หลักสูตรเรียนฟรี
ปัจจุบัน การเรียนการสอนของโรงเรียนในพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนระดับประถม นอกจากจะสอนด้านวิชาการแล้ว ยังได้สอนสาระวิชาที่นักเรียนเรียนแล้วสามารถนำมาต่อยอดแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ได้ อย่างเช่น ชุมชนบ้านมูเซอ โดยสภาพพื้นที่ของชุมชนอาศัยอยู่บนไหล่เขา ประชากรมีอาชีพหลักคือการทำเกษตร ได้แก่ การปลูกพืชไร่และพืชสวน ถือว่าเป็นอาชีพที่เลี้ยงวิถีชีวิตของชุมชนมูเซอ แต่การเพาะปลูกส่วนใหญ่ยังเป็นวิถีดั้งเดิม ใช้พื้นที่เป็นประโยชน์ได้น้อย ใช้จำนวนคนมากในการปลูกแต่ละครั้ง การกำจัดวัชพืชก็ลำบาก มีผลผลิตต่ำ การเตรียมดินและปรับพื้นที่ยาก จากปัญหาดังกล่าว จึงมีแนวคิดในการศึกษาและทดลองการทำเกษตรที่จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดแนวคิดในการทำโครงงาน เครื่องเจาะดินเพื่อหยอดเมล็ด แบบล้อจักรยานยนต์ กลุ่มนักโรงเรียนบ้านมูเซอ หมู่ที่ 5 ตำบลม่อนจอง อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่ง เด็กชายพีระพงษ์ พฤกษ์สกุลไพร เด็กชายสุรชัย เครือเนิน เด็กหญิงบัณฑิตา คีรีรงรอง มี ครูวณิชชากร จันทร์คำ และ ครูปราณี จะซือ เป็นครูที่ปรึกษา เพื่อปลูกข้าวไร่ โดยการนำเครื่องเจาะดินเพื่อหยอดเมล็ดเข้าช่วยเป็นอุปกรณ์ที่อำนวยความสะดวกให้กั
เมืองอัมพวา หรือสมุทรสงคราม แม้จะเป็นเมืองเล็ก ๆ แต่ก็มีความเคลื่อนไหวทางธุรกิจที่น่าสนใจไม่น้อย เนื่องเพราะมีคนรุ่นใหม่ที่กลับมาสานต่อกิจการของครอบครัว และแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ๆ อาทิ วิศวกรดีกรีด็อกเตอร์จากแคนาดา “วงศ์อนันต์ สุขเจริญคณา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม่กลอง ดิสทริบิวชั่น จำกัด และเจ้าของโชคอนันต์ฟาร์ม ผู้บุกเบิกฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ส่งออกยุโรป นอกจากนั้นยังรั้งตำแหน่งประธานนักธุรกิจรุ่นใหม่ YEC จังหวัดสมุทรสงครามอีกด้วย แต่เหตุใด “วงศ์อนันต์” จึงฉีกตัวมาปั้นฟาร์มผักไฮโดรฯ ทั้ง ๆ ที่ครอบครัวทำการประมง และยังมีดีกรีไม่ธรรมดา ปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปริญญาโทด้านไฟฟ้าสื่อสาร มหาวิทยาลัยโคโลราโด โบลเดอร์ สหรัฐอเมริกา และปริญญาเอกด้านนาโนเทคจากแคนาดา วงศ์อนันต์บอกว่า ธุรกิจที่ทำอยู่ตอนนี้มี 2 กิจการคือ ฟาร์มผักไฮโดรโพนิกส์ และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ซึ่งจุดกำเนิดของการผันตัวเองมาบุกเบิกฟาร์มผักไฮโดรฯก็คือ กระแสผักออร์แกนิกกำลังเป็นที่นิยม เมื่อตัดสินใจที่จะลุยทำฟาร์มออร์แกนิกสิ่งแรกที่ทำคือ การเริ่มต้นใหม่ลงทุนลงแรงศึกษา อบรม ดูงานเกี่ยวก
