Featured
เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อถวายความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระหว่างเวลา 08.30-16.00น. โดยตั้งแต่ช่วงเช้ามีพสกนิกรพร้อมใจใส่ชุดสีดำ ขณะที่บางส่วนใส่ชุดสีเข้มติดริบบิ้นสีดำ มานั่งต่อแถวรอก่อนเวลาเปิดให้เข้า ครั้นพอถึงเวลายิ่งมีพสกนิกรจากทั่วประเทศมาเข้าต่อแถวจนยาวออกไปนอกพระบรมมหาราชวังที่ประตูวิเศษไชยศรี ถึงถนนหน้าพระธาตุ ไปหน้าวัดมหาธาตุ ก่อนวกกลับท้ายแถวอยู่ภายในสนามหลวงขึ้นไปทางทิศเหนือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้จัดแถวตอนเรียง 4 ทยอยเข้าเป็นชุดๆ เพื่อให้พสกนิกรได้เข้าอย่างทั่วถึง นางอำไพ นางอำไพ สอนเมือง อายุ 69 ปี ชาวอำเภอบางบัวทอง จ.นนทบุรี ยืนถือพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เล่าภายหลังถวายสักการะว่า มายืนและนั่งต่อแถวรอตั้งแต่เวลา 06.00น. จนได้เข้าถวายสักการะเวลา 09.00น. ซึ่งครั้งนี้มาเป็นครั้งที่ 2 เพราะรักพระองค์ ยังไงก็ต้องมา อาจจะยืนรอนานร้อนแดดบ้างก็อดทนได้ และตั้งใจจะมาให้ได้ทุกวัน ทั้งนี้ ติดตามพระ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนซึ่งเป็นพ่อค้าแม่ค้า ทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชาจำนวนมาก ต่างร่วมกันสวมใส่เสื้อผ้าชุดดำ เพื่อถวายความอาลัยแด่ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ โดยเฉพาะชาวกัมพูชาที่ได้มาอาศัยผืนแผ่นดินไทยใน“พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ” เพื่อประกอบอาชีพค้าขายและทำมาหากินเลี้ยงปากท้อง ด้วยความอบอุ่น ต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ พร้อมกล่าวถวายอาลัยแด่พระองค์ท่านอีกด้วย ขณะที่บริเวณทางเข้าหน้าตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ได้มีการนำพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ มาติดตั้งเพื่อถวายอาลัย นอกจากนี้ประชาชนนักท่องเที่ยว ที่มาเลือกซื้อสินค้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ส่วนใหญ่ต่างสวมใส่เสื้อผ้าชุดดำกันจำนวนมาก และยังมีการเลือกซื้อเสื้อผ้าสีดำ ที่ทางร้านค้าเสื้อผ้าภายในตลาดการค้าชายแดนช่องจอมนำมาจำหน่ายให้ประชาชนอย่างคึกคักอีกด้วย นางสาว สุ เพี๊ยะ อายุ 24 ปี แม่ค้ากัมพูชา ชาว จ.อุดรมีชัย กล่าวถวายอาลัย ว่า ตนเองเป็นคนกัมพูชา ได้มาค้าขายสินค้าในตลาดการค้าชายแดนช่องจอม ฝั่งประเทศไทยมานานหลายปีแล้ว ตนเองก็รักในหลวง รัชกาลท
เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงออกมาพบปะพสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จฯอยู่ที่บริเวณประตูเทวาพิทักษ์ พระบรมมหาราชวัง โดยประทานอาหารและเครื่องดื่มให้ประชาชนจำนวนมาก https://www.youtube.com/watch?v=Suv5-VJIx5I โดยก่อนหน้านี้ ทรงโพสต์วิดีโอในอินสตาแกรมส่วนพระองค์ เหตุการณ์ขณะเสด็จออกมาประทานอาหารและกำลังใจให้ประชาชนที่บริเวณใกล้ๆ กำแพงพระบรมมหาราชวัง โดยทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงพิมพ์ข้อความ ระบุว่า แจกข้าวกล่องวันที่ 2 เมื่อคืน #อยากอยู่ใกล้ชิดพวกเรา #กำลังใจให้กัน และ กำลังใจไม่มีวันหมด สร้างความปลาบปลื้มแก่บรรดาพสกนิกรและผู้ใช้งานอินสตาแกรมจำนวนมาก ที่มา ข่าวสดออนไลน์
