หลักสูตรเรียนฟรี
“โจ๊ก ธนากฤต” วัย 34 ปี อดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย สร้างชื่อให้ประเทศนับครั้งไม่ถ้วน จังหวะชีวิตเปลี่ยน! พลิกผันชีวิต กลับบ้านเกิดเมืองตรัง สร้างครอบครัว เปิดร้านขายข้าว-ก๋วยเตี๋ยว ได้รับเสียงตอบรับจากลูกค้าแน่น ขณะที่ชีวิตครอบครัว พอกินพอใช้ เปรยในใจลึกๆอยากเป็นครู กลับไปรับใช้ชาติเช่นเก่า ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรังว่า ที่ร้านกว้องจั้น สาขา 4 ถ.พิกุลทอง อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง (เขตเทศบาลตำบลย่านตาขาว) ผู้คนที่ผ่านไปมาคงรู้สึกคุ้นตากับชายหนุ่มและหญิงสาวคู่หนึ่งที่เปิดร้านชายข้าวหมูแดง ข้าวมันไก่ และก๋วยเตี๋ยว ตั้งแต่เช้าตรู่ 06.00น.-14.00น.ทุกวัน แท้จริงแล้วร้านดังกล่าวเป็นร้านของ นายวิทย์สรัช ก้องสุวรรณคีรี หรือภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น นายธนากฤต สุรโชคธรากร หรือ “โจ๊ก” อดีตนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย วัย 34 ปี พลิกผันชีวิตตัวเองมาเปิดร้านดังกล่าว มานานเกือบ 5 ปี ถึงแม้จะเคยเป็นถึงนักกีฬาทีมชาติที่มีความเก่งกาจในฝีไม้ลายมือ ศิลปะแห่งการต่อสู้ฟันดาบ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน แต่เมื่อจังหวะและโอกาสไม่เอื้ออำนวยก็จำเป็นต้องกลับบ้านเกิดเพื่อสร้างครอบครัว ทั้งนี้นายธนาก
กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรเขาบายศรี เกิดจากการรวมตัวของกลุ่มแม่บ้านในพื้นที่บ้านหนองบัว ต.เขาบายศรี อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เดิมทีเป็นกลุ่มแม่บ้านทุ่งเบญจาหน่วยที่ 2 ต่อมาเจ้าหน้าที่และหน่วยงานภาครัฐได้เสนอแนะให้จดทะเบียนเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนให้สอดคล้องกับที่ตั้งจริง ประกอบกับมีกฎหมายรับรอง สุรดา บุญสวัสดิ์ ประธานกลุ่มฯ เล่าว่า กลุ่มแม่บ้านรวมตัวกันขึ้นจากการใช้เวลาว่างหลังทำการเกษตรเพื่อหารายได้เสริม ช่วงแรกร่วมกันลองผิดลองถูก จนพัฒนาสินค้าแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นจำพวก ทุเรียน มังคุด กล้วย ชมพู่ ให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นได้ โดยเฉพาะการแปรรูปทุเรียน หรือราชาผลไม้ ซึ่งปลูกกันมากระหว่างเดือนเมษายนถึงมิถุนายน ด้วยปัญหาผลผลิตจำนวนมากที่ออกสู่ท้องตลาดพร้อมกันในแต่ละปี ทำให้ราคาทุเรียนตกต่ำ และมักถูกกดราคาจากพ่อค้าคนกลาง หากผลผลิตไม่ตรงตามความต้องการของตลาด จากนั้นกลุ่มแม่บ้านจึงมีแนวคิดรับซื้อทุเรียนจากกลุ่มสมาชิกแม่บ้านมาแปรรูป เริ่มจากทำเป็นทุเรียนทอด บางส่วนที่สุกระหว่างคัดทุเรียนไปทอด จะนำมาแปรรูปเป็นทุเรียนกวน รวมถึงทุเรียนพันธุ์อื่นที่ตกหล่นเพราะเก็บเกี่ยวไม่ทัน ด้วยสูตรทุเรียนกวน
