Featured
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ร.ต.ท.สัญญา บุญสุวรรณ รองสว.สอบสวน สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งเกิดเหตุระเบิดภายในร้านซักรีด ซ.แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด 32 มีผู้บาดเจ็บ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต๊กตึ๊ง ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพานิชย์สูง 4 ชั้น เปิดเป็นร้านซัก อบ รีด ชื่อร้าน “ละ ออง ฟอง” เลขที่ 15/25 ม. 2 ต.คลองเกลือ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เจ้าหน้าที่ได้ช่วยกันนำผู้บาดเจ็บออกมาด้านนอกก่อนจะช่วยกันปฐมพยาบาลผู้บาดเจ็บเบื้องต้น และลำเลียงเคลื่อนย้ายนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลชลประทานปากเกร็ด โรงพยาบาลเวิลด์เมดิคอล และโรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ จากการตรวจสอบพบประตูซึ่งเป็นกระจกและฝ่าเพดานพังเสียหาย ชิ้นส่วนวัสดุของอลูมิเนียมประตูหลุุด กระเด็นมาโดนลูกจ้างของร้านค้าขายจักรยานและร้านอาหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามบาดเจ็บ 3 คน ส่วนผู้ที่อยู่อาศัยในอาคารที่เกิดเหตุ 5 คน เป็นเจ้าของร้าน และลูกจ้างรวมถึงเด็กวัย 1 ขวบเศษ ได้รับบาดจ็บ รวมผู้บาดเจ็บทั้งหมด 8 คน ทราบชื่อน.ส.ญาณินี ศิริหงษ์ทอง อายุ 37 ปี, นางติง จำปาศรี อายุ 75 ปี, ด.ช.จิรณัฐภัชญ์ อายุ 1 ปี 6 เดือน, ด.ช.จิ
พลตรีสุรพล ตาปนานนท์ ประธานกรรมการบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า รถมินิบัสที่นำมาให้สื่อมวลชนเยี่ยมชมที่ด้านหน้าอาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) เป็นรถมินิบัส ขนาด 7 เมตร (21 ที่นั่ง) ที่ผู้ประกอบรถร่วมฯ จะนำมาวิ่งให้บริการทดแทนรถตู้ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ในเส้นทางกรุงเทพฯ-พุทธมณฑล-ราชบุรี ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2560 โดยรถคันนี้ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกเรียบร้อยแล้ว ขณะที่ บขส.เตรียมนำรถมินิบัสมาวิ่งให้บริการในเส้นทางระหว่างประเทศ น่าน-ไชยะบุรี-หลวงพระบาง ระยะทาง 373 กิโลเมตร ในเดือนพฤศจิกายน 2560 ส่วนโครงการเช่ารถโดยสารขนาดเล็ก (MINI BUS) ของ บขส.จำนวน 55 คัน ขณะนี้อยู่ระหว่างรับฟังข้อเสนอแนะและขั้นตอนการประกวดราคา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือน และสามารถจัดหารถ MINI BUS ได้ประมาณกลางปีหน้า อย่างไรก็ดี บขส.พร้อมดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงคมนาคม ที่กำหนดให้รถตู้ที่วิ่งในเส้นทางหมวด 2 (กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด ระยะทางไม่เกิน 300 กิโลเมตร) ที่มีอายุการใช้งานครบ 10 ปี ให้ทยอยเปลี่ยนมาใช้รถโดยสารขนาดเล็ก (MINI BUS) ซึ่ง บขส.ได้ให้ความสำคัญกับนโยบายนี้ เนื่องจากเป็นก
เป็นอีกนักร้องสาวที่มุ่งมั่นทำงานหนักมาตลอด สำหรับ ‘เจเน็ต เขียว’ ทั้งงานร้องเพลง งานแสดงและงานอีเว้นท์ต่างๆ รวมทั้งยังลงทุนทำรีสอร์ตที่เกาะช้าง จ.ตราด ด้วย แต่ดูแลเหมือนธุรกิจที่เกาะช้างอาจไม่ราบรื่นนัก ทำให้นักร้องสาวต้องเป็นหนี้เป็นสิน ล่าสุดนักร้องสาว ‘เจเน็ต เขียว’ เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า เป็นหนี้ตั้งแต่ทำรีสอร์ตที่เกาะช้าง ตอนนี้เหลือหนี้อีกประมาณ 3 ล้านบาท เบื้องต้นนำบ้านที่โคราชไปเข้าแบงก์ 3.5 ล้านบาท แต่ก็ยังไม่หมด ตอนนี้จึงเตรียมขายบ้านที่อาศัยอยู่ปัจจุบันในอ.เมืองนนทบุรี โดยตั้งราคาไว้ 7.5 ล้านบาท หากใครสนใจสามารถติดต่อมาได้ เพื่อนำเงินไปใช้หนี้ จากนั้นเงินที่เหลือเตรียมนำไปเปิดร้านกาแฟที่โคราช พร้อมตั้งใจย้ายกลับไปอยู่บ้านเกิดเช่นกัน โดยไม่อยากอยู่กทม.แล้ว แต่ถ้ามีงานจะเดินทางเข้ามาทำ ส่วนหนึ่งอยากกลับไปอยู่บ้านกับพ่อแม่ที่ตอนนี้อายุมากด้วย ขอบคุณที่มา janet_keaw ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เป็นคลิปที่้ได้รับการแชร์ในประเทศจีน โดยประเทศจีน มักนิยมทำสถานที่ท่องเที่ยวเป็นกระจกใสบนที่สูงให้นักท่องเที่ยวได้ตื่นตาตื่นใจ โดยครั้งนี้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่ทำเป็นกระจกใสเช่นกัน แต่เพิ่มความเร้าใจโดยทำภาพกราฟฟิกลงบนพื้นเป็นรอยแตก และเสียงแก้วแตกเปรี้ยๆด้วย ซึ่งชายนำทัวร์คนนี้น่าจะทราบอยู่แล้วแต่แสดงให้ดูเหมือนตกใจกลัวหนัก จนเกิดเป็นภาพขำๆขึ้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
