Featured
โต๊ะจีนนครปฐม โอด กระทบหนัก ไม่มีรายได้ แต่ยังเสียภาษีเท่าเดิม คุณมายด์-ธนธรณ์ ผลอุดม อายุ 25 ปี ทายาทรุ่นสองกิจการ ประทีปโภชนา ธุรกิจจัดเลี้ยงโต๊ะจีน อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ให้สัมภาษณ์ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ว่า กิจการของเธอเริ่มต้นโดย คุณประทีป ผลอุดม คุณพ่อของเธอเอง ทำมา 30 กว่าปีแล้ว ที่ผ่านมารับงานนอกสถานที่ทั่วประเทศ ตั้งแต่ เชียงใหม่ ยัน สุราษฎร์ธานี ไปมาหมดแล้ว “หลังเรียนจบปริญญาตรี ทำงานประจำควบคู่กับช่วยงานที่บ้าน ทำหน้าที่ ประชาสัมพันธ์ หาลูกค้า ตกแต่ง จัดร้านอาหาร ช่วยปรุงบ้าง แต่คุณพ่อ ยังเป็นหลักเรื่องทำครัวอยู่” คุณมายด์ บอก เมื่อถามถึงสถานการณ์โควิด-19 มีผลกระทบต่อธุรกิจโต๊ะจีน มากน้อยแค่ไหน คุณมายด์ บอก จังหวัด นครปฐม ถูกยกให้เป็นเมืองโต๊ะจีน เป็นศูนย์รวมโต๊ะจีนเก่าแก่หลายเจ้า ปัจจุบันน่าจะมีอยู่ประมาณ 300 เจ้า แต่เท่าที่ทราบ มีหลายเจ้าจำใจต้องเลิก ขายกิจการกันไปบ้างแล้ว “โควิด-19 ทำให้แย่กันไปทุกเจ้า หลายเจ้าไม่ไหว ต้องขายของต่อพวกเดียวกัน บางเจ้าไม่มีเจ้าภาพติดต่อมาเลยต้องปิดตัวไปโดยปริยาย ส่วนกิจการของที่บ้าน ยังพอไปได้ เพราะทำมา 30 ปี พอมีลูกค้าประจำอยู่บ้าง แ
รับจ้างพานักท่องเที่ยว ชม หินสามวาฬ ได้วันละสองเที่ยว มีเงินเหลือไว้ส่งงวดรถ ปัจจุบัน ถ้าใครไปเที่ยวที่จังหวัดบึงกาฬ ส่วนใหญ่จะถือโอกาสไปที่ หินสามวาฬ ซึ่งเป็นหินขนาดยักษ์อยู่บนภูเขา เนื่องจากหินที่ว่านี้มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬ 3 ตัว กำลังว่ายน้ำอยู่กลางทะเลหมอก (ถ้ามีหมอก) จึงมีชื่อว่า หินสามวาฬ ที่จริงหินสามวาฬ มีมานานแล้ว ตอนแรกก็ไม่มีใครสนใจอยากไปเห็น ที่สำคัญ ไม่รู้ด้วยว่า มีหินสามวาฬอยู่บนยอดเขา ทว่า พอมีหนังโฆษณาของบริษัทเหล้ายี่ห้อหนึ่งผ่านจอทีวีเท่านั้น ทำให้หินสามวาฬ โด่งดังขึ้นมาทันที เพราะนอกจากหินมีขนาดมหึมาที่มีรูปร่างเหมือนปลาวาฬแล้ว บริเวณใกล้ๆ ยังมีจุดที่น่าสนใจอีกหลายแห่ง โดยเฉพาะจุดชมวิว เมื่อเดือนที่แล้ว ผมไปเที่ยวที่บึงกาฬ ก็ได้ไปชมหินสามวาฬ กับเขาด้วยเช่นกัน หินสามวาฬ อยู่ในการดูแลของกรมป่าไม้ เปิดให้ทุกคนเข้าชมฟรีตั้งแต่ตีห้า ถึงห้าโมงเย็น ที่ต้องเปิดตั้งแต่เช้าตรู่ก็เพราะบางวันของบางเดือนจะมีทะเลหมอกให้คนได้มาชมทั้งหินสวยและหมอกงามบนภูเขาสูงกลางป่า กรมป่าไม้ เป็นผู้ดูแล ห้ามไม่ให้นักท่องเที่ยวขับรถขึ้นไปชมหินสามวาฬเอง ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัย มากกว่าเหตุผลอื่นๆ ถ้
ในภาวะสังคมที่ถูกป่วนด้วยโรคโควิด-19 อาจมีคนไม่น้อยที่กระแสรายรับปั่นป่วนตาม โดยเฉพาะเมื่อถึงรอบรายจ่ายพิเศษที่ต้องใช้เงินก้อนจำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น ค่าเทอมของบุตรหลาน ค่าตรวจสุขภาพประจำปี ค่าเบี้ยประกันชีวิต ฯลฯ ซึ่งในกรณีที่เรามีตัวช่วยอยู่แล้วทั้งบัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด ที่สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ รวมทั้งยังมีรายได้เข้ามาสม่ำเสมอพอที่จะทยอยจ่ายคืนหนี้ก้อนนี้ทั้งหมดภายในชั่วระยะเวลาหนึ่ง