แจกสูตรอาหาร และเครื่องดื่ม
ในช่วงเวลาแห่งความเร่งรีบ “ก๋วยเตี๋ยว” ดูเหมือนจะเป็นอาหารประเภทเส้นที่ตอบสนองได้ดีที่สุด และไม่เพียงเท่านั้นยังตอบสนองได้ดีกับทุกเพศ ทุกวัย ทุกระดับอาชีพ เพราะไม่ว่าจะอยู่ตรงจุดไหน เวลาใด คุณสามารถหาก๋วยเตี๋ยวรับประทานได้ไม่ยาก ใช่ว่าก๋วยเตี๋ยวทุกร้าน ทุกแห่งจะประสบความสำเร็จไปทั้งหมด เพราะการก้าวสู่อาชีพทำเส้นให้เป็นเงินในยุคการแข่งขันที่เข้มข้นเช่นนี้แค่ทำอร่อยยังไม่พอ แต่ต้องเพิ่มปัจจัยการแข่งขันทางธุรกิจเสริมเข้าไปอีกไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริการ, ราคา, เทคนิคกลยุทธ์ลดแลกแจกแถม, สถานที่ตั้ง, ความสะดวกในการจอดรถ หรือแม้แต่วัตถุดิบที่นำมาใช้ปรุง ก๋วยเตี๋ยวเรืออยุธยา(เสนา) ของร้านนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือหมูที่มีทั้งลูกชิ้น เนื้อสด เนื้อเปื่อย ตับ พร้อมกับเส้นก๋วยเตี๋ยวทุกชนิด (ยกเว้น มาม่า) รวมถึงยังมีแคบหมู กับกากหมูเจียวหอม อร่อย ไว้บริการ อีกทั้งเจ้าของร้านยังเอาใจใส่ดูแลความอร่อยเต็มที่ด้วยการลงทุนทำเครื่องปรุงทุกชนิดด้วยตัวเอง ตำเอง โขลกเอง พร้อมกับนำวัสดุปรุงทุกชนิดที่ได้คุณภาพมาใช้ คุณเก่ง บอกว่า สมัยร้านเดิมเปิดครั้งแรกกำหนดราคาขายเพียงชามละ 10 บาท จนปี 2545 ปรับราคามาขายช
ทุกวันนี้หาขนมไทยที่อร่อยและเป็นสูตรดั้งเดิมได้ยากมาก ที่มีวางขายทั่วไปก็ทำกันยังไม่ครบเครื่อง หรือไม่ก็นำวัตถุดิบส่วนผสมแบบเทียมๆ มาใช้ คนไทยเองก็ไม่นิยมทำขนมไทยเพราะมีวิธี/ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ละเอียด เลยแห่กันไปทำขนมเค้ก/เบเกอรี่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความจริงขนมไทยที่อร่อยแล้วมีคุณภาพก็ยังพอหาได้ เพียงแต่ต้องลำบากเดินทางออกไปตามต่างจังหวัด เพราะชาวบ้านหลายพื้นที่ยังเก็บภูมิปัญญาการทำขนมไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้ แถมยังโชคดีที่พวกเขานำวัตถุดิบส่วนผสมที่มีความเป็นธรรมชาติมาใช้ อย่างไรก็ตาม ขนมไทยยังคงเป็นที่ต้องการของสังคมไทยในวาระเทศกาลมงคลต่างๆ คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือ คุณตาล บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเน้นความละเอียดประณีตบรรจงในวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ใส่ใจพิถีพิถัน พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาคุณภาพด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้น ปลอดภัย เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทุกกลุ่มทั้งแบบขายปลีก ขายส่ง หรือสั่งทำเพื่อใช้ตามงานสำคัญ ในชื่อแบรนด์ “น้ำตาล บ้านขนม” คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือคุณตาลกับสาลี่ปลาคร๊าฟ ค