บทสัมภาษณ์ที่ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” รวบรวมมาในโอกาสนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องราวของผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดตราด ที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการกำลังใจ ในพระดำริของพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชร กิติยาภา ที่มีการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ นูน : อายุ 47 ปี , ภูมิลำเนา : ชุมพร , ฐานความผิด : ปล้นทรัพย์ “ตลอด 5 เดือน ที่ได้เรียนรู้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ผมทราบว่า ต่อไปในการใช้ชีวิต ต้องลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก เราทำอะไรก็ได้ให้ใช้ในสิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตอนอยู่ข้างนอก ไม่เคยคิดเรื่องเหล่านี้ คิดแค่ทำอะไรก็ได้ให้ได้เงินมา อาชีพเดิมผมเป็นชาวสวน แต่ก่อนก็ใช้ยา ใช้ปุ๋ยเคมี เพื่อให้ได้ผลผลิตเยอะๆ เพื่อจะได้ขายให้ได้เงินอย่างเดียว เป็นเกษตรเชิงเดี่ยว ปลูกปาล์มก็มีแต่ปาล์ม ไม่สนใจที่จะปลูกเอาอะไรมากิน แต่ถ้าออกไปแล้ว จะปรับความคิดใหม่ ต้องคิดปลูกอะไรเพื่อเอามากินได้ด้วย” เมื่อถามความรู้สึกที่มีต่อในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้พระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนชาวไทยนำมาปรับใช้กับชีวิต นูน ตอบว่า “ท่าน เป็นผู้ที่มองโลกได
กรมอุตุนิยมวิทยาประกาศ “ฝนตกหนักบริเวณประเทศไทย (มีผลกระทบถึงวันที่ 11 ตุลาคม 2560)” ฉบับที่ 4 ลงวันที่ 09 ตุลาคม 2560 ระบุว่าในช่วงวันที่ 9-11 ต.ค.60 ประเทศไทยมีฝนตกชุกหนาแน่น กับมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่และมีลมกระโชกแรงบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักและฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในที่ราบลุ่มไว้ด้วย ทั้งนี้เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงได้พัฒนาเป็นพายุดีเปรสชั่นแล้วปกคลุมบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง มีแนวโน้มเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศเวียดนามตอนกลางในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.60) หลังจากนั้นจะเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือในช่วงวันที่ 10-11 ต.ค.60 ตามลำดับ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกชุกหนาแน่นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ คาดว่าพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบตามภาคต่าง ๆ มีดังนี้ ในวันที่ 9 ตุลาคม 2560 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณจังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ และมุกดาหาร ในวันที่ 10 ตุลาค
เมื่อวันที่ 9 ต.ค. พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. กล่าวว่า ขณะนี้มีกลุ่มมิจฉาชีพหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แอบอ้างเป็นไปรษณีย์ไทยโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหาย และบอกผู้เสียหายว่ามีพัสดุที่ยังไม่ได้รับจากไปรษณีย์ไทย กรุณากด 9 เพื่อสอบถามรายละเอียด พล.ต.ต.รมน์สิทธิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อผู้เสียหายกด 9 ก็จะมีเสียงบอกว่า เป็นการแจ้งเตือนแบบใหม่ ถ้าต้องการทราบรายละเอียดพัสดุ กรุณาแจ้งชื่อ ที่อยู่ หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน จากนั้นปลายสาย อ้างว่า ในพัสดุนั้นเป็นบัญชีเงินฝากจำนวนหนึ่ง และเงินอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งเป็นการผิด พ.ร.บ.ไปรษณีย์และผิดกฎหมายฟอกเงิน หากผู้เสียหายต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์เรื่องเงิน ต้องโอนเงินมาให้สำนักงาน ปปง. ตรวจสอบ หากไม่โอนเงินมาจะต้องโดนระงับบัญชีทั้งหมดที่มี รรท.เลขาธิการ ปปง. กล่าวอีกว่า หากผู้เสียหายเกิดความลังเล มิจฉาชีพจะโอนสายไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แอบอ้างว่า เป็นพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร รองเลขาธิการ ปปง. และพยายามหว่านล้อมเล่าถึงวิธีการต่าง ๆ ในชั้นสืบสวนจนผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว รวมถึ
