Featured
เครื่องดื่มที่เป็นเมนูขวัญใจของใครหลายๆ คน และเป็นเมนูสามัญประจำชาติ หนึ่งในนั้นต้องยกให้กับ “ชาเย็น” เป็นเมนูที่เข้าถึงได้ทุกเพศทุกวัย แต่ท่ามกลางตลาดร้านชาที่มีการแข่งขันสูง มีอยู่แบรนด์หนึ่งที่ยังคงครองใจผู้บริโภคมายาวนานถึง 14 ปี และมีมากกว่า 3,000 สาขาแฟรนไชส์ทั่วประเทศ และมีเปิดขายที่ต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย ซึ่งแบรนด์นั้น คือ “ต้นตำรับ ชาพะยอม” แบรนด์ที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความคิดเมื่อใดก็ตามที่ผู้คนอยากจะดื่มชาที่อร่อยและเข้าถึงง่าย คุณอุ๊-อุไรวัลย์ ไตรจันทร์ เจ้าของแบรนด์ ที่กล้าการันตีความเป็น “ต้นตำรับ ชาพะยอม” ได้ถ่ายทอดเรื่องราวการเดินทางที่ไม่ธรรมดาของแบรนด์นี้ ที่เริ่มต้นจากความผูกพันในวัยเด็ก สู่การสร้างอาณาจักรเครื่องดื่มที่แข็งแกร่ง สำหรับแบรนด์ ต้นตำรับ ชาพะยอม แบรนด์เล็กๆ ที่ถูกขนานนามว่าเป็นเบอร์ 1 ของธุรกิจเครื่องดื่มราคาย่อมเยา เพราะในปี 2562 เคยทำรายได้พุ่งสูงกว่า 31 ล้านบาท และครองตลาดมาโดยตลอด จากที่ได้คุยกับคุณอุ๊ ทำให้เห็นว่า ต้นตำรับ ชาพะยอม ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่ยังคงเดินหน้าพัฒนาแบรนด์ต่ออย่างไม่หยุดยั้ง และกุญแจสู่ความสำเร็จที่คุณอุ๊ได
เมื่อเร็วๆ นี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ จัดพิธีมอบประกาศนียบัตร“ โครงการยกระดับมาตรฐานคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจแฟรนไชส์ (DBD Franchise Standard 2025)” มี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี โดยปีนี้ มีธุรกิจแฟรนไชส์ ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานรวมทั้งสิ้น 42 แบรนด์ทั่วประเทศ และหนึ่งในนั้นคือ “ร้านน้ำเต้าหู้โต้ว” ซึ่งได้รับคะแนนสูงสุดจากการรับรองมาตรฐานแฟรนไชส์ประจำปี สะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านคุณภาพ การบริหารจัดการ และความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างยั่งยืนของธุรกิจแฟรนไชส์ไทย คุณอมร อำไพรุ่งเรือง CEO บริษัท โต้ว แปลว่า ถั่ว จำกัด กล่าวถึงความสำเร็จในครั้งนี้ ว่า รางวัลนี้ถือเป็นเกียรติยศของทีมงานโต้วทุกคน และเป็นเครื่องยืนยันถึงความตั้งใจของเราที่จะยกระดับแฟรนไชส์ไทยให้มีมาตรฐานระดับสากล ทั้งในด้านคุณภาพสินค้า ระบบบริหารจัดการ และความซื่อสัตย์ต่อผู้บริโภคและแฟรนไชซี เราจะไม่หยุดพัฒนา เพื่อให้แบรนด์ไทยสามารถยืนหยัดได้อย่างภาคภูมิใจในเวทีโลก “โต้ว เป็นแฟรนไชส์เครื่องดื่มสุขภาพที่ได้รับความนิยมและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีสาขามากกว่า 60 สาขาทั่ว
หากใครยังพอจำได้ ย้อนไปราว 2 ปีก่อน บนโลกออนไลน์ ได้เกิดปรากฏการณ์ “ยาดมฟีเวอร์” ทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อมีโพสต์ภาพของศิลปินคนดังระดับโลก อย่าง “ลิซ่า” กำลังถือยาดมแบรนด์หนึ่งไว้ในมือ และด้วยความ “ทรงอิทธิพล” ใครต่อใครจึงอยากจะใช้สินค้าแบบเธอบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าย่อมทำให้ยาดมแบรนด์ดังกล่าว ขาย “หมดสต๊อก” เพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้น “17 ปี ในการทำธุรกิจ ไม่เคยโฆษณา ไม่เคยจ้างแม้แต่เพจหนึ่ง แม้แต่อินฟลูฯ คนหนึ่ง