Featured
“กล้วยกรอบไร้มัน”สแน็กน้องใหม่แบรนด์ “ย่ามะลิ” วางขาย 2 ปี เตรียมโกอินเตอร์! คุณอาร์ต – ทรงพล ทรงประไพ วัย 26 ปี เจ้าของธุรกิจกล้วยกรอบไร้มัน แบรนด์ “ย่ามะลิ” ได้ให้สัมภาษณ์กับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ว่า พื้นเพเป็นคนสิงห์บุรี เรียนจบอาชีวะ จากวิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ เคยทำงานที่กรมทางหลวงฯ มาประมาณ 2 ปีครึ่ง ตามบ้านต่างจังหวัด ชาวบ้านจะชอบปลูกพืชผลไม้อย่างพวกกล้วยไว้ทานเอง จึงคิดและนำกล้วยมาแปรรูปใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่า สามารถยืดอายุให้อยู่ได้นานขึ้น แต่ยังคงความหวานของกล้วยจากธรรมชาติ และทำให้กล้วยทอดของเขา “ไม่มีไขมัน” โดยการนำมาทอดโดยไม่ติดน้ำมัน ซึ่งเป็นเทคนิคที่ใช้เวลาลองผิดลองถูกปีกว่าๆ จึงสำเร็จ และได้กล้วยทอดกรอบ ที่รสชาติเหมือนทานกล้วยแบบปกติ ที่ไม่มีการใส่น้ำตาล หรือ สารปรุงแต่งใดๆทั้งสิ้น จากนั้นจึงแจกจ่ายให้บรรดาเพื่อนๆ และญาติ ได้ลองชิม ผลตอบรับที่ได้ก็เป็นไปในทางที่ดี จึงลองผลิตเพื่อขาย และนำคุณลักษณะของกล้วยที่มีความกรอบแบบ “ไร้มัน เน้นธรรมชาติ” มาตั้งชื่อเป็น “กล้วยกรอบไร้มัน” โดยให้มีความเป็นไทยแต่ทันสมัยในชื่อ “ย่ามะลิ” ซึ่งเป็นชื่อของญาติ ที่เป็นทั้งบุคคลต้น
“หมอไทยราชสกุล” ออกโรงย้ำ “กัญชา รักษามะเร็งไม่ได้” แต่โรคซึมเศร้า บำรุงความจำ รับรองฉลุย จากการเสวนา ในหัวข้อ “กัญชา ทางการแพทย์แผนไทย” ซึ่งเป็นเวทีวิชาการ ในงานมหกรรมสมุนไพร แห่งชาติ จัดขึ้นที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี เมื่อไม่กี่วันก่อน อาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา วิทยากรรับเชิญจากคลินิกแพทย์แผนไทย ในฐานะหมอไทยในราชสกุลทินกร ลำดับที่ 6 ซึ่งเป็นราชสกุลแพทย์แผนไทยมาตั้งแต่ลำดับชั้นที่ 1-7 ในช่วงต้นกรุงรัตนโกสินทร์อย่างต่อเนื่องมิขาดสายจวบจนปัจจุบัน กล่าวตอนหนึ่งว่า กัญชาทางแพทย์แผนไทยเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น เพราะปรากฏมาตั้งแต่สมัยก่อน ความรู้สึกของแพทย์แผนไทยอย่างตน กัญชา จึงเปรียบเสมือนต้นหญ้าข้างทางที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป สำหรับความเชื่อเรื่องกัญชาสามารถรักษาโรคมะเร็งได้นั้น อาจารย์คมสัน บอก เป็นความเชื่อผิดๆ กัญชาไม่สามารถรักษามะเร็งได้ เพราะ ไม่เคยปรากฏให้เห็นเป็นข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ หรือถูกอ้างอิงถึงในตำราการแพทย์แผนไทย และตามตำรับยา 16 ขนาน มีการสมมติฐานว่า มะเร็งไม่ใช่โรค แต่เป็นฝี คือ สิ่งที่เกินกว่าส่วนปกติในร่างกาย เกิดขึ้นบริเวณ ก้น ท้อง อย่างไรก็ตาม จ
