หลักสูตรเรียนฟรี
ตำรา ธุรกิจสมัยใหม่ เน้นเรื่องทำเลเป็นสำคัญ กูรูการตลาดหลายคน บอกว่าคาถาแห่งความสำเร็จคือ Location…Location…Location แต่ร้านกาแฟ “อาข่า อาม่า” ของหนุ่มลี-อายุ จือปา หนุ่มอาข่านักสู้วัย 35 ซุกตัวในซอยเล็กๆ แถมคลุมด้วยต้นไม้เสียแทบสนิท ขนาดเดินจนจะหลุดเข้าไปในร้านแล้วยังหาไม่เจอ แต่เขาเปิดร้านโดยใช้ชื่อบ่งถึงชาติพันธุ์และความรักที่มีต่อแม่นี้มาได้ 7 ปี และคนเดินบุกบั่นตามเข้าไปจิบกาแฟเขาต้อยๆ ไม่เคยขาด ตำราโลเกชั่นถึงกับพังทลายเลยทีเดียว บัดนี้ เขาและกาแฟของเขา ไม่เพียงเป็นที่รู้จักของคนเชียงใหม่ หรือคนไทย หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวเชียงใหม่ แต่มันเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก เทศกาลกาแฟในยุโรปเอากาแฟของเขาไปเป็นตัวแทนกาแฟพิเศษจากไทย และในอีกไม่นาน กาแฟของเขากำลังจะเสิร์ฟในร้านใกล้ๆ ซิลิคอน วัลเลย์ ในอเมริกา ลีเปิดร้านกาแฟที่ซอกหลังอพาร์ตเมนต์เล็กๆ แห่งหนึ่ง ในซอยลึกกลางเมืองเชียงใหม่ ด้วยเหตุผลว่า “มีเงินจ่ายค่าเช่าเท่านี้” ร้านกาแฟสวยงามโด่งดังของเชียงใหม่จะยึดทำเล ถนนนิมมานเหมินทร์ ถนนห้วยแก้ว ถนนช้างคลาน ย่านไนท์บาซาร์ หรือในย่านคูเมือง ซึ่งเขาก็ไปดูมาหมด แต่เมื่อรู้ราคาค่าเช่าก
บ้านนาทุ่งใหญ่ หมู่ 1 ต.นครชุม อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านมีอาชีพหลักคือทำนา สามารถทำได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ดังนั้นจึงต้องมีการหาอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านระหว่างว่างเว้นการทำนาทำไร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทอผ้าที่มีการสืบทอดต่อๆ กันมาหลายชั่วอายุคน หรืออาชีพอื่นๆ ที่ทางรัฐบาลให้งบสนับสนุนส่งเสริมลงไปในพื้นที่ แต่ก็ไม่จีรังยั่งยืน โดยเฉพาะการทอผ้าลายพื้นถิ่นของคนตำบลนครชุมที่กว่าจะผลิตออกมาได้แต่ละผืน ไม่สามารถจำหน่ายได้เพราะไร้ช่องทางการตลาด บรรดาผู้สูงอายุและวัยกลางคนแทบจะเลิกอาชีพการทอผ้าเพื่อจำหน่ายกันไปแล้ว ที่หลงเหลืออยู่ก็เป็นการทอผ้าเก็บไว้เพื่อนำเสนอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวชมในหมู่บ้านเท่านั้น ปัจจุบันชาวบ้านนาทุ่งใหญ่ต่างเริ่มหันมาทำไม้กวาดดอกหญ้าเพื่อจำหน่ายกันเป็นส่วนใหญ่เพราะมีรายได้ที่สามารถจับต้องได้โดยเฉลี่ยต่อคนได้ไม่ต่ำกว่า 200-300 บาท นายกองสี รัตนโค้น อายุ 67 ปี ประธานกลุ่มไม้กวาดดอกหญ้าบ้านนาทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ปัจจุบันชาวบ้านนาทุ่งใหญ่หันมาทำไม้กวาดดอกหญ้าเพื่อจำหน่าย โดยขณะนี้มีสมาชิกในหมู่บ้านทั้งหมด 45 คน และหมู่บ้านอื่นๆ ใน ต.นครชุม อีกรวมทั้งหมด 95
