Featured
เปิดตำรับ รื่นเริงบันเทิงยำ เมนูจากใบกัญชา พืชเนื้อหอมมาแรง ปฏิเสธไม่ได้ว่า “กัญชา” คือพืชเนื้อหอมมาแรงขณะนี้ ซึ่งมีการปลดล็อกบางส่วนของกัญชา-กัญชง ให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ได้แก่ ใบที่ไม่ติดกับช่อดอก เปลือก ลำต้น เส้นใย กิ่งก้าน ราก ยกเว้น ช่อดอก และเมล็ดกัญชา โดยทางโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ได้เปิดตำรับเมนูกัญชา หนึ่งในเมนูที่ได้รับการเผยแพร่สูตร คือ รื่นเริงบันเทิงยำ เติมเต็มทุกคำ สุขล้ำทุกเวลา มีส่วนประกอบ ดังนี้ แป้งทอดกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ น้ำเย็นจัด สำหรับผสมแป้งทอดกรอบ ใบกัญชาสด 5 ใบ หมูสับรวนสุก 50 กรัม หอมแดง 4 หัว แคร์รอต 1/2 ถ้วย ผักชีลาว 2 ใบ น้ำมะนาว
เตรียมตัวให้พร้อม ม.33 เรารักกัน ลงทะเบียนพรุ่งนี้แล้ว! เพจ สถานีข่าวกระทรวงการคลัง เผยข่าว การลงทะเบียนรับความช่วยเหลือในโครงการ ม.33 เรารักกัน ที่ผู้ประกันตนมาตรา 33 จะได้รับสิทธิเงินช่วยเหลือค่าครองชีพ 4,000 บาท รับวงเงินสิทธิสัปดาห์ละ 1,000 บาท จะเปิดให้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.ม33เรารักกัน.com ตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ. – 7 มี.ค. 64 เวลา 06.00-23.00 น. โดยจะใช้สิทธิผ่านแอพ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่ 22 มี.ค. – 31 พ.ค. 64 ณ ร้านค้า / บริการ ที่เข้าร่วมโครงการธงฟ้า คนละครึ่ง และเราชนะ
เแรลลี่ เส้นทางเศรษฐีฯ ครั้งที่ 5 เคลื่อนขบวนส่งกำลังใจ ให้โรงเรียนวัดห้วยหมู จัดเป็นประจำทุกปี สำหรับกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม แรลลี่ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เรียนรู้และแบ่งปัน ครั้งที่ 5 กรุงเทพฯ-หัวหิน ซึ่งเริ่มต้นกันตั้งแต่ช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 20 ก.พ.นี้ โดยบรรดาผู้ร่วมคณะแรลลี่เกือบร้อยชีวิต ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนที่บริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ถนนเทศบาลนฤมาล เขตจตุจักร ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง แต่การ์ดไม่ตก มีการตั้งเครื่องวัดอุณหภูมิร่างกาย และ ตั้งเจลแอลกอฮอล์ ไว้ตามจุดต่างๆ ทุกคนต้องสวมหน้ากากอนามัย หรือ หน้ากากผ้า ที่สำคัญ ไม่ลืมเว้นระยะห่างกันด้วย เวลาประมาณ 08.15 น. คุณวิมล ตัน บรรณาธิการเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ เป็นประธานปล่อยขบวนแรลลี่ มุ่งหน้าสวนสามพราน จังหวัดนครปฐม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม เวิร์กช็อป ทำน้ำมันนวดสมุนไพร ที่ ปฐม ออร์แกนิก วิลเลจ หมู่บ้านแปรรูปสินค้าอินทรีย์ ตามวิถีชีวิตแบบไทย ก่อนพากันไปช็อปปิ้ง กระจายรายได้กันที่ ตลาดสุขใจ ที่เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรอินทรีย์ กว่า 180 ครอบครัว และชุมชนรอบสวนสามพราน มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตอินทรีย์ ตกบ่าย คณะแรลลี่เดินทางมุ่งหน้าไปท
ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น คาเฟ่ในซอยลึก ที่คนรักต้นไม้ต้องมาเช็กอิน หากใครที่ชื่นชอบธรรมชาติ แต่ไม่อยากเดินทางไกล ลองแวะมา อ.สามพราน จ.นครปฐม กันดูสักนิด ใช้เวลาขับรถไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง เปิดกูเกิ้ลแมพ แล้วปักหมุด Little tree garden (ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น) คุณจะได้พบกับโลกใบใหม่ เต็มไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์อันอุดมสมบูรณ์ ทั้งต้นเล็กต้นใหญ่ ปลูกเรียงรายอยู่ทั่วพื้นที่ เรานัดแนะพูดคุยกับ คุณวิทย์-ศิริวิทย์ ริ้วบํารุง ชายวันกลางคน รูปร่างสันทัด เจ้าของ ลิตเติ้ลทรี การ์เด้น ในอีกมุมหนึ่ง เขาคือนักจัดสวน ที่ไม่ได้เรียนจบด้านการจัดสวน แต่มีใจรักต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก เขาบอกว่า ต้นไม้อยู่ใน DNA “ผมเรียนจบนิเทศศาสตร์ มีใจรักต้นไม้มาตั้งแต่เด็ก เพราะโตมากับสวนกล้วยไม้ และซึมซับมาจากครอบครัวที่ชื่นชอบต้นไม้ ถ้าไปบ้านญาติ หรือไปไหน เจอต้นไม้แปลกๆ ก็จะซื้อมาเลี้ยงไว้ กลายเป็นว่าสะสมต้นไม้มาตั้งแต่เล็กแต่น้อยโดยไม่รู้ตัว” คุณวิทย์ เล่า เมื่อ 20 ปีก่อน หลังจากพี่สาวเรียนจบจากต่างประเทศ ตกลงว่าจะสร้างโรงเรียนสอนภาษาและศิลปะ เขาจึงรับหน้าที่ตกแต่ง และจัดสวน ให้สมบูรณ์แบบขึ้น เพราะต้นไม้ถูกปลูกมานาน เนื่องจากเป็นที
คนละครึ่ง กระตุ้นยอดขาย ผู้ประกอบการชี้ รัฐบาลมาถูกทางแล้ว เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ลงพื้นที่พูดคุยกับพ่อค้าแม่ขาย เกี่ยวกับโครงการคนละครึ่ง ในงานกิจกรรมเผยแพร่องค์ความรู้ ในการนำส่วนประกอบของกัญชาที่ไม่ใช่ยาเสพติดมาใช้ประโยชน์ ที่จัดขึ้น ณ อาคารพิพิธภัณฑ์การสาธารณสุขและการแพทย์ไทย เมื่อวันที่ 15-16 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา เจ้าของร้านน้ำมะพร้าว ภีมภู น้ำมะพร้าว ให้สัมภาษณ์ว่า ส่วนตัวคิดว่า รัฐบาลมาถูกทางแล้ว สำหรับตนก็คิดว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง ทำให้ประชาชนได้ซื้ออาหาร ได้จับจ่ายใช้สอยกัน ในส่วนของที่ร้าน มีลูกค้าเข้ามาซื้อน้ำมะพร้าวเยอะขึ้น เนื่องด้วยเป็นช่วงที่ลูกค้ามีเงินในแอพ และปัจจัยในการจ่ายครึ่งเดียว จากที่เมื่อก่อนซื้อคนละ 1 ถุง ก็เพิ่มขึ้นเป็น 2-4 ถุง เรียกว่าลูกค้าใช้เงินง่ายขึ้น ถือว่าเป็นวิธีที่ดี ถ้าหมดโครงการไปก็คงเสียดาย คุณสิระพงษ์ วรสิริธนานันท์ เจ้าของร้านข้าวขาหมู กล่าวว่า โดยส่วนตัว ถือว่าเป็นโครงการที่ช่วยเหลือผู้ประกอบการได้เยอะ เพราะตอนแรกที่เห็นโครงการมา ตนก็ไปศึกษาอยู่พอสมควร พบว่าโครงการนี้มีทั้งข้อดีข้อเสียสำหรับผู้ประกอบการ แต่ในฐานะผู้บริโภค รู้
“Care the Whale ขยะล่องหน” เดินหน้าสู่ปีที่ 2 ปรับมุมคิด ไม่มีอะไรเป็นขยะ อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คือ หัวเรือใหญ่ในการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหา “ขยะ” ที่นับวันจะยิ่งทวีคูณความรุนแรง หากไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ขยะเหล่านี้จะกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อชีวิตมนุษย์ทุกคน จากความมุ่งมั่นและตั้งใจจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ดำเนิน “โครงการ Care the Whale