ที่ตำบล โหล่งขอด อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ แม้จะเป็นอำเภอเล็กๆ แต่เป็นแหล่งปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ที่มีคุณภาพ และมีชื่อเสียงระดับประเทศ พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส ที่ใครหลายคนไม่อาจมองข้าม เช่นเดียวกับอดีตครีเอทีฟเจ้าของบริษัทรับผลิตสื่อสิ่งพิมพ์ที่ผันตัวมาเป็นเกษตรกรปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้ เบอร์ 4 จากนั้นนำมาอบแห้ง ลูกค้าจีนปลื้ม รายได้ทะยานสู่หลักแสนต่อเดือน พลิกบทบาทเกษตร สู่นักธุรกิจยุคดิจิตอล จากแนวคิดการทำเกษตร 4.0 ของรัฐบาล ซึ่งเป็นการพลิกแนวคิดของสินค้าเกษตรกรรม ในยุคนี้ที่ เกษตรกรยุคใหม่ ควรจะต้องมีองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การแปรรูปสินค้า เพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้าเกษตรให้มากขึ้น และการทำตลาดเองควบคู่กันไปด้วยโดยใช้ช่องทางการสื่อสารการตลาด และการขาย ทั้งทางออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั้งในและนอกประเทศ “มาดามแมงโก้” ผลิตภัณฑ์ มะม่วงอบแห้ง ( Soft Dried Mango ) ที่มองเห็นโอกาส ในการพัฒนาศักยภาพของสินค้าจากตำบลเล็กๆ ในอำเภอพร้าว และเป็นเหมือนสินค้าหัวหอกที่จะบุกเบิกตลาดก้าวเข้าสู่ตลาดออนไลน์ และตลาดสากล ให้กับสินค้าอื่นๆ จากตำบลนี้ในอนาคต คุณราเมศ รัตยันตรกร ผู้ก่อตั้ง แบรนด
เพิ่งเปิดตัวสินค้าใหม่ได้เพียง 4 วัน ปรากฏฟีดแบ็กดีเกินคาด นักลงทุนจากทั่วประเทศกว่า 30 อำเภอ แห่ขอซื้อแฟรนไชส์ในราคาหลักพันบาทกันคึกคัก สำหรับ “แก้ว 2 ใจ” By กาแฟถัง ร้านกาแฟเจ้าดังแห่งจังหวัดน่าน ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับจ้าของกิจการกันก่อน คุณออยลี่ – ทิพวรรณ เสนา อายุ 32 ปี สละเวลามาให้ข้อมูล “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ด้วยอัธยาศัยกันเอง เริ่มต้นแนะนำตัว พื้นเพเป็นคนเมืองน่าน จบการศึกษาด้านการตลาดจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล น่าน เคยทำงานประจำมาแล้วหลายตำแหน่ง ล่าสุดได้เป็นถึงผู้จัดการฝ่ายประกันชีวิต ประจำส่วนกลางของธนาคารพาณิชย์ชื่อดัง แต่ด้วยหน้าที่การงานต้องเดินทางไปทั่วประเทศบ่อยมาก ชีวิตอยู่แต่บนรถ เครื่องบิน และโรงแรม บ้านแทบไม่ได้กลับมานอน เลยตัดสินใจลาออกมาสร้างธุรกิจที่ตัวเองชอบ คือ เปิดร้านกาแฟ ที่บ้านเกิด ใกล้กันกับร้านคาร์แคร์ของสามี ซึ่งอยู่กลางเมืองน่าน “ก่อนตัดสินใจลาออก ไปเข้าคอร์สอบรมการทำกาแฟอยู่หลายที่ ประกอบกับเป็นคนชอบดื่มกาแฟเป็นทุน ช่วงว่างจึงชอบนำเครื่องดื่มมามิกซ์แอนด์แมตช์กัน กระทั่งเมื่อราว 2 ปีก่อน ได้ไอเดียกาแฟถังออกมา นำถังขนมมีหูหิ้วมาใส่กาแฟ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกษตรกรนครพนมไม่หวั่นภัยแล้ง หันเลี้ยงแมงสะดิ้งขาย โดยนายนิรัน จำปา ชาวบ้านคำเตย หมู่ที่ 5 ต.