หลักสูตรเรียนฟรี
มาระยะหลังนี้ คำว่า น้ำแข็งไส ถูกแทนที่ด้วย คำว่าบิงซู (น้ำแข็งไสสไตล์เกาหลี น้ำแข็งปั่นละเอียดราดด้วยท็อปปิ้ง) มีร้านขนมหวานมากมาย เพิ่มเมนู บิงซู เข้าไปเรียกลูกค้าได้เก๋ๆ บิงซูง ที่ขึ้นชื่อมาก ได้รับความนิยมของลูกค้าตลอดกาล ได้แก่ บิงซูเมล่อน บิงซูสตรอว์เบอรี่ บิงซูมะม่วง แต่ สำหรับวันนี้ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” มีเมนู ใหม่มาแนะนำนั่นคือ “บิงซูทุเรียน” ที่ตอนนี้ ได้รับความนิยมไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยตัวผลไม้ คือทุเรียน ผลไม้คู่บ้านเมืองขวัญใจคนไทย ดังจะเห็นได้จากร้านขนมหวาน บิงซู หลายร้าน นำเมนูนี้บรรจุเข้าไป เพิ่มจุดขายให้กับทางร้าน “บิงซูทุเรียน” เจ้าที่จะนำมาเล่าให้ฟังในวันนี้ เป็นไอเดียของ ร้านยินดีคอฟฟี่แอนด์สโนว์เฟลคคาเฟ่ ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 15 ถนนเรือนแพ ต.หัวเวียง อ.เมือง จ.ลำปาง มีคุณธารนันท์ น้าประทานสุข หรือคุณปุ้ย วัย 38 ปีเป็นเจ้าของ คุณปุ้ย เล่าว่า ออกเมนูใหม่ มาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน 2560 หลังจากที่ออกช่วงแรกๆ ก็ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างมากจากลูกค้า เหตุที่มาทำบิงซู ตัวนี้ นั่นก็เพราะว่า บิงซูสตรอว์เบอรี่ เพิ่งหมดไป ก็เลยต้องคิดเมนูใหม่ออกมา และมาลงตัวที่บิงซูทุเรียน
เมื่อการประกวดผลงานสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับชาติ ครั้งที่66 ปีการศึกษา 2559 ที่ผ่านมา 2 หนุ่มน้อยจากโรงเรียนย่านปากช่อง คว้ารางวัลเหรียญทอง ลำดับที่ 7 มาครองได้ จึงนับเป็นเด็กเก่งของโรงเรียน ที่ต้องหยิบยกมากล่าวถึงในที่นี้ เพราะสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ที่คว้ารางวัลเหรียญทองมาครองในครั้งนี้ เกี่ยวข้องกับงานด้านเกษตรกรรมและคอลัมน์นี้ ให้เกียรตินักเรียนและสถานศึกษาที่ให้ความสำคัญกับงานด้านเกษตรกรรม นายพชรพล คุ้มภัย (ซ้าย) และ เด็กชายพิพัฒพงศ์ ลักภูกลาง (ขวา) 2 หนุ่มน้อย คือ นายพชรพล คุ้มภัย นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ เด็กชายพิพัฒพงศ์ ลักภูกลางนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ทั้งสองคนมีแนวคิดในการประดิษฐ์สิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ แล้วนำมาใช้กับกิจกรรมเกษตรภายในโรงเรียน อาจารย์บัณฑิต วงศ์อามาตย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม อาจารย์บัณฑิต วงศ์อามาตย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 บ้านตะเคียนงาม ตำบลโป่งตาลอง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า โรงเรียนบ้านหนองซ่อมตะเคียนงาม มีพื้นที่ทั้งหมด 12 ไร่ เป็นที่
