หลักสูตรเรียนฟรี
จากที่ยังค้างไว้ในเรื่อง “อีหนูของสารวัตร” ก็มาได้เวลาไขข้อข้องใจกันแล้ว ผมนัดกับสารวัตรเจนไว้ที่โรงเรียนบ้านกุดกุง อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เพราะสารวัตรจะนำพ่อแม่พันธุ์หนูนามาส่งให้พี่น้องเกษตรกรที่นั่น ในโครงการ “ทัพฟ้าช่วยชาวนา ตามศาสตร์พระราชาจากปรัชญาสู่การปฏิบัติ” โดยมีท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดยโสธร พร้อมด้วยเจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารอากาศมาร่วมรับมอบ หนูนา ถูกจัดเป็นชุดไว้ประกอบด้วยตัวผู้ 1 ตัว และตัวเมีย 2 ตัว ใส่กรงที่รองด้วยฟางเป็นรังหนูไว้สำหรับการเคลื่อนย้าย รอส่งมอบให้ชาวบ้านเพื่อนำไปเลี้ยงเพื่อเป็นรายได้เสริมอีกทางหนึ่งต่อไป ใน 1 ชุด ราคาพ่อแม่พันธุ์ 1,300 บาท ผสมพันธุ์มาพร้อมตกลูกต่อไป การเลี้ยงหนูนาแบบเกษตรพอเพียง ที่กาญจนาฟาร์มหนู ของสารวัตรเจน มีวิธีการเลี้ยงหลักๆ 2 แบบ คือ แบบบ่อรวมแยกแม่ และแบบบ่อเดี่ยว แบบแรกเป็นแบบบ่อรวม เราใช้วงท่อเส้นผ่าศูนย์กลาง 80 เซนติเมตร สูง 40 เซนติเมตร จำนวน 4 ท่อ โดย 2 ท่อแรก นำมาวางชิดกันแล้วเจาะรูทะลุหากัน นำท่อใยหิน ขนาด 4 นิ้ว มาเชื่อมต่อหากัน เสร็จแล้วนำท่ออีก 2 ท่อ วางทับเพื่อให้สูง 80 เซนติเมตร ป้องกันหนูกระโดดออก จากนั้นนำแก
แม้ว่าจะเคยฮิตมากในห้วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ด้วยความแปลกตาและรสชาติเปรี้ยวจี๊ด แถมยังไร้เมล็ด เลยทำให้มะนาวคาเวียร์ หรือมะนาวนิ้วมือ ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารหรู ซึ่งปัจจุบันราคาทะยานพุ่งขึ้นสูงถึงกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจตน์ พิมพ์ทอง ผู้จัดการฝ่ายบริหารเสียงลูกค้าทางอินเตอร์เน็ต บริษัทบริษัท ทีโอที จำกัด(มหาชน) ปัจจุบันอายุ 48 ปี เล่าว่า เมื่ออายุเข้าเลข 3 เริ่มสนใจเรื่องเกษตร เพราะคิดว่าอาหาร คือ ปัจจัย 4 ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต เลยศึกษาหาความรู้จากหนังสือ สื่ออินเตอร์เน็ต และอบรมตามหน่วยงานต่างๆ กระทั่งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว หรือ พ.ศ.2556 นำสายพันธุ์มะนาวคาเวียร์” หรือ “มะนาวนิ้วมือ จากประเทศออสเตรเลีย รัฐนิวเซาท์เวลส์ เข้ามาปลูก สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ ราคาขายลูกละ 200 บาท ปัจจุบันกิโลกรัมละ 4,500 บาท คุณสมเจจน์ บอกว่า มะนาวนิ้วมือในประเทศออสเตรเลียนิยมปลูก แต่ทว่าสามารถเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศประเทศไทย ปัจจุบันราคาแพงมาก นิยมใช้ปรุงอาหาร ตกแต่งจานอาหารตามภัตตาคาร ร้านอาหารญี่ปุ่น วิธีใช้มะนาวนิ้วมือ จะขูดเนื้อออกจากผล นำมาคลุกเคล้า หรือวางประดับหน้าอ
เขาคือผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในผู้ประกอบการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดเเห่งศตวรรษ 20 ผู้บุกเบิกธุรกิจของตกแต่งบ้านที่เน้นการออกแบบ การใช้งาน ความสร้างสรรค์และราคาที่ไม่แพง จนเป็นที่รู้จักทั่วโลก “อิงวาร์ คัมพราด” (Ingvar Kamprad) นักธุรกิจชื่อดังชาวสวีเดน วัย 91 ปี ผู้ก่อตั้งแบรนด์ “อีเกีย IKEA” และธนาคาร Ikano เสียชีวิตอย่างสงบที่บ้านพักในเมืองสมอลันด์ เมื่อวันเสาร์ที่ 27 ม.ค. ที่ผ่านมา เส้นทางชีวิต เเนวคิดเเละการสร้างธุรกิจที่ไม่ธรรมดาของเขา…ได้กลายเป็นตำนาน จากเด็กขายไม้ขีดไฟในบ้านฐานะยากจน สู่เจ้าของแบรนด์ขายเฟอร์นิเจอร์สุดยิ่งใหญ่ สร้างอาณาจักร 400 สาขาใน 49 ประเทศทั่วโลก เเม้จะมีมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่า 58,700 ล้านเหรียญสหรัฐ เเต่คัมพราดก็มีภาพลักษณ์ว่าเป็นคนที่ใช้ชีวิตสมถะ เรียบง่ายเเละประหยัด เขาใช้รถยนต์เก่า 20 ปี ใส่เสื้อผ้าเเบรนด์ธรรมดา ใช้บริการสายการบินชั้นประหยัด พักในโรงแรมราคาถูก ชอบซื้อสินค้าลดราคา ไปจนถึงเเนะนำพนักงานให้ใช้กระดาษสองหน้า “คนรู้จักผมในภาพของคนที่ประหยัดมากๆ และร้านอิเกียก็มีไว้เพื่อคนแบบผม” คัมพราดเปิดเผยกับนิวยอร์กไทมส์ในปี 1997 (อ่านที่นี่) ส่วนความ
จังหวัดกาฬสินธุ์นอกจากจะเป็นแหล่งผลิตผ้าไหมแพรวาที่เลื่องชื่อ ยังเป็นแหล่งปลูกพุทราส่งขายมากในช่วงเดือนตุลาคม จนถึงเดือนมีนาคม ซึ่งพุทราบ้านโพน อำเภอคำม่วง เกษตรกรปลูกพุทราแบบกางมุ้ง รสชาติดีปลอดภัย เป็นมิตรต่อร่างกาย ที่สำคัญหอมกลิ่นนม สามารถเด็ดกินได้จากต้น ล่าสุดไปรษณีย์ไทยจับมือเกษตรกรกลุ่มนี้สร้างแบรนด์พุทรา “ทันสุข” ส่งขายผู้บริโภคทั่วประเทศแล้ว คุณวิสัย ภูจันหา เกษตรกรผู้ปลูกพุทรา เล่าให้ฟังว่า ในบ้านโพน อำเภอคำม่วง จัดตั้งเป็นกลุ่มผู้ปลูกพุทรา พื้นที่ปลูกของสมาชิกราว 1,600 ไร่ ปลูกพุทรา 3 พันธุ์ คือ จัมโบ้ นมสด และพวงทองหรือสามรส ได้มาตรฐาน GAP หรือมาตรฐานอาหารปลอดภัย ในสมัยก่อนจะจำหน่ายพุทราให้กับพ่อค้าคนกลางซึ่งมารับซื้อที่สวน กระทั่งมีโครงการของไปรษณีย์เพิ่มสุข เข้ามาช่วยเหลือสนับสนุนช่องทางการตลาด และได้มอบเครื่องวัดความหวานให้กับกลุ่มเกษตรตร คัดเกรดความหวานของพุทราต้องไม่ต่ำกว่า 12 brix สำหรับพุทราบ้านโพนนั้น ใช้วิธีปลูกแบบกางมุ้ง เพื่อป้องกันแมลงวันทอง และไม่ต้องฉีดยาฆ่าแมลง 1 ไร่ จะใช้มุ้ง 7 ม้วน ราคาม้วนละ 4,300 บาท มุ้งสามารถใช้ได้ 5 – 6 ปี ปัจจุบันมี 1,600 ไร่ กางมุ