ที่พัทยามีร้านอาหารทะเลชื่อดังขนาดใหญ่จุได้หลายร้อยคนอยู่มากมาย ยามใดที่พวกเราไปเที่ยว นึกอะไรไม่ออก ร้านดังๆ ก็มักจะเป็นตัวเลือกอันดับแรกๆ ให้แวะเวียนไปชิมอยู่เสมอ แต่ยังมีร้านอาหารทะเลอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งเป็นร้านยอดนิยมในหมู่คนพื้นที่ในพัทยา มีขนาดไม่ใหญ่มาก เจ้าของร้านไปจ่ายตลาดเอง คุมครัวเอง จึงมีรสมือคงที่ ไปกินกี่ครั้งก็ยังอร่อยเหมือนเดิม คราวนี้ผมได้ไปเสาะแสวงหามาบอกต่อขอเชียร์อีกร้านหนึ่ง ร้านนี้มีชื่อว่า ครัวเจ๊ตุ้ม ร้านครัวเจ๊ตุ้ม เป็นร้านขนาดกำลังดีไม่เล็กไม่ใหญ่ จุคนได้เกือบร้อย ขายอยู่หน้าบ้านตัวเองมาได้ 16 ปีแล้ว ทำเลที่ตั้งซ่อนตัวอยู่ใน ซอยเทพประสิทธิ์ 17 เข้ามาสุดซอยเจอแยกแล้วเลี้ยวขวาก็จะเห็นร้านครัวเจ๊ตุ้มอยู่ทางซ้ายมือ หรือจะเข้าจากอีกด้านจาก ถนนจอมเทียนสาย 2 อยู่ห่างจาก แยกมัจฉานุ 500 เมตร จุดสังเกตปากซอยฝั่งนี้คือ โรงแรมแกรนด์เรสิเดนซ์ ถ้าเข้าจากฝั่งนี้ เข้ามานิดเดียวก็จะเห็นร้านครัวเจ๊ตุ้มอยู่ทางฝั่งขวา ลักษณะเป็นโถงสีขาวยกพื้นอยู่ติดกับครัว มีทางเดินกลางแจ้งอยู่ตรงกลาง ส่วนด้านขวาเป็นศาลาโล่งมีหลังคาคลุมสำหรับนั่งเพิ่มได้อีก เจ๊ตุ้มในวัย 70 กว่าปี ยังแวะมาที่ร้านเ
แถวถนนบางกรวย-ไทรน้อย มีร้านกล้วยแขกร้านหนึ่ง ดูภายนอกเป็นร้านเล็กๆ ติดริมถนน เป็นร้านที่ดูธรรมดาเปิดมานาน 8 ปี เเต่เชื่อหรือไม่ว่า ลูกค้ามายืนออต่อคิวแน่นตลอดทั้งวัน ถึงขั้นต้องแจกบัตรคิวเลยทีเดียว คุณสุนทรี นันทวัฒกี หรือ ป้าติ่ง วัย 54 ปี เจ้าของร้าน “กล้วยแขกพระราม ๕” เธอเล่าว่า “ส่วนตัวเป็นคนชอบกินกล้วยทอด แต่เวลาไปซื้อร้านไหนๆ มักจะมัน อมน้ำมัน เหม็นหืนน้ำมัน ซึ่งไม่ค่อยชอบ อีกทั้งอยากหารายได้เสริมมาช่วยเหลือครอบครัว เลยตัดสินใจเปิดร้านกล้วยทอด ได้สูตรมาจากน้าสาว ขายอยู่แถวเมืองทองธานี ถนนเเจ้งวัฒนะ ป้าติ่งเดิมทีเป็นพนักงานออฟฟิศ แต่พอมีครอบครัว เธอตัดสินใจลาออกจากงานมาเปิดร้านกล้วยทอด ด้วยพื้นเพเป็นคนจังหวัดนนทบุรี จึงทราบดีว่า พื้นที่จังหวัดนี้ มีสวนผลไม้เยอะ สวนกล้วยก็เช่นเดียวกัน “แต่ก่อนพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปลูกกล้วยกันเยอะมาก ช่วงที่ตัดสินใจว่าจะขายกล้วยแขกนั้น ได้สูตรมาจากน้าสาว ซึ่งขายอยู่แถวเมืองทองธานี เเจ้งวัฒนะ นำสูตรมาปรับจนเป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน” ช่วงแรกที่เปิดขาย เจ้าของร้าน เผยว่า ขายได้ไม่ดีเท่าไหร่ ได้เงินวันละ 100-200 บาท แต่ไม่ท้ออาศัยพัฒนาสูตรเรื่อย
ส้มตำลืมผัว หนึ่งร้านส้มตำสุดครีเอต และมีทีเด็ดไม่เหมือนใคร ไม่ได้ยืนขายธรรมดาๆ แต่เจ้าของร้านเอ็นเตอร์เทนลูกค้าด้วยการแต่งคอสเพลย์ พร้อมโชว์ลีลาการตำสุดประทับใจ เรียกเสียงฮือฮาจากลูกค้าเกรียวกราว ส้มตำลืมผัว มีเจ้าของชื่อ คุณวินัย วงศ์ไธสง หรือ พี่นัย อายุ 44 ปี ครีเอทีฟรายการทีวี ร่วมด้วยเพื่อนอีก 2 คน คือ พี่เปิ้ล และพี่เยาว์ พี่นัย เล่าว่า พี่เปิ้ลและพี่เยาว์ ทั้ง 2 คนมีฝีมือการตำส้มตำอยู่แล้ว จึงชักชวนกันมาทำ ด้วยอยากหางานอดิเรกทำ ชื่อ ‘ส้มตำลืมผัว’ พี่นัย บอกว่า ชอบชื่อนี้ ฟังแล้วโดนใจ แรกๆ ตั้งหลายชื่อมาก จนมาลงตัวที่ชื่อนี้ นอกเหนือจากส้มตำลืมผัวแล้ว