ขยะล่องหน” ภายใต้เป้าหมาย การพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) ในข้อ 13 “Climate Action” ข้อ 12 “Responsible Consumption and Production” และข้อ 17 “Partnerships for the Goals” เน้นขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับพันธมิตรและเครือข่ายกว่า 30 องค์กร ประกอบด้วย ผู้ประกอบการบนพื้นที่ถนนรัชดาภิเษก 14 แห่ง รวมถึงผู้ประกอบการทางสังคม องค์กรพันธมิตรในธุรกิจ ด้าน Circular Economy และหน่วยงานภาครัฐ โดยย่านถนนรัชดาภิเษกจะมี “วาฬ” เป็นสัญลักษณ์ ซึ่งเป็นตัวแทนของระบบนิเวศที่รอให้มนุษย์เข้ามาแก้ไข คุณภากร ปีตธวัชชัย กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งป
นโยบายกัญชา 6 ต้น เกษตรกรรายย่อย ยังต้องการแรงสนับสนุนจากภาครัฐอีกมาก ตามที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) มีโครงการส่งเสริมให้เกษตรกร กัญชาทางการแพทย์บ้านละ 6 ต้น ภายใต้วิสาหกิจชุมชน ร่วมกับหน่วยงานในสธ.โดยเมื่อวันที่ 11 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ดำเนินการแห่งแรกไปแล้วที่บ้านโนนมาลัย ร่วมกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพโนนมาลัย อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ และกำลังจะกระจายรูปแบบการปลูกไปใน 12 เขตสุขภาพ สถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะหน่วยงานประสานความร่วมมือในการขับเคลื่อนนโยบายกัญชาทางการแพทย์ ได้ออกมาให้คำแนะนำเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดการนำนโยบายกัญชาไปปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ ล่าสุด ทาง นพ.กิตติ โล่สุวรรณรักษ์ ผู้อำนวยการสถาบันกัญชาทางการแพทย์ สำนักงานปลัดสธ.ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเข้าร่วมโครงการกัญชา 6 ต้น ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ว่า การปลูกกัญชา 6 ต้น เป็นนโยบายที่สธ. ตั้งเป้าให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยให้เกษตรกรผู้ร่วมโครงการ สามารถนำกัญชาไปปลูกที่บ้านได้ อันเป็นการลดต้นทุนการปลูก โดยเมื่อปลูกแล้วให้ส่งดอกที่ปลูกได้ให้โรงพยาบาลภาครัฐที่รับรองมาตรฐานการผลิต G
คลังเผย ผู้รับสิทธิ เราชนะ ทะลุ 10.5 ล้าน เตือนคนโกงระงับ ถุงเงิน-เป๋าตัง ทันที เมื่อวันที่ 18 ก.พ. 64 นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยความคืบหน้าการเข้าร่วมโครงการเราชนะ (โครงการฯ) ของกลุ่มประชาชนที่อยู่ในฐานข้อมูลของแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” ในโครงการเราเที่ยวด้วยกันและคนละครึ่ง และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่ลงทะเบียนทางเว็บไซต์ www.เราชนะ.com ว่า มีผู้ที่ผ่านการคัดกรองคุณสมบัติเบื้องต้นและยืนยันการใช้สิทธิร่วมโครงการฯ ผ่านแถบ (Banner) โครงการ “เราชนะ” ในแอพพลิเคชั่น “เป๋าตัง” แล้ว จำนวน 10,544,909 คน (ข้อมูล ณ เวลา 17.00 น.) อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถทยอยดำเนินการยืนยันตัวตนได้ และจะได้รับวงเงินสิทธิภายหลังจากการยืนยันตัวตน โดยจะได้รับวงเงินสิทธิเพิ่มเป็นรายสัปดาห์ ทุกวันพฤหัสบดีจนวงเงินสิทธิครบ 7,000 บาท ทั้งนี้ สามารถสะสมวงเงินสิทธิและใช้จ่ายเพื่อชำระค่าสินค้าและบริการที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นที่มีแอพพลิเคชั่น “ถุงเงิน” ร้านค้าคนละครึ่งที่ตกลงยินยอมเข้าร่วมโครงการฯ รวมถึงผู้ประกอบการ/ร้านค้าและบริการรายย่อยที่เข้