“ไม่เห็นพรรคไหนพูดนโยบายเพื่อคนทำมาทำไค้าขาย มีแต่ประชานิยมกับด่าพรรคอื่น” ใกล้โค้งสุดท้ายเข้ามาทุกขณะ สำหรับวันเลือกตั้งครั้งประวัติศาสต์ “24 มีนาคม 2562” ยามนี้หันไปทางไหนก็ได้ยินแต่นโยบายหาเสียงจากพรรคการเมืองน้อยใหญ่ ซึ่งอาจมีทั้งถูกใจ-ไม่ถูกใจ ว่ากันไปตามความรักความชอบของแต่ละคน ล่าสุด “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” สอบถามความเห็นไปยัง “ผู้มีสิทธิ” ชี้ชะตาว่าบรรดานักเลือกตั้งท่านใด จะได้รับเกียรติเดินเข้าสู่สภาฯตามวิถีระบอบประชาธิปไตย เกี่ยวกับ “นโยบายเพื่อคนทำมาค้าขาย” น้อยใหญ่ ว่ามีพรรคไหน “ขายไอเดีย” ให้ได้โดนใจมากน้อยแค่ไหน คุณพลชัย เพชรปลอด อาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัยศิลปากร อดีตผู้บริกหารการตลาด กลุ่มธนบุรีประกอบรถยนต์ “ไม่เห็นพรรคไหนพูดถึงนโยบายเพื่อคนค้าขายเลย มีแต่ประชานิยม กับด่าพรรคอื่น ควรเลิกด่า แล้วหันมาบอกนโยบายชัดๆ พร้อมวิธีรูปธรรมคร่าวๆ ให้เห็นว่าจะทำให้สำเร็จได้อย่างไร ด้วยวิธีไหน โดยเฉพาะแนวประชานิยมใช้เงินทั้งหลาย เงินจะเอามาจากไหน จะขึ้นภาษีมั้ย คือ พูดแต่ใช้เงิน ไม่เห็นวิธีได้เงิน ขณะเดียวกัน แหล่งเงินรัฐนั้น มาจากภาษีเป็นหลัก รัฐไม่ใช่ร้านค้า เงินที่มีจึงควรใช้กับสิ
ผ่านมาสารพัดอาชีพ แต่รุ่งเพราะ “ลูกชิ้นปิ้ง” พร้อมผุดแฟรนไชส์-ทุนหลักพันขายได้ สังเกตไหมคะ ไปไหนก็เจอ ลูกชิ้นแบรนด์นี้ “ลูกชิ้นทิพย์” ซึ่งเป็นเจ้าตลาดลูกชิ้นหมูปิ้ง “เบอร์หนึ่ง” ของบ้านเราอยู่เวลานี้ มีกำลังการผลิตอยู่ที่ 10-15 ตัน ต่อวัน หรือราววันละ 7 แสนไม้ ส่วนยอดขายเฉลี่ยแล้วอยู่ที่เดือนละ 60-70 ล้านบาท คุณศราลี พรอำนวย กรรมการผู้จัดการ บริษัท พงษ์-ศรา ดิสทิบิวชั่น จำกัด เจ้าของผลิตภัณฑ์ ลูกชิ้นหมูปิ้ง ตรา “ลูกชิ้นทิพย์” เล่าว่า พื้นเพเป็นคนอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี อาชีพดั้งเดิมของคุณพ่อ-คุณแม่ คือ ทำไร่อ้อยส่งโรงงานน้ำตาลทราย แต่ตัวเธอเองไม่มีโอกาสช่วยมากนัก เพราะอายุยังน้อย คุณศราลีเคยทำงานมาแล้วสารพัด ทั้งรับจ้างซักรีดเสื้อผ้า เปิดโต๊ะสนุ๊กเกอร์ ขายเสื้อผ้าสำเร็จรูปตามตลาดนัด ซึ่งอาชีพหลังนี้ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เธอพอมีทุน “ลืมตา อ้าปาก” ได้ “ชอบค้าขาย แต่ไม่มีทุนรอนมากมาย อะไรที่พอทำได้ก็ทำไปก่อน เห็นใครทำอะไรดีก็อยากทำบ้าง อย่าง ตอนขายเสื้อผ้า จะไปรับมาจากย่านประตูน้ำหรือสวนจตุจักร ก่อนใส่รถตระเวนไปกับสามีสองคน เปิดแผงขายตามตลาดต่างจัง