ยังมี ‘โจ๊กลืมผัว’ ธุรกิจแรกก่อนขายส้มตำที่ใช้ชื่อเดียวกัน และขายดีไม่แพ้กัน โจ๊กลืมผัว ก่อนเปิดทำให้คนรู้จัก เพื่อนๆ พี่ๆ ทีมงาน ได้ชิมก่อน ทุกคนบอกอร่อย จึงเริ่มเปิดขาย จัดโปรโมชั่นสัปดาห์แรก ซื้อ 5 แถม 1 ขายดี ลูกค้าต่อคิวยาว กระทั่งทุกวันนี้ลูกค้ายังต่อคิวยาวเหมือนเดิม ส่วนส้มตำลืมผัว แม้เปิดไม่นาน แต่ขายดีไม่แพ้กัน เริ่มต้นจากตำให้เพื่อน ให้พี่กินคล้ายโจ๊กลืมผัว คนชอบ “เคยตำส้มตำในงานงานหนึ่ง ตำตั้งแต่ 9 โมงถึงบ่าย ไม่ได้หย
ผักหวาน มีลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่มขนาดกลาง ความสูงตั้งแต่ 1-3 เมตร ขึ้นไป เปลือกต้นมีลักษณะขรุขระ กิ่งที่ยังอ่อนจะมีลักษณะเป็นสีเขียวผิวเรียบ ลักษณะของใบเป็นรูปไข่ ผิวใบเกลี้ยงเรียบทั้งสองด้าน โดยนิยมนำใบอ่อนมาประกอบอาหารหลากหลายเมนู ซึ่งการขยายพันธุ์ของไม้ชนิดนี้นั้น นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ดและปักชำกิ่ง จากความนิยมของตลาดที่ยังมีอยู่ต่อเนื่อง ทำให้ตลาดยังมีความต้องการไม้ชนิดนี้อย่างมาก เพราะบางฤดูกาลผลผลิตมีน้อย จึงส่งผลให้ราคาแพงตามไปด้วย เป็นโอกาสสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เป็นอย่างดี คุณนิมิตร อุ่นหลำ อยู่บ้านเลขที่ 23 หมู่ที่ 4 ตำบลสร่างโศก อำเภอบ้านหมอ จังหวัดสระบุรี ได้ปลูกผักหวานเป็นอาชีพเสริมสร้างรายได้มาหลายสิบปี โดยชาวบ้านในพื้นที่นี้ปลูกผักหวานเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นสินค้าประจำอำเภอเลยก็ว่าได้ โดยในทุกปีจะมีเทศกาลผักหวานที่จัดขึ้น ให้ผู้ที่สนใจได้มาซื้อหาและชิมผักหวานของชุมชนในย่านนี้ได้ จึงเกิดการสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี ช่วงรอสมัครงาน จึงทดลองหาผักหวานมาปลูก คุณนิมิตร เล่าให้ฟังว่า ย้อนไปเมื่อประมาณ 25 ปีที่แล้ว ช่วงนั้นเขาจบการศึกษาใหม่ๆ ได้ไปสมัครงาน
กับข้าวยอดฮิยอดนิยมของร้านข้าวต้มรอบดึกในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ รายการหนึ่ง เห็นทีจะหนีไม่พ้น “ขาไก่ซุปเปอร์” นะครับ ขา (ตีน) ไก่ต้มเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มในน้ำซุปที่ปรุงรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มหวานรั้งท้าย เมื่อซดร้อนๆ แล้วก็มีอานุภาพในการเรียกข้าว เรียกเครื่องดื่มเย็น หรือกระทั่งเรียกสติของคนกินบางคนให้กลับคืนมาอย่างกระปรี้กระเปร่าทีเดียว ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาเรียกกันอย่างนี้ รู้แต่ว่า หลังจากกินมานับไม่ถ้วนร้าน พบว่ามันมีความหลากหลายของสูตรมากจริงๆ ครับ บางร้านต้มไม่นานมาก ตีนไก่ยังเหนียวๆ อยู่ บางร้านน้ำซุปสีคล้ำ ตรงข้ามกับหลายร้านที่ซุปใสแจ๋ว บางร้านก็จินตนาการสูงจนถึงกับมีขาหมู ไส้เป็ด ห่านพะโล้ให้เลือก “ซุปเปอร์” ได้ด้วย ถ้าเอาตามความคิดผม ลงว่าเรียกขานต่างออกไปจากต้มยำปกติ มันก็ต้องมีความต่างสิครับ แล้วความต่างที่ว่าคืออะไรเล่า ข้อนี้ผมขออธิบายโดยอิงรสชาติของขาไก่ซุปเปอร์ร้านแถบถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ที่ผมชอบกินมาก และคิดว่ามันมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นที่สุดร้านหนึ่ง หลังจากชิมมาก็หลายปี ทั้งได้รับการกระซิบบอกด้วยความคุ้นเคยรักใคร่กันดีจากบริกรบางคน ผมก็ได้สูตร “ซุปเปอร์” ที่เมื่อล
