Featured
วิทยาการใหม่ๆ เข้าไปเกี่ยวข้องกับเสื้อผ้าและแฟชั่นมากขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด วิศวกรจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งแมสซาชูเสตต์ (เอ็มไอที) ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องแต่งกายสำหรับการออกกำลังกายร่วมกับบริษัท นิวบาลานซ์ ผู้ผลิตอุปกรณ์และเสื้อผ้ากีฬาของสหรัฐอเมริกา กลายเป็นชุดออกกำลังแห่งอนาคต ที่สามารถระบายความร้อนอับชื้นให้กับผู้สวมใส่ได้ด้วยตัวเอง เสื้อผ้าแห่งอนาคตที่เอ็มไอทีพัฒนาขึ้น ทำมาจาก “ลาเท็กซ์” ที่มีช่องระบายพร้อมปีกปิด-เปิดขนาดตั้งแต่หัวแม่มือไปจนถึงปลายก้อยจำนวนหนึ่ง ปีกดังกล่าวเดิมจะปิดอยู่ แต่สามารถเปิดออกได้เองเมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น สิ่งที่น่าทึ่งก็คือ กลไกการปิดเปิดดังกล่าวไม่ได้ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์หรือจักรกลอื่นใดทั้งสิ้น แต่ควบคุมโดยแบคทีเรีย ทีมวิจัยของเอ็มไอที นำเอาแนวคิดที่ว่าเซลล์ของแบคทีเรียตอบสนองต่อความชื้นด้วยการขยายตัวออกเมื่อความชื้นขึ้นสูง และหดตัวลงเมื่อความชื้นลดลงจนแห้ง มาใช้ในการปิดเปิดปีกปิดช่องระบายบนเสื้อผ้า การตอบสนองต่อความชื้นของแบคทีเรียดังกล่าวมากพอต่อการเปิดปิดช่องระบายในเวลาที่ร่างกายของนักกีฬาเริ่มหลั่งเหงื่อออกมาได้สมบูรณ์แบบ โดยแบคทีเรียที่ใช
ยุคที่การจราจรสุดเมืองใหญ่สุดแสนจะวิกฤติ ส่งผลให้การออกไปจับจ่ายใช้สอยลำบากมากขึ้น แต่นั่นคงไม่เป็นอุปสรรคอีกแล้ว พราะยามนี้ มีอาชีพ “รับหิ้วสินค้า Sale”โดยเฉพาะ มาคอยบริการรับกระแสสินค้าลดราคาที่กำลังล่อตาล่อใจ “ขาช็อปฯ”น้อยใหญ่ทั้งหลาย สนใจสินค้าตัวไหน แค่ อินบ็อกซ์ เจรจา โอนเงิน รอรับของอยู่บ้านแบบสบายๆ ได้เลย คุณแอร์-พัชรา สุภาวัฒน์เจริญกุล อายุ 29 ปี เป็นอีกคนที่หันมา “รับหิ้วของ Sale” เป็นอาชีพเสริมจากงานประจำที่ทำอยู่ เธอเล่าว่า ทำมาได้ประมาณ 1 เดือนแล้ว เพราะอยู่ใกล้แหล่งที่มีสินค้าลดราคาเยอะ สามารถหิ้วได้ จึงลองทำดู โดยใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน ช่วงวันหยุด และพักกลางวัน ออกไปหิ้ว แต่ต้องวางแผนก่อนออกไปหิ้ว เช่น ถ้าเวลาน้อยจะหิ้วบริเวณใกล้เคียงเพื่อกลับมาทำงานให้ทัน เน้นที่ใกล้ๆ สามารถเดินไปได้ จะไม่รับรายการหิ้วไกลและเดินทางไปยาก สรุปเน้นความสะดวกของตัวเองเป็นหลัก แต่ถ้าเป็นนักหิ้วมืออาชีพ ต้องมีเวลา มีรถถึง จะคล่องตัวกว่าที่เธอทำ “ส่วนใหญ่เวลาไปหิ้วของ จะอาศัยการเดินเพื่อประหยัดต้นทุน เพราะบางครั้งไปหิ้วแล้วสินค้าไม่มีก็เยอะ ความเสี่ยงที่จะไม่ได้ก็มีค่ะ” คุณแอร์ บอกร