ผู้เขียน ทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ : นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน คุณเล็ก เกตุนาค ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร อยู่บ้านเลขที่ 70/3 หมู่ที่ 3 บ้านหนองโสน ตำบลเขาคิริส อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร โทร. (061) 684-1969 เล่าย้อนกลับไปว่า ตนเองและเพื่อนๆ เกษตรกรได้รวมกลุ่มปลูกพริก เริ่มปลูกพริกเพื่อป้อนเข้าโรงงานน้ำพริก ได้มา 3 ปีแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีอาชีพทำนาและไร่อ้อย หลายปีที่ผ่านมาข้าวราคาตกต่ำมาก ไม่คุ้มต่อการลงทุนปลูกจึงมองหาพืชปลูกใหม่ พอได้มีโอกาสรู้จักกับตัวแทนบริษัทที่เขาเข้ามาส่งเสริมปลูกพริกและรับซื้อคืนในราคาประกันก็มีความสนใจ เริ่มปลูกในปี 2558 กับเพื่อนเกษตรกรเกือบ 20 คน ที่สนใจ แต่ก็ไม่ได้ปลูกมาก แต่อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่เคยปลูกพริกเชิงการค้ามาก่อน ก็เริ่มต้นปลูกกันคนละ 1-2 ไร่ ก็มีพื้นที่ปลูกรวมกันได้ 30 ไร่ ในตอนนั้น ซึ่งผลที่ได้คือกลางๆ หมายถึงไม่ขาดทุน มีกำไรบ้างแต่ไม่มาก ซึ่งเป็นเพราะยังขาดประสบการณ์ในการปลูก ดูแลและการรักษา โดยเฉพาะเรื่องโรคและแมลงที่ยังไม่รู้จักและการใช้สารเคมีที่ถูกต้องนัก ซึ่งเจ้าหน้าที่ของบริษัทก็พยายามเข้ามาให้ความรู้ สร้าง
สมุทรสาครขึ้นแท่นแหล่งปลูกมะนาวอันดับ 3 ของประเทศ เกษตรกรแห่ปลูกเพิ่มกว่า 2,500 ไร่ กระทรวงเกษตรฯ พาณิชย์ หนุนจดทะเบียน GI ด้านสหกรณ์ปลูกมะนาวบ้านแพ้วฯ ไอเดียเจ๋ง แปรรูปมะนาว พร้อมปั้นแบรนด์ “มีนาว” เจาะกลุ่มรักสุขภาพ ร้านอาหาร วอนรัฐสนับสนุนโรงงานใหม่ช่วยเพิ่มกำลังการผลิต นายเศรณี อนิลบล เกษตรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า จังหวัดสมุทรสาครมีพื้นที่ปลูกมะนาวประมาณ 8,000 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ประมาณ 2,500 ไร่ แต่ยังเป็นอันดับ 3 รองจากเพชรบุรี และราชบุรี เนื่องจากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมาราคามะนาวสูงขึ้นจึงจูงใจเกษตรกรหันมาปลูกมะนาวเพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกมากที่ อ.บ้านแพ้ว ประมาณ 80% ส่วนที่เหลือกระจายใน อ.เมือง และกระทุ่มแบน โดยพันธุ์มะนาวที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์แป้นพวงบ้านแพ้ว และพันธุ์แป้นรำไพ จุดเด่นคือ เปลือกบาง น้ำเยอะ และมีกลิ่นหอม จึงเป็นที่ต้องการของตลาด ขณะที่ตลาดส่วนใหญ่เกือบ 100% เป็นการบริโภคในประเทศ แหล่งจำหน่ายหลักอยู่ที่ตลาดไท ซึ่งจะมีทั้งเกษตรกรรมกลุ่มไปจำหน่ายเอง และอีกส่วนมีพ่อค้ารวบรวมและกระจายอยู่ตามจุดใหญ่ นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าจากทางภาคใต้มารับซื้อถึงหน้าสวน เพราะพ