“มะลิวรรณ อำพล”อดีตสาวออฟฟิศวัย 42 ปี ขอผันตัวมาสร้างธุรกิจเครื่องดื่มน้ำสมุนไพรบรรจุขวดหลากหลายรสชาดด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นเพียง 20,000บาท จากกิจการเล็กๆ ถูกประคบประหงมเรื่อยมาจวบจนทุกวันนี้เติบโตมีโรงงานเป็นของตัวเอง พร้อมพนักงาน 30 คน กำลังผลิตกว่า 30,000 ขวดต่อวัน ยอดขายปี 2558 ที่ผ่านมารวมแล้ว 60 ล้านบาท ทุกวันนี้กลายเป็นเถ้าแก่เงินล้านแถมสร้างงาน สร้างรายได้ให้คนในชุมชน ให้เกษตรกรอีกด้วย อยู่แวดวงธุรกิจเครื่องดื่ม ผันตัวทำธุรกิจเอง ประวัติคุณมะลิวรรณ หรือ คุณเอ๋ เธอเรียนจบ Food Science จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ก่อนหน้านี้เคยทำงานประจำในบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มรายใหญ่ของประเทศราว 7-8 ปี เรียกว่าสั่งสมประสบการณ์และรับรู้กระบวนการผลิตธุรกิจเครื่องดื่มครบทั้งระบบจนกระทั่งปี พ.ศ. 2547ฝันอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง ในเมื่อมีความรู้ธุรกิจเครื่องดื่มดีพอ เลือกที่จะออกมาทำเอง ใช้เงินทุนเริ่มต้นเพียง 20,000 บาท คุณเอ๋ เล่าเพิ่มเติมว่าตอนที่ทำงานประจำก็เป็นเหมือนมนุษย์เงินเดือนทั่วๆไปที่อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเอง และในเมื่อมีความรู้ด้านการผลิตเครื่องดื่มอยู่แล้ว เลือกที่จ
มุมมองในการดำเนินชีวิตของแต่ละคนต่างกัน มีช่องทางในการทำงานและประกอบอาชีพที่แตกต่างกันไป บางครั้งการทำธุรกิจที่หลายคนใฝ่ฝันถึงก็อาจจะไม่ตอบโจทย์ชีวิตของใครอีกหลายคน เฉกเช่น คุณสิทธิชัย จันทสุวรรณ หรือผู้ใหญ่เล็ก ผู้ใหญ่บ้านคีรีรัตน์ ต.ควนทอง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ใหญ่มาตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน ผู้ใหญ่บ้านที่ใช้เวลาว่างจากการปฏิบัติงานราชการ และช่วยเหลือชาวบ้าน มาประกอบอาชีพเสริมอีกหนึ่งอาชีพ คือเป็นเกษตรกร ทำเกษตรผสมสานบนพื้นที่ 4 ไร่กว่า สร้างรายได้เพิ่มอย่างน่าพึงพอใจสำหรับชีวิตเกษตรกรคนหนึ่งที่ได้กลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิด และดำเนินวิถีชีวิตอย่างพอเพียง ผู้ใหญ่เล็ก เริ่มต้นเล่าให้ฟังว่า “เมื่อก่อนมีความคิดอยากเป็นนักธุรกิจ ประจวบกับมีที่ดินอยู่ที่เกาะสมุย จึงลงทุนทำธุรกิจเปิดบริการที่พัก สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเกาะสมุย ก่อนที่จะมีเหตุให้เลิกทำ เนื่องจากพ่อแม่ที่บ้านป่วย และต้องการคนดูแลใกล้ชิด อีกทั้งการทำธุรกิจมันมีความเครียดและแรงกดดันหลายอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องการบริหาร เรื่องผลกำไร การลงทุน เครียดอยู่ตลอดเวลา จึงตัดสินใจร่วมกับภรรยาว่าจะเลิกทำธุรกิจ แล้