จากกระแสบนโลกโซเชียล ที่มีการแชร์ภาพร้านข้าวต้มแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่งตลาดในเขตเทศบาลเมือง จังหวัดสระบุรี ทีี่มีแนวคิดของร้านความแหวกแนวไม่เหมือนใคร ยกทั้งโลง พวงหรีด ดอกไม้จันทน์มาแต่งร้าน บรรยากาศชวนหลอนปนขนลุก แต่งร้านในธีมงานศพ “ข้าวต้มปลง” คือ ชื่อของร้านแห่งนี้ คุณมณฑล ทองคำ เจ้าของร้านวัย 37 ปี เล่าที่มาที่ไปของร้านข้าวต้มงานศพแห่งนี้ ไว้บนเพจของทางร้านว่า ตนชื่อ มณฑล ทองคำ เคยคิดฆ่าตัวตายมาแล้ว 2 ครั้ง เนื่องจากหมดตัวจากการเล่นการพนัน เงินหมดไปหลายล้าน สูญเสียทุกอย่างในชีวิต ทั้งเพื่อน คนรัก และอาชีพ จนกระทั่งกลับมาเริ่มใหม่ได้ จากการทำ “ร้านย่างให้” ที่เปิดขายแฟรนไชส์ กระทั่งสามารถใช้หนี้จนหมด เลี้ยงครอบครัวได้ “ข้าวต้มปลง” เกิดมาจากความคิดที่ว่า ตนเองอยากกินข้าวต้มงานศพ แต่ในปัจจุบัน ตามงานศพได้เปลี่ยนมาแจกเป็นนมกับขนมปังให้แขกแทน อีกทั้งคุณยายที่ตนดูแลอยู่ ท่านชอบทานข้าวต้ม และตนก็อยากหารายได้เสริมให้พนักงานที่อยู่ในความดูแลได้มีรายได้ที่เพิ่มมากขึ้น จึงเกิดเป็นร้านข้าวต้มแห่งนี้ขึ้นนั่นเอง “มันจึงไม่ผิดที่เราจะแต่งร้านแบบนี้ ดีซะอีกเราจะได้ไม่ก้าวอย่
อย่าติดกับดัก “คิดต่าง-คิดการใหญ่” เพราะโอกาสธุรกิจอยู่รอบตัวเราเสมอ เห็นข่าวชิ้นเล็กๆ ในเซกชั่นการตลาด หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ พาดหัวข่าวว่า “สะดวกซักมาเลเซีย บุก 24 ชม. ผนึกแอลจีลุยขายแฟรนไชส์” แล้วทำให้คิดว่าบางทีคนที่ทำธุรกิจมักจะติดกับดักตัวเอง หมายความว่าเรามัวแต่คิดการใหญ่ คิดแต่จะทำอะไรที่แตกต่างเสียจนเกินไป จนลืมไปว่าบางทีธุรกิจเล็กๆ ที่เห็นดาษๆ มานานหลายปี บางทีอาจทำธุรกิจได้เช่นกัน ยิ่งเฉพาะในตอนนี้ที่คอนโดมิเนียม ผุดกันราวกับดอกเห็ดบริเวณรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ไม่นับคอนโดมิเนียม อพาร์ตเมนต์ ตามต่างจังหวัดอีกมากมาย เพราะอย่างที่ทราบๆ ทุกครั้งที่มีหอพัก, อพาร์ตเมนต์ คอนโดมิเนียม เกิดขึ้นตามชุมชนต่างๆ เรามักจะเห็นร้านซัก-อบ-รีด เกิดขึ้นตามมา เพียงแต่ระยะหลังๆ เราอาจเห็นเครื่องซักผ้าหยอดเหรียญเริ่มเข้ามาแจมบ้าง ซึ่งส่วนใหญ่คนที่เป็นเจ้าของหอพัก อพาร์ตเมนต์ มักทำธุรกิจเสียเอง ด้วยการไปซื้อเครื่องซักผ้ามา 4-5 เครื่อง จากนั้นก็ติดตั้งเครื่องหยอดเหรียญคอยให้บริการผู้ที่อยู่อาศัยภายในอาคารเหล่านั้น ถามว่าคุณภาพดีไหม? ก็แล้วแต่การบริหารจัดการของเจ้าของสถานที่ต่างๆ แต่เท่าที่ประสบกา
ไม่สนใครว่าบ้า เป็นหนี้-เมียด่า ก็ไม่เลิก มั่นใจ “ถั่งปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้นใน 5 นาที” ขายดีแน่ คุณประดิษฐ์ ฮกชุน อายุห้าสิบปลาย เจ้าของผลิตภัณฑ์ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ภายใน 5 นาที เจ้าเดียวในไทย แบรนด์ MAGIC COOLS (เมจิกคูลส์) ย้อนความเป็นมาส่วนตัวให้ฟังว่าพื้นเพ เป็นคนจังหวัดสมุทรสงคราม จบการศึกษาปริญญาตรีด้านกฎหมาย ก่อนหน้าเคยทำงานประจำ ทำหน้าที่อยู่ฝ่ายบุคคลได้ 5 ปีเศษ จึงลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัวเริ่มจากขายเสื้อผ้าเก่าตามตลาดนัดเปิดท้าย ก่อนหันมาทำกรอบรูปวิทยาศาสตร์ และ ปลาเรซิ่นใส่ตู้ปลา “แต่ละอาชีพที่ผ่านมาไม่เหมือนกันสักอย่าง อาจเพราะชอบอิสระ และใช้จินตนาการ ไม่เหมือนคนอื่น” คุณประดิษฐ์ เผยถึงบุคลิกประจำตัว ซึ่งเป็นที่มาของความคิดประดิษฐ์ ถังปั่นเครื่องดื่มเป็นวุ้น ก่อนอธิบายถึงที่มาของแนวคิด “ผมรู้สึกทึ่งกับถังปั่นไอศกรีมหลอดของสมัยโบราณ ที่แค่ใส่น้ำอัดลมหรือน้ำหวานลงในหลอดอะลูมิเนียม แล้วใช้มือหมุนไม่กี่นาทีกลายเป็นไอศกรีมแล้ว ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มเบียร์เป็นวุ้น เลยลองนำขวดเบียร์ มาแช่ในถังทำไอศกรีมหลอดดู ปรากฏเบียร์เย็นเร็วกว่าเดิมแถมเป็นวุ้น ทำให้เกิดความ
พาเดินเล่น-ทำบุญใส่บาตรพระล่องแพ ที่ “โอ๊ะป่อย” ตลาดริมน้ำ จ.ราชบุรี “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” ได้เดินทางร่วมกับกรมพัฒนาชุมชน ไปยัง อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชม “โอ๊ะป่อย” ตลาดริมน้ำภาชี หนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บรรยากาศที่ตลาดเต็มไปด้วยความร่มรื่นจากต้นไม้ และความเย็นสบายจากริมธารใกล้ๆ โดยคำว่า “โอ๊ะป่อย” มีความหมายว่า “พักผ่อน” ในภาษากะเหรี่ยง ที่ตลาดโอ๊ะป่อยแห่งนี้ มีสินค้าหลากหลาย ทั้งอาหารคาว-หวาน เครื่องดื่ม และข้าวของเครื่องใช้ รวมถึงสินค้า OTOP ต่างๆ โดยเมนูแนะนำ ที่ใครไปใครมาที่ตลาดแห่งนี้จะต้องลิ้มลองกัน คือ “ข้าวแดกงา” ขนมที่นำข้าวเหนียวและงาดำ มาตำรวมกัน นำไปนวดแล้วจึงนำไปย่างบนเตาถ่าน รสชาติอร่อย หอมกลิ่นงาคละคลุ้งในปาก “บ้าบิ่นมะพร้าว” เนื้อบ้าบิ่นเหนียวนุ่ม หอมกลิ่นมะพร้าว มีทั้งแบบทอดและแบบปิ้ง เป็นหนึ่งในสินค้า OTOP ท้องถิ่นที่ไม่ควรพลาดเลยจริงๆ อีกทั้งราคาอาหารและข้าวของต่างๆก็ไม่แพง ทำให้ซื้อเพลินมือเลยทีเดียว หรือใครที่อยากนั่งเล่นกินลมชิวๆ ที่นี่เขาก็มีที่นั่งใต้ต้นไม้ใหญ่และที่นั่งริมลำธารจัดไว้ให้นั่งกันด้วย เอกลั