คำเตย อ.เมืองนครพนม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเองประกอบอาชีพทำนาเหมือนเพื่อนบ้านทั่วๆ ไป พอหลังฤดูเก็บเกี่ยวก็ไปรับจ้างพอมีรายได้ใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่านั้น กระทั่งเมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อนที่อยู่ จ.เชียงรายได้ชักชวนให้ไปเรียนรู้การเลี้ยงจิ้งหรีดเล็ก หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า แมงสะดิ้ง หรือบางที่เรียกว่า แมงจินาย ซึ่งมีที่มาจากเสียงร้องที่สะดีดสะดิ้งของตัวผู้และตัวเมียเวลาที่ต้องการผสมพันธุ์ โดยหลังจากเรียนรู้ตนเองก็กลับมาสร้างบ่อเลี้ยงซึ่งทำจากไม้และกระเบื้องแผ่นเรียบ ขนาดกว้าง 1.5 เมตร ยาว 3 เมตร สูง 1.2 เมตร จำนวน 2 บ่อ เพื่อเพาะเลี้ยงที่บ้าน จากนั้นก็ขยายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายนิรัน กล่าวอีกว่า โดยเวลาทั้งหมดตั้งแต่เริ่มเลี้ยงจนถึงสามารถจับขายได้ จะอยู่ที่ประมาณ 2 เดือน อาจจะใช้เวลาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงฤดูหนาว เพราะแมงสะดิ้งไม่ทานอาหารทำให้โตช้ากว่าปกติ โดยค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงจะอยู่ที่ประมาณ 500 บาทต่อบ่อ แต่จะสามารถจับขายได้ถึงบ่อละ 2,000 – 3,500 บาทเลยทีเดียว โดยตนเองมีอย
“หนู” เป็นสัตว์ศัตรูพืชที่สำคัญ เพราะสามารถกัดแทะทำลายพืชผลทางการเกษตรให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก ขณะเดียวกันหนูนั้นเป็นอาหารโปรตีนชั้นดี จึงมีเกษตรกรหัวใสได้ใช้ภูมิปัญญาในการจับหนูและเลี้ยงหนู ทำรายได้เลี้ยงครอบครัวได้อย่างสบาย อย่างเช่น คุณเชาวฤทธิ์ แสนปรางค์ อายุ 46 ปี ชื่อเล่นว่า “ฤทธิ์” อยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 2 บ้านมะค่า ตำบลมะค่า อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคาม โทร. (063) 016-1969 คุณฤทธิ์ แสนปรางค์ มีอาชีพหลักทำนา ได้ใช้เวลาว่างออกจับหนูขาย และเลี้ยงหนูขาย สามารถทำรายได้เลี้ยงครอบครัวมาเป็นเวลานับ 10 ปี เดือนละกว่า 15,000 บาท คุณเชาวฤทธิ์-คุณละมัยพร แสนปรางค์ เจ้าของฟาร์มหนูพุก คุณฤทธิ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพหลักทำนา 6 ไร่ ได้ใช้เวลาว่างออกดักจับหนูในทุ่งนาในพื้นที่หมู่บ้านของตนเองและหมู่บ้านใกล้เคียง โดยใช้ลวดดักหนู ทำเป็นวง นำมาผูกติดกับหลักที่ทำด้วยไม้ไผ่ แล้วนำไปวางไว้ตามทางเดินของหนู โดยช่วงบ่าย ประมาณ 3-6 โมงเย็น จะนำกับดักไปปัก จากนั้นช่วงเช้าตรู่จะไปเก็บกู้ แต่ละวันใช้กับดักประมาณ 100 อัน จะได้หนูพุกวันละประมาณ 10-30 ตัว ชำแหละขายตามตลาดนัดในหมู่บ้าน ไม่เพียงพอกับ
