Featured
ข้าวต้มระดับตำนานคู่เมืองเชียงใหม่ ใช่เลยร้านนี้ 14 เมษายน 2560 เที่ยวสงกรานต์เชียงใหม่ วางแผนว่าวันนี้ตัวแห้ง แต่อดใจไม่ไหวฟ้าฝนตั้งเค้าตั้งกะบ่ายสาม ก็เลยออกไปเปียกน้ำเล่นซะเพลินจนฟ้ามืด หนาวๆ อย่างนี้มื้อเย็นไปไหนไม่รอดต้องซดข้าวต้มร้อนๆ แล้วล่ะ ด้วยความที่เชียงใหม่เป็นเมืองหลวงการท่องเที่ยวในเขตภาคเหนือ มากี่ปีๆ เมืองก็เจริญขึ้นทุกที ร้านอาหารเยอะแยะพอๆ กับร้านกาแฟและโรงแรม เพราะฉะนั้น ร้านข้าวต้มอุดหนุนได้ทุกร้านเด้อคับ เอาเป็นว่าวันนี้ชายย้วยอยากมารำลึกความหลังละกันมาอุดหนุนร้านนี้ครั้งสุดท้ายจำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่มากินตอนกลางวันซึ่งเขาขายก๋วยเตี๋ยวหมูกับเนื้อ ตอนกลางคืนแปลงกายขายข้าวต้ม พิกัดที่ตั้ง อยู่ถนนสุเทพ สำหรับนักศึกษา มช.รู้จักกันดี พอๆ กับคนเชียงใหม่ ชายย้ายเรียกทำเลนี้ว่าหลังมอ (หลังมช.) หาไม่ยากเด้อคับ อยู่หัวมุมวัดสวนดอก วัดที่มีเจดีย์แบบล้านนา สวยมว้ากมวาก ร้านนี้คนเก็บสะตังค์เป็นเจ้าของ ต้องเรียกว่า เจน 1 (Gen 1) ชื่อคุณลุงสมคิด ไม่ทราบนามสกุล (เพราะไม่ได้ถาม-ฮา) บอกว่าร้านตั้งมา 41 ปีแล้ว ตอนนี้เด็กเสิร์ฟกระจองอแงในร้านหน้าใสๆ เป็นหลานๆ “
เขาว่าคนแก่ชอบกินของขม จริงหรือคะ? ฉันว่าฉันชอบกินของขมมาตั้งแต่ละอ่อน หรือว่าจะแก่แดดแก่ลม แต่ไม่ต้องขมขนาดบอระเพ็ดนะคะมันขมเกินไป ไม่ใช่แต่ชาวไทยที่ชอบกินของขม เพื่อนบ้านรอบตัวเราก็ล้วนกินพืชผักรสขมกันทั้งสิ้น ที่นึกออกอย่างแรกเลยคือ มะระ ตามด้วยใบขี้เหล็ก ใบยอ และสะเดา มะระเท่าที่เห็นประเทศในอาเซียนกินกันทุกประเทศคงได้รับอิทธิพลจากชาวจีนกันไปถ้วนทั่ว อย่างอื่นๆ ก็แล้วแต่ความนิยมในแต่ละท้องถิ่น เมื่อย่างเข้าปลายปีก็เป็นฤดูของสะเดาที่เป็นพืชพื้นถิ่นในแถบเอเชีย เป็นไม้ยืนต้นที่ขึ้นได้ทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ นับเป็นพืชที่ใช้ประโยชน์ได้ทุกส่วนของต้น ส่วนที่เรานำมากินก็จะเป็นส่วนยอดอ่อนและดอก มีรสขมมัน ใครชอบขมมากก็กินพันธุ์พื้นเมืองคือ สะเดายอดแดง ส่วนที่ชอบขมน้อยก็กินสะเดามันยอดสีเขียวอ่อน ช่วงปลายปีถึงต้นปีสะเดาจะออกช่อแตกใบอ่อนติดดอกน่านำมาลวกจิ้มกับน้ำปลาหวานและปลาดุกย่าง เสียเหลือเกิน ถ้าจะดีกว่านั้นต้องเป็นกุ้งแม่น้ำเผา นั่นเป็นเวอร์ชั่นไทยยอดนิยม ส่วนชาวเขมรก็นิยมนำสะเดามาลวกจิ้มน้ำพริกที่เรียกว่า “ตึกเกรือง” และนำมายำที่เรียกว่า “ญวมสะเดา” (ញាំស្ដៅ) โดยเขาจะนำสะเดามาลวก แล้วยำกับผัก
