Featured
เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ที่ศาลาว่าการกทม. พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ผู้ว่าฯ อัศวิน’ ว่า “ในช่วงบ่ายถึงค่ำวันนี้ครับ (17 ต.ค.) กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ กรุงเทพฯ และปริมณฑล จะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ปกคลุมร้อยละ 60 ของพื้นที่ครับ และคาดการณ์ว่าจะตกหนักได้ในหลายพื้นที่เช่นเดียวกับเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ขอให้พี่น้องประชาชนวางแผนการเดินทางและเตรียมอุปกรณ์ป้องกันฝนด้วยนะครับ” “ส่วนกทม.ได้เตรียมพร้อมรับมือโดยพร่องน้ำในคลองทุกสายให้มีระดับต่ำสุด เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ เตรียมพร้อมสถานีสูบน้ำและเครื่องสูบน้ำในการช่วยระบายน้ำ พร้อมทั้งแจ้งไปยัง 50 สำนักงานเขตในการเตรียมพร้อมการรับมือ เฝ้าระวังจุดอ่อนน้ำท่วมขัง และลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน” “และแม้ว่าในวันเดียวกันนี้เป็นวันที่ฐานน้ำทะเลหนุนสูงสุด 1.15 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง และมีการระบายน้ำในลุ่มเจ้าพระยาตอนล่างมากกว่า 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ไม่น่าห่วงครับ เพราะแนวป้องกันน้ำท่วมของกทม.สามารถรับมือได้ที่ระดับ 2.5-3.0 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ห่วงแต่สภาพฟ้าฝนที่จะเกิดขึ้น เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า
เป็นโพสต์ที่ทำให้คนไทยร่วมรำลึกถึงน้ำพระทัยของ กษัตริย์ จิกมี ซึ่งมีต่อประเทศไทย โดยสาวนัท มีเรีย ได้โพสต์ถึง กษัตริย์ จิกมี ซึ่งทำให้หลายคนตื้นตันไปด้วย ว่า “หลายคนอาจจะไม่รู้หรือลืมไปแล้วว่า กษัตริย์จิกมีท่านทรงอภิเษกสมรสวันไหนคำตอบคือ : ๑๓ ตุลาคม ๒๐๑๑ (๒๕๕๔) พระองค์ท่านทรงเฉยเมยที่จะรำลึกถึงความสุขของพระองค์เองแต่กลับจัดเตรียมงานเพื่อแสดงความอาลัยแด่ในหลวง ร.๙ ของเรา พระองค์ท่านไม่ได้เตรียมแสงเทียนเพื่อฉลองกับองค์ราชินีที่รักของพระองค์แต่พระองค์ท่านกลับเตรียมเทียนเป็นแสนดวง เพื่อน้อมส่งในหลวง ร.๙ ของเราสู่สรวงสวรรคาลัย…🙏🏻🙏🏻🙏🏻 #ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป” ที่มา ข่าวสดออนไลน์
คุณณฤมล ธรรมวัฒนะ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สุวพีร์ โฮลดิ้ง จำกัด (ตลาดยิ่งเจริญ) เปิดเผยว่า ตลาดยิ่งเจริญได้ร่วมกับ มูลนิธิโพธิภาวนาสงเคราะห์ พร้อมด้วยหน่วยงานภาครัฐ สำนักงานเขตบางเขน เอกชน และชุมชนย่านสะพานใหม่ จัดงาน “เทศกาลถือศีลกินเจตลาดยิ่งเจริญ น้อมเกล้าฯ ถวายแด่ … พ่อหลวงของปวงไทย ด้วยทานบารมี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวงรัชกาลที่ 9” และส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณี พิธีกรรม อันดีงามให้คงอยู่สืบไป โดยในปีนี้พิเศษ จัดเป็นพื้นที่โปรโมชั่นเมนูอาหารเจ 4 ภาค กว่า 30 ร้านค้า ภายใต้แนวคิดอาหารปลอดภัยกว่า 100 เมนู อาทิ ส้มตำเจ, ส้มตำไหลบัว, คั่วกลิ้งเจ, น้ำพริกอ่องเจ, หมูทอดเจ เป็นต้น ซึ่งได้สรรหาสินค้าของดี