กับข้าวยอดฮิตยอดนิยมของร้านข้าวต้มรอบดึกในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ รายการหนึ่ง เห็นทีจะหนีไม่พ้น “ขาไก่ซุปเปอร์” นะครับ ขา (ตีน) ไก่ต้มเคี่ยวจนเปื่อยนุ่มในน้ำซุปที่ปรุงรสเปรี้ยวนำ เผ็ดตาม เค็มหวานรั้งท้าย เมื่อซดร้อนๆ แล้วก็มีอานุภาพในการเรียกข้าว เรียกเครื่องดื่มเย็น หรือกระทั่งเรียกสติของคนกินบางคนให้กลับคืนมาอย่างกระปรี้กระเปร่าทีเดียว ผมไม่รู้ว่าทำไมเขาเรียกกันอย่างนี้ รู้แต่ว่า หลังจากกินมานับไม่ถ้วนร้าน พบว่ามันมีความหลากหลายของสูตรมากจริงๆ ครับ บางร้านต้มไม่นานมาก ตีนไก่ยังเหนียวๆ อยู่ บางร้านน้ำซุปสีคล้ำ ตรงข้ามกับหลายร้านที่ซุปใสแจ๋ว บางร้านก็จินตนาการสูงจนถึงกับมีขาหมู ไส้เป็ด ห่านพะโล้ให้เลือก “ซุปเปอร์” ได้ด้วย ถ้าเอาตามความคิดผม ลงว่าเรียกขานต่างออกไปจากต้มยำปกติ มันก็ต้องมีความต่างสิครับ แล้วความต่างที่ว่าคืออะไรเล่า ข้อนี้ผมขออธิบายโดยอิงรสชาติของขาไก่ซุปเปอร์ร้านแถบถนนราชดำเนินกลาง กรุงเทพฯ ที่ผมชอบกินมาก และคิดว่ามันมีเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นที่สุดร้านหนึ่ง หลังจากชิมมาก็หลายปี ทั้งได้รับการกระซิบบอกด้วยความคุ้นเคยรักใคร่กันดีจากบริกรบางคน ผมก็ได้สูตร “ซุปเปอร์” ที่เมื่อ
ทุกวันนี้หาขนมไทยที่อร่อยและเป็นสูตรดั้งเดิมได้ยากมาก ที่มีวางขายทั่วไปก็ทำกันยังไม่ครบเครื่อง หรือไม่ก็นำวัตถุดิบส่วนผสมแบบเทียมๆ มาใช้ คนไทยเองก็ไม่นิยมทำขนมไทยเพราะมีวิธี/ขั้นตอนที่ยุ่งยาก ละเอียด เลยแห่กันไปทำขนมเค้ก/เบเกอรี่กันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ความจริงขนมไทยที่อร่อยแล้วมีคุณภาพก็ยังพอหาได้ เพียงแต่ต้องลำบากเดินทางออกไปตามต่างจังหวัด เพราะชาวบ้านหลายพื้นที่ยังเก็บภูมิปัญญาการทำขนมไทยแบบดั้งเดิมเอาไว้ แถมยังโชคดีที่พวกเขานำวัตถุดิบส่วนผสมที่มีความเป็นธรรมชาติมาใช้ อย่างไรก็ตาม ขนมไทยยังคงเป็นที่ต้องการของสังคมไทยในวาระเทศกาลมงคลต่างๆ คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือ คุณตาล บ้านเลขที่ 39/2 หมู่ที่ 1 ตำบลท่าช้าง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง มีอาชีพทำขนมไทยขาย โดยเน้นความละเอียดประณีตบรรจงในวิธีการทำแต่ละขั้นตอน ใส่ใจพิถีพิถัน พร้อมกับปรับปรุงพัฒนาคุณภาพด้วยการคัดสรรวัตถุดิบจากธรรมชาติ ทำให้มีรสชาติอร่อย เข้มข้น ปลอดภัย เป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าทุกกลุ่มทั้งแบบขายปลีก ขายส่ง หรือสั่งทำเพื่อใช้ตามงานสำคัญ ในชื่อแบรนด์ “น้ำตาล บ้านขนม” คุณวารุณี กีรติวิทยากร หรือคุณตาลกับสาลี่ปลาคร๊าฟ ค