ก็ไม่เคย ข้อความทุกข้อความที่เกิดขึ้นในโลกของออนไลน์ ไม่เคยมีหน้าม้า ไม่เคยไปสั่งการอยู่เบื้องหลังให้เชียร์ ให้พูดแต่เรื่องดีๆ สิ่งเหล่านี้ผมไม่เคยเสียเงินแม้แต่บาทเดียว” คุณเก่ง-ธีระพงศ์ ระบือธรรม เจ้าของกิจการ “หงส์ไทย” แบรนด์ยาดมที่ “ลิซ่า” ใช้จริง ดมจริง ดังเกริ่นไว้ตอนต้น เปิดบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” อย่างนั้น ก่อนเผยให้ฟัง ธุรกิจ “หงส์ไทย” ซึ่งเป็นสินค้ากลุ่มยาใช้ภายนอกนี้ มีเขาเป็นผู้ปลุกปั้นมาตั้งแต่ 20 ปีก่อนนี้ ตั้งต้นมาด้วยทุนหลักร้อยบาท ใช้กลยุทธ์การค้าแบบ “ดิบ-ดิบ” คือ ไม่มีทั้งทุน ไม่มีทั้งองค์ความรู้ อาศัยเพียงความตั้งใจ หมั่นเก็บข้อมูลจากผู้ใช้จริง ก่อนนำข้อมูลน
ความมั่นคงในอาชีพศิลปินดาราในปัจจุบันได้ถดถอยลงอย่างมากเมื่อเทียบกับสมัยก่อน เนื่องจากปัจจัยหลักคือ การแข่งขันที่สูงและการเข้าถึงสื่อที่ง่ายมากขึ้น ในอดีต ศิลปินที่ได้รับโอกาสจากค่ายใหญ่จะได้รับค่าตัวที่สูงและมีอายุงานที่ค่อนข้างแน่นอน แต่ปัจจุบัน ทุกคนสามารถเป็นอินฟลูเอนเซอร์และเป็นที่รู้จักในวงกว้างได้ง่ายขึ้น ทำให้ศิลปินที่มีรายได้จากงานแสดงหรือโฆษณามีความผันผวนสูงและไม่ยั่งยืน ศิลปินจึงไม่สามารถพึ่งพารายได้ก้อนใหญ่เพียงอย่างเดียวเพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตได้อีกต่อไป ด้วยเหตุนี้ ศิลปินดาราจึงต้องปรับตัวด้วยการใช้กลยุทธ์การกระจายความเสี่ยง พวกเขาไม่ได้มองอาชีพในวงการบันเทิงเป็นจุดสิ้นสุด แต่เป็นทุนตั้งต้นที่ใช้ในการต่อยอดสู่โลกธุรกิจ ศิลปินจำนวนมากจึงผันตัวมาเป็น นักธุรกิจ สร้างแบรนด์สินค้า, เป็นเจ้าของช่องทางสื่อเอง, หรือลงทุนในสินทรัพย์อื่นๆ เพื่อสร้างกระแสรายได้ที่หลากหลายและมั่นคงในระยะยาว การทำธุรกิจจึงไม่ใช่แค่งานอดิเรก แต่เป็นเสมือนเกราะป้องกันทางการเงิน ที่ช่วยให้พวกเขามีหลักประกันในชีวิต เมื่อถึงช่วงที่กระแสความนิยมในวงการบันเทิงลดลง วันนี้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะขอหย
เคยสงสัยไหมครับ เราจะรู้ได้อย่างไรว่า “ลูกค้าคนไหนจะซื้อ” สินค้าบางอย่าง มีคนสนใจแวะเวียนมาดู มาชม มาถามไถ่ แบบถล่มทลาย แต่กลับไม่มีคนไหนเลย ที่เป็นคนซื้อตัวจริง เป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตกทางการตลาดครับ มีหลักการมากมายแนะนำเอาไว้ หนึ่งในหลักการคลาสสิคที่ตำราการตลาดสอนเอาไว้ คือ เราต้อง “ขจัดข้อโต้แย้ง” จากลูกค้าให้ได้ แล้วเราถึงจะปิดการขายได้ ข้อโต้แย้ง คืออะไร ? คือทุกสรรพสิ่งที่ลูกค้าหยิบยกมาเป็น “ปัญหา” แล้วแสดงออกมาในรูปของ “คำถาม” กับ “คำปฏิเสธ” บางคนถามสารพัด ถ้าคนขายตอบได้เคลียร์ทุกคำถาม ก็สามารถปิดจบ ซื้อขายกันได้ บางคนมาแนวปฏิเสธ ไม่ชอบออกตัวแรง ท่าทีสนใจนั่นแหละ แต่ยังมีความกังวลลึกๆ แบ่งรับแบ่งสู้ แบบนี้ถ้าเจอคนขายเก่งๆ ก็สามารถตะล่อมได้อยู่หมัดเช่นกัน ฟังดูแล้ว “การปิดการขาย” หรือพูดง่ายๆ ว่าเป็นการสรุปจบให้เกิดการจ่ายเงิน แล้วส่งมอบสินค้า มีความเป็นทักษะเฉพาะตัว เป็นศิลปะผสมจิตวิทยา ผสมความช่างสังเกต ผสมปฏิภาณไหวพริบ ฯลฯ ก็คงไม่ผิด ไม่เกินจริง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะเรียนรู้กันไม่ได้เอาเสียเลย ผมได้ลองร