อุปกรณ์ขาต่อสำหรับทำงานบนที่สูง เหมาะสำหรับทำงานฝ้า เก็บผลไม้ ตัดแต่งกิ่ง ในพื้นที่แคบๆ เพราะในปัจจุบัน การทำงานในหลายมาตรฐาน คือห้ามใช้เอเฟรมเข้าไปทำงาน อย่างในเมกาโฮม คือใช้เอเฟรมขึ้นได้แต่ไม่เกิน 3 เมตร เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แต่อุปกรณ์ขาต่อตัวนี้ได้ถูกรับรองที่ประเทศแคนาดา และสหรัฐอเมริกา แล้วว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย โดยผ่านการเทรนนิ่ง ในการเทรนนิ่งใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมง ก็สามารถใช้งานได้คล่องตัว อายุการใช้งานได้มากกว่า 10 ปี ขาแต่ละคู่ก็เหมือนรองเท้าแต่ละคู่สำหรับบางคน เมื่อบุคคลนี้เทรนนิ่งได้ก็สามารถใช้งานได้ เพราะฉะนั้นจะอยู่ในมาตรฐานความปลอดภัย ประสิทธิภาพในการใช้งาน ใช้หลักการของขาเทียม มีระบบโช๊ค และสปริงรองรับ วัสดุทำจากอลูมิเนียม ช่วยในการทำงานประยุกต์ ใช้ทำงานที่หลากหลาย ทดแทนการใช้บันได หรือนั่งร้าน เข้าถึงบริเวณที่แคบและสูงสามารถปรับระดับความสูงได้หลายระดับความสูงตั้งแต่ 36”-48” (90cm-120cm) สามารถใช้งานได้ทั้งพื้นเรียบ และพื้นขรุขระ ตัวพื้นทำจากเอบีเอส เป็นพลาสติกที่มีความสมดุลทั้งในเรื่องความแข็งและความเหนียว สามารถคงสภาพรูปร่างได้ดี ทำให้มีคุณสมบัติท
จากเหตุการณ์ข่าวดังหรือข่าวสะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นเป็นประจำบนท้องถนน หรือแม้กระทั่งบริเวณอื่นๆก็ตาม มักจะมีกล้องติดรถหรือกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเหตุการณ์ไว้ได้เสมอ แต่อุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้ตลอด ไม่ว่าเราจะประมาทหรืออีกฝ่ายจะประมาทก็ตาม กล้องติดรถจึงเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ผู้ใช้รถใช้ถนนวางใจ เสมือนเป็นพยานที่ตามติดตัวทุกครั้งที่สตาร์ทรถออกไป คุณพรเทพ ภาคบูรณ์ ผู้จัดการการตลาด บริษัท ออโต้วิชั่น จำกัด บริษัทนำเข้าและติดตั้งกล้องติดรถยนต์คุณภาพสูงแบบ Full HD (ฟูล เอชดี) ออกแบบและพัฒนาจากประเทศสหรัฐอเมริกา ภายใต้ แบรนด์ Proof (พรูฟ) สินค้าทุกรุ่นมีมาตรฐาน CE , FCC ที่ได้รับการรับรองจากยุโรป ผลิตในไต้หวัน และจีน เผยว่า ปัจจุบันยอดขายกล้องติดรถเพิ่มมากขึ้น สืบเนื่องจากผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับข่าวสารกรณีเหตุการณ์ดังหรือกระแสข่าวที่เกี่ยวข้องกับการบันทึกภาพของกล้องติดรถ ล่าสุดน่าจะเป็นข่าวลุงวิศวฯกับกลุ่มวัยรุ่นชาย ที่กระตุ้นยอดขายได้ดีมาก การติดตามข่าวสารดังกล่าว ทำให้ผู้ใช้รถใช้ถนนรู้สึกว่าการติดกล้องติดรถยนต์ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับชีวิตและทรัพย์สินของตัวเองได้ระดับหนึ่ง คุณพรเทพ กล่า