หลังกลายเป็นกระแสดังไปข้ามคืนสำหรับคุณตาชื่นรักในหลวง หลังชาวเน็ตแห่ชื่นชม เทหมดกระเป๋า นำเงินซื้อเสื้อแสดงความอาลัยในหลวง แม้คุณตาชื่นจะไม่มีบ้านอยู่ต้องอาศัยวัดเป็นที่หลับนอน แต่ความจงรักภักดีต่อพ่อหลวงหาที่สุดมิได้ หลังจากมีการแชร์ภาพของตาชื่น คุณตาเดินหลังค่อมเข้าไปซื้อเสื้อสีดำในร้านค้าตลาดอำเภอกุมภวาปี จ.อุดรธานี เจ้าของร้านเห็นมาซื้อเสื้อดำไม่เอาเงิน แต่คุณตายังจะเอาเงินให้ซื้อเสื้อในราคา 100 บาท ซึ่งเงินในกระเป๋าก็มีแค่นั้นจริงๆ ตาชื่นวัย 63 ปี หรือ นายชื่น เด่นดวง ชาวบ้านเหล่าเชียงสม ต.แชแล อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ที่เป็นข่าวทางโซเชี่ยลเดินหลังค่อมไปซื้อเสื้อดำจากร้านค้า โดยคุณตาเทหมดกระเป๋าขอซื้อเสื้อดำใส่เพื่อแสดงความอาลัยในหลวง เจ้าตัวเผยรู้สึกเสียใจในหลวงสวรรคต อยากขอแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย ล่าสุดผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับคุณตาชื่น หรือ นายชื่น เด่นดวง อายุ 63 ปี ขณะกำลังนั่งขอทานหน้าร้านสะดวกซื้อ หน้าตลาดสดนอกเทศบาลตำบลกุมภวาปี โดยคุณตาชื่นมีสีหน้าเรียบเฉย สวมเสื้อและกางเกงสีดำทั้งชุด ข้างๆ ก็มีขันพลาสติกสีน้ำเงินมีดอกไม้ไว้สำหร
ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้นำภาพธนบัตรไทย ฉบับแบบแรกที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาเผยแพร่ โดยระบุว่า “ธนบัตรไทยแบบที่ ๙ เป็นธนบัตรแบบแรกที่มีพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ธนบัตรไทยแบบที่ ๙ มี ๖ ชนิดราคา ได้แก่ ๕๐ สตางค์ ๑ บาท ๕ บาท ๑๐ บาท ๒๐ บาท และ ๑๐๐ บาท พิมพ์ที่บริษัท โทมัส เดอ ลา รู จำกัด เริ่มทยอยออกใช้เมื่อพุทธศักราช ๒๔๙๑ โดยมีระยะเวลาการนำออกใช้นานกว่า ๒๐ ปี ประชาชนจึงคุ้นเคยกับสีของธนบัตรแต่ละชนิดราคาจนยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ จึงอาจกล่าวได้ว่า สีของธนบัตรแบบที่ ๙ เป็นต้นแบบของการกำหนดสีของธนบัตรในปัจจุบัน” ขอบคุณที่มา ธนาคารแห่งประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (19 ต.ค.) กรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรมฯ ได้จัดรถ shuttle bus เพื่อรับส่งประชาชนมาสู่บริเวณสนามหลวง 4 คัน ประกอบด้วย รถรางชั้นเดียว 2 คัน รถลอนดอนบัส 2 ชั้น 2 คัน สำหรับจุดรับ-ส่ง มี 9 จุด ดังนี้ 1.สวนสันติพร (กองสลากเดิม) 2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(รร.สตรีวิทยา) 3.ผ่านฟ้า 4.ร้านสกายไฮ 5.ศาลหลักเมือง 6.สวนเจ้าเชษฐ์ 7.สนามหลวง 8.อนุสาวรีย์ทหารอาสา 9.กองการท่องเที่ยว ใต้สะพานปิ่นเกล้า ที่มา มติชนออนไลน์
นายชวน รุ่งสีทอง ผู้ประกอบการร้านเปี๊ยกย้อมผ้า ในเขตเทศบาลเมืองสุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส กล่าวว่า ครั้งหนึ่งในชีวิตอยากหาโอกาสไปลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่กรุงเทพฯ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ โดยนายชวนเล่าว่า ในอดีตครอบครัวยากจนมาก อพยพมาจากจังหวัดนครราชสีมาและได้ไปอาศัยอยู่ที่นิคมสร้างตนเอง อำเภอสุคิริน จังหวัดนราธิวาส ทุกปีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์จะเสด็จพระราชดำเนินมาทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจและเยี่ยมเยียนราษฎรที่อำเภอสุคิริน ตนยังจำภาพเมื่อครั้งได้เข้าเฝ้าใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทอย่างใกล้ชิด พระองค์ท่านตรัสว่า “ท่านสุขสบายดีไหม ข้าพเจ้าได้ให้ทำนาบนภูเขาไอร์ปาโจ ตำบลภูเขาทองเป็นอย่างไรบ้าง มีปัญหาอะไรหรือไม่” ซึ่งตนรู้สึกปลื้มปิติที่พระองค์ทรงห่วงใยราษฎรที่ยากจนและไม่ถือพระองค์ วันนั้นตนได้เพียงตอบกลับไปว่า ดีครับท่าน พร้อมกราบพระบาทพระองค์กราบทั้งน้ำตาด้วยความรักและเทิดทูนที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ทำให้ครอบครัวที่ยากจน ไร้บ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกมลวิศว์ แก้วแฝก ผู้อำนวยการองค์การตลาดเพื่อเกษตร(ผอ.อตก.)