วันนี้มาสัมภาษณ์ คุณลันนภัสถ์ ปนันณีรัตน์ หรือ คุณแอน เจ้าของแผงส้มโอรายใหญ่ในตลาดไท ขายมานานกว่า 9 ปี คุณแอน เล่าว่า ก่อนที่จะมาขายส้มโอ เคยเป็นพนักงานประจำมาก่อน ทำได้สักประมาณ 4-5 ปี แล้วเปลี่ยนมาขายส้มโอ เพราะที่บ้านมีกิจการค้าขายและทำสวน ที่เลือกมาขายส้มโอก็เพราะว่าเป็นอาชีพที่อิสระ และส้มโอเป็นผลไม้ทน ปลูกง่าย ถึงแม้จะให้กำไรไม่มากนักแต่ก็มีขายเรื่อยๆ ยิ่งเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม จะให้ผลดก คุณลันนภัสถ์ ปนันณีรัตน์ หรือ คุณแอน ตอนนี้มีขายหลักๆ เป็น พันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ขาวแตงกวา ทองดี และพันธุ์พื้นเมืองที่มีตลอดทั้งปีคือ ทองดีท่าข่อย เป็นของดีจังหวัดพิจิตร ทองดีท่าข่อยเป็นพันธุ์ที่หาง่าย ต้นทุนไม่สูง มีผลผลิตตลอดทั้งปี ส่วนใหญ่ที่ร้านจะขายของจังหวัดพิจิตรเป็นหลัก วิธีการเลือกส้มโอให้อร่อยนั้น คุณแอนบอกว่า ที่ร้านขายเป็นของจังหวัดพิจิตรที่ขึ้นชื่อเรื่องรสชาติอยู่แล้ว แต่สำหรับลูกค้ามาเลือก ส่วนใหญ่ถ้าซื้อเป็นลูกก็จะสังเกตที่ผิว ไม่เป็นแผล ลูกสวย แต่ถ้าเป็นแม่ค้าซื้อไปปอกขายก็จะเลือกที่น้ำหนักถ่วงมือ เปลือกบาง แต่ถ้ามีลูกที่ขายไม่ได้ที่ร้านก็จะนำออกมาปอกขายเองหน้าร้าน ก็จะขายราคาถูก อย่างแพ
หลังหย่าขาดจากสามีเพราะฝ่ายชายปันใจไปมีครอบครัวใหม่ แถมยังต้องชดใช้หนี้สินทางธุรกิจที่เกิดขึ้นในอดีต แต่สุดท้ายด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ต้องสู้เพื่อลูก 3 คนเเละครอบครัว ขอเดินหน้าสานต่อธุรกิจขนมเค้ก ปั้นแบรนด์ใหม่ “หอมมนต์” บริหารกิจการสไตล์แม่เลี้ยงเดี่ยว ลุยขายแฟรนไชส์ลงทุนน้อย อาศัยไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่เปลี่ยนไป ชอบทานเบเกอรี่ ส่งผลดีต่อธุรกิจ รายได้ทะยาน 200 ล้าน คุณประภาภรณ์ ไชยมาตร หรือคุณผึ้ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท หอมมนต์เบเกอรี่ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบเกอรี่แบรนด์ “หอมมนต์” เท้าความว่า ในอดีตเคยเป็นแม่ค้าขายส่งเสื้อผ้าแฟชั่น จบการศึกษาเพียงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เคยโดนโกงหมดตัว ชีวิตลำบากในช่วงมีลูกคนแรก อาศัยชอบกินขนมเค้ก หาสูตรทางอินเตอร์เน็ต และลงทุนทำเค้กขาย ใช้ชื่อยี่ห้อว่า Sweet’n Soft ตระเวนขายตามตลาดนัด ในราคา 3 ชิ้น 100 บาท กระแสการตอบรับดีเกินคาด ส่งยี่ปั๊วทั่วประเทศ กิจการดำเนินไปได้ด้วยดี จนกระทั่งเดือนมีนาคม 2560 ครอบครัวนี้เกิดปัญหา ฝ่ายสามีไปมีครอบครัวกับผู้หญิงคนใหม่ นอกจากยังมีหนี้สินทางธุรกิจที่ต้องชดใช้อีกหลายล้านบาท “ครอบครัวระหองระแหงมาตั้งแต่ปี 2556 กระท
นับเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ของประเทศ สำหรับพื้นที่อำเภอ “หนองเสือ” จังหวัดปทุมธานี ซึ่งกล้วยหอมจากแหล่งที่ปลูกบริเวณนี้ มีทั้งส่งขายห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ร้านสะดวกซื้อ และเสิร์ฟบนสายการบิน คุณสมชาย วาเพ็ชร อดีตข้าราชการ กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี วัย 46 ปี ปัจจุบันลาออกจากงานประจำ มาสวมบทบาทเจ้าของสวนกล้วยหอม 90 ไร่ และมอบหมายให้น้องชายคุณอิงครัต วาเพ็ชร เด็กหนุ่มไฟแรงวัย 22 ปี ดูแลเรื่องการขายหน่อกล้วย สองพี่น้องขยันขันแข็ง ขายทั้งกล้วย ขายทั้งหน่อกล้วย รายได้ยังไม่หักรายจ่ายทั้งปีราว 5 ล้านบาท คุณสมชาย เผยว่า เรียนจบปริญญาตรี สาขาเทคโนโลยีการเกษตร จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก่อนหน้านี้ทำงานที่กรมส่งเสริมการเกษตร จังหวัดกาญจบุรี นาน 10 ปี หลังจากนั้นลาออกมาทำธุรกิจส่วนตัว คือ โรงเหล้ากลั่นสุราชุมชน ที่จังหวัดเชียงราย ผลิตเหล้าขาวซึ่งทำจากข้าวเหนียวหมัก ราวปี 2555 เริ่มสนใจอยากปลูกกล้วยหอม เลยยกกิจการทั้งหมดให้น้องสาวดูแล คุณสมชาย บอกต่อว่า บ้านที่อาศัยอยู่แถวปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกกล้วยหอมขนาดใหญ่ มองเห็นศักยภาพผลไม้ชนิดนี้ว่าราคาดีไม่มีตก ตามร
Yimsoo Cafe (ยิ้มสู้คาเฟ่) ร้านน่านั่งบรรยากาศสุดชิลล์ ตั้งอยู่ที่ซอยอรุณอมรินทร์39 จังหวัด กทม.เปิดให้บริการ 7.00 – 18.00 น. เสิร์ฟออร์แกนิคและอาหารอร่อย มีมุมถ่ายรูปเก๋ๆ ไว้อวดลงโซเชียล พร้อมปลั๊กไฟและรหัสไวไฟให้ใช้งานไม่อั้น ก่อตั้งขึ้นโดยมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ สถานที่ดีๆ ช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ที่มีความบกพร่องทางด้านร่างกาย ศาสตราจารย์ วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ประธานมูลนิธิ สากลเพื่อคนพิการ และผู้ก่อตั้งร้านกาแฟ “ยิ้มสู้คาเฟ่” เท้าความว่า ในระหว่างปี พ.