ช่วงหน้าแล้ง ชาวบ้านที่เป็นเกษตรกร ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ว่างจากการทำนาจึงได้หาอาชีพเสริมอื่นๆ ทำ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว เช่นเดียวกับนางตุ้ม ขาวงาม อายุ 72 ปี ชาวบ้านมะค่า หมู่ที่ 5 ต.มะค่า อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ก็ได้ใช้เวลาว่างจากการทำนา ออกหาแหย่ไข่มดแดงขาย โดยถือไม้ไผ่และฮวด ที่เป็นอุปกรณ์สำหรับแหย่ไข่มดแดง ออกหาแหย่ไข่มดแดงตามต้นไม้ ทั้งในหมู่บ้าน และตามทุ่งนา ซึ่งแต่ละวันสามารถหาไข่มดแดงมาขายได้ไม่ต่ำกว่าวันละ 700 – 800 บาทเลยทีเดียว นางตุ้ม เปิดเผยว่า อาชีพหลักของตนนั้นคือการทำไร่ ทำนา แต่เมื่อมีเวลาว่างก็จะหาไข่มดแดงมาขายเป็นรายได้เสริม ซึ่งทำมานานกว่า 12 ปีแล้ว สำหรับการหาไข่มดแดงนั้น ก็จะไปกับคุณตา 2 คน โดยจะออกไปหารังมดแดงในทุ่งนา หรือในหมู่บ้าน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. ซึ่งมดแดงจะชอบทำรังออกไข่บนต้นไม้หลายชนิด อาทิ ต้นสะแก ต้นสะเดา และต้นมะม่วง ส่วนจะรู้ว่ารังไหนมีไข่มากๆ นั้น ก็ต้องสังเกตรังที่มีใยขาวๆ อยู่ขอบรัง และถ้ารังไหนที่มีน้ำหนักจนกิ่งไม้โน้มลงมา จะได้ไข่มดแดงมากเป็นพิเศษ เมื่อได้ไข่มดแดงมาแล้ว ก็จะนำมาแช่น้ำเพื่อคัดแยกไข่ออกจากตัวมดแดง ซึ่งวิธีคัดก็ต้
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ จ.ชัยนาท ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่ 70 ถนนชัยณรงค์ ในตัวเมืองชัยนาท เป็นบ้านของคุณวิเชียร สมศรี อายุ47ปี อดีตผู้ช่วยผู้จัดการสาขาห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ที่ได้ผันตัวมาใช้ชีวิตวิถีพอเพียง โดยลาออกจากงานประจำที่จำเป็นจะต้องโยกย้ายสถานที่ทำงาน จากตำแหน่งที่ปรับเลื่อน ทำให้ต้องห่างบ้านห่างครอบครัวอยู่เป็นประจำ เมื่อลาออกมาอยู่ที่บ้านได้ศึกษาและยึดอาชีพการเลี้ยงกบในกระชังบก ที่ไม่ต้องใช้บ่อหรือสร้างโรงเรือนที่มีต้นทุนสูง ครั้งแรกทดลองเลี้ยงลูกกบที่สั่งซื้อจากฟาร์มมาจำนวน1,000ตัวในราคาตัวละ2บาทรวม2,000บาท โดยใช้เวลาในการเลี้ยงประมาณ90วันก็จะไดขนาดตัวละ300กรัม หรือ 3ขีด สามารถจับขายส่งได้ราคากิโลกรัมละ80บาท หรือขายปลีกจะได้ราคากิโลกรัมละ100บาท จากการลงลูกกบเลี้ยงแบบรุ่นต่อรุ่น ทำให้มีรายได้จากการขายกบเดือนละกว่า10,000บาท แม้จะน้อยกว่าเงินเดือนประจำ แต่ก็เหลือเก็บมากกว่าตอนทำงานประจำ เพราะอยู่บ้านตัวเอง ไม้ต้องเช่าห้อง แถมครอบครัวอบอุ่นและสุขใจที่ได้อยู่พร้อมหน้ากัน