การจะเปิดร้านอาหารอะไรมาสักร้านหนึ่ง กระบวนการหรือขั้นตอนนั้นไม่ได้มีเพียงแค่ทำอาหารอร่อยแล้วเปิดขายได้เลย แต่จะต้องมีการใส่ใจในรายละเอียดอะไรที่มากกว่านั้น เช่นเดียวกันกับ คุณณศิภัสร์ จิระกังวาลวิชญ์ อายุ 61 ปี ที่ต่อยอดแบรนด์ ฆัง ฆัง หม้ออร่อย ร้านบุฟเฟต์ชาบูย่านนนทบุรี มาสู่ ร้านเย็นตาโฟ ที่ชื่อว่า ฆัง ฆัง โฟทะเล เปิดขายอยู่ที่ตลาดศรีอรุณ ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จากนนทบุรี เดินทางไกลสู่เชียงใหม่ ด้วยจุดมุ่งหมายอันแรงกล้าของคนวัย 61 ที่คิดว่า ร้านเย็นตาโฟนี้ คือทางรอดในยามที่สภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ เรื่องราวจะเป็นอย่างไร เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ จะมาเล่าสู่กันฟัง เดิมทีคุณณศิภัสร์เองได้เปิดร้านอาหารมาก่อนคือร้าน ฆัง ฆัง หม้ออร่อย แต่จะมีเมนูพิเศษขึ้นมาอาทิตย์ละอย่าง หนึ่งในนั้นคือเมนูเย็นตาโฟ ซึ่งลูกค้ามักจะมาขอให้ทำเมนูนี้ซ้ำอยู่บ่อยครั้ง จากที่เห็นว่าลูกค้าเรียกร้องเลยตัดสินใจนำความต้องการเหล่านั้นมาทำเป็นธุรกิจ และต่อยอดออกมาเป็นร้านเย็นตาโฟ ร้าน ฆัง ฆัง โฟทะเล เปิดให้บริการกับลูกค้ามาได้ประมาณเดือนกว่า เธอเล่าว่า ผลตอบรับดีเกินคาดอย่างมาก แต่ไม่ใช่เพราะว่าลูกค้าเห็นเป็นร้านเ
เมื่อเร็วๆ นี้ วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร จังหวัดปราจีนบุรี คณะสาธารณสุขศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก จัดกิจกรรม “Open House Open Heart เปิดบ้านเปิดใจ แพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร” เพื่อเชิญชวนนักเรียนระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนวและทดลองเรียนรู้วิถีแพทย์แผนไทยประยุกต์ ภายใต้แนวคิด “เรียนจริง–ทำจริง–ต่อยอดเป็นอาชีพ” โดยจัดกิจกรรมเพื่อเรียนรู้นำไปปฏิบัติจริง ประกอบด้วย 1. การตรวจวินิจฉัยร่างกายตามศาสตร์แพทย์แผนไทย 2. การเรียนรู้เส้นทางผู้ประกอบการด้านสุขภาพและสมุนไพร และ 3. การสกัดและพัฒนาผลิตภัณฑ์สมุนไพร เพื่อจัดทำ Portfolio โดยให้นักเรียนเตรียมสมัครเข้าศึกษาในหลักสูตร การแพทย์แผนไทยประยุกต์บัณฑิต (พท.ป.บ.) ดร.กริยาภา หลายรุ่งเรือง รองผู้อำนวยการกลุ่มวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร กล่าวว่า วิทยาลัยการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง สถาบันพระบรมราชชนก และ โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นผู้นำด้านสมุนไพรและการแพทย์แผนไทยของประเทศ โดยมีประสบการณ์การสอนกว่า 20 ปี ในการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและรับรองโ
จากเชฟ สู่พ่อค้าคั่วไก่ เรื่องราวของ สุพรรษพงษ์ กุลชนะรมย์ หรือ เชฟโอ๊ต หลังจากอยู่ในวงการเชฟมานานกว่า 20 ปี ก็ถึงจุดที่ทำให้เขาอยากเป็นนายตัวเอง อยากมีธุรกิจ อยากเหนื่อยแล้วได้กับตัวเอง ได้กับครอบครัว กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ “คั่วไก่ ไอ้เครา” ร้านที่เริ่มต้นจากความชอบกินเมนูเส้น แต่กว่าจะเปิดอย่างจริงจัง เชฟโอ๊ตใช้เวลาทดลองสูตรร่วมๆ 2 ปี เขาลงครัวฝึกซ้อม จนถึงขั้นนึ่งเส้นเอง จากนั้นถึงกลับมาเปิดร้านคั่วไก่ ไอ้เครา ที่ถนนข้าวสาร โลเคชันของเด็กยุค 90 ที่เขาหลงใหลและชอบไปทุกครั้งเวลากลับมาเมืองไทย แม้ในปัจจุบันหน้าร้านบนถนนข้าวสารจะปิดตัวไปแล้ว แต่ลูกค้าสามารถไปลิ้มรสความอร่อยได้ที่ร้านคั่วไก่ ไอ้เครา ริมถนนวุฒากาศ 55 ซึ่งไม่ได้มีแค่เมนูคั่วไก่อย่างเดียว แต่ยังมีคั่วไก่ออริจินัลโรยผงหม่าล่า สุกี้แห้ง ข้าวผัดรถไฟ รวมถึงข้าวกะเพราอีกหลากหลายเมนูให้เลือก โดยเปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่ 10.30-20.00 น. เฉพาะวันอาทิตย์ เปิดตั้งแต่เวลา 10.30-16.00 น. สามารถติดตามวันเปิด-ปิดได้ที่เพจ Thebeardboy2018
