Featured
‘หน้างอ…คอหัก’ นิยามความอร่อยของ ‘ปลาทูแม่กลอง’ ที่ติดหูสำหรับนักชิมปลา มืออาชีพ เรียกได้ว่า ถ้าเดินทางไปถึง จ.สมุทรสงคราม แล้วไม่ได้ลิ้มลองเมนูเด็ดอย่าง ปลาทูแม่กลอง คงเสียชื่อนักชิมมืออาชีพน่าดูเชียวล่ะครับ แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้จำเพาะเจาะจง ว่าจะพาไปชิมปลาทูแม่กลองเสียทีเดียว แต่จะแนะนำธุรกิจที่สามารถสร้างอาชีพ-สร้างรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำให้กับพ่อค้า-แม่ขาย ในย่านนี้มาอย่างยาวนาน ใช่แล้ว…เรากำลังพูดถึงอาชีพการทำ ‘ปลาทูนึ่ง’ ขายนั่นเอง ถ้าพูดถึง “ปลาทูนึ่ง” ใครหลายคนอาจจะเข้าใจและนึกถึง การนำปลาทูไปนึ่งในซึ้งหรือในเตาอบ อย่างแน่แท้ แต่จริงๆแล้ว ปลาทูนึ่ง ไม่ใช่เป็นการนำปลาไปนึ่งนะครับ แต่จะนำปลาทูที่ได้มาต้ม หรือลวกพอแค่ตาขุ่นขาว แต่ที่เรียกว่า ปลาทูนึ่งนั้น เพราะว่าเป็นคำที่คนโบราณใช้เรียกกัน และเรียกต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน คุณสมพร ทองคง หรือ เฮียมด เจ้าของร้านปลาทูนึ่งชื่อดัง แห่งตลาดกรุงธนฯ ผู้คร่ำหวอดในธุรกิจการค้าขายอาหารทะเลมายาวนานนับ 10 ปี และหันมาเอาดีในด้านการทำธุรกิจขายส่ง-ขายปลีก ‘ปลาทูนึ่ง’ จนเป็นที่รู้จักของพ่อค้า-แม่ขายที่ตลาดเป็นอย่างดี ได้เปิดใจเกี่ยวกับการเปิดคอร์สเรี
ผู้สื่อข่าว “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รายงานบรรยากาศจากวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “วัดใหญ่” สถานที่สำคัญของชาวพุทธ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก “วัดใหญ่” แห่งนี้ เป็นวัดที่มีประวัติยาวนานมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ภายในวิหารเป็นที่ประดิษฐาน “พระพุทธชินราช” ซึ่งนับถือกันว่าเป็นพระพุทธรูปงดงามที่สุดในโลกองค์หนึ่ง ปัจจุบันวัดใหญ่ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญทั้งของคนไทยและต่างชาติ วันหนึ่งๆ มีผู้คนพากันไปกราบสักการะพระพุทธชินราช และเยี่ยมชมวัดกันเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้มีผู้ประกอบการสินค้านานาชนิด มารวมตัวกันอย่างคึกคัก กระทั่งทัศนียภาพโดยรอบวิหารอาจไม่เป็นระเบียบสวยงามไปบ้าง กระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ ทางคณะกรรมการวัดฯ จึงเห็นชอบให้มีการจัดระเบียบแผงค้ากันใหม่ โดยใช้งบฯ ลงทุนก่อสร้างอาคารหลังใหม่ไว้ด้านหลังวัด จากนั้นจึงแจ้งให้บรรดาพ่อค้าแม่ขายทั้งหลาย ขึ้นไปตั้งแผงค้าของตัวเองบนอาคารดังกล่าวได้ แต่อาจเป็นเพราะหลายคนยังไม่ทราบหรืออาจไม่เคยชิน จึงไม่ค่อยพากันเดินไปซื้อหาสินค้าบนอาคารดังกล่าว เดือดร้อนถึงคนขายของหลายราย ที่ขายของไม่ค่อยได้ เพราะลูกค้าเดินมาไม่ถึง
นายธนันท์รัฐ อุดมธันยรัตน์ หรือโกช้าง เกษตรกรมืออาชีพผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการคนเลี้ยงไก่เบตง จากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา เปิดเผยว่า ณ ปัจจุบันไก่เบตงกำลังเป็นที่นิยมมากในกลุ่มผู้บริโภคไก่เนื้อ ด้วยจุดเด่นของไก่เบตงที่มีหนังกรอบ เนื้อนุ่ม ไม่มีมันผสม หนังมีสีเหลืองอ่อน ไม่ขาวเหมือนไก่ทั่วไป ด้วยเหตุนี้ไก่เบตงจึงกำลังมาแรง เป็นที่นิยม อีกประการหนึ่งที่ทำให้ไก่เบตงมีราคาที่สูง เพราะไก่เบตงเลี้ยงยาก ต้นทุนการผลิตสูง ใช้เวลาเลี้ยงนาน จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงรายเก่าที่เคยเลี้ยงได้เลิกรากันไปหมด ส่งผลให้ไก่เบตงแท้ๆ หากินได้ยาก ด้วยเหตุนี้โกช้างจึงอยากรักษาไก่เบตงให้คงอยู่คู่กับเมืองเบตงต่อไป จึงจับไก่เบตงมาพัฒนาใหม่ มีการเปิดกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเลี้ยงไก่เบตง โดยโกช้างมีหน้าที่ผลิตไก่พันธุ์ดีแจกจ่ายให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยง สอนวิธีการเลี้ยง ขยายองค์ความรู้ และนอกจากนี้โกช้างยังเป็นผู้รับซื้อไก่เองทั้งหมด เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตามร้านอาหารสาขาต่างๆ ที่โกช้างเป็นเจ้าของ และสาเหตุที่ต้องทำเองทุกอย่างเพราะถ้าไม่รับซื้อแบบนี้ก็จะไม่มีใครเลี้ยง ชาวบ้านหาตลาดเองไม่ได้ “ทำไมของดี ของอร่อย ต้
