หลักสูตรเรียนฟรี
กระต่าย สัตว์เลี้ยงตัวเล็กน่ารักของใครหลายคน มีมากมายหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มีความโดดเด่นที่แตกต่างและเหมือนกันอยู่ก็มาก แต่ใครจะเลี้ยงสายพันธุ์ใดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้เลี้ยง เช่น คุณวานิตย์ บุญภาย หรือ น้องเจ เด็กหนุ่มที่เพิ่งจบการศึกษาด้านสาธารณสุขศาสตร์ หลงใหลการเลี้ยงกระต่าย ถึงขั้นมีจำนวนมากจนต้องทำเป็นฟาร์มกระต่ายเล็กๆ ไว้รองรับ คุณวานิตย์ บุญภาย หรือ น้องเจ ก่อนหน้าคุณวานิตย์ ทำฟาร์มสุนัขปอมเมอเรเนียนและและพันธุ์ชิวาวา กระทั่งได้งานทำในเมือง ทำให้ไม่มีเวลาดูแล จึงต้องเลิกกิจการไปโดยถาวร เมื่อมีโอกาสจึงกลับมาเลี้ยงสัตว์ตามความถนัดอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เลือกเลี้ยงกระต่าย “ผมเลือกพันธุ์เท็ดดี้แบร์ และพันธุ์วู้ดดี้ทอย เพราะน่ารักดี ทั้งสองสายพันธุ์ขนยาวและตัวไม่ใหญ่มาก ตั้งใจเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเล่น แต่เห็นความน่ารักของทั้งสองสายพันธุ์จึงอยากลองเอามาผสมเข้าด้วยกันดู คิดว่าน่าจะได้ลูกกระต่ายที่น่ารักแน่ๆ” สำหรับกระต่ายพันธุ์เท็ดดี้แบร์ เป็นกระต่ายที่พัฒนาขึ้นโดยคนไทยจนมีสายพันธุ์นิ่ง และสามารถถ่ายทอดลูกออกมาเช่นเดียวกับพ่อแม่ ไม่เป็นหมัน ไม่มียีนแคระ และมีขนยาวที่สวยงาม ตอน
เพิ่งจะเคยเห็นเหมือนกันว่ามีร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ ชนิดว่า ถ้าอร่อยมาก ก็จ่ายมาก ถ้าไม่อร่อย ก็ไม่ต้องจ่าย คุณเอกสิทธิ์ รัชตะกิตติสุนทร เจ้าของกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เอเซย์ เอเซย์ คราฟเฟ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านโฮ่งมะค่า ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ คอนเซ็ปต์ให้ลูกค้าจ่ายเงินค่ากาแฟตามความพอใจ คุณเอกสิทธิ์ เล่าว่า ปัจจุบันนอกจากเปิดร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของไร่เอกเขนกปลูกผักสลัดออร์แกนิก สำหรับร้านกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เปิดได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ที่มาก็คือ เจ้าของร้านต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ประกอบกับรู้จักโรงคั่วเมล็ดกาแฟ จึงตัดสินใจเปิดร้าน “ผมชอบดื่มกาแฟ และมีญาติเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ เลยทดลองเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ หวังให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ แต่จากนั้นไม่นาน เริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการ และบอกปากต่อปากในเรื่องของรสชาติ และบริการที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ” คุณเอกสิทธิ์ เผยต่อว่า เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่ม และรั
หนูพุก คนส่วนใหญ่รู้จักกันดี เป็นเมนูโปรดของใครหลายๆ คน ซึ่งในปัจจุบันหายาก ในขณะเดียวกัน ได้มีพ่อค้าแม่ค้าหัวใสพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส หันมาเพาะพันธุ์หนูพุกขายสร้างรายได้กันเป็นกอบเป็นกำ เพราะบางคนบอกว่าเนื้อของหนูพุกอร่อยนำมาย่างหรือผัดเผ็ดรสเลิศ ชนิดที่ว่า “เอาหมูมาแรกหนูก็ไม่ยอม” คุณชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ อยู่บ้านเลขที่ 4/2 หมู่ที่ 6 ตำบลนิยมชัย อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี ครูสอนดนตรีผู้มีอาชีพเสริมคือการเพาะเลี้ยงหนูพุกขาย ครูเวย์เรียนจบจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี คณะครุศาสตร์ เอกดนตรีศึกษา ปัจจุบัน เป็นครูสอนดนตรีอยู่ที่โรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี คุณสาวชฎาพร เบ็ญมาศ หรือ ครูเวย์ เริ่มต้นเลี้ยงหนูพุกได้อย่างไร ครูเวย์ เล่าว่า ที่บ้านพ่อและแม่ทำไร่ทำสวน ปลูกมันสำปะหลัง ปลูกอ้อยอยู่แล้ว ตนจึงได้คลุกคลีอยู่กับไร่กับนามาตั้งแต่เด็ก หนูก็กินบ่อย อีกทั้งชาวบ้านในหมู่บ้านส่วนใหญ่ก็บริโภคหนูกันเป็นประจำ ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนชอบรสชาติของหนู คิดว่าอร่อยเนื้อนุ่ม หากจะเพาะเลี้ยงหนูขายเองได้จะดีแค่ไหน เพราะในปัจจุบันหากินได้ยาก ราคากิโลกรัมหรือตัวละ 100-200 บาท จึงมองเห็นช่อ
“การลองผิดลองถูกหลาย ๆ วิธี ไม่ว่าจะเป็นการลดแลกแจกแถม เพื่อให้คนในหลายอาชีพ หลายพื้นเพ รู้จักสินค้า พร้อมรับฟังความคิดเห็นแล้วนำคำติชมมาปรับปรุงแก้ไข โดยอาศัยความผิดพลาดให้เป็นครูสอน และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ เริ่มแรกคือการทำปลากะพงบางบ่อ เพราะคิดว่ามีสูตรปลาสลิดบางบ่ออยู่แล้วคงทำได้ไม่ยาก แต่ปรากฏว่าลักษณะของเนื้อปลาไม่เหมือนกัน จึงต้องปรับปรุงและพัฒนามาเป็นผลิตภัณฑ์ในปัจจุบัน” คือแนวคิดของ “วุฒิชัย แป้นถึง” เจ้าของแบรนด์ปลากะพงไร้ก้างพร้อมปรุง สมุทรเชฟ (Samutr Chef) ทายาทรุ่นที่ 2 ของฟาร์มปลากะพงราชาวดี ที่ได้เข้ามาสืบทอดกิจการต่อจากครอบครัว ที่ทำมากว่า 25 ปีแล้ว “วุฒิชัย” เล่าให้ “ประชาชาติธุรกิจ” ฟังว่า หลังจากเรียนจบในระดับมหาวิทยาลัยจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปี 2558 เริ่มหันมาทำฟาร์มอย่างจริงจัง มีความคิดที่จะพัฒนาฟาร์มกะพงราชาวดีกว่า 150 ไร่ ซึ่งเป็นมรดกตกทอดของครอบครัวให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น แม้เคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นข้าราชการ แต่ตนคลุกคลีอยู่กับปลากะพงมาตั้งแต่เด็ก รับรู้กระบวนการการผลิตของปลากะพงตั้งแต่ไข่ปลาเริ่มฟักตัว จนกระทั่งมาเป็นอาหารอยู่บนจาน ฉะนั้นจึงตั้งค
ข้าราชการจำนวนไม่น้อยใช้เวลาว่างและวันหยุดทำอาชีพเสริมและงานอดิเรกที่ตัวเองชื่นชอบ ซึ่งนอกจากจะมีความสุขแล้ว ยังมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย อย่าง คุณสัญชัย มัดดา วัย 41 ปี หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “บังมัด” เป็นข้าราชการสังกัดสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา อยู่บ้านเลขที่ 41/13 หมู่ที่ 7 ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ใช้บริเวณบ้านเลี้ยงกุ้งฝอยนา ขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ มีรายได้หลักหมื่นต่อเดือน โดยส่งขายไปทั่วประเทศผ่านทางออนไลน์ ซึ่งเขาได้เปิดเพจชื่อ นาวาฟาร์มกุ้งฝอย ไว้คอยบริการลูกค้า เลี้ยงง่าย ลงทุนน้อย คุณสัญชัย มัดดา (บังมัด) เล่าที่มาที่ไปของการเลี้ยงกุ้งฝอยนาให้ฟังว่า ได้แรงจูงใจมาจากคุณพ่อ เพราะตั้งแต่เด็กๆ ตอนอยู่ กทม. เห็นคุณพ่อเลี้ยงปลาสวยงามส่งขายตลาดนัดจตุจักร มีรายได้ ซึ่งตอนนั้นก็ช่วยคุณพ่อเลี้ยงด้วย คุณพ่อจะสอนให้ทำทุกอย่าง จนกระทั่งมีความชอบสัตว์น้ำมาตั้งแต่เด็กๆ พอมาอยู่จังหวัดยะลา การเลี้ยงปลาสวยงามแบบคุณพ่ออาจจะมีปัญหาเรื่องการขนส่ง พี่ชายเลยแนะนำให้เลี้ยงกุ้งฝอย เนื่องจากมองว่ามีความรู้พื้นฐานเรื่องการเลี้ยงสัตว์น้ำอยู่แล้ว และไม่ต้องใช้เวลาดูแลมากนัก จึงเริ่มเ