เนื่องจากหอยหวาน เป็นหอยที่มีราคาแพง ราคาซื้อขายตกกิโลกรัมละ 800-900 บาท จึงมีพ่อค้าหัวใสบางรายแอบนำหอยชนิดอื่นที่มีราคาต่ำกว่า มาขายเป็นหอยหวาน หรือหอยหวานปลอมนั่นเอง ในเรื่องดังกล่าว คุณปทิตตา บุญพันธ์ หนึ่งในผู้บริหารของ “ซันเซ็ทฟาร์มหอยหวาน” ซึ่งตั้งอยู่ เลขที่ 228/4 หมู่ที่ 4 ซอยนาจอมเทียน 22 ถนนสุขุมวิท ตำบลนาจอมเทียน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พูดให้ฟังว่า หอยหวานปลอม ที่นำมาอ้างขายว่าเป็นหอยหวาน ก็คือ “หอยหมาก” ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับหอยหวานมาหลอกขายลูกค้า คุณปทิตตา ให้คำแนะนำในการแยกจุดแตกต่างของหอยทั้ง 2 ชนิด ว่าต้องดูลายบนเปลือก หอยหวานของแท้จะมีริ้วลายห่างกัน เห็นสีขาวและสีน้ำตาลแบ่งกันอย่างชัดเจน ตรงก้นหอยจะมีลักษณะกลมมน ส่วนหอยหวานเทียม หรือ “หอยหมาก” จะมีลวดลายบนเปลือกถี่ แทบไม่เห็นพื้นสีขาว ก้นหอยมีลักษณะเป็นเหลี่ยม มีสันคมๆ จุดเด่นที่แตกต่างกันอีกอย่างคือ หอยหวานแท้ เนื้อมีสีขาวอมชมพู ไม่เหนียวมาก มีรสชาติหวาน หอม กรอบ อร่อย ราคาซื้อขายตามร้านอาหารต่างๆ ตกประมาณ 800-900 บาท ต่อกิโลกรัม ส่วนหอยหมาก จะมีเนื้อส่วนใหญ่เป็นสีดำ มีรสชาติที่แตกต่างจากหอยหวานแท้อยู่พอสมค
เมื่อเวลาประมาณ 10.15 น. วันที่ 9 ต.ค. สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งเหตุทาวน์เฮ้าส์ในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในซอยปากเกร็ด 32 ถ.แจ้งวัฒนะ นนทบุรี เกิดทรุดตัว มีผู้ติดภายใน โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ให้ความช่วยเหลือนำตัวออกมาได้แล้วทั้งหมด 5 คน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยนำส่งโรงพยาบาลแล้ว เบื้องต้นชาวบ้านใกล้เคียงระบุว่า ได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิดก่อนที่เศษเหล็กจะกระเด็นออกมานอกตัวบ้าน และอาคารทรุดตัวลงมา โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด อยู่ระหว่างตรวจสอบที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบเบื้องต้นที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น อยู่ระหว่างต่อเติมชั้นที่ 5 เปิดเป็นร้านซักรีด เกิดเหตุเครื่องซักผ้าระเบิด ทำให้เศษเหล็กกระเด็นออกมาด้านนอก ภายในอาคารได้รับความเสียหายบริเวณชั้น 1-3 ที่มา ข่าวสดออนไลน์
การซ้อมริ้วขบวนพระบรมราชอิสริยยศ ซึ่งได้จัดซ้อมเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมมา โดยริ้วขบวนที่ 6 ซึ่งมีขบวนกองทหารม้า จำนวน 77 ม้า จากกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และกำลังพลจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล ทำการซ้อมก่อนวันจริงในวันที่ 29 ตุลาคม 2560 ที่จะถึงนี้ ในการอัญเชิญพระบรมราชสรีรางคาร จากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พระบรมมหาราชวัง ไปบรรจุที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธอังคีรส พระประธานพระอุโบสถ วัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และที่ฐานพุทธบัลลังก์พระพุทธชินสีห์ พระประธานพระอุโบสถ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยเส้นทางของริ้วขบวนที่ 6 จะเริ่มจากพระศรีรัตนเจดีย์ วัดพระศรีรัตนศาสดารามไปยังวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ผ่านถนนสนามไชย ถนนอัษฎางค์ ถนนกัลยาณไมตรี (หรือถนนด้านข้างกระทรวงกลาโหม) ไปยังวัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม แล้วต่อไปยังวัดบวรนิเวศวิหาร โดยผ่านถนนกัลยาณไมตรี ถนนราชดำเนินใน ถนนราชดำเนินกลาง และถนนพระสุเมรุ ทั้งนี้ ในวันพระราชพิธีจริง พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ จะทรงเป็นผู้บังคับกองทหารม้าเกียรติยศในริ้วขบวนดังกล่าวนี้ โดยจะทรงม้านำซ้อมริ้วขบวนในวันที่ 22 ตุลาคม ที่จะถึงนี้อีกค
