หลักสูตรเรียนฟรี
เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงอากาศหนาวเย็นมีเกษตรกรจำนวนมากในพื้นที่ อ.ธาตุพนม จ.นครพนม พากันแห่ปลูกต้นหอม หรือชาวอีสานเรียกว่า “หอมแบ่ง” ผักใช้น้ำน้อยทนแล้ง โดยเฉพาะที่ ต.แสนพัน ถือเป็นแหล่งปลูกใหญ่ ตามแนวริมฝั่งแม่น้ำโขงไปจาก บ.แสนพัน หมู่ 5 ปลูกยาวสุดลูกหูลูกตา เรื่อยไปจนถึง บ.ศรีนคร ต.พระกลางทุ่ง ระยะทาง 3-4 กิโลเมตร ถึงขนาดมีพ่อค้าคนกลางมาจองคิวและนำเงินมัดจำล่วงหน้า ทำให้เกษตรกรผู้ปลูกกว่า 50 ราย พื้นที่ปลูกกว่า 100 ไร่มีรายได้ตกเดือนละ 1 แสนบาท โกยเงินเข้ากระเป๋าเป็นล่ำเป็นสัน นางแอ๋ม ต้นสวรรค์ วัย 36 ปี และนายสมชาย ต้นสวรรค์ อายุ 42 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน บ.แสนพัน หมู่ 5 สองสามีภรรยาหนึ่งในเกษตรกรผู้ปลูกต้นหอมกล่าวว่า ตนและสามีมีที่ดินริมฝั่งโขงเนื้อที่ 6 ไร่ เดิมทีปลูกยาสูบพันธุ์เบอร์เลย์แต่ราคาไม่ดี เพราะโรงงานรับซื้อคัดเกรด จึงหันมาปลูกพืชผักระยะสั้นทนแล้งแทนได้นาน 5-6 ปี เริ่มจากแบ่งพื้นที่ปลูกพริก มะเขือเทศ ต้นหอม ข้าวโพด สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไปในเนื้อที่ดังกล่าว และยังเลี้ยงสุกรแม่พันธุ์ไว้ 13 ตัว พร้อมเลี้ยงโค-กระบือไว้ขายลูกอีกจำนวนหนึ่งด้วย เพื่อเ
“สุนัข” ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ 4 เท้า ที่จงรักภักดี และรักเจ้าของแบบถวายชีวิตให้เลย ซึ่งบรรดาผู้ที่ทำธุรกิจประเภทฟาร์มขายสุนัขก็สรรหาพัฒนาสายพันธุ์สุนัขขึ้นมาเรื่อยๆ อาทิ สุนัขตัวจิ๋ว หรือ T Cup ส่วนใครที่ชอบสุนัขตัวใหญ่ ต้องยกให้สุนัขสายพันธุ์ “คอเคเซียน เชพเพิร์ด” (Caucasian Shepherd) เพราะเจ้าตูบสายพันธุ์นี้มีน้ำหนักตัวหลักร้อยกิโลกรัม นิสัยฉลาด ไหวพริบดี ไอคิวสูง หูไวตาไว กล้าหาญ ซื่อสัตย์ สู้ยิบตา คุณพักตร์วิมล ทองทา หรือ คุณบี เจ้าของร้าน asiapuppy นำเข้า-ส่งออก สุนัขหายากกว่า 60 สายพันธุ์ เช่น ทิเบตัน มาสติฟ, เซนต์เบอร์นาร์ด, นโปเลี่ยน มาสติฟ, พูลี่, เซ็นทรัลเอเชีย, นิวฟันด์แลนด์, เกรทเดน, เคน คอร์โซ่, อลาสกัน มาลามิวต์, เชาว์ เชาว์, รัฟ คอลลี่, บูลด็อก, ฟิล่า บราซิเลียโร ฯลฯ เอาใจคนรักสุนัขสายพันธุ์ใหญ่บางสายพันธุ์ มีคุณบีนำเข้าแต่เพียงผู้เดียวในเมืองไทย คุณบี อยู่ในแวดวงธุรกิจซื้อ-ขายสุนัขมายาวนาน เธอเล่าว่า ครอบครัวของเธอทำฟาร์มสุนัขมาก่อนอยู่ที่องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) จตุจักร โดยเปิดร้านจำหน่ายสุนัขนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลักเกือบทุกสายพันธุ์ ทั้งเล็กและใหญ่ แต่ระยะหลั
ปิดฉากไปเรียบร้อยแล้วสำหรับงานTHAILAND OTOP INTERTRADER GRAND OPENING 2016 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็วๆนี้ที่ลานอเนกประสงค์ ชั้น 2 อาคารบี ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ ถือเป็นงานใหญ่อีกงานของชาวโอท็อป เพราะเป็นครั้งแรกในการจัดงานดังกล่าวที่มีบรรดาเทรดเดอร์ของโอทอปเป็นเจ้าภาพจัด ภายใต้การดูแลของคุณวัชรพงษ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ประธานโอทอป เทรดเดอร์ ไทยแลนด์ และประธาน บริษัท อยุธยา โอทอป อินเตอร์เทรดเดอร์ จำกัด คุณอภิชาติ โตดิลกเวชช์ อธิบดีกรมพัฒนาชุมชน กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดงานว่า รู้สึกสบายใจเพราะเป็นงานเดียวที่ทางกรมไม่ต้องเสียงบประมาณในการจัด ซึ่งที่ผ่านมาปัญหาสำคัญของสินค้าโอท็อปคือช่องทางการตลาด เพราะเรื่องการผลิตและคุณภาพสินค้านั้นเป็นที่ยอมรับอยู่แล้วในระดับสากล แม้กระทั่งจุดกำเนิดสินค้าโอทอปที่ทางไทยไปนำต้นแบบมาจากประเทศญี่ปุ่น ยังบอกว่าโอทอปของไทยพัฒนาก้าวหน้าไปมาก ไม่จำเป็นต้องไปดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นอีกต่อไปแล้ว เทรดเดอร์เข้มแข็ง10 จังหวัด อย่างไรก็ตามตอนนี้ปัญหาการตลาดของโอทอปมีทางแก้แล้วนั่นคือ โอทอป เทรดเดอร์ ซึ่งจะมาช่วยเพิ่มช่องทางการขายให้มากขึ้น และสอดรับกับนโยบายไทยแลนด์4.0 ข
ยุคนี้ สมัยนี้ อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ธุรกิจส่วนตัว เป็นที่ต้องการของคนวัยทำงาน ทั้งที่เริ่มทำงาน และทำงานมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่อาชีพอะไรที่เหมาะกับใครนั้น อาจจะต้องเลือกๆ ดูๆ กันไป เอาง่ายๆ ว่า ใครทำอาชีพอะไรแล้วสนุกไปกับมัน ก็อันนั้น นั่นล่ะ เช่นเดียวกับ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มเจนวาย มีอาชีพหลักเป็นเจ้ากิจการทางด้านสื่อการเรียนการสอนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะเสาะหา มองหาอาชีพเสริม ซึ่งในที่สุดก็มาลงตัวกับ “มะม่วงเบา” (มะม่วงเบา เป็นมะม่วงพื้นเมืองทางภาคใต้ มีผลขนาดเล็ก เนื้อผลกรอบ มีรสชาติเปรี้ยว เปรี้ยวขนาดที่ว่าแทบจะไม่มีรสชาติอื่นเจือปน ทว่าเมื่อนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงแช่อิ่มแล้ว กลับมีรสชาติดี แบบชนิดที่เรียกว่า ยิ่งกินยิ่งเพลิน) คุณต่อ เล่าว่า เคยซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม จากทางภาคใต้ มาฝากเพื่อนๆ เพื่อนๆ ติดใจ และถามหา จากนั้นก็ไปรับผลผลิต มาทำการตลาด ทำไปทำมา ขายดิบขายดี มีลูกค้าซื้อซ้ำ กระทั่งมาสู่การเปิดโรงงานเล็กๆ แปรรูปเองเลยในปัจจุบัน โดยยังรับซื้อผลผลิตสดจากทางภาคใต้เช่นเดิม ถ้าพูดถึงราคามะม่วงเบา ก่อนหน้านี้ เป็นมะม่วงที่ แม้แต่คนพื้นถ
ไก่พันธุ์ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ เกิดจากการผสมข้ามพันธุ์ ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง แม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิดเป็นไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ขึ้นมา ซึ่งลักษณะทั่วไปของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ จะมีรูปร่างสมส่วน สวยงามทั้งเพศผู้และเพศเมีย มีลักษณะหงอนหินประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์ และอีก 15 เปอร์เซ็นต์ มีลักษณะหงอนหนอนจักร ขนออกเป็นสีเหลืองทอง แข็งสีเหลือง จะงอยปากเหลือง นอกจากนี้ ยังมีความแข็งแรง ทนโรค ถือได้ว่าเป็นไก่ที่เลี้ยงง่าย เพราะสามารถทนต่อสภาวะแวดล้อมที่แปรปรวนได้ดี คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง และคุณพ่อ คุณ ณ นพชัย ผิวเกลี้ยง อยู่บ้านเลขที่ 328 หมู่ที่ 2 ตำบลบ่อสุพรรณ อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี เป็นเกษตรกรที่เล็งเห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นเฉพาะตัว ทำให้เขาสนใจนำมาทดลองเลี้ยงจนประสบผลสำเร็จ เรียกได้ว่าการเลี้ยงไก่ตะเภาทองเกษตรศาส