สำหรับคนชอบของแปลกแหวกแนวแล้ว ร้านนี้ควรหาโอกาสไปลิ้มลองกันสักครั้ง ตกดึก…เพื่อนชวนไปกินโจ๊ก บอกเป็นร้านเปิดใหม่ ตกปากรับคำ เพราะเชียงใหม่มีร้านโจ๊กเจ้าประจำที่ครอบครัวชาวไทยเชื้อสายจีนอย่างเราผูกปิ่นโตมาช้านานอยู่เพียงไม่กี่ร้าน (ที่เข้าขั้นอร่อย) อาหารร้อนๆ รสชาติเบาปากแบบนี้ กินเมื่อไหร่ก็สบายท้อง แต่สำหรับ “ร้านโจ๊กเปิดหม้อ” แห่งนี้ มีจุดเด่นที่ไม่ธรรมดาเลย เพราะเสิร์ฟมาในหม้อดินใบเขื่อง มีให้เลือกสั่งกันถึง 3 สูตร สูตรแรก ยืนพื้น สำหรับคนชอบจืด เป็น “โจ๊กรสธรรมดา” ข้าวขาวใส่หมูบะช่อและไข่ไก่ ที่เพิ่มเติมคือ สามารถสั่งเครื่องเคียงได้ตามใจชอบ โดยทางร้านมีท็อปปิ้งต่างๆ ให้เลือกเติมเกือบ 30 ชนิด อย่างเช่น ไข่เยี่ยวม้า ไส้ทอด หมูกรอบ ตับลวก หมึกกรอบ ปีกไก่ตุ๋น กระดูกอ่อนต้ม หอยแมลงภู่ ข้าวโพดนึ่ง แคร์รอต เห็ดต่างๆ ฯลฯ เลือกสั่งได้ตามใจ สูตร 2 “โจ๊กรสต้มยำ” อันนี้สำหรับคนชอบรสชาติจัดจ้าน พวกกินข้าวต้มแต่ยังเติมพริกป่น-พริกน้ำส้มคงจะถูกใจไม่น้อย รสชาติโจ๊กในแบบต้มยำนี้เป็นเมนูใหม่ที่ไม่จำเจ สำหรับคนรักน้ำต้มยำที่อยากซู้ดเส้นร้อนๆ ทางร้านก็มีเมนูเส้นมาม่าเพิ่มเติมมาให้เลือกสั่งได้
กลุ่มทอผ้าเทศบาลตำบลบ้านเชียง จ.อุดรธานี หรือที่ผู้คนรู้จักกันในชื่อ กลุ่มทอผ้าบ้านเชียง เริ่มต้นมาจากชาวบ้านที่ทอผ้า ย้อมคราม เพื่อสวมใส่กันเองภายในหมู่บ้าน ก่อนจะได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะเป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านเชียง จนได้กลายมาเป็นสินค้าโอท็อปของหมู่บ้าน และมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นในปัจจุบัน คุณสมบัติ มัญญะหงษ์ ที่ปรึกษากลุ่มทอผ้าบ้านเชียง วัย 65 ปี เล่าให้ฟังถึงความเป็นมาของผ้าทอบ้านเชียงว่า “เดิมชาวบ้านทอผ้าฝ้ายย้อมครามสีพื้น และต่อมาก็มัดหมี่เป็นลายต่างๆ ตามที่จินตนาการได้ หรือดูลายจากหนังสือ ภายหลังได้ลอกลายเขียนสีจากหม้อดินเผาบ้านเชียง ซึ่งเป็นเครื่องใช้ของมนุษย์ในสมัยก่อน ประวัติศาสตร์ที่ขุดค้นได้ในแหล่งโบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์บ้านเชียงมาประยุกต์เป็นลายผ้า ปรากฏว่าความสวยงามและเอกลักษณ์ของลายนี้ ทำให้ผ้าฝ้ายย้อมครามลายบ้านเชียงเป็นที่นิยมขึ้นอย่างกว้างขวาง” ผ้าทอบ้านเชียง เป็นผ้าทอพื้นเมืองที่เป็นมรดกตกทอดกันมา ทางด้านวัฒนธรรม โดยเฉพาะเรื่องของเสื้อผ้าและเครื่องแต่งตัวตามอารยะธรรม ชุมชนไทพวนที่ถักทอเองและตัดเย็บสวมใส่เอง สิ่งสำคัญที่เด่นอยู่จนถึงปัจจุ