เราควรเลือกใช้บัตรไหนดีถึงจะคุ้มค่าหรือประหยัดดอกเบี้ย การเบิกถอนวงเงินจากบัตรเครดิต (ไม่ว่าจะเป็นการกดเงินที่ตู้เอทีเอ็ม หรือถือบัตรไปขอรับเงินที่หน้าเคาน์เตอร์ หรือทำรายการบนแอพพลิเคชั่นโดยขอรับเป็นเงินโอนเข้าบัญชีเงินฝาก) มีค่าธรรมเนียมการถอนเงินสด 3% + ภาษี VAT 7% และอัตราดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 16% ตามเพดานอัตราดอกเบี้ยที่แบงก์ชาติกำหนดไว้ ส่วนการถอนเงินจากบัตรกดเงินสด เรียบง่ายกว่านั้นมาก เนื่องจากคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 25% ต่อปี โดยทั้งสองบัตรเริ่มคิดดอกเบี้ยจากวันแรกที่ถอน อย่างไรก็ดี สำหรับกรณีผู้ที่ไม่มีบัตรกดเงินสดและต้องการสมัครขอบัตรใหม่ คงต้องทำความเข้าใจกันก่อนว่า บัตรกดเงินสดเป็นสิน
ทำพาร์ตไทม์ไม่ไหว! หนุ่มป่วยไต เปิดช่องยูทูบ หาเงินรักษาตัว เพราะป่วยเป็นโรคไตมาตั้งแต่เด็ก ทำให้คุณหนึ่ง ซึ่งอาศัยอยู่กับยาย ต้องเข้มแข็ง ปัจจุบันเขาสามารถดูแลตัวเองได้ดี แต่ก็ยังมีค่าใช้จ่ายไม่ใช่น้อย การเปิดช่องยูทูบ อัพเดตเรื่องราวชีวิต และให้ประสบการณ์ในฐานะผู้ป่วย จึงเป็นช่องทางที่เขาหวังไว้หาเงินรักษาตัว คุณหนึ่ง-ดนัย นันตะกาฬ วัย 24 ปี นิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ป่วยเป็นโรคไตตั้งแต่อายุ 13 ปี เข้ารับการรักษาอาการที่โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ด้วยสิทธิบัตรทอง พักอาศัยอยู่บ้านเช่ากับยาย อายุ 73 ปี สองคน เพราะสูญเสียคุณแม่ไปตั้งแต่เรียนมัธยม ส่วนพ่อแยกย้ายไปมีครอบครัวใหม่ ในเรื่องการเรียน ได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย จึงพอแบ่งเบาภาระเรื่องเงินไปได้บ้าง “ผมโชคดีได้ทุนเรียนมหาวิทยาลัย ระหว่างเรียน ผมต้องย้ายเข้ามาอยู่หอใน ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ส่วนยายเป็นคนหาเงิน ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าบ้าน ตัวผมทำงานพาร์ตไทม์ และสอนพิเศษ ช่วยด้วยอีกแรง” หลังเรียนจบระหว่างรอรับปริญญา ราวๆ ปี 62 คุณหนึ่ง ย้ายมาอยู่หอนอก เข้าทำงานที่สมุทรปราการ และย้ายสิทธิรักษามาประกันสังคม จนมีอาการโรคไตกำเริบ ต้องเข้าห้องฉุกเฉิน “หายใจไ
ใจสู้ ไม่ยอมแพ้! นักศึกษาหนุ่ม ขายขนมนำเข้า เก็บหอมรอมริบ เปิดร้านน้ำเต้าหู้ สู้โควิด เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณเจมส์-ธีรพล ตันติกูล นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วัย 21 ปี เจ้าของร้าน น้ำเต้าหู้โทฟุเจมส์ ในซอยรังสิตภิรมณ์ ที่เพิ่งเปิดท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด และสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน แต่ก็ประคับประคองตัวเองมาได้กว่า 2 เดือนแล้ว คุณเจมส์ เล่าให้ฟังว่า พื้นเพที่บ้านมีฐานะทางการเงินไม่ได้ดีมากนัก บ้านที่อาศัยอยู่ตอนนี้เป็นแฟลตทหาร ซึ่งครอบครัวของเขาอาศัยอยู่ที่ชั้น 5 ที่ไม่มีลิฟต์ พ่อแม่ซึ่งอายุมากขึ้นแล้ว ต้องเดินขึ้นลงบันไดทุกวัน อีกทั้งยายที่ไม่สามารถไปไหนได้เพราะมีปัญหาเรื่องการเดิน ทำให้หนึ่งในความฝันสูงสุดของคุณเจมส์ คือการซื้อบ้านให้คนในครอบครัวได้อยู่กันอย่างสบาย เขาจึงอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองสักอย่าง จึงตั้งใจที่จะเปิดร้าน ที่เกี่ยวกับอาหารขึ้น “ผมเริ่มคิดทำธุรกิจเป็นของตัวเองจริงๆ จังๆ ตอนเรียนอยู่ ปี 1 เทอม 2 ครับ แต่เนื่องจากที่บ้านไม่มีเงินมากนัก การตัดสินใจจะทำธุรกิจอะไรสักอย่าง มันเลยเป็นสิ่งที่ผมกลัว เพราะถ้าล้ม เหมือนเราล้มบนพื