ปัจจุบัน กระแสนิยมท่องเที่ยวแบบใกล้ชิดธรรมชาติ วิถีชีวิตสโลว์ไลฟ์ หรือความชอบแบบวิถีฮิปสเตอร์ แล้วแต่จะเรียกขานกันในตอนนี้กำลังมาแรงมากๆ มาแรงทั้งในแง่ของเจ้าของกิจการที่ต้องสร้างจุดขายของสถานที่พัก ที่กิน แหล่งท่องเที่ยว หรือสถานที่บรรยากาศรอบๆ ทั้งยังมาแรงในกลุ่มนักท่องเที่ยวเองด้วยไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติ ด้วยความต้องการของคนยุคปัจจุบันที่ต้องการชีวิตสงบ หลีกหนีความวุ่นวาย หลีกหนีจากชุมชนเมืองเป็นระยะๆ เพื่อไปพักผ่อน พักใจ ทำให้เกิดแนวคิดและไอเดียในการสร้างที่พักรูปแบบต่างๆ มากมายขึ้น หรือสถานที่ท่องเที่ยวเปิดใหม่มีเพิ่มให้เห็นมากขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการนี้ โฮมสเตย์ “แม่กลางหลวงฮิลล์” สร้างจากน้ำพัก น้ำแรง จุดเริ่มต้นของการสร้างกิจการของแต่ละคน แตกต่างกันไปตามสถานการณ์ที่พบเจอและไอเดียที่มีในขณะนั้น เช่นเดียวกับ คุณนิทัศน์ ภูผาอาวรณ์ เจ้าของโฮมสเตย์ แม่กลางหลวงฮิลล์ วัย 29 ปีคนนี้ก็เช่นกัน เขาเล่าว่า “เริ่มคิดจะสร้างที่นี่เมื่อตอนนั้นอายุเพียง 18 ปี ตอนนั้นยังเรียนไม่จบอะไรเลยด้วยซ้ำ ด้วยพื้นเพเป็นคนในหมู่บ้านแม่กลางหลวง ดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่ อยู่ก่อนแล้ว และมี
พนักงานขายเก่งๆ มักใช้วิธี “ไม่ขาย” แต่เขามักใช้วิธี “สตอรี่เทลลิ่ง (Storytelling)” เล่าเรื่องราวที่ขยี้ต่อมอยากของลูกค้าจนอักเสบ แล้วก็ยอมจ่ายเงินในที่สุด ผมเองเป็นคนชอบเครื่องไม้เครื่องมือสำหรับงานช่าง เพราะว่างๆ ก็ชอบสนุกกับ DIY ทำโน่นทำนี่ไว้ใช้ในบ้าน หรือซ่อมแซมอันโน้นอันนี้ ดังนั้น ห้างใหญ่ที่ขายวัสดุภัณฑ์และเครื่องมือสำหรับตกแต่งซ่อมแซมบ้าน จึงมีผมเป็นลูกค้าประจำ มีอยู่ 2 ห้างดัง ที่ผมเลือกใช้บริการ อยากเก็บข้อดีข้อเสียมาฝากทุกท่าน เผื่อเอาไปพิจารณาประยุกต์ใช้กับธุรกิจของเราเอง ห้างแรก เป็นห้างที่เขาเคลมว่าเชี่ยวชาญเรื่องบ้าน เวลาไปเดินห้างนี้ ผมชอบที่แอร์เย็นสบาย พื้นที่ไม่ได้ใหญ่โตจนเดินเมื่อย มีข้าวของที่จำเป็นๆ สำหรับบ้านในเมืองค่อนข้างครบ แต่สิ่งที่น่ารำคาญ คือ การสอนพนักงานให้พูดคำว่า “สอบถามได้นะครับ/คะ” ถามพร่ำเพรื่อจนน่ารำคาญ เดินผ่านตั้งแต่ รปภ. เฝ้าประตูหน้า ก็พูด “สอบถามได้นะคะ” เจอพนักงานกี่คน ก็ได้ยินเท่าจำนวนคน แล้วก็พยายามเดินตามมาถาม ซึ่งสิ่งที่ควรทำ คือ การปล่อยให้ลูกค้าได้เดินดูสินค้าอย่างอิสระ แล้วสังเกตอยู่ห่างๆ เมื่อใดที่เห็นลูกค้าเริ่มเงยหน้ามองหาใครสักคน