“เส้นทางเศรษฐีออนไลน์” เคยนำเสนอไปเมื่อหลายเดือนก่อน เกี่ยวกับเรื่องราวของคุณนัท-วรวุฒิ เลิศชูสกุล เจ้าของกิจการผลิตและจำหน่ายเครื่องประดับสไตล์ไทยประยุกต์ เน้นการออกแบบไปที่ลวดลายของ “พญานาค” ภายใต้ชื่อเรียกขานแบรนด์ “จักรานาคา” สำหรับเรื่องราวของผู้ประกอบการรายนี้ มีความน่าสนใจอยู่ตรงที่ แต่เดิมเขาทำค้าขายเกี่ยวกับอาหารมาทั้งชีวิต จนวัยใกล้ห้าสิบ แต่ทำเท่าไหร่ยังไม่รุ่ง เลยตัดสินใจเริ่มต้นธุรกิจใหม่ ด้วยการก้าวเข้าสู่วงการเครื่องประดับด้วยความบังเอิญบวกกับความเชื่อส่วนตัวเรื่อง “พญานาค”เป็นทุน และแม้เพิ่งเริ่มทำธุรกิจใหม่ได้ไม่กี่ปี แต่ทุกวันนี้มีทั้งบ้าน-มีทั้งรถ เป็นของตัวเอง แถมมีออร์เดอร์เข้าทุกวัน แบบไม่ขาดสาย เรียกว่า “สวนกระแส”เศรษฐกิจซบเซามากเลยทีเดียว แถมล่าสุด ทราบข่าวว่า เครื่อประดับลาดวลายพญานาค ในแบบของเขานั้น “ขายดิบขายดี” มากกว่าแต่ก่อนขึ้นไปอีก เพราะด้วยอานิสงส์จาก “นาคี” ละครดังทางช่อง 3 ที่เพิ่งลาจอไป คุณนัท เล่าที่มาของประเด็นนี้ให้ฟัง ด้วยความที่เขาทำเครื่องประดับเกี่ยวกับพญานาค ขายอยู่แล้ว จึงเห็นโอกาสดีที่จะประชาสัมพันธ์สินค้าให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้น จึงต
กระดาษฟางข้าวจากท้องนาที่เราทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีประโยชน์นานัปการ ใช้เลี้ยงสัตว์ ใช้มุงหลังคาหรือแม้กระทั่งใช้ทำกระดาษขาย สร้างรายได้หลายแสนบาทต่อปี! คุณนุ๊ก-จารุวรรณ คำเมือง หนึ่งในเจ้าของธุรกิจกระดาษฟางข้าวส่งออก เล่าว่า “ตอนเด็กๆ คุณครูที่รร.บ้านสามขาจะสอนให้นักเรียนรู้จักเห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบชุมชน อย่างห้วยสามขา เห็ด ป่า นา ข้าว พอโตขึ้นนุ๊กมีโอกาสได้รับทุนการศึกษาจากมูลนิธิไทยคม เรียนจนจบปริญญาตรี สาขาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ แต่ถึงจะเรียนอยู่กรุงเทพฯ ใจก็ยังคิดเสมอว่าอยากกลับมาพัฒนาบ้านเกิดค่ะ เพราะเราผูกพันกับชุมชนบ้านสามขาตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบจึงตัดสินใจกลับมาเริ่มต้นธุรกิจทำกระดาษฟางข้าวค่ะ” ทำไมถึงเลือกทำกระดาษฟางข้าวขาย? “สาเหตุที่นุ๊กเลือกทำกระดาษฟางข้าว เพราะเห็นว่าฟางข้าวเป็นวัสดุที่เหลือใช้ทางการเกษตรฯ ที่มีอยู่ในชุมชน เป็นวัสดุที่เหลือใช้ของบรรพบุรุษ ซึ่งส่วนตัวนุ๊กเองก็ทำนาไม่เป็นปลูกข้าวไม่เป็น แต่ในฐานะของคนรุ่นใหม่เราก็ยังอยากคงไว้ซึ่งอาชีพของบรรพบุรุษอยู่ค่ะ ก็เลยหันมาคิดใหม่ทำใหม่ใช้ความรู้ของตัวเองที่เรียนมาสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ และเมื่อเทรนด
เป็นเรื่องยากที่เหล่าบรรดาเด็กหนุ่มวัยนักศึกษาที่มีใจรักในงานประดิษฐ์ สนใจเทคโนโลยี ระบบคอมพิวเตอร์ เครื่องยนต์กลไก และระบบอิเล็กทรอนิกส์จะมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ที่มีนวัตกรรม เพราะนอกจากเรื่องสถานที่แล้ว เงินที่จะนำมาใช้จ่ายก็เป็นปัจจัยสำคัญลำดับต้นๆ ฉะนั้น ถือเป็นเรื่องราวดีๆ ที่มีคุณหมอใจดี นายแพทย์ภาณุทัต เตชะเสน หรือ คุณหมอจิมมี่ ก่อตั้ง “เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ” เปรียบเสมือนเป็นห้องแล็บและสนามทดลองของบรรดาเด็กที่มีไอเดียดี แต่ขาดสถานที่และเครื่องมือ ได้มาระดมสมองแบบฟรีๆ เปิดให้มาใช้บริการ 24 ชั่วโมง รวมพลคนมีไอเดีย ชิ้นงานต่อยอด เชิงพาณิชย์ เชียงใหม่ เมคเกอร์ คลับ ก่อตั้งขึ้นในปี 2557 ตั้งอยู่ที่ ถนนอารักษ์ ตำบลสุเทพ อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนสถานที่และทุนทรัพย์ตั้งชมรมจากคุณหมอจิมมี่ ก่อตั้งสถานที่นี้ขึ้นเพื่อให้คนที่มีความสามารถหลากหลายมาอยู่รวมกัน ได้มาแลกเปลี่ยน และถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน สร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ตลอดจนการสร้างผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี ภายใต้คำว่า “Made in Thailand” ให้สามารถขายในตลาดโลกได้ คุณหมอจิมมี่ บอกว่า โดยส่
สร้างสีสันให้วงการศาสนา สำหรับกล่องเครื่องเล่นเสียงธรรมแบบพกพา สื่อเผยแผ่ธรรมะร่วมสมัยในยุคดิจิตอลที่บรรจุเสียงธรรมคมชัดไว้ให้ฟังมากมาย อาทิ บทสวดมนต์ เสียงธรรมบรรยายจากพระเถรานุเถระ พระธรรมเทศนา นิทานธรรมะ ข้อคิดเตือนใจต่างๆ วัตถุประสงค์เพื่อให้ทุกเพศ ทุกวัย มองว่าการสวดมนต์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเฉพาะผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ทุกคนสามารถเข้าถึงหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าได้ ฉะนั้น กล่องเครื่องเล่นเสียงธรรมแบบพกพา จึงเป็นทางเลือกของคนที่ต้องการหลีกหนีความวุ่นวาย ทำจิตใจสงบ และผ่อนคลาย พลิกวงการสื่อธรรมะ ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ธรรมสภา สำนักพิมพ์เอกชนที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2530 มีปณิธานในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ตามเจตนารมณ์ของท่านเจ้าคุณพระสุธรรมเมธี (นายบรรลือ สุขธรรม ป.ธ.๘) อดีตเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ ผู้ก่อสร้างธรรมสภา อันเป็นธรรมสภาแห่งแรกของประเทศไทย สมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี ในพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงปิดทองลูกนิมิตเอก ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2493 ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 ธรรมสภาจดทะเบ
นับเป็นอาณาจักรฟาร์มหมูที่ผลิตสุกรแบบครบวงจรมากที่สุดในภาคเหนือ ซึ่งผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ สำหรับ เครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ซึ่งประกอบไปด้วย 4 บริษัทในเครือ ได้แก่ 1. บริษัท วี.พี.เอฟ. กรุ๊ป จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มพ่อพันธุ์แม่ 2. บริษัท แม่ทา วี พี จำกัด ดำเนินกิจการฟาร์มสุกรขุน แบบโรงเรือนปิด 3. บริษัท แม่ทา วี.พี. ฟีดมิลล์ เป็นโรงงานผลิตอาหารสัตว์ 4. บริษัท วี แอนด์ พี เฟร็ชฟูดส์ จำกัด เป็นโรงชำแหละสุกร รวมรายได้ทั้ง 4 บริษัทนับพันล้าน ปัจจุบัน บริษัทในเครือวี.พี.เอฟ.กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 43 ปี บริหารโดยเจเนอเรชั่นที่ 2 ซึ่ง คุณวรพงศ์ จีรประภาพงศ์ ผู้จัดการทั่วไปสายงานผลิตภัณฑ์อาหารในเครือวี.พี.เอฟ. เป็นผู้ให้ข้อมูลกับเส้นทางเศรษฐี จากชาวสวน ความรู้ ม.3 สู่เจ้าของฟาร์มหมูพันล้าน คุณวรพงศ์ เท้าความว่า ฟาร์มหมูแห่งนี้เกิดขึ้นจากคุณพ่อ หรือ คุณยุทธพงศ์ จีรประภาพงศ์ เดิมท่านเป็นชาวสวน จบการศึกษามัธยมปีที่ 3 เริ่มต้นเลี้ยงหมู วัว ไก่ เมื่อปี 2516 ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ 60 ไร่ หมูมีเพียงแม่พันธุ์ 4 ตัว พ่อพันธุ์ 1 ตัว เลี้ยงแบบชาวบ้านทั่วไป ทำคลอดหมูเอง ให้อาหารเอง
