Featured
ธรรมเนียมปฏิบัติ ของ “ฟู้ดคอร์ท” ตามตลาดไม่ติดแอร์ ทั้งหลาย เวลาลูกค้าสั่งอาหารร้านไหนเสร็จแล้ว ส่วนใหญ่จะไปนั่งรอให้ลูกจ้างร้านเดินไปส่งที่โต๊ะ แต่ปัญหาหนักใจของร้านค้า คือ หลายคน จำหน้าลูกค้าไม่ได้ เลยไม่รู้ว่าจะไปส่งให้ใคร จึงอาศัยวิธี “ตะโกนถาม” ใครสั่งก๋วยเตี๋ยวต้มยำคะ… ใครสั่งข้าวขาหมู หรือเปล่า แถมทุกวันนี้ เข้ายุค AEC ลูกจ้างส่วนใหญ่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน การสื่อสารเป็นภาษาไทยอาจไม่แข็งแรงนัก …ลูกค้าที่ดี จึงตองชะเง้อชะแง้ รออาหารจานของตัวเองว่าเมื่อไหร่จะมาซักที แต่สำหรับร้าน “ก๋วยเตี๋ยวเป็ด” แบรนด์หนึ่ง ที่ตลาดนัดอตก. ย่านจตุจักร มีเทคนิคง่ายๆ แต่ได้ผลดี คือ สั่งทำป้ายตั้งโต๊ะติดสัญลักษณ์ของร้านตัวเอง เมื่อลูกค้ามาสั่งก็ยื่นป้ายนั้นให้ลูกค้าไปตั้งที่โต๊ะของตัวเอง ไม่ต้องมายืนรอให้เกะกะหน้าร้าน พอลูกจ้างเดินไปส่ง แค่มองหาสัญลักษณ์ของกิจการต้นสังกัดว่าตั้งอยู่ตรงหน้าใคร ก็เข้าไปเสิร์ฟให้ได้ทันทีแบบไม่ผิดตัว แถมไม่ต้องตะโกนให้น้ำลายกระเด็นลงชามอีกต่างหาก เจ้าของกิจการตัวอย่าง บอก ไม่หวงเลย ถ้าใครคิดจะนำไปใช้บ้าง คราวนี้…การทำมาค้าขายอาจคล่องตัวขึ้น เก
คุณรุ่ง-รุ่งอรุณ นาริน วัย 25 ปี ในฐานะผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะนัวร์กรุ๊ป จำกัด ขอเป็นตัวแทนในการแนะนำกิจการให้รู้จักกันมากขึ้น เริ่มต้นว่า เมื่อราวปี 2552 ที่ผ่านมา พี่อี๋-วรัญา ตัวเธอ และ น้องตั๊ก-เดือนนภา สามคนพี่น้อง มีโอกาสเข้ามาทำงานและเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ โดยอาศัยอยู่ย่านลาดกระบัง ระหว่างนั้นได้ชักชวนกันมาลงทุนเปิดร้านขายลาบ-ส้มตำ-ยำ-น้ำตก อยู่ภายในตลาดน้ำมหานคร ซึ่งอยู่ในละแวกที่พัก โดยมีคุณอาผู้ชายท่านหนึ่ง เป็นคนฝึกปรือฝีมือด้านการปรุงให้ คุณรุ่ง ผู้จัดการทั่วไป ช่วงเวลาเกือบ 2 ปี ที่ดำเนินธุรกิจ รายรับของพวกเธอดีใช่เล่น ยอดขายเฉลี่ยวันละ 5-6 พันบาท กระทั่งปี 2554 เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ ร้านค้าที่เคยขายได้กลับต้องปิดตัวลง เพราะไม่มีลูกค้ามาจับจ่ายแม้แต่รายเดียว แต่ถึงแม้จะเลิกร้านไปแล้ว ก็ยังมีลูกค้าประจำหลายเจ้ามาเฝ้าถามหา ยังทำยำมะม่วง-ยำผลไม้ขาย อยู่มั๊ย พี่สาวคนโต จึงเสนอไอเดีย ทำน้ำยผลไม้มาใส่กระปุกขายกันดีกว่า เห็นขอบตรงกัน จึงขวนขวายหาแพคเกจมาทดลองบรรจุ ส่วนเรื่องการผลิตไม่มีปัญหาเพราะทำกันมาจนคล่องแล้ว หลังจากทำออกมา ลองขายให้กับคนใกล้ตัวก่อน แต่ผลตอบรับจากบรรดาเพ
จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่ราบและเทือกเขา มีภูเขาที่ทอดตัวตั้งขนานกับเส้นพรมแดนประเทศพม่า มีความยาว 460 กิโลเมตร เมื่อเอ่ยถึง จังหวัดกาญจนบุรี สิ่งที่ทุกคนนึกถึงคงจะหนีไม่พ้น การท่องเที่ยวพักผ่อนแบบสบายๆ ท่ามกลางธรรมชาติในบริเวณภูเขาใหญ่น้อยทั้งหลาย เพราะภูมิทัศน์ยังมีความหลากหลาย จังหวัดกาญจนบุรี นับว่ายังมีแหล่งป่าไม้ที่เป็นทรัพยากรสำคัญ ที่เป็นแหล่งเกิดธารน้ำ และห้วยเล็กๆ ไหลมาบรรจบเป็นแม่น้ำ 3 สายที่สำคัญ คือ แม่น้ำศรีสวัสดิ์หรือแควใหญ่ แม่น้ำไทรน้อยหรือแควน้อย และแม่น้ำแม่กลอง กำนันเทียมศักดิ์ สง่ากชกร อยู่บ้านเลขที่ 5/9 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาน้อย อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี ได้ใช้ประโยชน์จากแม่น้ำแม่กลองทำการเลี้ยงปลากระชัง เพราะบริเวณแห่งนี้ยังมีน้ำที่สะอาดเหมาะสมกับการประกอบอาชีพด้านการประมง ประสบความสำเร็จจากเลี้ยงโคนม จึงมาทดลองเลี้ยงปลากระชังสร้างรายได้ กำนันเทียมศักดิ์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะริเริ่มมาเลี้ยงปลากระชังนั้น ได้ทำการเกษตรด้านปศุสัตว์มาก่อน จากนั้นประมาณปี 2540 จึงมาเลี้ยงปลาในกระชัง “เริ่มแรกเดิมทีผมเลี้ยงโคนม พอลูกชายผมเรียนจบมา ก็เลยให้เขาทำโคนมไป ผมก็มาท
แต่เดิมคนไทยมีโอกาสชิมรสส้มโอได้เพียงไม่กี่แห่ง และส้มโอที่มีชื่อเสียงเป็นที่คุ้นมักมาจากอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม พอถึงตอนนี้ไม่ว่าคุณจะอยู่ภาคใดของประเทศ สามารถชิมรสส้มโอคุณภาพของแต่ละพื้นที่ได้อย่างไม่ยาก อย่างถ้าเป็นทางภาคใต้ มีพันธุ์ “ส้มโอหอมควนลัง” ที่สร้างชื่อเสียงให้แก่ชาวจังหวัดสงขลามานานหลายสิบปี กองสวัสดิการสังคม เทศบาลเมืองควนลัง ให้ข้อมูลว่าด้วยความเป็นห่วงว่าส้มโอพันธุ์หอมควนลังจะสูญหายไปจากท้องถิ่น ดังนั้น จึงร่วมมือกับชาวบ้านเพื่อฟื้นฟูและอนุรักษ์ส้มโอพันธุ์นี้ให้ยังคงมีและสร้างชื่อเสียง จึงได้ส่งเสริมทั้งการปลูกและการตลาดเพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐานตามเดิมอย่างสมัยโบราณ “ส้มโอหอมควนลัง” เป็นไม้ผลพื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่เมืองควนลัง จากข้อมูลของผู้สูงอายุบอกต่อกันมาว่า เดิมส้มโอพันธุ์นี้มีถิ่นอยู่ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา กระทั่งมีการติดต่อค้าขายกัน จึงมีการนำพันธุ์มาปลูกในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่และอำเภอใกล้เคียงแพร่ขยายมายังหลายตำบลรวมถึงที่ควนลัง ปรากฏว่าส้มโอที่นำมาปลูกกลับมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว มีกลิ่นหอม เนื้อแน่นและล่อนออกจา