ภายในสวนยางอ่อนก่อนเปิดกรีด สามารถปลูกพืชอื่นได้หลากหลายชนิดที่เรียกว่าพืชแซมยางและพืชร่วมยาง ซึ่งชาวสวนยางขนาดเล็กจะคุ้นเคยกับการปลูกข้าวไร่ พืชไร่ หรือพืชผักในสวนยางเพื่อบริโภคในครัวเรือน หรือจำหน่ายเพื่อเสริมรายได้ในครอบครัว พืชแซมยางและพืชร่วมยางควรจะเป็นพืชที่ไม่รบกวนต่อการเจริญเติบโตของต้นยางหรือทำให้ผลผลิตของต้นยางลดลง โดยปลูกระหว่างแถวยางในขณะที่ต้นยางมีอายุไม่เกิน 3 ปี ส่วนพืชร่วมยางคือ พืชที่ปลูกระหว่างแถวยางโดยอาศัยร่มเงาของต้นยางเพื่อการเจริญเติบโตและให้ผลผลิต สามารถปลูกได้ตั้งแต่ต้นยางมีอายุ 3 ปีขึ้นไป ดังในพื้นที่ภาคตะวันออกภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง นำแนวทางดังกล่าวมาปฏิบัติจนประสบความสำเร็จ ด้วยการส่งเสริมให้เกษตรทฤษฎีใหม่ที่จัดพื้นที่ส่วนหนึ่งปลูกยางพารา นำกล้วยป่ามาปลูกเป็นพืชแซม เช่น กรณีของแปลงส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ ของ คุณละมัย สนวัตร์ เกษตรกร หมู่ที่ 6 ตำบลหนองไร่ อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง คุณชาตรี บุญนาค ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 3 จังหวัดระยอง เปิดเผยว่า สถานที่แห่งนี้เป็นอีกจุดหนึ่งที่กรมส่งเสริ
มาระยะหลังนี้ คำว่า น้ำแข็งไส ถูกแทนที่ด้วย คำว่าบิงซู (น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี น้ำแข็งปั่นละเอียดราดด้วยท็อปปิ้ง) มีร้านขนมหวานมากมาย เพิ่มเมนู บิงซู เข้าไปเรียกลูกค้าได้เก๋ๆ บิงซูง ที่ขึ้นชื่อมาก ได้รับความนิยมของลูกค้าตลอดกาล ได้แก่ บิงซูเมล่อน บิงซูสตรอว์เบอรี่ บิงซูมะม่วง แต่ สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเมนู ใหม่มาแนะนำนั่นคือ “บิงซูทุเรียน” ที่ตอนนี้ ได้รับความนิยมไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยตัวผลไม้ คือทุเรียน ผลไม้คู่บ้านเมืองขวัญใจคนไทย ดังจะเห็นได้จากร้านขนมหวาน บิงซู หลายร้าน นำเมนูนี้บรรจุเข้าไป เพิ่มจุดขายให้กับทางร้าน “บิงซูทุเรียน” เจ้าที่จะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นไอเดียของ ร้านยินดีคอฟฟี่แอนด์สโนว์เฟลคคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 15 ถนนเรือนแพ ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง มีคุณธารนันท์ น้าประทานสุข หรือคุณปุ้ย วัย 38 ปีเป็นเจ้าของ คุณปุ้ย เล่าว่า ออกเมนูใหม่ มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2560 หลังจากที่ออกช่วงแรกๆ ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างมากจากลูกค้า เหตุที่มาทำบิงซู ตัวนี้ นั่นก็เพราะว่า บิงซูสตรอว์เบอรี่ เพิ่งหมดไป ก็เลยต้องคิดเมนูใหม่ออกมา และมาลงตัวที่บิงซูทุเรียน