น้อยหน่าพันธุ์ “เพชรปากช่อง” เกิดจากการผสมระหว่าง พันธุ์เซริมัวย่า (cherimoya x หนังครั่ง) x หนังเขียว มีลักษณะต้นใหญ่และสูงกว่าน้อยหน่าพันธุ์ทั่วไป ใบเป็นรูปหอกสีเขียวเข็ม ต้นพุ่มโปร่งปานกลาง ดอกใหญ่ ผลเป็นรูปหัวใจ ผิวค่อนข้างเรียบ ร่องตาตื้นคล้ายน้อยหน่าหนัง ผลอ่อนสีเขียวเข้ม เมื่อแก่จัดจะมีสีเขียวอ่อนถึงขาวนวล ผลไม่แตกเมื่อแก่ เปลือกบางลอกออกจากเนื้อได้เมื่อสุกจัด เนื้อเหนียวคล้ายน้อยหน่าหนัง หลังจากปลูกอายุ 2 ปี จะเริ่มให้ผลผลิตเต็มทีและเพิ่มขึ้นทุกๆปี น้อยหน่าพันธุ์ “เพชรปากช่อง” มีจุดเด่นที่น่าใจอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อปลูกไปนานปีก็จะยิ่งให้ผลผลิตที่เพิ่มพูนมากขึ้น คุณสุรพลบอกว่า การปลูกน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่องในปีแรกจะให้ผลผลิตไม่เกิน 3 ลูก ต่อต้น ปีที่ 2 ก็จะให้ผลผลิตเพิ่มขึ้นเป็น 10 -15 ลูกและจะเพิ่มขึ้นทุกๆปี เรียกว่าปลูกครั้งเดียวสามารถที่เก็บผลผลิตได้นานนับ 10 ปี ถ้าหากดุแลรักษาให้ดีๆ แปลงน้อยหน่าพันธุ์เพชรปากช่อง สำหรับพื้นที่แหล่งผลิตน้อยพันธุ์เพชรปากช่องที่มีคุณภาพและมีพื้นที่การปลูกมากที่สุดในประเทศไทย คงจะหนี้ไม่พ้นพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยเฉพาะในเขตพื้นที่อำเภอปากช
จากกระแสความนิยมผู้บริโภคในยุคปัจจุบันที่ชอบกินต้นอ่อนผักชนิดต่างๆ รวมทั้งกระแสรักสุขภาพที่เกิดขึ้น ทำให้คนหันมากินและเลือกซื้อหาผักออร์แกนิก ผลไม้ไร้สารพิษกันมากขึ้น คุณรติรัตน์ นุชนารถ หรือ คุณน้อง วัย 55 ปี ก็เช่นกัน ชอบรับประทานผักบุ้งเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อต้นปีที่ผ่านมา บังเอิญเพื่อนคนหนึ่งซื้อต้นอ่อนผักบุ้งมาฝากเพราะเห็นว่าชอบ เลยเกิดไอเดียขึ้นมาว่าทำไมถึงไม่เพาะเพื่อกินเอง และคิดว่าเพาะเองก็คงไม่ยาก เนื่องจากก่อนหน้านี้ก็เพาะต้นอ่อนทานตะวันอยู่ก่อนแล้ว จึงได้ตัดสินใจเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง เริ่มแรกๆ ที่เพาะ ก็ไม่ได้ผลดีมากนัก กว่าจะเรียนรู้เทคนิคและวิธีการปลูกที่ได้ผลดี ลองผิดลองถูกมาใช้เวลาพอสมควร โดยอาศัยการค้นคว้าข้อมูลต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตเป็นตัวช่วย ปัจจุบัน คุณรติรัตน์ มีอาชีพเป็นข้าราชการ แต่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งเธอจะนำต้นอ่อนผักบุ้งไปขายช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และทำส่งให้กับแม่ค้าคนกลางรายหนึ่ง ตามแต่ออเดอร์ที่สั่งมา คนกลางจะรับไปขายอีกต่อหนึ่งตามงานแสดงสินค้าเกษตรบ้าง ออกบูธตามห้างสรรพสินค้าบ้าง เนื่องจากคนที่มารับไปเป็นสมาชิกเกษตร ซึ่งเขามีแหล่งขายอย