ศ. 2538 – 2541 ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจตกต่ำ หลายธุรกิจล้มละลาย มีคนว่างงานเป็นจำนวนมาก จึงได้เขียนหนังสือ ”สู้ชีวิต เคราะห์สร้างโอกาส” ซึ่งเป็นการรวบรวมหลักธรรมคำสอนของมิสเจเนวีฟ คอลฟิลด์(ผู้ก่อตั้งโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) และ ซิสเตอร์โรสมัวร์(แม่อธิการโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ) หลักธรรมคำสอนของทั้ง 2 ท่าน ช่วยให้มีกำลังใจต่อสู้ชีวิตจนประสบผลสำเร็จ รวมถึงได้เป็นอาจารย์สอนกฎหมายที่คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ขณะที่ศาสตราจารย์วิริยะได้รับโอกาสทางสังคม ยังมีผู้พิการอีกจำนวนมากที่ประสบความทุกข์ยากลำบาก และปราศจากก
เปิดมุ้งแค่ 2 ครั้ง คือตอนปลูกกลับช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิต ลดปัญหาการจัดการ เพิ่มประสิทธิภาพและรักษาคุณภาพการผลิตได้ดี ลดการเข้าทำลายของแมลงศัตรูพืช แมลงศัตรูพืชไม่สามารถเข้าไปได้ มีบางส่วนตัวที่เล็ดลอดเข้าไปได้ แต่จะไม่ใช่แมลงศัตรูพืช ที่สำคัญของผักกินใบ ไม่มีปัญหาเรื่องโรคพืช ไม่มีอาการของโรคพืชที่เกิดขึ้นบนใบทั้งในระยะกล้า และระยะเก็บเกี่ยว ลดการขึ้นของวัชพืช เมื่อปลูกซ้ำพื้นที่เดิมไปเรื่อยๆ ปริมาณวัชพืชจะลดลงไปเอง การให้ปุ๋ยและจุลินทรีย์ไปกับน้ำ ทำให้สะดวกไม่จำเป็นต่อการเปิดมุ้งเพื่อลดน้ำ หรือให้ปุ๋ยและจุลินทรีย์ แมลงภายในจะตายหมด พลางแสงด้วยซาแลนสีเขียว ช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้ดีขึ้น เพิ่มธาตุอาหารในดิน เมื่อปลูกทุกครั้งต้องใส่ปุ๋ยอินทรีย์ลงไปในดินก่อนการปลูกใหม่เสมอ
ในยุค Thailand 4.0 ที่ความพยายามผลักดันให้ประเทศไทยเป็นผู้นำด้าน Street Food ตามกระแสของผู้บริโภค ทำให้เห็นร้านอาหารขนาดเล็กและ Street Food ในรูปแบบต่างๆ เกิดขึ้นทุกหัวมุมถนน แต่จะมีสักกี่ร้านที่สามารถยืนหยัดดำเนินการให้เติบโตก้าวหน้าอย่างมั่นคงได้ เชฟเคน–ชวลิต ยิ้มประเสริฐ Executive Sous Chef, Thai Cuisine, ยูนิลีเวอร์ ฟู้ดโซลูชั่นส์ (Unilever Food Solutions – UFS) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการร้านอาหาร ได้แนะนำวิธีการลัดสู่ความสำเร็จแก่ร้านอาหารขนาดเล็ก และ Street Food ให้สามารถเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างมั่นคงได้ ด้วย 4 ม. ดังต่อไปนี้ มาตรฐานด้านรสชาติ เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยว่าถ้าจะปั้นให้ร้านอาหารให้เด่นดังได้ รสชาติอร่อยเป็นเรื่องสำคัญ แต่ที่สำคัญไปกว่ารสชาติอร่อย คือการควบคุมมาตรฐานของรสชาติให้เหมือนกันทุกจาน และทุกวัน นอกจากผู้ประกอบการต้องสามารถจัดหาวัตถุดิบที่เหมือนเดิมแล้ว การปรุงอาหารในแต่ละครั้งจะต้องให้ได้รสชาติไม่ผิดเพี้ยนไป ซึ่งการสร้างมาตรฐานนั้นผู้ประกอบการสามารถสร้างขึ้นมาได้ด้วยการทำ “แม่ซอส” หรือ Premixed Sauce เชฟเคนกล่าวว่า แม่ซอสนั้นมีประโยชน์สำหรับผ