เมื่อเร็วๆ นี้ คณะนักวิจัย และอาจารย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) ประกอบด้วย รศ.ดร.ภญ.ฉันทนา อารมณ์ดี และ รศ.ดร.ภญ.วัชรี คุณกิตติ จากคณะเภสัชศาสตร์ รศ.ดร.พญ.แจ่มใส เพียรทอง และ รศ.ดร.พญ.ทิพยา เอกลักษณานันท์ จากคณะแพทยศาสตร์ ได้ค้นพบสรรพคุณอันโดดเด่นของฟ้าทะลายโจร ซึ่งมีสารสำคัญที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งปากมดลูก และต้านไวรัสเชื้อเริม โดยได้วิจัยปรับสูตรโครงสร้างสารสำคัญที่ได้ เพื่อเพิ่มสารสำคัญในฟ้าทะลายโจรที่มีสรรพคุณมากมาย ทั้งฤทธิ์ต้านไวรัส ต้านแบคทีเรีย และต้านการอักเสบ เมื่อนำสารสำคัญ “แอนโดรกราโฟลายด์” มาสังเคราะห์ต่อมีสารหนึ่งที่เรียกว่า “IPAD” พบว่าสารทั้งสองมีฤทธิ์ระดับโมเลกุลทำให้โปรตีนก่อมะเร็งลดลง ทำให้เซลล์มะเร็งปากมดลูกตาย และมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสเชื้อเริม เนื่องจากสารดังกล่าวมีลักษณะสูตรโครงสร้างเป็นตัวจับกลุ่มเชื้อโรคเป้าหมายได้ดี ล่าสุดถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ยาในรูปแบบครีม ซึ่งยังคงสรรพคุณทางยาของสารสกัดทั้งสอง และสามารถปลดปล่อยตัวยาได้ผลดีที่สุด รศ.ดร.พญ.แจ่มใส กล่าวว่า สรรพคุณของสารสกัดที่สามารถฆ่าเซลล์มะเร็งปากมดลูก และต้านไวรัสเชื้อเริมนั้น สารแอนโดรกราโฟลายด์ ที่แยกได้จากฟ้า
จากกรณีเกิดเหตุสยองขวัญฆ่าหั่นศพ จนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหาและอยู่ระหว่างการดำเนินการทางชั้นศาลต่อไปนั้น เจ้าของรีสอร์ตที่เกิดเหตุ ได้เปิดเผยว่า ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้พอสมควร คนที่จองไว้ก็ยกเลิกหมดเลย ซึ่งตนก็แทบไม่เชื่อว่า เกิดการหั่นศพในห้องนั้น เพราะตอนเข้าไปตรวจสอบห้องไม่เจอเศษอะไร ทุกอย่างสะอาดหมด แม้แต่ที่นอน ห้องน้ำ ก็สะอาด มีแค่อ่างที่หักเสียหายไป ถ้ามีอะไรผิดปกติก็ต้องรีบแจ้งตำรวจแล้ว ตอนได้ยินว่าฆ่าหั่นศพก็ยังไม่คิดว่าจะมาทำที่นี่ “ธุรกิจก็ยังต้องทำต่อไป มีลูกค้ามาให้กำลังใจมากพอสมควร ซึ่งต่อจากนี้ก็คงจะทำบุญทุบห้องทิ้งให้เป็นสวนเป็นลาน เป็นสวนหย่อมให้นั่งเล่น เพื่อความสบายใจของลูกค้า” เจ้าของรีสอร์ต กล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุหลังจากกลุ่มของเปรี้ยวออกไปแล้ว ยังมีลูกค้ามาพักต่ออยู่เลย เพราะตนไม่เห็นว่ามีอะไรผิดปกติ นอกจากอ่างล้างหน้าที่หักเท่านั้น ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นายธนพล ศิริธนชัย ประธานอำนวยการบริษัท แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือโกลเด้นท์แลนด์ เปิดเผยว่า โครงการ “สามย่านมิตรทาวน์” สมาร์ทมิกซ์ยูสที่มีความหลากหลาย พื้นที่ใช้สอยรวม 220,000 ตร.