สุดทนต่อการรุกรานของสัตว์ตัวจิ๋วในบ้าน จะฆ่าทิ้งก็ไม่ใช่วิสัยลูกผู้ชายอย่าง คุณศิรวิชญ์ บุญซื่อ จึงคิดทำอุปกรณ์กันมดไต่ขึ้นขนมและอาหาร ทำแล้วตั้งชื่อเรียกง่ายๆ ว่า แอ๊นท์แพด : Antpad หรือ แผ่นรองกันมด เห็นชื่อแล้วเข้าใจเลยไม่ต้องอธิบายเยอะ บังเอิญแผ่นรองกันมดรายนี้ดันไปถูกใจใครต่อใครหลายคน เหตุเพราะไม่ต้องฆ่ามด ไม่มีพิษ ไม่ส่งกลิ่น ไม่ส่งเสียง ไม่ส่งคลื่น ที่สำคัญคือ สวยเต๊ะตา ทดลองใช้แล้วได้ผล มดเมินไม่มากวนใจ จึงหอบหิ้วผลิตภัณฑ์เข้าประกวดชิงรางวัล คราวนี้ไม่บังเอิญดันไปคว้ารางวัลรองชนะเลิศ เป็นเครื่องการันตีความสุดเจ๋งของแอ๊นท์แพด ซึ่งเจ้าของเผยตัวเลขยอดขายปีนี้ทะลุ 3 ล้านแน่นอน คิดได้ไง “ผมเชื่อว่าทุกคนต้องเจอปัญหาเรื่องมดเหมือนกัน แต่เราไม่ได้ต้องการกำจัดจนถึงขั้นให้มันตาย แค่อยากป้องกันไม่ให้มารบกวนเท่านั้น ผมจึงค้นหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตว่า มดมีพฤติกรรมอย่างไร ไม่ชอบอะไร จากนั้นก็คิดค้นสูตรต่างๆ มากมายด้วยตัวเอง เป็นเวลากว่า 6 เดือน แล้วนำไปให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทดสอบประสิทธิภาพในการใช้งานจริง แล้วนำกลับมาพัฒนาจนได้สูตรที่ลงตัว ปลอดภัยกับมนุษย์และสัตว์
นอกจากเอกลักษณ์ของศิลปะล้านนา จังหวัดน่านยังเลื่องชื่อเรื่องเครื่องเงิน และยังเป็นแหล่งผลิตเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงโด่งดังเป็นลำดับต้นๆ ของภาคเหนือ ปัจจุบันฐานการผลิตขนาดใหญ่ตั้งอยู่ที่ “ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคา และหัตถกรรมเมืองน่าน” นอกจากจะเป็นสถานที่จำหน่ายแล้ว ยังฝึกอาชีพให้กับคนในชุมชนเละเป็นแหล่งความรู้เครื่องเงินจังหวัดน่านอีกด้วย คุณตันติกร วรรณวิภูษิต ทายาทรุ่น 2 เล่าว่า ธุรกิจเครื่องเงินเริ่มจากคุณอา หรือ นายกมล แซ่เต็น ท่านเป็นชาวชนเผ่าเมี่ยน มีฝีมือในการทำเครื่องเงิน ชิ้นงานที่โดดเด่น คือ สร้อยคอ 9 สาย ในสมัยก่อนนำไปจำหน่ายที่เชียงใหม่ และได้รับโอกาสนำผลงานขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทำให้คุณอาได้เข้าไปเป็นช่างเครื่องเงินในวัง ต่อมาปี พ.ศ. 2537 คุณอากลับมายังบ้านเกิด กลับมาพัฒนาฝีมือช่างเครื่องเงิน พร้อมทั้งผลิตเครื่องเงินเพื่อจำหน่าย แต่ทว่าในกลุ่มเกิดปัญหาตัดราคากันเอง เลยแก้ไขด้วยการตั้งสหกรณ์ชมพูภูคา เปิดรับชิ้นงานของชาวบ้าน กระทั่งปัจจุบันก่อตั้งเป็น บริษัท ชมพูภูคา จำกัด บริษัท ชมพูภูคา จำกัด ปัจจุบันจำหน่ายเครื่องเงิน