เพิ่งจะเคยเห็นเหมือนกันว่ามีร้านกาแฟที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าจ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ ชนิดว่า ถ้าอร่อยมาก ก็จ่ายมาก ถ้าไม่อร่อย ก็ไม่ต้องจ่าย คุณเอกสิทธิ์ รัชตะกิตติสุนทร เจ้าของกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เอเซย์ เอเซย์ คราฟเฟ่ ตั้งอยู่ที่ บ้านโฮ่งมะค่า ตำบลบ้านแปะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ คอนเซ็ปต์ให้ลูกค้าจ่ายเงินค่ากาแฟตามความพอใจ คุณเอกสิทธิ์ เล่าว่า ปัจจุบันนอกจากเปิดร้านกาแฟแล้ว ยังเป็นที่ปรึกษาด้านการตลาดให้กับสถานีโทรทัศน์ดิจิตอลแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของไร่เอกเขนกปลูกผักสลัดออร์แกนิก สำหรับร้านกาแฟ a’sey a’sey crafe’ เปิดได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น ที่มาก็คือ เจ้าของร้านต้องการใช้พื้นที่ตรงนี้พบปะสังสรรค์กับเพื่อนฝูง ประกอบกับรู้จักโรงคั่วเมล็ดกาแฟ จึงตัดสินใจเปิดร้าน “ผมชอบดื่มกาแฟ และมีญาติเป็นเจ้าของโรงคั่วกาแฟ เลยทดลองเปิดบ้านเป็นร้านกาแฟ หวังให้เป็นที่พบปะสังสรรค์ของเพื่อนๆ แต่จากนั้นไม่นาน เริ่มมีลูกค้ามาใช้บริการ และบอกปากต่อปากในเรื่องของรสชาติ และบริการที่ไม่เหมือนใคร นั่นคือ จ่ายเงินค่าเครื่องดื่มตามความพอใจ” คุณเอกสิทธิ์ เผยต่อว่า เมื่อลูกค้าสั่งเครื่องดื่ม และรั
“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” ถือเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องการทำงาน รวมไปถึงเรื่อง “การทำธุรกิจ” ด้วย และหากพูดถึงธุรกิจส่วนตัว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีความฝันอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องประดับ รวมไปถึงการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง คงมีหลายคนที่เชื่อว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น แต่ในโลกของการทำธุรกิจ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ด้วย คุณมนต์สินี นวลศิริโกศล หรือ คุณติ๋ม และ คุณกัณฑ์พัฒน์ นวลศิริโกศล หรือ คุณเค อดีตเจ้าของกิจการ “แคร์รอตเค้ก คุณติ๋ม” เค้กเพื่อสุขภาพ ที่เคยประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าเบเกอรี่และคนรักสุขภาพ ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจขายขนมและผลไม้อบแห้งเนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจและอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากพนักงานประจำ ก้าวสู่เจ้าของร้านเบเกอรี่ คุณติ๋ม ปัจจุบันอายุ 60 ปี เดิมเป็นคนอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แ
“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง” ถือเป็นประโยคที่สามารถใช้ได้กับแทบทุกสถานการณ์ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องความรัก เรื่องการทำงาน รวมไปถึงเรื่อง “การทำธุรกิจ” ด้วย และหากพูดถึงธุรกิจส่วนตัว เชื่อว่าหลายคนต้องเคยมีความฝันอยากจะทำ ไม่ว่าจะเป็นร้านกาแฟ ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องประดับ รวมไปถึงการเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง คงมีหลายคนที่เชื่อว่าหากมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ไม่ว่าจะทำอะไรก็สามารถประสบความสำเร็จได้ทั้งนั้น แต่ในโลกของการทำธุรกิจ “ความตั้งใจ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จได้ เพราะการทำธุรกิจต้องอาศัยปัจจัยสำคัญที่เรียกว่า “ประสบการณ์” ด้วย คุณมนต์สินี นวลศิริโกศล หรือ คุณติ๋ม และ คุณกัณฑ์พัฒน์ นวลศิริโกศล หรือ คุณเค อดีตเจ้าของกิจการ “แคร์รอตเค้ก คุณติ๋ม” เค้กเพื่อสุขภาพ ที่เคยประสบความสำเร็จและเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในตลาดสินค้าเบเกอรี่และคนรักสุขภาพ ที่ปัจจุบันได้ผันตัวเองมาทำธุรกิจขายขนมและผลไม้อบแห้งเนื่องจากพิษทางเศรษฐกิจและอายุที่เพิ่มมากขึ้น จากพนักงานประจำ ก้าวสู่เจ้าของร้านเบเกอรี่ คุณติ๋ม ปัจจุบันอายุ 60 ปี เดิมเป็นคนอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา แ
“หมูย่าง-ปลาดุกร้า” หมูย่างหนึ่งเดียว พัทลุง ปลาดุกร้าสมุนไพรรายแรกประเทศไทย ยอดขายพุ่งหลายเท่าตัว หมูย่าง 1 สัปดาห์ ทำยอดขาย 300,000 บาท ปลาดุกร้าสมุนไพร ขยายตัว มูลค่ายอดขายเพิ่ม 4 เท่าตัว ชี้ ทิศทางตลาดอาหารสุขภาพ นางเพียงเพ็ญ คงแสง ประธานกลุ่มแปรรูปปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก เลขที่ 241 หมู่ที่ 1 บ้านชุมพล ต.ชุมพล อ.ศรีนครินทร์ จ.พัทลุง เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในปี 2561 ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เงาะป่าซาไก จ.พัทลุง ยอดการผลิตเพิ่มขึ้นประมาณจาก 40 กก./รอบ เป็น 200 กก./รอบ เนื่องจากได้รับความนิยมจากผู้บริโภคสูง แต่กำลังการผลิตก็ยังคงไม่เพียงพอ เพราะขาดโรงเรือนที่ทำการแปรรูป จึงไม่สามารถเพิ่มการผลิตได้ ทั้งนี้ปลาดุกร้าสมุนไพรชุมพล เป็นสูตรน้ำหมักสมุนไพรเงาะป่าซาไกที่กำลังได้รับความนิยม ได้รับการรับรองให้เป็นของดีจังหวัดพัทลุง คือ เป็นภูมิปัญญาเอกลักษณ์จังหวัดพัทลุงด้วย นอกจากนี้ทางมหาวิทยาลัยทักษิณ วิทยาเขตพัทลุง กำลังทำการออกแบบบรรจุภัณฑ์ ให้เป็นสินค้าซื้อเป็นของฝากได้ด้วย ปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มถึง 50,000 บาท จากเดิม 10,000 บาท จากอัตราผลิตเฉลี่ย 2 วัน/รอบ “ปลาดุกร้า ยังคง
เจ้าแรกและเจ้าเดียวในสงขลา ปลูกมะนาวลอยน้ำ ผลผลิตดี ประหยัดพื้นที่ ไม่หวั่นปัญหาขาดน้ำหน้าแล้ง นายสมพร บุญแก้ว ( หมัดชู ) อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 / 4 บ.ตะเคียนเภา ต.ปริก อ.สะเดา จ.สงขลา เกษตรกรเจ้าของไอเดียเจ๋งคิดปลูกมะนาวลอยน้ำเปิดเผยว่า ตนเองได้คิดริเริ่มปลูกมะนาวลอยน้ำมานานเกือบๆ สองปี ทั้งนี้ในสวนและบริเวณบ้านก็ปลูกมะนาวและพืชอื่นๆอยู่แล้วตามปกติ นอกจากนั้นก็ยังเลี้ยงปลาดุกในบ่อซิเมนต์ซึ่งตนได้ปลูกผักบุ้งไว้ในบ่อด้วยโดยเอาต้นผักบุ้งไปปล่อยไว้ให้เจริญเติบโตตามธรรมชาติ ปรากฏว่าผักบุ้งขึ้นสวยงามดี เลยเกิดความคิดว่าน่าจะปลูกพืชอย่างอื่นได้เลยทำการทดลองปลูกมะนาวซึ่งได้รับผลดี สำหรับขั้นตอนในการปลูก ต้องเอากิ่งมะนาวที่ผ่านการตอนกิ่งจนมีรากสมบูรณ์แข็งแรง เตรียมเปลือกมะพร้าวสับเป็นชิ้นเล็กๆ และมูลวัว ผสมให้เข้ากันใส่ดินเพียงเล็กน้อย จากนั้นก็เอาโฟมหนาประมาณ 2 นิ้ว กว้าง 90 คูณ 90 ซม. สองชิ้นประกบกันแล้วเจาะรูตรงกลางให้ทะลุขนาดความกว้างประมาณ 5 นิ้ว ส่วนด้านที่ทะลุให้เล็กกว่า นำผ้าขี้ริ้วมาใส่ในรู แล้วนำล้อยางรถยนต์เก่ามาวางบนโฟมเอากิ่งพันธุ์มะนาวใส่ลงให้โคนกิ่งตรงกับรูที่มีผ้าขี้ริ้วส