คุณเพาพะงา สิทธิคู นิสิต MBA 2015 สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ ศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Sasin ) เจ้าของธุรกิจอี-คอมเมิร์ส www.fitcrazeth.com เปิดเผยถึงการเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว ว่า เน้นไปที่แฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายทั้งแบรนด์ไทยและแบรนด์นอก สำหรับความสนใจนั้น เริ่มจาก ตัวเองเป็นคนชอบออกกำลังกายและแฟชั่นอยู่แล้ว นอกจากนี้ปัจจุบันคนจำนมาก ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น เป้าหมายในการเปิดเว็บไซต์ จึงจะเป็นศูนย์รวมแฟชั่นเสื้อผ้าออกกำลังกายหลากหลายทุกประเภทให้มากที่สุด และครอบคลุมลูกค้าได้ทุกวัย รวมทั้งเพื่อสนับสนุนส่งเสริมให้คนที่รักการออกกำลังกาย มีความสุขสนุกกับการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น และเพื่อให้คนทั่วไปหันมาสนใจการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น ด้วยแรงบันดาลใจจากการอยากมีสุขภาพดีและยังมีชุดออกกำลังกายที่ถูกใจอีกด้วย คุณเพาพะงา สิทธิคู เจ้าของกิจการ สำหรับการทำธุรกิจอี-คอมเมิร์ส ในครั้งนี้ เธอ ได้นำประสบการณ์ จากการฝึกงานกับบริษัทในเครือของ Rocket Internet ซึ่งเป็นบริษัทอี คอมเมิร์ส ของประเทศเยอรมนี ที่รวบรวมเครื่องสำอางหลากหลายแบรนด์ของทั่วโลก เป็นการฝึกงานที่คุ้มค่ามากๆ
“สวนหลงบูรพา” ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 5 ซอยหนองหว้ากอก ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมืองตราด จังหวัดตราด สวนทุเรียนคนรุ่นใหม่ ครอบครัวของ ร้อยตรีกรีฑา งาเจือ หรือ “อาจารย์เฟิร์น” วัย 30 ปี และ คุณณัฐวรรณ แปลงดี หรือ “น้องหนู” ภรรยา ปัจจุบัน คุณกรีฑาเป็นรองประธานชมรมคนรักทุเรียนแห่งประเทศไทยภาคตะวันนออก และหัวหน้าศูนย์ศึกษาการผลิตทุเรียนคุณภาพ จังหวัดตราด และล่าสุดเป็นอาจารย์พิเศษสอนนักศึกษา สาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณีอีกด้วย คุณกรีฑาจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ด้านการตลาด จากมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และปริญญาโท บริหารรัฐกิจ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แต่เลือกสืบทอดอาชีพทำสวนตามพ่อแม่ โดยผสมผสานภูมิปัญญารุ่นพ่อกับประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้จากเกษตรกรรมยุคใหม่ เป็นแนวทางพัฒนาสู่เกษตรกรยุค 4.0 ออกแบบการผลิตทุเรียนให้เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและคุณภาพ ใช้วิธีการบริหารจัดการด้านการตลาดแบบใหม่ด้วยสื่อโซเชียลมีเดีย สร้างรายได้ให้กับครอบครัวอย่างมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ปั้น หลงลับแล ทุเรียนคุณภาพภาคตะวันออก ป้อนตลาดพรีเมี่ยมทั้งไทยและต่างประเทศ คุณกรีฑา งาเจ