กล่าว”งานสินค้าเกษตรคุณภาพ เกษตรอินทรีย์วิถีปักษ์ใต้”ครั้งที่ 2 ที่ จ.สงขลาว่างานสินค้าเกษตรคุณภาพฯ ต้องการส่งเสริมอาชีพให้ชาวใต้ หารายได้เสริมจากการทำสวนยางพารา ด้วยการส่งเสริมด้านเกษตรอินทรีย์ อบรมเพาะเห็ดแครงให้ป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่มีสารอาหารสูงมากและมีความต้องการของตลาด อกต.จะรับซื้อคืน กก.ละ 100-150 บาท นายบัณฑิต ส่งนวล เกษตรกรเพาะเห็ดแครง จ.กระบี่กล่าวว่าตนเล็งเห็นว่าเห็ดแครง เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ที่ตลาดยังต้องการสูงเนื่องจากปราศจากสารเคมีและมีคุณค่าทางสารอาหารครบ จึงต้องการอบรมการเพาะเห็ดแครงเพิ่มเติม เพื่อนำความรู้และเทคนิคไปขยายกิจการ ขณะนี้ตนมีรายได้จากการเพาะเห็ดแครงเดือนละ 40,000-50,000 บาท หากมีช่องทางการจำหน่ายมากกว่าปัจจุน ตนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น ที่มา มติชนออนไลน์
กล้วยน้ำว้าจัดเป็นกล้วยพื้นเมืองที่พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศไทย โดยนิยมปลูกเพื่อรับประทานผลสุก ส่วนผลดิบจะนำมาแปรรูป และส่วนต่างๆนำมาใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะใบตองจะห่ออาหาร ปลีกล้วยและหยวกกล้วย ยังนำมาปรุงเป็นอาหารได้อีกด้วย คุณอิทธิกร จันทร์น้อย หรือคุณนุ เจ้าของสวนกล้วยน้ำว้าพื้นที่กว่า 30 ไร่ ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา บอกว่า เหตุที่มาสนใจปลูกกล้วยเนื่องจาก มองว่า กล้วยน้ำว้า คือวัฒนธรรมของคนไทย ตั้งแต่เกิดจนตาย มีกล้วยน้ำว้าเข้ามาเกี่ยวข้องตลอดเวลา และที่สำคัญกล้วยน้ำว้าปลูกไม่ยาก ถ้ารู้วิธีจัดการ แถมปลูกครั้งหนึ่ง เก็บเกี่ยวได้ 4-5 ปี และเหตุที่เลือก กล้วยน้ำว้าสายพันธุ์ ปากช่อง 50 ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ผ่านการวิจัย มาจากสถานีวิจัยปากช่อง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน คือมีความโดดเด่นในเรื่องการให้ผลผลิต จำนวนหวีมากกว่า และผลใหญ่กว่า สายพันธุ์อื่น การปลูกกล้วยน้ำว้าปากช่อง 50 สิ่งที่ต้องใส่ใจคือ การดูแลรักษา เนื่องจากกล้วยเป็นไม้ผลที่ตอบสนอง กับสภาพอากาศ ดิน และปุ๋ยเป็นอย่างมาก หากการดูแลรักษาไม่ดี ขาดน้ำ ขาดปุ๋ย หรือสภาพพื้นที่แห้งแล้งเกินไป ผลผลิตก็จะลดลง “จริงๆ กล้วยน้ำว้าพันธุ
วันที่ 18 ต.ค. ที่ เต็นต์สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมและสมาคมภริยาข้าราชการ สป.บริการประชาชน จุ๋ย-วรัทยา นิลคูหา นางเอกและพิธีกรชื่อดังนำอาหารและไอศกรีมมาแจกให้กับประชาชนที่เดินทางมาแสดงความอาลัยและสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย จุ๋ย เผยว่า “วันนี้จุ๋ยกับพุฒ(พุฒิชัย เกษตรสิน) ร่วมกันเอาอาหารมาแจกประชาชน แต่วันนี้พุฒมาไม่ได้ เพราะว่าติดภารกิจ รวมถึงกำลังแรงจากแฟนคลับมาช่วยกัน อาหารที่นำมามีก๋วยเตี๋ยว ข้าว แกงต่างๆ และไอศกรีม อยากให้ได้กินกันครบทุกอย่างทั้งอาหารคาวและอาหารหวาน โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากสมาคมภริยาข้าราชการสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหมช่วยตั้งเต็นต์บริเวณตรงนี้ให้ นอกจากนี้ยังมีพี่ๆ ทหารช่วยประสานงานให้ไม่กีดขวางการจราจรและได้อยู่ใกล้ประชาชนมากที่สุดอีกมุมหนึ่ง” “ย้อนไปเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม เชื่อว่าหลายคนอยากที่จะมาอยู่ตรงนี้เพื่อร่วมส่งพระองค์ท่าน เสด็จสู่สวรรคาลัย ไม่ว่าจะได้เห็นหรือไม่เห็นก็ตาม มันเป็นความรู้สึกที่บอกไม่ถูก แต่ส่วนตัวยังไม่ได้เข้าไปในศาลาสหทัยสมาคมเพราะรู้สึกว่ายังมีพี่น้องประชาชนที่มาจากต่างจังหวัดหรือมีความจำเป็นหรือมีเวลาจำกัดเลยไม่อ
