หลักสูตรเรียนฟรี
ผ้าฝ้าย เป็นผ้าที่สวมใส่แล้วสบายที่สุด เหมาะกับหน้าร้อน หรืออากาศเมืองร้อนแบบบ้านเรา เนื่องจากระบายอากาศดี กลุ่มตัดเย็บผ้าฝ้าย และทำผ้าย้อมคราม บ้านดงสาร อ.เซกา จ.บึงกาฬ เป็นอีกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยความสามารถในการดำรงคงอยู่ของอาชีพนี้อย่างเหนียวแน่นมาตั้งแต่ปี 2554 โดยการรวมตัวกันของคนชุมชน บ้างทำเป็นงานหลัก บ้างใช้เวลาว่างจากการกรีดยางพารา มาหารายได้เสริม คุณวิรัตน์ แผ่นทอง และคุณไพรวัล แผ่นทอง สองสามีภรรยา ผู้รวบรวมสินค้านำออกสู่ตลาด เล่าให้ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์ ฟังว่า ลักษณะของผ้าย้อมคราม คือเป็นผ้าฝ้าย ที่เกิดจากการย้อมคราม ตั้งแต่เป็นเส้นด้าย โดยครามที่นำมาย้อม ก็มาจาก ต้นคราม ที่ปลูกกันไว้ตามหัวไร่ปลายนา กลุ่มนี้รวมตัวกันได้ 15 คน มีสินค้าหลักๆ คือ ผ้าถุง กระเป๋า กระโปรง เสื้อ กางเกง ที่ทางกลุ่มออกแบบเอง ย้อม ตัดเย็บกันเอง และขั้นตอนสุดท้ายก็คือหมักด้วยโคลน ให้ผ้านุ่ม และฟิกซ์สีกันสีตกอีกด้วย “คนที่มาทำ คือส่วนใหญ่ทำเป็นอาชีพเสริม อาชีพหลักคือกรีดยาง บางคนทำได้หลายผืนต่อสัปดาห์ เฉลี่ยๆ แล้วจะมีรายได้ราว 3000 บาทต่อเดือน พอเป็นค่ากับข้าวในครัวเรือน” คุณวิรัตน์
เช้าวันนี้ น้องเต้ย และ น้องฮาร์ท วัย 9 ขวบ ชั้น ป.2 รวมทั้งน้องปั๊บ ชั้นป.1 นักเรียนโรงเรียนบ้านคลองแขยง จ.กำแพงเพชร ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบแหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” ทำหน้าที่เป็น ผู้ช่วยคุณครู ลงมือปฏิบัติจริงเพื่อเรียนรู้ขั้นตอนการเพาะต้นอ่อนทานตะวัน กิจกรรมใหม่ที่เปิดโอกาสให้เด็กๆ เรียนรู้จากประสบการณ์นอกห้องเรียน ด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ โรงเรียนมีขนาดเล็กทำให้ต้องจัดแบ่งพื้นที่เป็นสัดส่วนสำหรับกิจกรรมแหล่งเรียนรู้ต่างๆ อาทิ แหล่งเรียนรู้ “ผ.ผักสวนครัว” “ข.ขยะขายได้” “บ.บ้านอัญชัน” “ร.เรือนนางฟ้า” “น.น้ำหมักชีวภาพ” “บ.ใบไม้ทับถม” และ “ป.ปลาตากลม” เป็นต้น สามหนุ่มน้อยขมีขมันช่วยกันตัดต้นอ่อนทานตะวันที่ปลูกไว้ในตะกร้า แบ่งใส่ถุงพลาสติกใสแล้วนำไปชั่งให้ได้ถุงละ 150 กรัม ฝากให้คุณครู ผู้อำนวยการนำไปจำหน่ายในราคาถุงละ 20 บาท กิจกรรมการเพาะต้นอ่อนทานตะวันของโรงเรียนบ้านคลองแขยงเริ่มมาตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2561 เป็นการต่อยอดกิจกรรมภายใต้โครงการซีพีเอฟ อิ่ม สุข ปลูกอนาคต ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เข้ามาส่งเสริมการผลิตอาหาร ให้ความรู้ด้านคุณภาพอาหารและคว
กระแสเพลง “คุกกี้เสี่ยงทาย” ดังเปรี้ยง สาวไทยเจนวายหัวใสทำคุกกี้เสี่ยงทาย (รัก) 1 กระปุก 1 คำทำนาย ขายเดือนเดียว ลูกค้าแห่อุดหนุน 3,000 กระปุก เน้นออกบูธ ขายตามอีเว้นต์ ผู้สื่อข่าวเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ รายงานบรรยากาศจากงาน “มหกรรมอาหาร Fun Food Fair By แม่มณี” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22-25 มีนาคม 61 ณ บริเวณชั้น 4 เอ็มซีซีฮอลล์ เดอะมอลล์บางกะปิ ว่า คุณเอย เจ้าของไอเดียในวัย 26 ปี จับกระแสเพลงคุกกี้เสี่ยงทายของวง BNK48 มาทำคุกกี้ทูเล่ 5 รสชาติ ช็อกโกแลต ชาโคล สตรอว์เบอร์รี ชาเขียว เนย เน้นขายออนไลน์ คอนเซ็ปต์ 1กระปุก 1คำทำนาย เจ้าของคุกกี้เสี่ยงทาย (รัก) บอกต่อว่า ใช้เวลาคิดเพียง 2 วัน ก็ทำออกมาขาย ปรากฏได้การตอบรับดีมาก เพียงเดือนเดียวยอดขาย 3,000กระปุก จำหน่ายในราคากระปุกละ 49 บาท จับกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น
ศิลปะการแสดงพื้นเมืองของภาคใต้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมายาวนาน ต้องยกให้ “มโนราห์” มหรสพที่สามารถสะกดผู้ชมให้ตรึงใจไปกับท่วงทำนอง และลีลาการร่ายรำของผู้เล่น สร้างความสนุกสนาน ครึกครื้นชวนให้ต้องขยับตาม ซึ่งเสน่ห์ของการละเล่นชนิดนี้สิ่งสำคัญอยู่ที่เครื่องประดับที่มีสีสันสดใส ปัจจุบัน มีคนบางกลุ่มยึดเป็นอาชีพ นั่นคือ ประดิษฐ์เครื่องประดับมโนราห์ สร้างรายได้และช่วยอนุรักษ์สืบสานวัฒนธรรมไทย คุณปฏิพัฒน์ สัจบุตร วัย 37 ปี และคุณณัฐพงษ์ สัจบุตร วัย 33 ปี สองพี่น้องชาวอาศัยอยู่หมู่ที่ 4 ต.นาข้าวเสีย อ.นาโยง จ.ตรัง ที่สืบทอดกิจการต่อจากบรรพบุรุษ (คุณประเทือง สัจบุตร ผู้เป็นพ่อ) ด้วยการประดิษฐ์ส่วนประกอบต่างๆ ของการแสดงมโนราห์ ยกตัวอย่าง เครื่องประดับ เครื่องดนตรี เติมไอเดียคนรุ่นใหม่ ทำหน้ากากตัวตลกที่ใช้ในการแสดงมโนราห์ ภาษาท้องถิ่นเรียกว่า หน้ากากพรานบุญ ที่มีขนาดเล็กกว่าปกติประมาณ 10 เท่า ใช้สำหรับห้อยกับสร้อยคอ หน้ารถ ใช้เป็นเครื่องประดับ มีคนบางกลุ่มนำไปปลุกเสกขึ้นหิ้งบูชาในฐานะเครื่องรางของขลัง แต่ล่าสุดได้ดัดแปลงมาทำ “เทริดจิ๋ว” ซึ่งเป็นเครื่องประดับศีรษะของมโนราห์ ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าปกติป