“ความล้มเหลวไม่ใช่ทางเลือก” คติประจำใจของผู้บริหารรุ่นใหม่ไฟแรง คุณบุญเฮือง ลิดดัง หรือคุณแครอล นักธุรกิจสาว ผู้ดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท ดาวเฮืองกรุ๊ป จำกัด ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาแฟ ภายใต้แบรนด์ “ดาวคอฟฟี่” บอกถึงแรงบันดาลใจที่มาจากคุณหมอฮาว ลิดดัง ซึ่งเป็นคุณพ่อของเธอ “หากเราจะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ถ้าไม่ตั้งใจตั้งแต่แรก งานนั้นๆ ก็จะล้มเหลว ดังนั้น ทางเลือกของเราคือ เลือกที่จะตั้งใจทำหรือไม่ตั้งใจทำ ถ้าเราตั้งใจทำ ถึงแม้มันจะไม่เกิดผลในตอนแรก แต่ถ้าตั้งใจ เราจะทำมันไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงเป้าหมาย ฉะนั้น ทุกอย่างมันอยู่ที่ความตั้งใจของเราว่าจะสู้หรือจะไม่สู้ ถ้าเราเลือกว่าเราตั้งใจที่จะทำ ความล้มเหลวก็ไม่ใช่ทางเลือกของเราอีกต่อไป” คุณบุญเฮือง บอกว่า “คนไทยยังบริโภคกาแฟอยู่ในระดับน้อยกว่าคนลาว คือ ประเทศไทยมีการบริโภคกาแฟอยู่ที่ 1.07 กิโลกรัม/คน/ปี ขณะที่ประเทศลาวอยู่ที่ระดับ 1.5 กิโลกรัม/คน/ปี หรือ ข้อมูลสำรวจอัตราการบริโภคกาแฟเฉลี่ยของคนไทย อยู่ที่ 200 แก้ว/คน/ปี ซึ่งถือว่าค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับประเทศที่นิยมการบริโภคกาแฟ เช่น นอร์เวย์ 1 พันแก้ว/คน/ปี และญี่ปุ่น 400 แก้ว
หลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ เมื่อวันที่ 26 ต.ค.ที่ผ่านมา ก่อนอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นในช่วงเย็นวันที่ 29 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมขบวนกองทหารม้านำและตามอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ก่อนทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส จากนั้นอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร มายังวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงบรรจุพระบรมราชสรีรางคารที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ ดังนั้นจึงขอพาย้อนไปดูประวัติของสุสานหลวง ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร โดยสุสานหลวง วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม เป็นสุสานที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น ด้วยมีพระราชประสงค์จะให้ผู้ที่มีความรักใคร่ห่วงใยอย่างใกล้ชิดคือ พระมเหสี เจ้าจอมมารดา และพระราชโอรส พระราชธิดา ได้อยู่รวมกันหลังจากที่ได้ล่วงลับไปแล้ว ซึ่งเป็นการสร้างอนุสาวรีย์ของพระมเหสีและเจ้าจอมมารดา เพื่อให้ลูกได้อยู่รวมกับแม่หรืออย่างน้อยในบ้านของแม่ เว้นแต่ในกรณีที่พระราชโอ
งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และพระศพเจ้านาย นับว่าเป็นประเพณีเพื่อถวายพระเกียรติยศ และถวายความจงรักภักดีอย่างสมพระเกียรติยศ ซึ่งจะมีขั้นตอนประเพณีซับซ้อน มีหลักฐานปรากฎเป็นลายลักษณ์อักษรมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นอย่างน้อย แม้ว่า วิถีปฏิบัติจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา แต่วิธีธรรมเนียมปฏิบัติยังคงสืบต่อมา อาจมีปรับเปลี่ยน ลดทอน หรือ เพิ่มเติมตามความเหมาะสมของบ้านเมืองแต่ละสมัย แต่การสร้างพระเมรุมาศยังยึดคติการทำให้สมพระเกียรติ โดยโลกออนไลน์มีการส่งต่อภาพพระเมรุมาศในสมัยต่างๆ รวมทั้งเจ้านายองค์สำคัญ ซึ่งถือเป็นภาพหาดูได้ยากอีกด้วย พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระเมรุมาศ สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพสมเด็จย่า *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สำหรับถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี *** Local Caption *** ภาพสแกนจากฐานข้อมูลห้องสมุดภาพ พระเมรุมาศ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระเมรุมาศ ในหลวง รัชกาลที่ 8 พระเมรุมาศสมเด็จพระ