ตลาดซื้อขายสัตว์เลี้ยง ไม่ได้มีเฉพาะตลาดนัดจตุจักร ตลาดนัดสนามหลวง 2 หรือแม้กระทั่งตลาดนัดขายต้นไม้และสัตว์เลี้ยงที่ตั้งอยู่ตามชานเมืองมากมาย ก็ไม่ได้เป็นจุดศูนย์กลางของสัตว์เลี้ยงทุกชนิด เพราะบางชนิดเป็นสัตว์เลี้ยงเฉพาะที่มีความพิเศษ หรือที่เรียกว่า เอ็กโซติก เพ็ด (Exotic Pets) ซึ่งผู้เลี้ยงบางคนเข้าใจผิดว่า เป็นสัตว์ต้องห้าม หรือเลี้ยงแล้วมีความผิด แท้จริงแล้ว เป็นเพียงสัตว์เลี้ยงที่มีความเฉพาะในตัวของสัตว์เลี้ยงเองเท่านั้น ถึงกับเคยมีผู้กล่าวไว้ ว่า เอ็กโซติก เพ็ด เปรียบเสมือนสัตว์แปลกที่ไม่ใช่สัตว์ป่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงแต่ละชนิด ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของผู้เลี้ยง ซึ่งผู้เลี้ยงเท่านั้นที่จะบอกได้ว่า ความสวยงามของสัตว์เลี้ยงของเขาอยู่ตรงไหน เช่น คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ เป็นอีกหนึ่งคนที่เลี้ยงแมงมุมทารันทูลา หรือในประเทศไทย เรียกว่า “บึ้ง” ไว้หลายสิบตัว เพราะกลัวแมงมุม คุณชฎายุ ใจโลกา หรือ คุณเจมส์ อาจมีข้อสงสัย ทำไมกลัวแล้วต้องเลี้ยง คุณชฎายุ บอกว่า ต้องเลี้ยง เพื่อให้หายกลัว เป็นเหตุผลที่น่ารับฟัง จากการนำมาเลี้ยงเพื่อให้หายกลัว ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีที่ทำให้ปัจจุบันคุณชฎา
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี นอกจากผลิตบุคลากรทางด้านการเกษตรออกมารับใช้สังคมแล้ว ยังมีผลงานวิจัยเยี่ยมยอดมากมาย ยกตัวอย่าง การนำผลสำรองมาแปรรูปพร้อมดื่ม มีคนรับเทคโนโลยีไปบรรจุกระป๋อง จำหน่ายดีมาก กล้วยไม้เหลืองจันทบูร เดิมหายจากป่า ต่อมาวิทยาเขตจันทบุรีศึกษาการขยายพันธุ์ โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ได้ต้นจำนวนมาก กล้วยไม้ชนิดนี้เป็นที่มาของงานรักษ์เหลืองจันท์ฯ ซึ่งจัดติดต่อกันมานาน เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของภาคตะวันออก คนทั่วไปรู้จักแวะเวียนไปชมงานจำนวนมาก ผู้ที่ศึกษาวิจัยการขยายพันธุ์กล้วยไม้เหลืองจันทบูร คือ ผศ.ดร. สาโรจน์ ประเสริฐศิริวัฒน์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญงานวิจัยด้านไบโอ-เทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตจันทบุรี ดร. อรวดี อานามวัฒน์ งานวิจัยอีกชิ้นหนึ่ง ของ ผศ.ดร. สาโรจน์ ที่เอกชนรับไปทำต่อคือ การเพาะและแปรรูปเห็ดถั่งเช่า ซึ่งผลจากการวิจัยพบว่า มีสารสำคัญ “คอร์ไดเซปิน” ในปริมาณสูง โดยพบว่าสูงกว่าผลิตภัณฑ์ชนิดเดียวกันในท้องตลาด เอกชนที่รับมาทำต่อคือ ฟาร์มเห็ดเขาคิชฌกูฏ โดย ดร. อรวดี อานามวัฒน์ ตั้งอยู่ เลขที่ 9/22 หมู่ที่ 10 ตำบลพลวง อำเภอ