เปิดประวัติ ที่นอนโฮมแมท ร้านเฟอร์นิเจอร์ห้องแถว สู่อาณาจักรที่นอนและเครื่องนอนระดับไฮเอนด์ การพักผ่อนที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด สิ่งที่หลายคนนึกถึงเป็นอันดับแรกๆ คือ การนอนหลับ แต่การนอนหลับแต่ละครั้ง ควรใส่ใจในการเลือกที่นอน ที่มีทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้งาน และต้องเป็นที่นอนที่ดี เหมาะสมกับตัวของเรา เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ มีโอกาสได้คุยกับ คุณไพโรจน์ สิริวรวิทย์ ทายาทธุรกิจรุ่นที่ 2 แห่ง บริษัท รุ่งแสงไทย อินเตอร์แมทเทรส จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายที่นอนสัญชาติไทยเบอร์ต้นๆ ของวงการที่นอน ที่หลายๆ คนคุ้นหน้าคุ้นตากันดี ภายใต้แบรนด์ Homematt (โฮมแมท) “ก่อนที่จะมาเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายที่นอน เริ่มแรกในธุรกิจของเราเป็นธุรกิจครอบครัว เริ่มมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว ก็คือคุณพ่อกับคุณแม่ทำร้านขายเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ซื้อตู้ ซื้อที่นอนมาขาย สมัยก่อนก็มีแต่ที่นอนนุ่นอะไรแบบนี้ แต่คุณพ่อผมเป็นคนที่มองอะไรได้ไกล ท่านก็มองว่า ถ้าวันหนึ่งเกิดขายไม่ดี ทั้งสองคนคงเดินธุรกิจอะไรต่างๆ ด้วยความยากลำบาก เลยมองว่า น่าจะหาโอกาสในการเพิ่มช่องทางทำธุรกิจอย่างอื่น
ออมสิน ช่วยธุรกิจท่องเที่ยว ปล่อยกู้ สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ดอกเบี้ยปีแรก 0.10% ลงทะเบียน 18 ก.พ. นี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เผยว่า คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ออกมาตรการช่วยเหลือด้านการเงินเพิ่มเติม เพื่อเยียวยาและเพิ่มสภาพคล่องสำหรับธุรกิจท่องเที่ยวและสาขาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องโดยมอบหมายธนาคารออมสิน จัดทำโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว วงเงินโครงการ 10,000 ล้านบาท เริ่มเปิดรับลงทะเบียนขอกู้ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th ได้ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2564 จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2564 หรือจนกว่าวงเงินโครงการจะหมด โครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ SMEs มีที่ มีเงิน สำหรับธุรกิจท่องเที่ยว เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล สามารถใช้ที่ดินเปล่า หรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นหลักประกันการขอสินเชื่อจากธนาคาร เพื่อนำเงินกู้ไปใช้เสริมสภาพคล่องให้กิจการ หรือเพื่อไถ่ถอนที่ดินซึ่งทำสัญญาขายฝากกับเอกชนไว้ในช่วงวันที่ 1 มกราคม – 31 ธันวาคม 2563 “สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน ของธนาคารออมสิน เริ่มเปิดให้กู