สสส. เผย โควิด ทำเด็กจบใหม่ ว่างงาน 1.3 ล้าน ดันโปรเจ็กต์ให้ทุน 100 โครงการ มากสุดหลักแสน เว็บไซต์ สสส. เผยข่าว นางเข็มเพชร เลนะพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักสร้างสรรค์โอกาส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า จากการสำรวจผู้ที่ได้รับผลกระทบสูงสุดจากวิกฤตโควิด-19 โดยสำนักงานสถิติแห่งชาติ ร่วมกับ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) และองค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (UNICEF Thailand) ปี 2563 พบว่า ประชาชนกลุ่มอายุ 15-24 ปี โดยเฉพาะนักศึกษาที่กำลังจะเรียนจบ มีแนวโน้มที่จะว่างงานคิดเป็น ร้อยละ 14 หรือกว่า 1.3 ล้านคน เนื่องจากภาคเอกชนชะลอการจ้างงาน จึงทำให้ลดโอกาสในการพัฒนาศักยภาพหรือทักษะในการประกอบอาชีพจากการไม่ได้เข้าสู่ระบบการจ้างงาน ด้านวัยทำงานที่เป็นคนว่างงาน ร้อยละ 17.9 หรือกว่า 6 ล้านคน ด้วยสถานะของแรงงานในระบบทำให้แรงงานส่วนใหญ่ กลายเป็นบุคคลที่มีทักษะเชิงเดี่ยวไม่สามารถปรับตัวเพื่อประกอบอาชีพอื่นได้ในทันที จากการระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงมีแนวโน้มที่จะมีคนว่างงานและคนที่มีรายได้น้อยลงเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้คุณภาพชีวิตที่ดีลดลง เพราะขาดรายได้ ขาดความรู้ในกา
ในช่วงที่โควิดกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้ง หากใครที่เข้ารับการตรวจแล้วทราบผลว่า ตนเองติดเชื้อโควิด-19 อันดับแรก ให้ตั้งสติ และปฏิบัติตามขั้นตอนดังนี้ เตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน ผลตรวจโควิด โทร 1330, 1668, 1669 เพื่อแจ้งเรื่องเข้ารับการรักษา แจ้งรายละเอียดและเบอร์โทรศัพท์ของตนให้หน่วยงานที่รับเรื่อง งดออกจากที่พักหรือเดินทางข้ามจังหวัด (ฝ่าฝืนมีโทษผิด พ.ร.บ.โรคติดต่อ 2558 มาตรา 34) หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอลและเช็ดตัวเพื่อลดไข้ สวมแมสก์ตลอดเวลาและแยกของใช้ส่วนตัว อย่างไรก็ตาม เมื่อทราบว่าตัวเองติดโควิด-19 แล้ว ควรแจ้งไทม์ไลน์ให้ผู้อื่นทราบโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดได้รู้ตัว และประเมินความเสี่ยงของตัวเองว่าอยู่ในระดับไหน ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดในวงกว้าง ที่มา : กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข
รู้ไว้ใช่ว่า! 9 พฤติกรรมเสี่ยง ทำแล้วมีโอกาสสูง ได้รับเชื้อโควิด-19 ทุกวันนี้ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หมดไป และด้วยตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีเพิ่มขึ้น ยิ่งทำให้เราระวังตัวเองกันอย่างเข้มงวด แต่อาจจะมีพลั้งเผลอทำพฤติกรรมบางอย่าง ที่เราคาดไม่ถึงว่าจะทำให้ได้รับเชื้อเข้ามาได้ โดยเพจ กรมอนามัย ได้เผยแพร่ข้อมูลความรู้ 9 พฤติกรรมเสี่ยง ที่ทำแล้วมีโอกาสสูงที่จะรับเชื้อโควิด-19 อันได้แก่ 1. ไม่สวมหน้ากากอนามัย หรือ สวมผิดวิธี 2. ไม่ล้างมือ หลังจากไปสัมผัสสิ่งของต่างๆ 3. นำมือไม่สะอาด มาสัมผัสใบหน้า (ตา จมูก ปาก) 4. เข้าไปในพื้นที่แออัด และมีระบบระบายอากาศไม่ดี 5. ตะโกน พูดคุยเสียงดัง และรับประทานอาหารร่วมกัน 6. ไม่เว้นระยะห่างระหว่างกัน 7. ใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น 8. ไม่ปฏิบัติตามมาตรการของสถานที่แต่ละแห่ง ที่กำหนดไว้ 9. ปกปิดข้อมูลและไทม์ไลน์ หลังจากเข้าพื้นที่เสี่ยง
สมาคมสถาบันการเงินของรัฐ ประกาศ เลื่อนเวลาเปิด-ปิด ธนาคาร ป้องกันโควิดระลอกใหม่ เพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง เผยแพร่ข่าว การเปิด-ปิดสาขาธนาคารของรัฐ เพื่อลดความเสี่ยงของการแพร่กระจายเชื้อไวรัส COVID-19 ระลอกใหม่ โดยระบุว่า ทางสมาคมสถาบันการเงินของรัฐ และธนาคารสมาชิก (ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) ได้มีมาตรการป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 สำหรับงานบริการสาขา ตามแนวทางของกระทรวงสาธารณสุข และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ มาตรการดังกล่าวเป็นไปเพื่อความปลอดภัยของพนักงานและลูกค้าเป็นสำคัญ รวมทั้งเป็นการร่วมมือกับภาครัฐ ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ด้วย โดยธนาคารจะกลับมาให้บริการตามปกติโดยเร็วที่สุดเมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง สำหรับบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ลูกค้า คู่ค้า และผู้เกี่ยวข้อง สามารถติดต่อ บสย. สำนักงานเขตต่างๆ และศูนย์ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F
เปิดสูตร บ้าบิ่นโบราณ ขนมประจำเทศกาลสงกรานต์ สูตรหลวงพี่ไอซ์ไขอาชีพ หากใครยังจำได้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เคยนำเสนอเรื่องราวของพระสอนอาชีพช่วยคน อย่าง หลวงพี่ไอซ์ (อ่านเพิ่มเติม คลิก) ช่วงเทศกาลแบบนี้ หลวงพี่ไอซ์จึงมีสูตรขนมประจำเทศกาล อย่าง บ้าบิ่นโบราณ หรือ ขนมปิ้งสูตรหลวงพี่ มาฝากให้ได้ทำกินทำขายกัน โดยวัตถุดิบ สามารถทำได้ประมาณ 5 ถาดกลม ขนาด 15 เซนติเมตร อย่างตื้น 1. แป้งข้าวเหนียว 1 กิโลกรัม 2. แป้งข้าวเจ้า 1 ขีด 3. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1.5 กิโลกรัม 4. น้ำตาลมะพร้าวอย่างดี 9 ขีด 5. ไข่เป็ด 5 ฟอง 6. น้ำมันพืช+ไข่แดง 2 ฟอง ตีให้เข้ากัน วิธีทำ 1. นำแป้งมาผสมกับมะพร้าวน้ำตาล ไข่ ไม่ต้องใส่น้ำเลย ค่อยๆ นวดให้เข้ากัน 2. เอาน้ำมันตีกับไข่แดงแล้วทาที่ถาดให้ทั่ว นำเนื้อขนมเทใส่ให้เต็ม แล้วเอาน้ำมันทาที่ผสมไข่ด้านบนอีกครั้ง 3. นำไปอบด้วยไฟบนล่าง ใช้ไฟค่อนข้างอ่อน โดยด้านล่างใช้ไฟถ่าน ไฟบนใช้กาบมะพร้าวอบ แบบเดียวกับขนมหม้อแกง แต่ไฟต้องเบากว่า ระหว่างอบต้องเปิดดู หมั่นเอาน้ำมันที่ผสมไข่ทาบ่อยๆ ขนมสุกจะเหลืองสวย อบจนสุกดีแซะออกวางบนใบตอง จะทำให้มีกลิ่นหอม ดูให้สุกทั่วแผ่นค่อยๆ ปิ้ง ใจเย็นๆ เป็นอั