อาหารอร่อย เมนูสุขภาพ ในซุ้ม “ยิ่งเจริญ มุมอร่อย มุมสุขภาพ” มาให้เลือกสรร ทั้งอาหารคาว หวาน และผักผลไม้ปลอดสารพิษ นอกจากนี้ ภายในงานตลาดยิ่งเจริญได้จัดเตรียมจุดบริการเครื่องล้างผักด้วยระบบโอโซน เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า และผู้บริโภคได้นำผักมาล้างได้ที่จุดบริการนี้ ซึ่งจะช่วยชะล้างสารพิษที่ตกค้างได้เป็นอย่างดีโดยมีไว้บริการที่นี่ที่เดียว ณ ลานโปรโมชั่น 60 ปี ตลาดยิ่งเจริญ นอกจา
คุณการต์รวี บัวบุญ หรือ น้องอ้น อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 37 หมู่ที่ 7 ตำบลหนองทุ่ม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม เดิมมีอาชีพรับราชการเป็นพยาบาล โดยจบการศึกษาจากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสระบุรี พยาบาลวิชาชีพ (4 ปี) จากนั้นรับราชการอยู่หลายแห่งเป็นเวลารวม 8 ปี (ศูนย์มะเร็งลพบุรี 2 ปี, โรงพยาบาลวาปีปทุม 3 ปี, โรงพยาบาลมหาสารคามอินเตอร์ 1 ปี, คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม 2 ปี…จบปริญญาโท รัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม และกำลังศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาเดียวกันและที่เดียวกัน แต่เธอลาออกจากพยาบาลมาทำเกษตรอย่างจริงจัง ช่วงที่ลาออกจากพยาบาล แล้วมาทำการเกษตร หลายคน “หาว่าเธอบ้า” เหตุใดจึงทิ้งงานที่มั่นคงขนาดนั้น มาทำการเกษตร ทว่า เธอก็มีเหตุผลส่วนตัว เนื่องจากคุณแม่ป่วยเป็นมะเร็ง เธอต้องการกลับมาดูแลคุณแม่อย่างใกล้ชิด โดยที่เธอบอกว่า เธอเป็นพยาบาลดูแลคนได้มากมาย แต่คุณแม่ของเธอเอง จะไม่ให้ดูแลได้อย่างไร นอกจากนี้อีกเหตุผลหนึ่งที่ฟังแล้วซึ้งมากๆ นั่นก็คือ เธอบอกว่า หากเธอยังทำงานอยู่ แม้ว่าจะประสบความสำเร็จเพียงใด แต่ถ้าไม่มีคุณแม่อยู่ได้ชื่นชมกับความสำเร็จนั้นแล้ว ก็ไม่
เนื่องใน วันครบรอบ 1 ปี การเสด็จสวรรคต ของในหลวงรัชกาลที่ 9 วันที่ 13 ตุลาคม 2560 “ทีมข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ลงพื้นที่ พูดคุยกับแม่ค้า ที่ตลาดวังหลัง ซึ่งเป็นตลาดย่านค้าขาย ด้านข้าง โรงพยาบาลศิริราช นางจิระสุตา ชงเชื้อ แม่ค้าขายกุยช่ายหน้าโรงพยาบาลศิริราช ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันวิปโยค วันที่ 13 ตุลาคม 2559 กล่าวว่า ปีที่แล้วขณะขายกุยช่ายตามปกติ หลังจากทางโรงพยาบาลศิริราช ประกาศการสวรรคตของ ในหลวง ร.9 ตนถึงกับหยุดนิ่ง บรรยากาศตลาดย่านวังหลังเงียบสงัด ไม่มีพ่อค้า แม่ค้าคนไหนมีกะจิตกะใจขายของ ทุกคนปิดร้านและหลั่งน้ำตาออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ “วันที่13ตุลาคม 59 ดิฉันยังขายของตามปกติ แต่บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลนิ่งและเงียบสงัด ผู้คนหลั่งไหลมาที่นี่ทั่วทุกทิศ ไม่เคยเห็นคนจำนวนมหาศาลขนาดนี้มาก่อน ต้องนำโต๊ะมาต่อกัน เพื่อให้เห็นบรรยากาศภายในโรงพยาบาล” นางจิระสุตา กล่าวต่อว่า บรรยากาศหน้าโรงพยาบาลในปีนี้ ยังหดหู่และอบอวลไปด้วยความเศร้าหมองไม่แพ้ปีที่ผ่านมา แต่สังเกตได้ว่าผู้คนเริ่มมีสติมากขึ้น และบางส่วนก็เริ่มทำใจได้บ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ในหลวง ร.9 ก็ยังสถิตอยู่