ต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่า ปัจจุบันกล้วยหอมทองของประเทศไทยได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก เหตุเพราะกล้วยหอมทองของประเทศไทยรสชาติอร่อย หอมหวาน ทั้งยังมีสีเหลืองทอง จนทำให้ใครๆ ต่างอยากที่จะบริโภค เพียงแต่ช่วงผ่านมา อาจไม่ค่อยมีใครทราบเท่าไรนักว่าแหล่งผลิตกล้วยหอมทองอยู่บริเวณไหนของประเทศไทย เพราะสภาพพื้นที่โดยรวมสามารถเพาะปลูกกล้วยต่างๆ ได้ทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นกล้วยน้ำว้า กล้วยไข่ และกล้วยหอม แต่สำหรับกล้วยหอมทองที่ส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น แหล่งเพาะปลูกสำคัญกลับอยู่ที่ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเกิดขึ้นจากการรวมกลุ่มของเกษตรกรในอำเภอบ้านลาด ที่ในอดีตต่างประกอบอาชีพทำนา และทำการเกษตรอื่นๆ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เนื่องจากถูกพ่อค้าคนกลางเอาเปรียบ เกษตรกรเหล่านี้จึงรวมตัวกันจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นครั้งแรกในปี 2483 เพียงแต่ตอนนั้น การจัดตั้งสหกรณ์ยังไม่มีการจดทะเบียน และยังมีอุปสรรคในการดำเนินงานหาทุนหลายอย่าง จึงทำให้มีความคืบหน้าน้อยมาก กระทั่งในปี 2518 มีการจดทะเบียนจัดตั้งสหกรณ์การเกษตรบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี ขึ้นอย่างเป็นทางการ ในปีเดีย
ตามที่บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดระยอง-จันทบุรี ได้เปิดตัวโครงการ “เชฟชุมพล สร้างเชฟชุมชน by PTTGC” เพื่อยกระดับอาหารท้องถิ่นของชุมชนจังหวัดระยอง พร้อมสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวตามรอยอาหาร 10 เมนูที่ไม่ควรพลาด โดยได้ร่วมกับเชฟชุมพล แจ้งไพร เชฟกระทะเหล็กประเทศไทย และผู้เชี่ยวชาญเมนูอาหารไทย มาช่วยพัฒนามาตรฐานอาชีพ และสูตรอาหารจานใหม่ ที่สร้างสรรค์จากวัตถุดิบพื้นถิ่นอย่างมีอัตลักษณ์ของชาวระยอง โดยมุ่งหวังให้เป็นหนึ่งในช่องทางการกระจายรายได้ และสร้างความเข้มแข็งด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดระยอง ตลอดจนป็นการอนุรักษ์อาหารไทยให้ดำรงอยู่อย่างทรงคุณค่าและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลต่อไป PTTGC ได้จัดกิจกรรมคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันรอบที่ 2 เพื่อคัด 10 สุดยอดเชฟชาวระยอง ด้วยการชิมอาหารจำนวน 20 เมนูจากผู้เข้าแข่งขัน ที่ได้สร้างสรรค์เมนูอร่อยทั้งคาวและหวาน ซึ่งมีส่วนผสมอย่างน้อย 1 อย่างจาก 19 วัตถุดิบท้องถิ่นของจังหวัดระยองตามกติกา ได้แก่ กะปิหรือน้ำปลา หอยแมลงภู่ ปลาหมึกแห้ง กล้วยน้ำว้า (รสชาติ 3 น้ำ) ปลาเค็มแดดเดียว ทุเรียน เส้นจันท์ แขนงสับปะ