“พระองค์ภาฯ” ประทานโอวาทแก่ผู้ต้องขัง เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ห้ามรวย ขอแค่รู้จักวางแผนการตัดสินใจและมีสติในการใช้ชีวิต เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงเป็นประธานเปิดศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ ที่เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จังหวัดตราด โดยมีเจ้าหน้าที่ข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้ารับเสด็จ ในการนี้ เสด็จไปยังศูนย์การเรียนรู้การท่องเที่ยวในการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในเรือนจำ ทรงเปิดป้ายศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ก่อนจะทรงเปิดอาคารนิทรรศการโครงการกำลังใจ พร้อมทอดพระเนตรการจัดแสดงภายในนิทรรศการ จากนั้น ทรงร่วมกิจกรรมพี่สอนน้องกับผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจฯ รุ่นที่ 9 รวมทั้งให้โอกาสบุคคลต้นแบบที่เคยเข้าร่วมโครงการ มาถ่ายทอดประสบการณ์ในการดำรงชีวิตภายนอก ก่อนประทานโอวาทเพื่อเป็นแนวทางในการดำรงชีวิตแก่ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ ข้อความตอนหนึ่งว่า “เศรษฐกิจพอเพียง ไม่ได้ห้ามรวย ไม่จำเป็นต้องมาเลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก แค่รู้จักวางแผนการตัดสินใจ และมีสติในการใช้ชีวิต
ฟังเสียงพ่อค้า-แม่ขาย อยากได้นโยบายอะไร เป็น “วาระแห่งชาติ” คุณจ่อย อายุ 70 ปี แม่ค้าขายขนมโดนัท บริเวณห้างฯ Center one ย่านอนุสาวรีย์ชัยฯ “อยากให้มีการจัดพื้นที่ให้ร้านค้าริมทางสามารถขายของได้อย่างอิสระ เพราะปัจจุบันมีการกวดขันจากเจ้าหน้าที่ ทำให้ไม่สามารถขายของริมทางได้ โดยเฉพาะบริเวณที่คนเยอะๆ” คุณสวัสดิ์ แก้วกาญจนะ อายุ 66 ปี พ่อค้าขายขนมกุยช่าย หน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน “ต้องการนโยบายที่ให้ความสำคัญกับสวัสดิการของผู้สูงอายุ เพราะถ้าสังเกตแล้วส่วนใหญ่คนค้าขายที่เป็นผู้สูงอายุ มักได้ผลประกอบการไม่ดี เนื่องจากปัญหาทางด้านสุขภาพ อายุ ทำให้ได้รับการดูแลอย่างไม่ทั่วถึง” คุณสมวงษ์ กรเพ็ชร อายุ 59 ปี พ่อค้าขายขนมเค้ก ตลาดอมรพันธุ์ “ไม่ได้ต้องการนโนบายอะไรเป็นพิเศษ เพราะไม่ว่าจะมีการปกครองกี่ยุคสมัยเศรษฐกิจก็ไม่ต่างจากเดิม เลิกคาดหวัง หันมาให้ความสำคัญกับการค้าขายเพื่อความอยู่รอดของตัวเองดีกว่า” คุณรชรินทร์ ธิปัตย์ อายุ 25 ปี เจ้าของร้านขายรองเท้ามือสอง บริเวณหน้าวัดพระศรีฯ บางเขน “ไม่ได้ต้องการนโยบายและเลิกคาดหวังแล้ว เพราะนโยบายช่วยพ่อค้าแม่ค้า ไม่ว่าจะผ่านรัฐบาลกี่ยุคสมัยก็เก