โย่ง เชิญยิ้ม ตัวแทนสมาชิกสมาคมศิลปินตลกแห่งประเทศไทย กล่าวกับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า วันนี้สมาชิกสมาคมตลกฯ กว่า 80 ชีวิต นำทีมโดยนายศรสุทธา กลั่นมาลี หรือ ถั่วแระ เชิญยิ้ม มาร่วมถวายความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 โดยมาร่วมกิจกรรมขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย” ในเวลา 17.00 น. นับเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวที่ได้มีส่วนร่วม “วันที่ 13 ตุลาคม ปีที่แล้ว นับเป็นวันวิปโยคที่คนไทยทุกคนเสียใจเป็นอย่างมาก ผมในฐานะคนไทยคนหนึ่งที่เสียใจ และจะขอถวายความจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 ตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่” สำหรับกิจกรรม ขับร้องเพลง “ล้นเกล้าเผ่าไทย”. จะจัดขึ้นเวลา 17.00 น.ที่บริเวณตึก 100 ปี โรงพยาบาลศิริราช โดย โย่ง เชิญยิ้ม เดินทางมาจากบ้านย่านรามอินทรา ตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อเตรียมความพร้อม
บรรยากาศการเดินทางทางเรือ ของประชาชนที่เดินทางมายังโรงพยาบาลศิริราช ยังคงเนืองเเน่น เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันศุกร์ ที่ 13 ตุลาคม นี้ โดยท่าเรือตากสิน ซึ่งเป็นท่าเรือที่เชื่อมต่อกับบีทีเอส ยังคงมีประชาชนจำนวนมาก รอเรือด่วน เพื่อเดินทางมายังโรงพยาบาล โดยเจ้าหน้าที่ท่าเรือ กล่าวว่า วันนี้จำนวนคนเดินทาง มากกว่าวันปกติ 2 เท่า และเดินทางไปยังท่าเรือศิริราชมากที่สุด โดยกลุ่มคนที่เดินทางมีทุกเพศทุกวัย ร่วมถึงชาวต่างชาติด้วย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลท่าเรือ ยังดูแลความปลอดภัยของประชาชน โดยจำกัดจำนวนคนขึ้นเรือต่อรอบตามมาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนเอง ด้านบรรยากาศที่ท่าเรือข้ามฝาก ท่าศิริราช หรือท่าน้ำวังหลัง ซึ่งเป็นท่าเรือ ที่เชื่อมต่อมาถึงโรงพยาบาลศิริราช โดยตรง ก็ยังมีประชาชนเดินทางหลั่งไหลมายังโรงพยาบาลศิริราชจำนวนมาก และต่อเนื่อง เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 1 ปี เสด็จสู่สวรรคาลัย ซึ่งจะจัดขึ้นตลอดทั้งวันในวันนี้
วันที่ 13 ตุลาคม ผู้คนทั่วสารทิศยังคงหลั่งไหลเข้ามาโรงพยาบาลศิริราชอย่างเนืองแน่น เพื่อมาร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ1ปีเสด็จสู่สวรรคาลัย “ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐี” ลงพื้นทีี่ พูดคุยกับ คุณมนัสนันท์ สุภัคสถิตย์พงศ์ อายุ 62 ปี จิตอาสาที่นำพัดมาแจกเพื่อคลายความร้อนแก่ประชาชนที่มาร่วมงานในวันนี้ กล่าวว่า ตนได้สั่งทำพัดกระดาษขึ้นมา 5,500 ชิ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 30,000 บาท ตั้งใจนำมาแจกในวันที่ 13 และ 26 ตุลาคมนี้ เพื่อถวายความอาลัยและจงรักภักดีแด่ในหลวง ร.9 “ก่อนหน้านี้ ดิฉันแจกอาหารที่ท้องสนามหลวง แต่ในวันนี้นำพัดมาแจกเป็นจำนวน 1,200 ชิ้น เดินทางมาจากวงเวียนใหญ่คนเดียว เงินที่ซื้อพัดใช้เงินส่วนตัว สาเหตุที่อยากเป็นจิตอาสา เพื่อถวายความอาลัยแด่ในหลวง ร.9 ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย” ตั้งแต่ช่วงสายจนถึงบ่ายโมงในวันนี้ แจกพัดกระดาษไปแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 700 ชิ้น และคุณมนัสนันท์ ยังคงแจกไปอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมด
จากกรณีโลกโซเชียลแห่แชร์คลิปจากเพจ Thai Aviation Careers เป็นคลิปพนักงานชายขนถ่ายสัมภาระสายการบิ่นแห่งหนึ่ง กำลังเปิดกระเป๋าเดินทางของผู้โดยสารที่ถูกลำเลียงจากอาคารผู้โดยสารขึ้นมาจัดเรียงอยู่ใต้ท้องเครื่องบินแล้วรื้อค้นหาทรัพย์สินกระเป๋าของผู้โดยสารหลายใบอย่างสบาย โดยไม่แคร์สายตาเพื่อนร่วมงาน โดยคาดว่าเหตุการณ์นี้น่าจะกิดขึ้นภายในสนามบินภูเก็ต จ.ภูเก็ต ความคืบหน้าเรื่องนี้เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 12 ต.ค. นายวุฒิไกร มาศสุวรรณ ผู้อำนวยการ สปป.ฝรก.ทภก. ประสาน ร.ต.ต.วิทยา คงสมบูรณ์ รองสว.ส.ทท.2 กก.5 บก.ทท. พร้อมด้วย ส.ต.ท.ณฎฐพล ปิ่นแก้ว ผบ.หมู่งาน ป.สภ.สาคู นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ตำรวจ สภ.สาคู และเจ้าหน้าที่การท่าอาการยานสนามบินภูเก็ต เข้าจับกุมตัวนายอับดุลเลาะ หะยีมะเย๊ะ อายุ 27 ปีชาว จ.ปัตตานี พนักงานขนถ่ายสัมภาระของบริษัทแบ็ค (BAGS) จำกัด พร้อมของกลางลำโพงบลูทูธสีดำ 1 ชิ้น หลังก่อเหตุรื้อค้นกระเป๋าผู้โดยสายการบินเจ็ทสตาร์ เที่ยวบินที่ 3 K 535 เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ตามคลิปที่ปรากฎในโลกโซเชี่ยล จากการสอบสวนทราบว่า วันเกิดเหตุนายอับดุลเลาะทำหน้าที่ขนถ่า
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 12 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ในกลุ่มวัยรุ่น-คนใช้แรงงาน ในพื้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ต่างกล่าวขวัญกันถึงรถทัวร์ปรับอากาศมาดัดแปลงเป็นร้านต้มเลือดหมู ฅ.เหล็ก สูตรเยาวราช ตั้งอยู่ริมถนนสายเก้ากิโล ฝั่งขาเข้าเครือสหพัฒน์ ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี และเป็นที่ชื่นชอบของกลุ่มวัยรุ่นและกลุ่มผู้ใช้แรงงานพากันมาใช้บริการกันจำนวนมากทุกวัน สำหรับเจ้าของร้านแปลกแหวกแนวรายนี้ คือ นายอมรเทพ ราชสีมา อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 267/179 ม.11 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา กล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนซื้อรถทัวร์ปรับอากาศมือสองในราคา 6 แสนบาท มาวิ่งรับส่งพนักงานโรงงานในสวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ ศรีราชา แต่ประสบภาวะเศรษฐกิจไม่มีงานวิ่งต้องจอดไว้ที่หน้าบ้านเฉยๆ ต่อมาจึงเกิดความคิดดัดแปลงรถทัวร์ปรับอากาศที่จอดอยู่มาทำเป็นร้านต้มเลือดหมู ใช้งบประมาณกว่า 1 แสนบาท โดยถอดเบาะออกไปบางส่วนแล้วติดตั้งโต๊ะเข้าไปแทน และใช้เครื่องปรับอากาศแบบติดในบ้านติดเข้าไปในรถแทน โดยภายในรถตั้งโต๊ะได้จำนวน 12 โต๊ะ รับลูกค้านั่งรับประทานในรถได้จำนวน 40 คน ส่วนต้มเลือดหมูก็ใช้สูตรเยาวราชที่โด่งดัง ส่วนราคาก็ขายใ