โอริกามิ (Origami) เป็นศิลปะการพับกระดาษของญี่ปุ่นให้เป็นรูปร่างสิ่งของต่างๆ เป็นการฝึกทักษะการเรียนรู้ที่น่าสนใจโดยเชื่อกันว่าถ้าเด็กๆ ได้เล่นการพับกระดาษแบบโอริกามิจะช่วยให้เกิดการพัฒนาการเรียนรู้ที่ดี เมื่อเติบโตขึ้นสามารถนำไปพัฒนาต่อยอดใช้กับการทำงานจริงได้ เช่น ทางด้านการออกแบบวิศวกรรม อุตสาหกรรม เป็นต้น เมื่อก่อนศตวรรษที่ 20 วิธีการและรูปแบบการพับกระดาษของญี่ปุ่นยังเป็นแบบธรรมดาทั่วไป แต่หลังจากนั้น การพับกระดาษก็ได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปจนเป็นมากกว่าแค่การพับกระดาษ รูปแบบการพับกระดาษโอริกามิที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นคือ กบและนก โดยวัตถุดิบสำคัญที่ใช้คือกระดาษซึ่งถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศจีนเมื่อ 250 ปีก่อนคริตศักราช จากนั้นญี่ปุ่นก็ได้เรียนรู้วิธีการทำกระดาษ สี หมึก จากประเทศจีนและสามารถผลิตใช้ได้เองในปีค.ศ.610 รูปแบบการพับกระดาษของญี่ปุ่นมีความซับซ้อนมากขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1200 จนเมื่อ 400 ปีที่แล้วได้มีหลักสูตรการพับกระดาษขึ้นแก่เด็กๆ ในโรงเรียน เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมตะวันออกและตะวันตก อาคิระ โยชิซาวา (Akira Yoshizawa) เป็นผู้สร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในศิลปะการพับ
ผมไปเที่ยวภูเก็ตครั้งล่าสุดมีลาภปากที่ได้กินกุ้งมังกร ที่ต้องใช้คำว่า ลาภปากก็เพราะเป็นกุ้งที่มีราคาแพงเหลือเกิน กุ้งชนิดอื่นๆ กิโลกรัมละ 1,000 กว่าบาท ก็ถือว่าแพงแล้ว ทว่ากุ้งมังกรกิโลกรัมละตั้ง 3,000 บาท และได้กุ้งเพียงตัวเดียวเท่านั้น เพราะแต่ละตัวหนักเป็นกิโล นี่ถ้าต้องซื้อกุ้งมังกรกินเองผมคงไม่ซื้อกิน เสียดายเงิน ที่ยอมกินก็เพราะมีเจ้ามือ แต่ก็เกรงใจเหมือนกันจึงกินเพียงพอประมาณ คือให้รู้ว่าเนื้อกุ้งมีรสชาติเป็นอย่างไรก็พอ ผมได้รับทราบจากร้านขายอาหารทะเลว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวต่างชาตินิยมมากินกุ้งมังกรที่ภูเก็ต หากไม่ได้มากินกุ้งชนิดนี้ก็เหมือนไม่ได้มาเที่ยวภูเก็ต ก็ว่าได้ ก็เพราะอย่างนี้แหละจึงทำให้กุ้งมังกรราคาแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะกุ้งตามธรรมชาติที่ชาวประมงจับได้มีน้อย ขณะที่คนกินมีมากขึ้น ร้านอาหารที่ภูเก็ตจึงสั่งซื้อกุ้งมังกรมาจากพม่าเสียเป็นส่วนใหญ่ กุ้งมังกรนำเข้าไม่ค่อยจะดีเพราะกุ้งจะตายก่อนถึงผู้กินกว่าครึ่ง กุ้งตายกับกุ้งเป็นราคาต่างกัน กุ้งตายเนื้อจะเละไม่แน่นเหมือนกุ้งเป็น ก็เพราะกุ้งมังกรมีราคา จึงทำให้ชาวประมงหันมาทำกระชังเลี้ยงกันหลายราย พอผมได้รับรู้ว่ากุ้งมังกรเลี
ช่วงฤดูฝนแม่ค้าจะนำมันปูนาอาหารหากินยากมาวางขาย แม่ค้าต้องนำปูตัวเมียมาเคี่ยวจนได้มันจากตัวปู ส่งผลราคาขายดีกิโลกรัมละ 400 บาท มีเท่าไหร่ไม่พอขาย นิยมทานกับข้าวสวยร้อนๆ และนำไปประกอบอาหารได้หลายอย่างอีกด้วย เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ตลาดใต้ ตลาดเทศบาล 1 อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นตลาดเช้ามีผู้คนนิยมไปจับจ่ายอาหารกัน เพราะมีทั้งอาหารสด คาว หวาน