หลังพบว่า “เศษขยะ” จากอาหารสด คือ “ขุมทรัพย์” อันล้ำค่า “ชารีย์ บุญญวินิจ” ศิษย์เก่าคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร คนหนุ่มวัยเพียง 29 ปี อดีตเซฟที่สหรัฐอเมริกา และได้เคยบวชเรียนเป็นพระมาแล้ว ปิ๊งไอเดียนำเศษอาหารไร้ค่ามาเลี้ยงไส้เดือน ผันชีวิตจากเด็กหนุ่มปกติ สู่วิถีชีวิตเกษตรกร จนได้รับฉายาลุงรีย์ไส้เดือนเงินล้าน คุณชารีย์ เล่าว่า หลังจบการศึกษาจากคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่รัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ทำงานเป็นผู้ช่วยพ่อครัว ณ ร้านอาหาร แห่งหนึ่งนาน 4 เดือน ทุกๆ วัน ต้องพบเจอกับเศษอาหารที่เหลือทิ้งจำนวนมหาศาล แต่ขณะนั้นยังหาวิธีกำจัดเศษขยะเหล่านั้นไม่ได้ จนกระทั่งกลับมาเมืองไทย ไปบวชเป็นพระ ได้เจอกับพระนักพัฒนาที่มีทักษะการเกษตรสูงเรียนรู้เกี่ยวกับวิถีเกษตร จึงเกิดความคิดอยากทำเกษตรที่สามารถเลี้ยงชีพได้ ชารีย์ บอกต่อว่า หลังจากสึกพระออกมา ก็ทำงานออฟฟิศด้านการออกแบบ กระทั่งปี 2553 เริ่มเลี้ยง “ไส้เดือน” เป็นอาชีพเสริม เพราะมองว่าไส้เดือน เป็นสัตว์ที่ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่เยอะ ไม่มีโรค ไม่เจ็บ ไม่ป่วย ลงทุนครั้งเดียว ที่สำคัญไม่รบกวนงานประจำ “ผมใช
อดีตสาวโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ผันตัวขายซาลาเปาจิ๋ว ลองผิดลองถูกปรับสูตรด้วยตัวเอง ใส่เทคนิคสร้างความต่างลงไปด้วยการฉายแสงสปอตไลท์ก่อนนึ่ง จนกระทั่งกลายเป็นซาลาเปารสชาติถูกปาก ราคาเป็นมิตร เพราะขายถูกลูกละ 1 บาท ขึ้นแท่นของดีจังหวัดนครราชสีมา คุณวงเดือน ซิลเวอร์ เผยกับเส้นทางเศรษฐีออนไลน์ว่า อดีตเคยเป็นพนักงานโรงงานผลิตชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ กระทั่งพี่ชายชวนไปขายซาลาเปา ย่านรังสิต กรุงเทพฯ โดยรับผิดชอบฝ่ายขนส่ง ผ่านไปปีกว่า มีความคิดอยากจะสร้างธุรกิจของตนเอง พี่ชายเลยมอบสูตรการทำซาลาเปาติดตัวมา แม้มีสูตร และคลุกคลีอยู่กับซาลาเปานานนับปี แต่เนื่องจากคุณวงเดือน ไม่เคยสัมผัสกรรมวิธีการผลิต ฉะนั้นเธอเลยอาศัยการลองผิดลองถูก ราว 2 เดือน กว่าจะเป็นซาลาเปาจิ๋ว ลูกเล็ก น่ารับประทาน สำหรับอุปกรณ์ที่สำคัญ เจ้าของร้าน บอกว่า มีลังนึ่ง มีเครื่องตีแป้ง และอุปกรณ์ทำครัวทั่วไป ด้านกระบวนการผลิต ขั้นแรก นำวัตถุดิบในส่วนของเนื้อแป้ง มีนำแป้งสาลี น้ำตาลทราย เนย ผงฟู มาตีให้เนียน แบ่งแป้งออกเป็นก้อนเล็ก โดยแป้งประมาณ 1.5 กิโลกรัม แบ่งได้ราว 700 ชิ้น ปั้นแป้งเป็นก้อนกลม แล้วกดทับแป้งให้แผ่ออก บรรจุไส้ ซึ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี 2 พี่น้อง ชาวบ้านหมู่ 1 ต.