สถานการณ์เศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน โดยเฉพาะ ภาคการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นเสมือนเส้นเลือดใหญ่ในการสร้างรายได้เข้าประเทศ พบว่า แม้จะมีสัญญาณการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติบ้าง แต่การแข่งขันในภูมิภาคที่สูงขึ้น ต้นทุนผู้ประกอบการที่เพิ่ม และความเปราะบางของกำลังซื้อในประเทศ ยังคงเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ ทำให้ภาพรวมการใช้จ่ายและการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศยังไม่คึกคักเท่าที่ควร ด้วยเหตุนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา จึงมีมติเห็นชอบในหลักการ 4 มาตรการย่อยตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวภายในประเทศ ในช่วงฤดูท่องเที่ยวปลายปี และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ประกอบการ มาตรการหลักคือ “เที่ยวดีมีคืน” ลดหย่อนภาษีสูงสุด 2 หมื่นบาท หัวใจสำคัญของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ คือการผลักดันให้เกิดการเดินทางและการใช้จ่ายอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการเน้นหนักไปที่ “จังหวัดท่องเที่ยวรอง” เพื่อกระจายรายได้ออกจากเมืองหลักอย่างแท้จริง ซึ่งประกอบด้วย มาตรการ รายละเอียดการกระตุ้น 1. มาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวเมืองรอง ให้สิทธิผู้มี
สืบเนื่องกรณีสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ประกาศผลตรวจสอบ “ยาดมผสมสมุนไพร ตราหงส์ไทย สูตร 2” เลขทะเบียน G 309/62 พบว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดในประกาศกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยเกณฑ์มาตรฐานสำหรับตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2564 หลังตรวจพบเชื้อจุลินทรีย์ปนเปื้อนหลายชนิด วันที่ 28 ตุลาคม นายธีระพงศ์ ระบือธรรม ผู้ก่อตั้งและเจ้าของบริษัท สมุนไพรไทย หงส์ไทย จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย “ยาดมหงส์ไทย” เผยว่า ยาดมสูตร 2 ที่ อย. พบว่ามีเชื้อจุลินทรีย์ไม่ได้มาตรฐานนั้น เป็นล็อตที่ผลิตเมื่อปลายปี 2567 ซึ่งเป็นสูตรที่ใช้สมุนไพรแห้งมาเป็นส่วนผสมด้วย ในขณะนี้ บริษัทกำลังทยอยเรียกคืนสินค้าล็อตดังกล่าวทั้งหมด เพื่อนำมาทำลายและพร้อมจะรับผิดชอบถ้าหากผู้ใช้แล้วพบว่ามีปัญหา โดยทุกอย่างต้องว่ากันไปตามข้อเท็จจริง “เรากำลังหาวิธีแก้และกำลังประสานไปยัง อย. เพื่อสอบถามในหลายๆ เรื่อง รวมถึงนิยามของจุลินทรีย์เกณฑ์มาตรฐานวัดจากอะไรและจุลินทรีย์ดังกล่าวทำให้เกิดอันตรายกับผู้ใช้อย่างไรบ้าง เพราะจากการสอบถามทาง อย. เบื้องต้นยังไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจน เพราะเป็นการสุ่มตรวจหลังมีคนไปร้อง อย่างไรก็ตาม เราก็พร้อมชี้แจง ท