ม. ภายใต้แนวคิดคลังแห่งอาหารและการเรียนรู้ มูลค่าโครงการรวม 8,500 ล้านบาท ซึ่งบริษัทถือหุ้น 49% และ ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด ของตระกูลสิริวัฒนภักดี ถือหุ้น 51% โดยขณะนี้มีความคืบหน้างานฐานรากอาคารแล้วเสร็จ และอยู่ระหว่างก่อสร้างโครงสร้างอาคาร โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์และพร้อมเปิดให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ปี 2562 ทั้งนี้ ภายในโครงการประกอบด้วยโซนพื้นที่ค้าปลีก 6 ชั้น มีพื้นเช่า 36,000 ตร.ม. โซนพื้นที่อาคารสำนักงานเกรดเอ สูง 32 ชั้น พื้นที่เช่ารวม 48,000 ตร.ม. และโซนที่พักอาศัยสูง 33 ชั้น แบ่งเป็นโรงแรม 3-4 ดาว ขนาดห้องพัก 104 ห้อง รองรับกลุ่มเป้าหมายผู้ปกครองนิสิตจุฬาฯ นักวิชาการ และลูกค้าทั่วไปทั้งคนไทยและต่างชาติ นอกจากนี้ ยังมีส่วนของคอนโดมิเนียมพักอาศัย จำนวน 554 ยูนิต ขนาดห้องเริ่มที่ 30 กว่าตร.ม. รองรับนิสิตจุฬาฯ และอาจารย์ โดบริษัทยังอยู่ระหว่างประเมินว่าจะขายกร
คุณจำนงค์ จังอินทร์ หัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดศรีสะเกษ ให้ข้อมูลว่า จังหวัดศรีสะเกษมีเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมากกว่า 45,000 ราย มีจำนวนโคทั้งสิ้น ประมาณ 190,000 ตัว จึงถือเป็นแหล่งที่เลี้ยงโคมากเป็น อันดับ 2 ของประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเลี้ยงแบบผลิตลูกที่ปล่อยตามหัวไร่ปลายนา และอีกบางส่วนเลี้ยงแบบยืนโรงหาอาหารให้กินตลอดจนเสริมด้วยอาหารข้น เพื่อสร้างเป็นโคขุนส่งขายเนื้อ “โคที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นลูกผสมชาร์โรเล่ส์กับบราห์มัน โดยปรับให้มีเลือดของชาร์โรเล่ส์สูงกว่าเป็นโครงสร้างของโคขุนที่ให้เนื้อมาก หรือเกษตรกรบางรายก็ชอบที่จะให้มีสายเลือดของบราห์มันมากกว่า ซึ่งแล้วแต่ว่าจะนำมาใช้ประโยชน์ด้านใด ซึ่งโดยทั่วไปเกษตรกรที่เน้นเลี้ยงขุนส่งขายเนื้อก็จะให้มีสายเลือดของชาร์โรเล่ส์มากกว่า แต่ต้องไม่เกิน 75 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซ็นต์ จะเป็นบราห์มันหรือพื้นเมืองก็ได้ จึงนับว่าเป็นโอกาสทำรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อได้เป็นอย่างดี” คุณจำนงค์ กล่าว คุณทองเตียง บริบาล อยู่บ้านเลขที่ 33 หมู่ที่ 5 ตำบลส้มป่อย อำเภอราษีไศล จังหวัดศรีสะเกษ เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอ
