Featured
วันที่ 7 มี.ค. เฟซบุ๊ก นิตยสาร ดิฉัน เผยพระรูป พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ที่ทรงพระกรุณาฉายพระรูปขึ้นปก และประทานสัมภาษณ์ โดยนิตยสารดิฉัน ฉบับเดือนมีนาคม 2560 วางแผงแล้ว ทุกแผงหนังสือทั่วประเทศ ขอบคุณ ดิฉัน ที่มา ข่าวสดออนไลน์
เมื่อวันที่ 9 มี.ค. นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงกรณีกลุ่มผู้เลี้ยงเหยี่ยวนำเหยี่ยวไปเล่นการพนัน โดยการแข่งขันสั่งการหรือบังคับให้เหยี่ยวล่าเหยื่อ ซึ่งเป็นสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ หากเหยี่ยวของบุคคลใดล่าสัตว์ป่า ซึ่งเป็นเหยื่อตามธรรมชาติได้มากกว่า ก็จะได้รับเงินพนัน 9,000 บาทว่า กรมอุทยานฯ ได้ตรวจสอบแล้วพบว่ามีคณะบุคคล 5 คน เดินทางเข้าไปในหมู่บ้านใกล้ทุ่งนา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา จากนั้นร่วมมือกันควบคุม สั่งการให้เหยี่ยว ออกไปจับหรือล่าสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดอื่นในธรรมชาติเพื่อเป็นอาหาร โดยมีภาพของซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ที่เหยี่ยวจับได้จากธรรมชาติ 3 รายการ คือ นกกวัก 4 ซาก นกพริก 3 ซาก และเป็ดแดง 2 ซาก รวมซากสัตว์ป่าคุ้มครองตามพ.ร.บ.และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ทั้งหมด 9 ซาก นายธัญญา กล่าวว่า เหยี่ยวที่ปรากฏตามสื่อนั้น เป็นเหยี่ยวแฮริส ชื่อวิทยาศาสตร์ Parabuteo unicinctus ลักษณะทั่วไป จัดเป็นนกล่าเหยื่อขนาดกลาง พบได้ทั่วไปในอเมริกา ชิลี อาร์เจนติน่าและยุโรป เป็นสายพันธุ์ยอดนิยม ในการนำมาเลี้ยง และ
เมื่อ 9 มี.ค. เอพีรายงานว่า ตำรวจรัฐควีนส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย แถลงตั้งข้อหาเพิ่มต่อชายอายุ 42 ปี อำพรางตัวอ้างเป็นจัสติน บีเบอร์ ซูเปอร์สตาร์นักร้องหนุ่มชาวแคนาดา วัย 23 ปี ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศเด็กสาวกว่า 157 คนทั่วโลก ตั้งแต่ปี 2550 ผู้ต้องหารายนี้ชื่อนายกอร์ดอน ดักลาส ชาลเมอร์ เป็นอาจารย์บรรยายในชั้นเรียนที่มหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์ ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ เทคโนโลยี เมืองบริสเบน ภาพผู้ต้องหาเมื่อครั้งเล็กเชอร์ในชั้นเรียน / Рамблер Новости เดิมถูกตั้งข้อหาตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว แต่ล่าสุดตำรวจเจอข้อมูลช็อกในแล็ปท็อปของชายผู้นี้ ใช้ทั้งเฟซบุ๊กและสไกป์ที่พรางตัวเป็นนักร้องหนุ่มล่อให้เด็กส่งภาพลามกอนาจารให้ ตำรวจจึงตั้งข้อหาเพิ่มอีก 931 กระทง ในจำนวนนี้มีข้อหาข่มขืน และทำสื่อเอาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก Globo.com คดีนี้ ตำรวจใช้ความร่วมมือจากหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาและเยอรมนี พบว่าเด็กและวัยรุ่นอายุน้อยถูกหลอกให้คิดว่ากำลังพูดคุยกับนักร้องหนุ่มบีเบอร์ทางโลกออนไลน์ ที่มา ข่าวสดออนไลน์
นายเพ็ชร ชั้นเจริญ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง เปิดเผยผลการดำเนินงานของท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ว่า ปัจจุบัน รองรับผู้โดยสาร 30 ล้านคนต่อปี โดยแต่นับตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา อัตราการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเจริญเติบโตแบบก้าวกระโดด ล่าสุดในปี 2559 (ม.ค.-ธ.ค. 2559) มียอดผู้โดยสารมากกว่า 35.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 16.17 เฉพาะผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศมี 11.88 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 29.55 มีผู้โดยสารที่เดินทางระหว่างประเทศเฉลี่ย 32,459 คนต่อวันผู้โดยสารที่เดินทางในประเทศมี 23.32 ล้านคน เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.36 มีผู้โดยสารที่เดินทางในประเทศเฉลี่ย 63,725 คนต่อวัน รวมผู้โดยสารเฉลี่ย 96,184 คนต่อวัน โดยมีปริมาณการขนถ่ายสินค้า 67,884 เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 49.23 ส่วนปริมาณการจราจรทางอากาศ มีอากาศยานพาณิชย์ ขึ้น-ลง 244,296 เที่ยวบิน เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ร้อยละ 9.02 มีสายการบิน ที่บินประจำภายในประเทศ จำนวน 5 สายการบิน ทำการบินใน 24 เส้นทาง และสายการบินระหว่างประเทศ จำนวน 15 สายการบิน ทำการบินใน 57 เส้นทาง มีเที่ยวบินเฉลี่ย 667 เที่ยวบินต่อวัน นายเพ็ชร กล่าวถึง
วันที่ 9 มี.ค. ที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร จ.ปราจีนบุรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้าคสช. กล่าวภายหลังลงพื้นที่จ.ปราจีนบุรีว่า ประเทศไทยอยู่ด้วยระบบทุนนิยมเสรี ซึ่งเป็นรายได้ของประเทศ และมีภาษีจากข้าราชการ ที่มีการเสียภาษีเต็มจำนวนทั้งหมด ขณะที่ประชาชนจะต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ แวต ซึ่งยังอยู่ที่ร้อยละ 7 มาหลายปี แต่หากเพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ 1 จะทำให้รายได้ประเทศเพิ่มขึ้นกว่าแสนล้านบาท โดยอยากขอร้องว่าจะมีการเสียสละได้หรือไม่ เพราะจะทำให้งบประมาณของรัฐเพิ่มขึ้น เพื่อเอางบดังกล่าวไปทำในสิ่งที่ประชาชนเรียกร้อง ขณะเดียวกันราคาสินค้าไม่ควรปรับเพิ่มขึ้นมากนัก นายกฯ กล่าวว่า ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ตูดขาด เพราะเดินด้วยความระมัดระวังและมีภูมิคุ้มกันตลอด สามารถบริหารจัดการได้ เงินกู้ต่างๆอยู่ในกรอบ และหนี้สาธารณะลดลง และสิ่งที่กำลังลงทุนจะเกิดมูลค่าและรายได้ในปีหน้าและปีต่อไป ทั้งรถไฟความเร็วสูง รถไฟทางคู่ หลายอย่างรัฐบาลทำเร็วมากไม่ได้เพราะติดขัดเรื่องข้อกฎหมาย จึงอย่าทำอะไรตามใจกันมากนัก พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ไม่ว่าจะทำอะไร ตนต้องท่องพุทโธเพื่อให้ทำอะไรช้าลงและมีสติ รอบค
วิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์คลองโยง เป็นกลุ่มผู้ผลิตพืชผักอินทรีย์ ตั้งอยู่ที่หมู่๑ ตำบลคลองโยง อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ก่อตั้งเมื่อปี ๒๕๕๘ โดยการรวมตัวของสมาชิกที่มีความสนใจในการทำเกษตรอินทรีย์ เหตุผลที่ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้หันมาปรับเปลี่ยนทำเกษตรแบบใช้สารเคมีมาเป็นสารอินทรีย์ชีวภาพ เนื่องจากในอดีตพื้นที่แห่งนี้มีการใช้สารเคมีอย่างต่อเนื่องทำให้ต้นทุนการผลิตสูง ส่งผลเสียต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ประกอบกับหน่วยงานภาครัฐ คุณอุษา อุตสาหกุล ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดินนครปฐม กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า กลุ่มวิสาหกิจชุมพรเกษตรอินทรีย์คลองโยง นับเป็นกลุ่มผู้ผลิตผักอินทรีย์กลุ่มหนึ่งในจังหวัดนครปฐมที่มีความเข้มแข็ง จัดเป็นกลุ่มแรกๆ ที่ขานรับนโยบายของภาครัฐในเรื่องของการลด ละ เลิก การใช้สารเคมี ทำให้ปัจจุบันกลุ่มดังกล่าวเข้าสู่ระบบการทำเกษตรอินทรีย์อย่างมั่นคง สามารถผลิตพืชผักอินทรีย์ป้อนสู่ตลาดสินค้าเกษตรอินทรีย์ในจังหวัดเสมอมา โดยไม่มีปัญหาเรื่องของสารตกค้างรวมถึงปัญหาอื่นๆ เนื่องจากระยะเวลาในการทำเกษตรในรูปแบบอินทรีย์ของกลุ่มนี้มีระยะเวลาดำเนินการมาร่วม 10 ปี จึงทำให้การปนเ
ชะอมเป็นพืชพื้นบ้านที่ปลูกง่าย ขึ้นได้กับดินแทบทุกชนิด เป็นผักสวนครัวปลูกเป็นรั้วบ้านได้ดีแบบรั้วกินได้ แต่ต้องระวังเรื่องน้ำท่วมโคนต้นโดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน หากพื้นที่เป็นที่ราบลุ่มควรยกร่องขึ้นมา ระยะห่างระหว่างร่องเป็นไปตามสภาพของพื้นที่ แต่ควรมีช่วงห่างให้สามารถเดินเข้าไปได้เพื่อสะดวกในการดูแลและเก็บยอด ขณะที่ชะอมกำลังแตกยอดอ่อนก็ควรมีการเสริมปุ๋ยให้แก่ชะอมและควรให้ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ประมาณ 15 วันครั้ง การให้ น้ำ ตามสภาพอากาศ หน้าฝนอาจไม่จำเป็นต้องให้น้ำ ยกเว้นฝนทิ้งช่วงหลายวัน ชะอมจะให้ยอดน้อย ในช่วงหน้าหนาวชะอมจะแตกยอดน้อยแต่ก็สามารถบังคับให้แตกยอดได้ด้วยการตัดแต่งกิ่ง หรือรูดใบออกให้มากเท่าที่จะมากได้ จากนั้นใส่ปุ๋ยและรดน้ำ ยอดก็จะแตกออกมา สำหรับขั้นตอนการปลูก ระยะห่างระหว่างต้นควรห่างประมาณ 1 ศอกต่อหนึ่งต้น พื้นที่ประมาณ 1 ไร่ จะปลูกได้ประมาณ 2,000 ต้น โดยชะอมสามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการปักชำกิ่งลงในถุงดำเอาพลาสติกครอบไว้ประมาณ 7 วัน ก็ติดรากจากนั้นก็เลี้ยงต่อไปประมาณ 1-2 เดือน ก็สามารถนำไปปลูกในแปลงได้
เพิ่งเปิดตัวสินค้าใหม่ได้เพียง 4 วัน ปรากฏฟีดแบ็กดีเกินคาด นักลงทุนจากทั่วประเทศกว่า 30 อำเภอ แห่ขอซื้อแฟรนไชส์ในราคาหลักพันบาทกันคึกคัก สำหรับ “แก้ว 2 ใจ” By กาแฟถัง ร้านกาแฟเจ้าดังแห่งจังหวัดน่าน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับจ้าของกิจการกันก่อน คุณออยลี่ – ทิพวรรณ เสนา อายุ 32 ปี สละเวลามาให้ข้อมูล “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ด้วยอัธยาศัยกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนเมืองน่าน จบการศึกษาด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล น่าน เคยทำงานประจำมาแล้วหลายตำแหน่ง ล่าสุดได้เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายประกันชีวิต ประจำส่วนกลางของธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง แต่ด้วยหน้าที่การงานต้องเดินทางไปทั่วประเทศบ่อยมาก ชีวิตอยู่แต่บนรถ เครื่องบิน และโรงแรม บ้านแทบไม่ได้กลับมานอน เลยตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจที่ตัวเองชอบ คือ เปิดร้านกาแฟ ที่บ้านเกิด ใกล้กันกับร้านคาร์แคร์ของสามี ซึ่งอยู่กลางเมืองน่าน “ก่อนตัดสินใจลาออก ไปเข้าคอร์สอบรมการทำกาแฟอยู่หลายที่ ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นทุน ช่วงว่างจึงชอบนำเครื่องดื่มมามิกซ์แอนด์แมตช์กัน กระทั่งเมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ไอเดียกาแฟถังออกมา นำถังขนมมีหูหิ้วมาใส่กาแฟ
หากมองถึงความสำคัญทางเศรษฐกิจกับการเพาะเลี้ยงเห็ดในสภาพอากาศของบ้านเรานับว่าเอื้ออำนวยเหมาะสมกับการเจริญเติบโตของเห็ดเป็นอย่างดี เพาะเลี้ยงง่าย ไม่เกี่ยงเรื่องขนาดพื้นที่ จะเพาะเลี้ยงเพื่อไว้บริโภคในครัวเรือน เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพหลักก็ย่อมได้ ตลอดจนสามารถนำเศษวัสดุเหลือใช้ทางธรรมชาติจากในท้องถิ่นที่มีอยู่มากมายมาดัดแปลงใช้ในการเพาะเห็ดได้อีก เช่น ฟางข้าว ขี้เลื่อย ฯลฯ เป็นต้น จึงทำให้การเพาะเลี้ยงเห็ดเป็นการลงทุนต่ำ แต่สร้างรายได้ให้มากหากมีการบริหารจัดการอย่างดี ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดอาชีพเพาะเลี้ยงเห็ดกันอย่างกว้างขวาง หลากหลายสายพันธุ์ และมีตั้งแต่ทำกันจำนวนน้อยจนถึงจำนวนมากในระดับประเทศ ขึ้นอยู่กับศักยภาพและความสามารถของคนทำ “ฟาร์มเห็ดเทพศิริ” ตั้งอยู่เลขที่ 154 หมู่ที่ 1 ตำบลนาเฉลียง อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นอีกแห่งที่ทำธุรกิจเพาะเลี้ยงเห็ดหลายชนิด ได้แก่ เห็ดเป๋าฮื้อ หูหนู นางฟ้า ฮังการี ขอนดำ หลินจือ ยานางิ ขอนม่วง และนางฟ้าภูฏาน ทำตั้งแต่ขายก้อนเชื้อ ขายดอกสด และเปิดอบรมวิธีเพาะเลี้ยง ทั้งนี้ เน้นการผลิตเห็ดที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ด้วยการเพาะเลี้ยงแบบออร์แกนิก จึงทำให้
เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่อีกคนที่มีวิสัยทัศน์ก้าวไกล และถือว่าประสบความสำเร็จในอาชีพเพียงระยะเวลาไม่กี่ปี คุณกิตตินันท์ นุ้ยเด็น บัณฑิตจากคณะวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ซึ่งตั้งแต่เรียนจบมาเมื่อปี 2549 ยึดอาชีพเกษตรกรรมมาโดยตลอด เริ่มเมื่อปี 2549 จนถึงปัจจุบัน มีแปลงเกษตรทั้งหมด 60 ไร่ ปลูกพืชหลายชนิด แต่ที่ทำเป็นหลักคือ มะละกอฮอลแลนด์ มะละกอแขกดำ กล้วยไข่ และกล้วยหอมทอง หนุ่มวัย 35 ปี รายนี้ เป็นเกษตรกรคนรุ่นใหม่ในโครงการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเป็นเจ้าของไร่ “อ.การเกษตร.” อยู่ที่ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง จังหวัดสตูล ซึ่งเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่จากสวนยางพาราที่มีอายุกว่า 30 ปี มาปลูกปาล์มน้ำมัน และพืชผักผลไม้แทน เพราะมองว่าทำเงินได้ดีกว่า อีกส่วนหนึ่งมาจากสาเหตุราคายางตกต่ำ มีรายได้ทุกวัน วันนี้เขามีรายได้เฉลี่ย เดือนละ 30,000-50,000 บาท โดยไม่ต้องไปเป็นมนุษย์เงินเดือน มีความสุขอยู่กับเรือกสวน ได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และใช้เวลาศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตและแหล่งต่างๆ พร้อมทั้งสอบถามผู้รู้ คุณกิตตินันท์ เล่าว่า ในพื้นที่ 60 ไร่ แบ่งเป็น
