อดีตพนักงานประจำ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนหลักแสน ผันตัวเป็นพ่อค้าคนกลางขายผัก – ผลไม้พร้อมทาน เสิร์ฟใส่กล่องสร้างแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) สินค้าขายดี ผักสลัดพร้อมทาน มะม่วงน้ำปลาหวาน ฝรั่งน้ำตาลปี๊บ มะเขือเทศเชอร์รี่จิ้มพริกเกลือ ส่งขายห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ธุรกิจขายสุขภาพ แม้จะปลูกผักไม่เป็น แต่รายได้ทะยานนับร้อยล้านบาท คุณวุฒิชัย เจริญศุภกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลังผัก จำกัด เจ้าของผัก – ผลไม้พร้อมทานแบรนด์ Oh! Veggies (โอ้! เวจจี้) เท้าความว่า ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ ตำแหน่งฝ่ายการตลาด เงินเดือนหลักแสน ทั้งๆ ที่ครอบครัวไม่เห็นด้วย เพราะมีลูกเล็กที่ต้องดูแล อีกทั้งภรรยาไม่ได้ทำงาน แต่ด้วยความอยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ทำให้ต้องกล้าเสี่ยง โดยนำต้นทุนความรู้ในงานประจำ และความเชื่อว่าสินค้าเพื่อสุขภาพมีอนาคตไกลแน่ เลยไม่รอช้าเร่งหาสินค้าป้อนตลาด ราวปี 2550 โจทย์ของหนุ่มออฟฟิศ คือ มองหาสินค้าสุขภาพเสิร์ฟคนเมือง ชายหนุ่ม บอกว่า ลองดูในซุปเปอร์มาร์เก็ต พบว่า “ผักสลัด” มีจำหน่าย แต่ “ผักสลัด” พร้อมทานยังไม่มีขาย อีกทั้งผักเกือบทั้งห
ยำหอย อาหารรสแซ่บ เมนูเด็ดถูกใจลูกค้าทุกเพศทุกวัย หากเดินไปตามตลาดไม่ว่าจะย่านไหน จังหวัดไหนจะเห็นร้านยำหอยกระจายอยู่ทั่วทุกมุม คงเป็นเพราะเมนูนี้ลูกค้ากินง่าย แม่ค้าขายคล่อง มีร้านยำหอยร้านหนึ่ง ที่ตอนนี้กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล ด้วยลีลาการขาย และมารยาทการพูดการจาของแม่ค้าที่สุภาพจนลูกค้าที่แวะไปชิมต่างประทับใจ เจ้าของร้านชื่อ คุณยุพา กำลังเจริญ หรือ คุณฝน วัย 28 ปี คุณฝนเรียนจบเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เริ่มขายยำตั้งแต่อายุ 15 ปี ส่วนที่เลือกขายยำหอย เพราะครอบครัวของเธอยึดอาชีพนี้มาตั้งแต่เธอยังไม่เกิด พอขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ก็ช่วยแม่ขายของที่ร้านจนซึมซับได้วิชาค้าขายมาแบบไม่รู้ตัว “ในช่วงแรกขายอยู่ร้านเดียวกับแม่ แต่หลังจากนั้นฝนแยกตัวออกมาเปิดร้านของตัวเองที่ตลาดเซฟวันได้ 2-3 ปีแล้วค่ะ” ในส่วนของลีลาการขายและมารยาทของคุณฝนที่สร้างความประทับใจให้ลูกค้าหลายต่อหลายคนนั้น เจ้าตัวเล่าด้วยความดีใจว่า มารยาทการบริการนั้นได้มาจากการช่วยแม่ขายของมาตั้งแต่เด็ก แม่จะสอนเสมอว่าอย่าอายทำกิน สอนให้รู้จักบุญคุณคน ลูกค้าคือผู้มีพระคุณ ต้องบริการให้ดี อยากให้ลูกค้าทุกคนที่เข้ามาซื้อยำหอยรู้ว่
เสน่ห์ของ “กาแฟโบราณ” อยู่ที่ความหอมของเมล็ดกาแฟคุณภาพดีที่ผ่านการคั่วบดอย่างพอเหมาะ ผสานกับรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม เมื่อรินผ่านน้ำแข็งทุบละเอียด เติมความหวานมันด้วยนมสด จะดูดหรือจะดื่มก็ชื่นใจ หายเหนื่อย ยิ่งอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา ลูกค้ายิ่งคึกคัก แวะเวียนมาไม่ขาด เช่นที่ร้าน “อ้อย กาแฟโบราณ” ร้านเล็กๆ ภายในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 ที่มี คุณพรรณวดี อยู่คง เป็นมือชง “วันๆ มีลูกค้าเยอะมากค่ะ บางวันกว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ปาเข้าไปตอนบ่ายแล้ว” อาจารย์อ้อย บอกเมื่อถามถึงกิจการของครอบครัวที่เธอเข้ามารับไม้ต่อ พร้อมกับรับภาระดูแลพี่ๆ น้องๆ อีก 6 คน แทนแม่ซึ่งเป็นกำลังหลักของบ้านล้มป่วย กระทั่งปัจจุบันทุกคนสำเร็จการศึกษา มีการมีงานทำกันหมด แม้จะจบการศึกษาเพียงแค่ประถมศึกษาปีที่ 7 แต่นั่นไม่ใช่อุปสรรค ด้วยความที่มุ่งมั่นตั้งใจ กับประสบการณ์กว่า 25 ปี รสมือที่เป็นที่ยอมรับของมิตรรักคอกาแฟ ทำให้บ่อยครั้งอาจารย์อ้อยต้องไปออกร้านให้บริการตามคำเชิญชวน และเป็นที่มาของการรับเชิญเป็นวิทยากรสอนวิชาชีพหลักสูตรกาแฟโบราณที่ศูนย์อาชีพและธุรกิจ มติชน หรือ มติชน อคาเดมี อาจารย์อ้อย หรือที่รู้จักเรียกขานกันในชื่