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนค้าขาย คือ “การตั้งราคา” ถ้าจะว่าไป ก็ถือเป็นเรื่องยากเรื่องหนึ่ง ที่จะกำหนดราคา แม้ว่าสูตรง่ายๆ ในการตั้งราคามีอยู่ว่า “ต้นทุน + กำไร” เท่ากับ “ราคา” ทำไมถึงยาก เพราะบางทีเราก็พบว่า ทำไมชาวบ้านตั้งราคาสูงได้ แต่เราตั้งราคาสูงบ้างไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องบุญทำกรรมแต่งหรอกนะครับ แต่สามารถอธิบายได้ ถ้าเราเข้าใจความสัมพันธ์ของ 3 สิ่ง ต่อไปนี้ สิ่งแรก เป็นเรื่องของ “คุณภาพสินค้า” อันนี้เข้าใจได้ไม่ยากครับ สินค้าดีเลว ตัดสินกันได้ด้วยสายตา ด้วยการสัมผัส ด้วยวัสดุที่ใช้ทำ ฯลฯ พูดง่ายๆ เราดูเราก็พอรู้ว่า สินค้าชิ้นนั้นดีเลวอย่างไร ซึ่งคุณภาพของสินค้าในที่นี้ หมายรวมตั้งแต่วัสดุที่ใช้ทำ ฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ ทั้งที่มองเห็นและมองไม่เห็น แต่ฟังคนขายคุยโม้โอ้อวดมา สิ่งที่สอง เป็นเรื่องของ “คุณค่า” ลูกค้าเมื่อได้ฟังราคาว่าเท่าไหร่ สายตาเห็นสินค้า แต่ในสมองเริ่มตีความว่า “มันมีคุณค่าสมราคาจริงหรือ” ไม่ต้องตกใจครับ 100 คน ก็ตีความด้านคุณค่าแตกต่างกันไป ราคาในใจลูกค้า ณ เวลานั้น ถูกนำมาเทียบตีความว่า “ถูก” หรือ “แพง” ขึ้นมาทันที สิ่งที่สาม เป็นเรื่องของ “กลุ่มลูกค้า” กลุ่มคนที่มีอะไรเ
โรงงานส่งออกเสื้อกีฬาแบรนด์ดังระดับโลก เผยความลับยอดผลิตไม่เคยตก ไนซ์ แอพพาเรล ผู้ผลิตและส่งออกเสื้อผ้ากีฬารายใหญ่สุดของไทย ผู้รับจ้างผลิตสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ซึ่งมีแบรนด์ดังระดับโลก 4 แบรนด์ ได้แก่ adidas, Nike, Under Armour, และ Mizuno และผลิตให้อีก 1 แบรนด์ซึ่งทำตลาดร้านขายปลีก ได้แก่ Foot Locker รู้จักบริษัทในเครือไนซ์ แอพพาเรล ไนซ์กรุ๊ป ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2526 ปัจจุบันได้ขยายทั้งในประเทศและต่างประเทศรวม 8 บริษัท ได้แก่ 1) บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด (จ.นทบุรี) 2) บริษัท ไนซ์ แอพพาเรล จำกัด (เมืองพล จ.ขอนแก่น) 3) บริษัท เอ็นเอ แอพพาเรล จำกัด (จ.นครราชสีมา) 4) บริษัท เอ็นเค แอพพาเรล จำกัด (จ.ขอนแก่น) 5) บริษัท เอ็นซี แอพพาเรล จำกัด (ชุมแพ จ.ขอนแก่น) 6) บริษัท เอ็นบี แอพพาเรล จำกัด (จ.หนองบัวลำพู) 7) บริษัท เอ็นอี แอพพาเรล จำกัด (เมืองชิงเต่า ประชาชนจีน) 8) บริษัท เค เค เอ็น แอพพาเรล จำกัด (เกาะกง ประเทศกัมพูชา) ทั้งนี้ยอดพนักงานของไนซ์กรุ๊ปล่าสุดมีทั้งหมดประมาณ 20,000 คน (ในไทยประมาณ 16,100 คน ในจีนประมาณ 1,400 คน และกัมพูชา 2,500 คน) เหตุผลขยายฐานกา
วิถีชีวิตของเกษตรกรภาคอีสาน เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ก็จะทำอาชีพเสริมเพื่อหารายได้จุนเจือครอบครัว อย่างเช่นครอบครัวของนายพินิจ เอกบุตร อายุ 52 ปี ชาวนาในพื้นที่บ้านประโดก หมู่ 1 ต.หมื่นไวย อ.เมืองนครราชศรีมา จ.นครราชสีมา ใช้เวลาหลังจากการทำนา พากันออกหาแหย่ไข่มดแดงขายเป็นรายได้เสริมให้กับครอบครัว โดยมีอุปกรณ์ คือไม้ไผ่ยาว 10 เมตร ผูกถุงปุ๋ยไว้ที่ปลายไม้ ทำเป็นไม้แหย่ไข่มดแดง แล้วตระเวนเดินหารังมดแดงตามต้นไม้ต่างๆ ในท้องไร่ ท้องนา เมื่อพบรังที่คาดว่าจะมีไข่มดแดง ก็จะใช้ไม้แหย่เข้าไปในรัง กระทุ้งให้ไข่หล่นเข้าไปในถุงปุ๋ย หลังจากนั้นก็จะได้ทั้งตัวมดแดง ซึ่งต้องนำมาเทใส่กระด้ง ผสมแป้งมันลงไป เพื่อไม่ให้มดแดงคาบไปไข่ได้ ก่อนที่คัดเอาตัวมดแดงออกให้เหลือแต่ไข่ และทำการคัดเอาไข่ขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก แบ่งออกตามเกรด เพื่อใส่ถุงเก็บไว้ขายต่อไป นายพินิจ เอกบุตร เปิดเผยว่า ช่วงนี้เป็นฤดูแล้ง ซึ่งมดแดงกำลังเริ่มออกไข่ โดยจะสังเกตเห็นว่า มดแดงมีการสร้างรังขนาดใหญ่อยู่ตามต้นไม้ต่างๆ ในท้องไร่ ท้องนา ดังนั้นจึงเป็นโอกาสดีที่ชาวบ้านซึ่งว่างเว้นจากการทำนา จะได้ออกหาแหย่ไข่มดแดงไปขายสร้างรายได้เสริมให้กับครอบค
สาวไทยปิ๊งไอเดียนำน้ำมันสกัดจากว่าน 108 น้ำมันสกัดจากจระเข้ และน้ำมันสกัดจากพริก ทำยาหม่องสูตรเจลใสเกรดพรีเมี่ยม ปราศจากสารเคมีเร่งความร้อน แตกต่างจากยาหม่องทั่วไปในตลาด ด้วยเนื้อสัมผัส สรรพคุณ และกลิ่นหอมสดชื่นที่เป็นเอกลักษณ์ ง่ายต่อการทาถูนวด ช่วยให้ผ่อนคลาย ถูกอกถูกใจคนไทยและชาวต่างชาติ ล่าสุดเตรียมส่งออกไปยังประเทศรัสเซีย คุณวลัญช์ชยา ชีวินชัยเฉลิม หรือคุณโบว์ เจ้าของยาหม่องวังทองในวัย 38 ปี เล่าว่า หลังจากจบการศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ได้ทำงานเกี่ยวกับเครื่องประดับ กระทั่งเมื่อปีที่แล้วเกิดไอเดียอยากทำยาหม่องขายคนจีน เพราะมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่ที่น่าสนใจ ที่สำคัญคนจีนชอบสินค้าไทย เลยเสาะหาวัตถุดิบชั้นดี และแหล่งผลิตยาหม่อง คุณโบว์ อธิบายต่อว่า สาเหตุที่เลือก “ยาหม่อง” เพราะคนจีนส่วนใหญ่ชอบฝีมือการนวดและน้ำมันนวดของคนไทย ยาหม่องติดอันดับสินค้าขายดีที่ต่างชาติมักซื้อกลับประเทศ อีกทั้งยังมีช่องว่างในการทำธุรกิจ เลยชวนเพื่อนสนิทคุณวราภรณ์ ยันต์เจริญ เข้ามาร่วมเป็นหุ้นส่วน “ยาหม่องส่วนใหญ่ในท้องตลาดมีสารเคมีเร่งความร้อน คนเป็นเบาหวาน เด็ก ผู้สูงอายุ ที่ผิวบอบบางทาแล้วมักเกิดอาการแสบ ห