ถือเป็นปัญหากวนใจคนทำธุรกิจว่าจะเริ่มต้นขายสินค้า สร้างแบรนด์โปรโมตธุรกิจอย่างไร ให้เข้ายุคสมัยที่ Social Commerce หรือการขายของบนโลกอินเทอร์เน็ตกำลังมาแรง เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมได้เปิดหลักสูตรเกี่ยวกับการขาย และการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ Digital Edge Fusion หรือ “DEF” นำผู้บริหารชั้นนำของเมืองไทย มาลงมือช่วยผู้ประกอบการ OTOP จากกาญจนบุรีทำให้ผมเห็นปัจจัยบางอย่างที่คล้าย ๆ กันที่สามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจ เพื่อสร้างยอดขาย และเป็นที่รู้จักในช่องทางออนไลน์ได้ 1.สินค้าที่ดีต้องมี Story เรื่องราวของสินค้าดีมีชัยไปกว่าครึ่ง เปรียบได้กับการสร้างแบรนด์ของสินค้า เราต้องสื่อสารให้ลูกค้าเข้าใจ และเชื่อถึงเหตุผลที่ลูกค้าต้องซื้อสินค้าของเรา เรื่องราวเบื้องหลัง หรือความเป็นมาของแบรนด์ ก็ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่สินค้าได้เป็นอย่างดี ยกตัวอย่างร้าน OTOP จากโครงการ DEF ที่มีสินค้าเป็นกล้วยฉาบ แต่กล้วยฉาบเจ้านี้ไม่ธรรมดา มีธารน้ำแร่ไหลผ่านต้นกล้วย เรียกได้ว่าเลี้ยงกล้วยกันด้วยน้ำแร่เลยทีเดียว จากสินค้าธรรมดาพอมีเรื่องราวเพิ่มขึ้นก็ช่วยให้สินค้าดูโดดเด่นขึ้นมาได้ 2.แพ็กเกจนั้นสำคัญไฉน แพ็กเกจจิ้ง หรือห
คุณสมพรชัย องอาจ อยู่บ้านเลขที่ 280 หมู่ที่ 5 ตำบลบึงกาฬ อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ เล่าให้ฟังว่า เป็นคนที่ชอบทำเกษตรมาตั้งแต่สมัยเด็ก ไม่ว่าจะเห็นอะไรก็จะทำเรื่อยๆ แบบทีละเล็กละน้อย ต่อมาเมื่อเข้าสู่ชีวิตคู่จึงได้ย้ายไปอยู่ที่จังหวัดนครปฐมกับภรรยา ก็จะประกอบอาชีพเพาะเห็ด เลี้ยงกบ และตลาดจนการปลูกไม้ผลต่างๆ ไปด้วย “ช่วงนั้นก็ไปอยู่ที่นครปฐมก่อน เราก็จะไปปลูกพวกไม้ผลต่างๆ เอาไว้ ต่อมาก็ผลิตกิ่งพันธุ์ขาย ไม่ว่าจะเป็นมะม่วง ม่อนเบอรี่ หน่อกล้วยทำหมด คราวนี้พอช่วงที่บึงกาฬเริ่มมีการปลูกยางพารามากขึ้น ก็เลยย้ายมาอยู่ที่บ้านเกิด ซึ่งบริเวณรอบบ้านมันจะมีพื้นที่อยู่ประมาณ 1 ไร่ เราก็คิดว่า ต้องหาอะไรมาทำให้เกิดประโยชน์ และสร้างเงินให้เราให้ได้ ก็ทำแบบผสมผสานไปเลยน่าจะดี” คุณสมพรชัย กล่าว กบในกระชังบก เนื่องจากพื้นที่บ้านของเขาไม่สามารถที่จะทำบ่อสำหรับเลี้ยงปลาได้ เขาจึงได้เลือกเลี้ยงกบแทน โดยนำกบที่อยากเลี้ยงมาออกแบบให้อยู่ในกระชังบก ที่การเลี้ยงไม่มีอะไรยุ่งยากเพียงแค่ใส่น้ำนิดหน่อย และที่สำคัญกระชังบกยังประหยัดเนื้อที่ให้พอมีพื้นที่ว่างปลูกพื้นชนิดอื่นได้อีกด้วย ซึ่งพืชที่ปลูกบริเวณบ้าน
“ธรรมศาสตร์โมเดล” เป็นโครงการธุรกิจเพื่อชุมชน ส่วนหนึ่งของหลักสูตรบริหารควบปริญญาตรี-โท ทางบัญชีและบริหารธุรกิจของคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่กำหนดให้นักศึกษาชั้นปีที่ 3-4 ทุกคนต้องเข้าไปทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ พร้อมใช้ความรู้ที่เรียนมาช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันให้กับวิสาหกิจชุมชนต่างๆ พร้อมไปกับการเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นการแบ่งปันและเปลี่ยนความรู้เป็นการปฏิบัติจริง เพื่อให้สอดคล้องกับปรัชญาการศึกษาของมหาวิทยาลัย เมื่อมีความรู้ต้องแบ่งปันและทำประโยชน์ให้สังคมและใช้เครื่องมือเพื่อนำความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การเพิ่มมูลค่าในผลิตภัณฑ์ เดินหน้าได้ตามแนวทางรัฐสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 รองศาสตราจารย์ ดร.พิภพ อุดร คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี กล่าวว่า “ธรรมศาสตร์โมเดล” เกิดขึ้นภายใต้แนวคิดและความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นักศึกษา ที่จะทำหน้าที่ลงพื้นที่ชุมชนต่างๆ เพื่อลงไปวิเคราะห์ปัญหา และหาทางออก ช่วยกันแก้ไขให้ชุมชนนั้นสามารถพัฒนาสินค้าหรือแบรนด์ จนสามารถต่อยอดได้อย่างยั่งยืนภายในระยะเวลา 4 เดือน (1 ภาคการเรียนการสอน) ร่วมกับคนในชุมชน ที่จะทำงานไปด้วยกัน,
ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ จังหวัดกาฬสินธุ์ หัวก้าวหน้านำชุมชนเลี้ยงจิ้งหรีด ผลิตแหล่งอาหารโปรตีน ปลอดสารพิษสู่ผู้บริโภค เพิ่มความมั่นคงทางอาชีพการเกษตร สร้างรายได้เดือนละล้านสู่ชุมชน โดยยึดหลักการดำรงชีวิตภายใต้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คุณอรวรรณ วอทอง ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ อยู่บ้านเลขที่ 42 หมู่ที่ 2 ตำบลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เปิดเผยถึงความเป็นมาว่า ก่อนที่จะมายึดอาชีพด้านการเกษตรนั้น ทำงานโรงงานที่กรุงเทพฯ ตั้งแต่ปี 2550 ต่อมาโรงงานได้ลดพนักงานโดยได้จ้างตนออกจากงาน จึงได้กลับบ้านที่กาฬสินธุ์มายึดอาชีพการเกษตร เริ่มจากการปลูกผักขายในปี 2551 คุณอรวรรณ วอทอง จากนั้น หันมาทดลองเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพเสริม เนื่องจากการเลี้ยงจิ้งหรีดนั้นเป็นแมลงที่เลี้ยงง่าย โตไว เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี มีไฟเบอร์สูง แปรรูปได้หลากหลาย ใช้แรงงานน้อย ใครๆ ก็เลี้ยงจิ้งหรีดได้ ในพื้นที่สภาพแห้งแล้งก็เลี้ยงได้เพราะใช้น้ำน้อย ระยะเวลาการเลี้ยงประมาณ 40 วัน ก็จับขายได้เงิน ต้นทุนการเลี้ยงต่ำ “เริ่มต้นเลี้ยงด้วยเงินทุน 5,000 บาท โดยทำกล่องเลี้ยงจิ้งหรีดขนาด 2×4 เมตร จำนวน 2 กล่อง เลี้ยงจิ้งหรีดได้ 60 กิโลกรัม ขาย