ปลาคาร์พ หรือ แฟนซี คาร์พ (Fancy carp) เดิมทีเป็นปลาไนชนิดธรรมดา เป็นปลาน้ำจืดในกลุ่มปลาตะเพียน (carp) ชาวญี่ปุ่นเรียกว่า โคย (Koi) นิยมเลี้ยงเพื่อความสวยงาม หรืออีกทางมีความเชื่อว่าปลาคาร์พเป็นปลาแห่งโชคลาภเสริมฮวงจุ้ยด้านธุรกิจสร้างผลกำไรดี จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันแพร่หลายในปัจจุบัน ด้วยกระแสที่มาแรง ทำให้เกิดพ่อค้าแม่ค้าหลายรายมองเห็นช่องทางการสร้างอาชีพ บ้างเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ บ้างก็เลี้ยงเพราะความชอบ จนเกิดเป็นอาชีพ คุณมลิวรรณ ผ่านชมภู หรือ คุณติ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 275 หมู่ที่ 7 บ้านหนองเดิ่น ตำบลหนองกอมเกาะ อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย เป็นอีกหนึ่งคนที่ชื่นชอบและหลงใหลสีสัน ลวดลาย ความสวยงามที่ไม่ซ้ำกันของปลาคาร์พ จากเลี้ยงเล่นๆ กลายเป็นอาชีพหลักในที่สุด โดยก่อนหน้านี้คุณติ๊กช่วยพี่สาวทำงาน เป็นบริษัทเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งออฟฟิศอยู่ที่บ้าน บริเวณข้างๆ จะมีบ่อเลี้ยงปลาคาร์พที่พี่เขยเป็นคนเลี้ยงไว้ ด้วยความที่เห็นทุกวัน ช่วยพี่เขยให้อาหารบ้างตอนที่เขาไม่อยู่ จึงเกิดความผูกพัน และกลายเป็นความชอบโดยที่สุด คราวนี้เมื่อชอบเวลาไปเห็นปลาคาร์พที่ไหนสวยๆ ก็ซื้อมาเลี้ยงเพิ่ม เลี้ยงจนปลาเต็ม
มีโอกาสได้คุยกับคุณหนึ่ง-เกรียงไกร ที่ใครๆ ก็รู้จักดีในนามของผู้ดูแลคุณเล็กฟาร์ม (Kunlekfarm) ฟาร์มที่นำเข้าและเพาะพันธุ์แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ จากต่างประเทศ ที่การันตีคุณภาพคับแก้ว ได้รับการยอมรับจากกลุ่มคนรักแมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ในอันดับต้นๆ ของประเทศ คุณเล็กฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 8 ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณหนึ่ง บอกเราว่า ชื่อฟาร์มมาจากชื่อของคุณแม่ ที่ก่อนก่อตั้งอยู่ในวัยใกล้เกษียณ ต้องการให้คุณแม่มีอะไรทำหลังเกษียณ แต่ในท้ายที่สุดผู้ที่สัมผัสกับฟาร์มจริงๆ ก็คือตัวของคุณหนึ่งเอง แรกเริ่มจากการเลี้ยงแมวพันธุ์เปอร์เซียมาก่อน แต่พฤติกรรมของแมวเปอร์เซียตัวนั้นมีความเป็นตัวเองสูงมาก จับเมื่อไรจะถูกกัด ทำให้เกิดความรู้สึกว่า หากเลี้ยงแมวอีกจะต้องเป็นแมวที่เชื่องที่สุด และแมวอยู่กับคนได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทำอย่างไรให้แมวติดคน เรียกอีกแบบว่า เลี้ยงแมวให้เหมือนหมา ตบโต๊ะก็มา เรียกชื่อก็รู้ และไม่กลัวน้ำ คุณหนึ่ง บอกกับเราว่า ราว 7-8 ปีที่แล้ว แมวบริติช ชอร์ตแฮร์ ขายในราคาเริ่มต้นที่ 80,000 บาท ถือว่าแพงมาก เราจึงอยากเพาะโดยการนำเข้าแมวจากต่างประเทศ ซึ่งขณะนั้นนำเข้าพ่อแม่พ
มะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก ผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ลูกใหญ่ สีสวย อร่อยกว่าในพื้นที่อื่น คุณสุดา รุ่งเรือง เกษตรอำเภอเมืองนครนายก กล่าวว่า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีพื้นที่การปลูกมะยงชิด ประมาณ 3,255 ไร่ ในปีนี้สถานการณ์การติดดอกออกผลถือว่าน้อยมาก ปลูกแบบวิธีธรรมชาติติดผลเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เกษตรกรต้องหาวิธีการใหม่ๆ มาใช้ในช่วงการติดดอกออกผล คือการใช้หลอดไฟเร่งในการออกดอก แต่บางปี อย่างปีนี้ หากมะยงชิดดอกกำลังบานแล้วฝนตกหนัก จะทำให้การติดผลน้อย คุณชัชวาลย์ วิไลวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ตำแหน่งโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อยู่บ้านเลขที่ 79/2 หมู่ที่ 8 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เกษตรกรผู้ใช้นวัตกรรมผลิตมะยงชิดโดยการใช้ดวงไฟส่อง เพื่อช่วยการออกดอก เริ่มทำสวนได้เกือบ 10 ปีแล้ว ทำตั้งแต่ที่ยังรับราชการอยู่ โดยพื้นที่สวนตรงนี้มีทั้งหมด 22 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อคุณแม่ มีการแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกผลไม้หลายชนิด โดยจะปลูกมะยงชิดเป็นตัวหลัก ปลูกมังคุด กระท้อน มะพร้าว เป็นพืชแซมบ้าง คุณชัชวาลย์ วิไลวงษ์ (กลาง) เกษตรกรผู้ปลูกมะยงชิด คุณสุดา รุ่งเรื
คุณรุ่งอรุณ ยารังฝั้น หญิงสาวที่มีความฝัน ว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปใช้ชีวิตสร้างอาชีพที่มั่นคงในบ้านเกิดของตนเอง และเขาก็ได้ทำเช่นนั้น แต่เพียง 1 ปี ก็รู้ผล ชีวิตไม่เป็นดังภาพฝัน รายได้จากที่เคยรับกับอาชีพลูกจ้าง ทำให้เขากินอยู่สบาย แต่การสร้างอาชีพในบ้านเกิดกลับพบกับความติดขัด นับรวมรายได้ต่อเดือน ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของอาชีพลูกจ้าง การกลับครั้งนั้นจึงทำให้คุณรุ่งอรุณ รู้ว่า แค่ใจพร้อมอย่างเดียวไม่ได้ แต่รายได้ต้องพร้อมรองรับด้วย และนี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้เขาถอยกลับไปสู่งานประจำอีกครั้ง เริ่มต้นใหม่ แต่ทว่าปลายทางยังคงมุ่งหมายกลับไปใช้ชีวิตที่บ้านเกิด กลับบ้านเกิดอยู่ไม่ได้ ปัญหาใหญ่ รายได้ไม่พอ “รุ่งทำงานให้กับแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ซึ่งมีความเคลื่อนไหวทางด้านแฟชั่นค่อนข้างเร็ว งานที่ทำตรงสายที่เรียนมา คือด้านผ้าและเครื่องแต่งกาย เหตุที่สนใจด้านนี้เพราะเห็นตัวอย่าง แม่เป็นช่างเย็บผ้า ป้าทำงานด้านผ้า มันเป็นอาชีพที่จับต้องได้จริง” ความชอบทำให้ชีวิตการทำงานมีแต่ความสนุก กระทั่ง 7 ปีก้าวผ่าน เริ่มมองอนาคตกับการสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับตัวเอง ซึ่งคุณรุ่งอรุณคิดถึงบ้านเกิด จึงตัดสินใจออกจากงานทัน