ธาตุ อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ ยึดอาชีพเก็บลูกตาลขาย มีรายได้งามตกวันละ 2,000 บาท จึงเดินทางไปตรวจสอบพบนายสมหมาย ภิญโญ อายุ 35 ปี และนายอรุณ ภิญโญ อายุ 30 ปี ซึ่งยึดอาชีพขายลูกตาลสด และของป่าตามฤดูกาล นอกเหนือจากการทำไร่นา โดยในแต่ละวันจะพากันไปปีนเก็บลูกตาลอ่อนจากต้น ที่ปลูกตามหัวไร่ปลายนาที่เจ้าของให้เก็บฟรี ก่อนนำมาเฉาะบรรจุใส่ถุงๆ ละประมาณ 10 ลูก ขายในราคาถุงละ 30 บาท ซึ่งวางขายตามตลาดนัดตำบลธาตุ เป็นตลาดนัดชุมชน แต่ละวันมีแม่ค้า-แม่ค้า เดินทางมาจากต่างอำเภอ และชาวบ้านในพื้นที่ตำบลธาตุ จะพากันนำสินค้าหลากหลายมาวางขาย โดยเฉพาะสินค้าตามฤดูกาล เช่น เห็ดนานาชนิด, ผักป่า และในแต่ละวัน 2 พี่น้อง จะมีรายได้จากการขายลูกตาลสดอ่อนประมาณ 1,500–2,000 บาท นายสมหมาย เล่าว่า สินค้าตามฤดูกาลที่สร้างกำไรดีและขายง่ายที่สุดคือลูกตาลอ่อน ต้นทุนมีแค่ค่าน้ำมันรถกับค่าแรงลูกน้อง ส่วนลูกตาลตนไปเอาตามหัวไร่ปลายนาที่เจ้าของนาให้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย วิธีเอาลูกตาลใช้ไม้ไผ่ยาวเท่ากับความสูงของต้นตาลที่ปลายไม้ไผ่ ติดเสียมลับให้คมเพื่อกระแทกทะลายลูกตาล วันหนึ่งจะมีรายไ
ที่บริเวณริมถนนสาย 304 นครราชสีมา-ปักธงชัย ต.ปรุใหญ่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ได้มีพ่อค้า แม่ค้า มาตั้งแผงลอยเพื่อขายเห็ดป่ากันอย่างคึกคัก ภายหลังจากที่ช่วงนี้ได้เกิดฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีเห็ดป่าออกดอกเป็นจำนวนมาก ชาวบ้านจึงได้พากันเข้าป่าไปหาเก็บเห็ดเพื่อนำมาวางแผงขายริมถนนเป็นอาชีพเสริม สร้างรายได้ให้กับครอบครัวเป็นกอบเป็นกำ นางพิมพิสา กรปักษ์ อายุ 44 ปี แม่ค้าขายเห็ดรายหนึ่ง บอกว่า ช่วงหน้าฝนจะมีเห็ดป่าหลายชนิด เช่น เห็ดโคนชี เห็ดโคนใหญ่ เห็ดข้าวไค เห็ดแป้ง เห็ดน้ำหมาก เห็ดหน้าวัว และเห็ดถาด เป็นต้น ออกดอกเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านจะพากันออกไปหาเก็บเห็ดในป่าสวนรุกขชาติปรุใหญ่ตั้งแต่เช้ามืด บางคนก็หาได้มาก บางคนก็หาได้น้อย แล้วนำมาวางแผงริมถนนสาย 304 เพื่อขายให้กับผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไป-มา โดยจะจัดเป็นกองๆ ขาย ซึ่งเห็ดโคนจะได้รับความนิยมมากที่สุด ชาวบ้านจะขายในราคากองละ 250-300 บาท ส่วนเห็ดชนิดอื่นๆ ก็จะขายกองละ 100-200 บาท แล้วแต่กองเล็กกองใหญ่ โดยแต่ละวันตนจะขายได้เฉลี่ยประมาณ 1,500 บาท ซึ่งเป็นอาชีพที่สามารถสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวอย่างดี ด้านนางระจิต ซาโต้ ลูกค้าที่มาซ