แม้ตัวเลขอายุจะล่วงเลยวัยเกษียณมาหลายปี แต่ทว่าความคิดกลับเปิดรับสิ่งใหม่ๆ ใส่ไอเดียลงในผลิตภัณฑ์จักสานที่หลายคนมองว่า “เชย” ให้กลายเป็นสินค้า “น่าใช้” โดนใจไปจนถึงวัยรุ่น และชาวต่างชาติ ทุกวันนี้แบรนด์ “ชวาวาด” ไม่เคยขาดช่วงการผลิต ด้วยเพราะออร์เดอร์สั่งซื้อเข้ามาไม่ขาดช่วงนั่นเอง ชวาวาด เป็นชื่อแบรนด์ที่ฟังทันสมัย แต่ทว่าที่มานั้นจากชื่อประธานกลุ่มวัย 69 ปี คุณวาด ยาเย็น หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ ป้าวาด บวกรวมกับวัสดุนำมาใช้ผลิต ได้แก่ ผักตบชวา ชื่อนี้จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ฟังแล้วเข้าหู ดูเข้าตา รวมกลุ่มภูมิปัญญา สืบคุณค่าสินค้าไทย คุณวาด เล่าให้ฟังว่า งานจักสานคือภูมิปัญญาของคนรุ่นก่อนเก่าสืบทอดกันมา และตนก็เป็นผู้หนึ่งยึดสร้างอาชีพ แต่ทว่าในสมัยก่อนวัสดุนำมาใช้จะเป็นไม้ไผ่เพราะหาได้ง่าย อีกทั้งกับผักตบชวายังไม่มีใครคิดนำมาผลิต กระทั่งต่อมาในปี 2522 ผักตบชวาเริ่มได้รับความสนใจนำมาผลิตเป็นเครื่องจักสานสารพัดชนิด แต่ทว่าในยุคนั้นเป็นการผลิตแบบต่างคนต่างทำ ในปี 2526 คุณวาด หญิงผู้สืบสานงานหัตถกรรมเกิดความคิดกับการจัดตั้งกลุ่ม โดยรวบรวมผู้มีทักษะในหมู่บ้านเข้ามาร่วมสืบสานภูมิปัญญา โ
พักนี้เดินทางไปไหนมีแต่คนถามว่า…เกษียณอายุแล้วจะไปทำอะไร? ผมก็ตอบไปว่า…อยู่เฉยๆ เขาจึงถามต่อว่า…มีเงินมากมาย ขนาดอยู่เฉยๆ ได้เลยหรือ? ผมจึงตอบสวนไปว่า…ไม่มากหรอก เพียงแต่พออายุมากขึ้น เราคงไม่ต้องใช้จ่ายอะไรมากนักหรอก เพราะระหว่างทางจากวัยหนุ่มถึงวัยเกษียณเราผ่านมาหมดแล้ว กินของดีๆ ก็มากแล้ว ใช้ของดีๆ ก็พอสมควร เดินทางท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็หลายแสนกิโลเมตรแล้ว ฉะนั้น ถ้าจะต้องใช้เงินจริงๆ ในช่วงเกษียณอายุ คงเป็นเรื่องของการเดินทางท่องเที่ยวนี่แหละ เพราะยังชอบแบบนี้อยู่ ยังชอบเดินทางไปในที่ต่างๆ และมีความสุขทุกครั้งที่มีโอกาสเดินทาง เพียงแต่คงจะเลือกระยะทางที่สั้นลง คงไม่อยากไปยุโรป หรือสหรัฐอเมริกาแบบสมัยหนุ่มๆ แล้ว ที่ต้องนั่งเครื่องบินเป็นวันๆ เพื่อไปทำงานเพียงไม่กี่วัน ผมบอกเขา (เพื่อน) ว่า…ดำเนินชีวิตง่ายๆ เราก็พบความสุข จากนั้นผมก็อธิบายให้เขาฟังเพิ่มเติมว่า…จริงๆ แล้วเราควรวางแผนชีวิตก่อนเกษียณ และควรรู้ด้วยว่าเมื่อเกษียณแล้วจะทำอะไร เพียงแต่สิ่งที่คุณถาม และสิ่งที่คุณอยากได้คำตอบขณะนั้น ผมคิดแค่นั้นจริงๆ แต่ในความเป็นจริงที่ผมไม