หนุ่มเทศบาลไอเดียแจ่ม ขายน้ำแข็งปั่นขนมปังเย็น “ จ้ำบ๊ะ ” หวานเย็นใส่ถาด สีสันสวยงามเห็นแล้วอดใจไม่ไหว้ที่อากาศร้อนๆในตอนนี้ต้องลองสักถาด ที่ร้านแชมป์เปี้ยน สาขา 2 ที่บริเวณห้างแต้ ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ ถนนอ่างทอง-สิงห์บุรี ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ที่นำความอร่อยของน้ำแข็งปั่นขนมปังเย็น ที่ชาวอ่างทองเรียกว่า “จ้ำบ๊ะ” โดยนำน้ำแข็งปั่นด้วยน้ำหวานและนมสด มาใส่ถาดที่มีขนมปังวางอยู่ พร้อมด้วยเครื่องเคียง ลูกจาก เฉาก๊วย มีโอริโอ้ โอโจ้ มาร์ชแมลโลว์ คอร์นเฟล็กที่วางเป็นเครื่องเคียงอยู่ในถาด พร้อมเสริฟให้ลูกค้าในราคา 35 บาท แบบจัดเต็มทั้งความหวานมันเย็นแบบไม่มีการหวงเครื่องเคียง นายปริญญา มะปรางหวาน อายุ 34 ปี เปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกจ้างเทศบาลเมืองอ่างทอง ได้เปิดร้านขาย“จ้ำบ๊ะ” เป็นอาชีพเสริมและเริ่มขายดีมีลูกค้าขาจรและขาประจำจำนวนมาก จึงเปิดขยายสาขา2โดยให้ภรรยาเป็นผู้ดูแล และเกิดปิ้งไอเดียที่ไม่เหมือนใคร นำ “จ้ำบ๊ะ” มาใส่ถาดขาย แบบไม่หวงเครื่อง เป็นการเรียกลูกค้า และเป็น Signature ขึ้นชื่อของทางร้าน นอกจากนั้นยังมีน้ำแดง น้ำเขียว โกโก้ โอวัลติน ไมโล กาแฟ ชาเนสที โอริโอ้ สตรอว์เบอร์ร
หลังศึกษาจบด้านสื่อสารมวลชน จากมหาวิทยาลัยรามคำแหง สาวผู้มีใจรักการ “ให้” ก็ใช้ชีวิตทำงานเพื่อสังคมกับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ โดยย้ายถิ่นฐานมาอยู่จังหวัดเชียงใหม่ และนี่จึงเป็นจุดหักเหให้สาวเมืองหนองคายผู้ใช้ชีวิตเผชิญอยู่ในกรุงเทพฯ นานหลายปี กลายเป็นคนเชียงใหม่ ลงหลักปักฐานสร้างอาชีพในพื้นที่แห่งนี้ ชาวบ้านมีรายได้ องค์กรอยู่ได้ด้วย ด้วยหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยการ “ให้” เธอจึงไม่ได้ยืนหยัดในพื้นที่นี้เพียงลำพัง แต่ได้ชักชวนเพื่อนๆ ร่วมทางฝัน จนบัดนี้บ้านของเธอกลายเป็นชุมชนคนสร้างอาชีพ อยู่ร่วมกันในอาณาจักรเล็กๆ ชื่อ “เวิ้งมาลัย” คุณมาลัย สัญกาย หรือ คุณกุ้ง คือหญิงสาวเจ้าของ เวิ้งมาลัย ที่เรากล่าวถึง โดยเธอเล่าว่า หลังจากทำงานให้กับมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ บวกกับคลุกคลีอยู่จังหวัดเชียงใหม่ โดยย้ายมาอยู่ตั้งแต่ปี 2541 ต่อมาจึงเลือกซื้อที่ดินในซอยวัดอุโมงค์ อำเภอเมือง ขนาด 136 ตารางวา ปลูกบ้านหลังขนาดพอเหมาะ ต่อมา ทางมูลนิธิมีโครงการผลิตสินค้า ซึ่งหัวใจสำคัญข้อหนึ่งเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านให้มีงานทำ ซึ่งจากการพูดคุยจึงเห็นพ้องต้องกันว่าสินค้านำมาจำหน่ายไม่ควรจงใจหรือบังคับให้ผู้ซื้อซื้อด้วยความจำใจ