เมื่อวันที่ 27 ต.ค. ในระหว่างพระสงฆ์รับพระราชทานฉันภัตตาหาร 3 หาบ เจ้าหน้าที่จะได้ตั้งริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ เทียบพระที่นั่งราเชนทรยานสําหรับอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิ และเทียบพระที่นั่งราเชนทรยานน้อยที่หน้าพระที่นั่งทรงธรรมสําหรับอัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพนักงานภูษามาลาอัญเชิญพระโกศพระบรมอัฐิจากบุษบกแว่นฟ้าไปประดิษฐานในบุษบกพระที่นั่งราเชนทรยาน อัญเชิญพระผอบพระบรมราชสรีรางคารจากพระเมรุมาศประดิษฐานในพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย ตั้งขบวนพระบรมราชอิสริยยศ 4 สาย มีเจ้าพนักงานนําริ้ว ธง 3 ชาย นายทหารบก นายทหารเรือ นายทหารอากาศ ตํารวจหลวงถือหอก มหาดเล็กหลวง เป็นคู่แห่ ข้าราชการพลเรือน ชั้นผู้ใหญ่ นายทหารราชองครักษ์เคียงพระที่นั่งราเชนทรยานทรงพระโกศพระบรมอัฐิ และอินทร์พรหม ที่พระที่นั่งราเชนทรยานน้อยทรงพระผอบพระบรมราชสรีรางคาร มีข้าราชบริพารในพระองค์ และอินทร์พรหม เคียงข้าง พร้อมด้วยเครื่องสูงอภิรุมชุมสายหักทองขวาง พระกลด บังพระสูรย์ พัดโบก เจ้าพนักงานภูษามาลาประคองพระโกศพระบรมอัฐิและพระบรมราชสรีรางคาร มหาดเล็กเชิญ เครื่องพระบรมราชอิสริยยศ
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. ในการบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ พระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลออกพระเมรุมาศ และถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ (ภาพพระราชทาน)
เวลา 08.43 น. วันที่ 27 ต.ค. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนิน พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระเมรุมาศท้องสนามหลวง เทียบรถยนต์พระที่นั่งหลังพระที่นั่งทรงธรรม ถนนหน้าพระธาตุ ทหารกองเกียรติยศถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี เสด็จขึ้นพระที่นั่งทรงธรรม โดยมี 8 ตํารวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัย พระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ นําเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ตามเสด็จการนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดีเฝ้ารอรับเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ โดยมี 8 ตํารวจหลวง นายทหารราชองครักษ์เชิญธงชัยพระครุฑพ่าห์ ธงชัยราชกระบี่ยุทธ นําเสด็จ นายทหารราชองครักษ์ตามเสด็จ ประทับพระราชอาสน์ข้างพระจิตกาธาน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดําเนินไปยังพระเมรุมาศ พร้อมด้วยพระบรมวงศ์ โดยมี 8 ตํารวจห
วันที่ 27 ต.ค. คณะกรรมการอำนวยการร่วมพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (กอร.ราชพิธีฯ) แจ้งปิดการจราจร 27 เส้นทาง โดยรอบพื้นที่สนามหลวงและพื้นที่ต่อเนื่อง เพื่อรองรับการจัดการจราจรในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพติร โดยมีการปิดการจราจร ตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ถึงถ.ราชดำเนินกลาง ตัดถ.จักรพรรดิพงษ์ ถ.เจ้าฟ้า ต่อเนื่องถึงถ.อัษฎางค์ รวมถึงถนนเส้นทางใกล้เคียงด้วย เมื่อเวลา 07.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวงและพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนปักหลักรอชมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศที่ 4 เชิญพระบรมอัฐิโดยพระที่นั่งราเชนทรยาน และเชิญพระบรมราชสรีรางคารโดยพระที่นั่งราเชนทรยานน้อย จากพระเมรุมาศเข้าสู่พระบรมมหาราชวัง โดยมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนโดยรอบ นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่อาสานำน้ำดื่มมาแจกให้แก่ประชาชนที่มารอชมริ้วขบวนด้วย โดยประชาชนทุกคนต่างพร้อมใจหันหน้าไปทางจุดตั้งของพระเมรุมาศ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในท้องสนามหลวง สำหรับริ้วขบวนที่ 4 จะเริ่มเคลื่อนออกจากพระเมรุ