สำเร็จรูปจำนวนมากให้ทุกคนได้เลือกหาตามต้องการ โดยเฉพาะในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ การจับจ่ายซื้ออาหารเช้าจะพบกับอาหารที่นำมาขายในช่วงหน้าจำนวนหลายชนิด อาทิ จำพวกหน่อไม้ ปลาแม่น้ำหลากชนิด ปลาจ่อม กุ้งฝอย และปูนา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในจำนวนหนึ่งมีแม่ค้าที่นำอาหารประเภทปูมาวางขายให้ลูกค้าเลือกซื้อกัน เป็นร้านที่ขายปูนาแบบครบวงจร เพราะมีปูนาต้ม ก้ามปู ปูดอง ตลอดทั้งปูนาตัวเป็นๆ ใส่ถุงวางขายให้เลือกซื้อกันตามความต้องการ ซึ่งเป็นร้านของนางยุพิน แก้วชาวนา เพราะทุกหน้าฝนจะมีมันปูนา บรรจุใส่ถุงขาย น้ำหนักประมาณขีดกว่า ราคาถุงละ 50 บาท ราคาขายกิโลกรัมละ 400 บาท ทำมาเท่าไหร่ก็ขายหมด โดยเช้าวันนี้ทำมันปูนามาจำนวน 6 กิโลกรัม นางยุพิน กล่าวว่า ตลอ
ในอดีตลำไยอาจจะนำมาแปรรูปได้ไม่กี่อย่าง เช่นนำมาอบแห้งทำน้ำลำไย หรือเป็นส่วนผสมในขนมหวาน แต่ปัจจุบันได้มีการนำลำไยทั้งสดและแห้งมาใช้เป็นวัตถุดิบในการทำอาหารคาวหวานสารพัด เช่น เค้กลำไย กาแฟลำไย ลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต วัตถุประสงค์อย่างหนึ่งคือ เพื่อดึงดูดให้ชาวต่างชาติและเด็กรุ่นใหม่ได้หันมาบริโภคกัน ซึ่งปรากฎว่าได้รับความนิยมอย่างดี โดยในส่วนของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ต.มะเขือแจ้ อ.เมือง จ.ลำพูน เป็นกลุ่มที่ผลิตลำไยเนื้อสีทองเคลือบช็อกโกแลต ขายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน ภายใต้แบรนด์สวัสดี( Sawasdee) มีวางขายที่คิงส์ พาวเวอร์ ในท็อป ซุปเปอร์มาร์เก็ต และห้างอีกหลายแห่งที่เชียงใหม่ ขายในคิงพาวเวอร์ คุณเกษร ชัยพนัส ที่ปรึกษาของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มแม่บ้านริมร่อง ย้อนความเป็นมาของกลุ่มให้ฟังว่า ตั้งมาเมื่อปี 2549 โดยการรวมตัวกันของสมาชิกกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรที่ทำลำไยอบแห้งเนื้อสีทองในตำบล จำนวน 10 คน และเมื่อลูกสาวคือ“ปิยะภรณ์ สมพงษ์” ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เรียนจบด้านบริหารธุรกิจ ระดับปริญญาตรี ก็มาช่วยงาน โดยรับหน้าที่ประธานกลุ่ม พร้อมได้พัฒนากระบวนการผลิต ตั้งแต่การคัดเลือกลำไย การกว๊
“กาแฟ” เป็นพืชชนิดหนึ่งที่ทางราชการเข้าไปส่งเสริมให้ชาวบ้านดอยมูเซอปลูกทดแทนฝิ่น ตั้งแต่ ปี 2514 แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จในช่วงแรก เนื่องจากขาดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องกระบวนการปลูก การเก็บผลผลิต จนทำให้เกิดปัญหาด้านการตลาด และราคาตกต่ำ การปลูกกาแฟบนดอยมูเซอไม่เพียงส่งเสริมให้ชาวบ้านมีรายได้จากพืชอื่นแทนการปลูกฝิ่น แต่ต้องการให้พวกเขาช่วยกันปลูกพืชเพื่อรักษาและอนุรักษ์ผืนป่าต้นน้ำด้วย ดังนั้น หากชาวบ้านหมดหวังในเรื่องรายได้แล้วเลิกปลูกกาแฟหันไปปลูกพืชอายุสั้นแทน อาจส่งผลกระทบต่อผืนป่าต้นน้ำในระยะยาวด้วย คุณจักรพงษ์ มงคลคีรี หรือ คุณพงษ์ เป็นหนึ่งในชาวบ้านที่ตระหนักในเรื่องดังกล่าวอย่างดี จนทำให้เขาพยายามผลักดันให้ชาวบ้านจำนวนมากยังคงปลูกกาแฟต่อไป ด้วยการรับซื้อกาแฟสด พร้อมทั้งเร่งฟื้นฟูความรู้เกี่ยวกับการปลูกกาแฟให้มีคุณภาพ รวมถึงต่อยอดไปถึงการแปรรูปจนนำมาสู่การพัฒนาเป็นกาแฟออร์แกนิก ในชื่อ “กาแฟสดมูเซอ” เดิมคุณพงษ์มีโรงคั่วกาแฟอยู่ในพื้นที่ ซึ่งตั้งมานานกว่า 10 ปี ตลอดเวลาเขาพบว่าชาวบ้านปลูกกาแฟแบบขาดรูปแบบที่แน่นอน และขาดคุณภาพ จนมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ไม่มีคนมารับซื้อกาแฟ เพราะในช่วงน
เมื่อเร็วๆ นี้ผมมีโอกาสได้ไปดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินและนิวเคลียร์ที่ประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศส แน่นอนการเดินทางไปดูงานจะเป็นของราชการก็จริง แต่เพื่อความสะดวกจำเป็นต้องจ้างให้บริษัททัวร์พาไป เมื่อมีบริษัททัวร์ก็ต้องมีไกด์ สำหรับนำคณะไปดูงาน ผมต้องยอมรับว่า เท่าที่ผมได้ท่องเที่ยวกับทัวร์มาแล้วหลายประเทศ ไม่มีไกด์คนใดเก่งและมีความสามารถสูงเท่ากับ ไกด์ธนากร ชยางศุ ที่พาคณะของเราดูงานครั้งนี้ ผมมารู้ตอนหลังว่าเป็นไกด์คนเดียวของประเทศไทยที่แทบไม่มีวันว่างเลย เพราะจะถูกบริษัททัวร์จองตัวไว้ตั้งแต่ต้นปีถึงปลายปี กลับจากเป็นไกด์ให้ผมและคณะก็จะเดินทางเป็นไกด์พาลูกทัวร์ไปอังกฤษ คุณธนากร เป็นไกด์อิสระ ไม่สังกัดกับบริษัททัวร์แห่งใด เขายินดีเป็นไกด์ให้กับทุกบริษัท โดยคิดค่าตัววันละ 5,000 บาทขาดตัว “ทำวันละเพียง 2 ชั่วโมง ก็ 5,000 บาท หรือทำตลอดวันก็ 5,000 บาท” เขาบอกกับผม เนื่องจากเขาต้องทำงานเกือบทุกวันจึงแทบไม่มีเวลาได้ใช้เงิน เพราะเวลางานไม่ว่าจะค่ากิน ค่าที่พัก บริษัททัวร์เป็นคนจ่ายให้ไกด์ทั้งหมด เหตุที่ทำให้คุณธนากรเป็นไกด์ขายดีก็เพราะพูดได้ถึง 6 ภาษา คือ จีน อังกฤษ อินเดีย อิตาลี เยอรมนี และฝรั่งเศ
เรียบร้อยไปแล้วสำหรับการประกาศผลและพิธีมอบรางวัลนวัตกรรม เนื่องใน “วันนวัตกรรมแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๕๙” เพื่อเชิดชูเกียรติแก่นวัตกรไทยที่สามารถพัฒนานวัตกรรมจนประสบความสำเร็จ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) ร่วมกับมูลนิธิข้าวไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และสมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ในปีนี้แบ่งรางวัลออกเป็น 7 ประเภท ได้แก่ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม รางวัล Inspirational Innovator รางวัล Startup of the year รางวัล Total Innovation Management รางวัลนวัตกรรมข้าวไทย และรางวัลนวัตกรรมแห่งประเทศไทย โดยผู้ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในแต่ละประเภท ดังนี้ รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม ไข่ออกแบบได้ บริษัท คลีน กรีนเทค จำกัด ด้านสังคม ได้แก่ ผลงานนวัตกรรม การพัฒนาโพรไบโอติกแลกโตแบซิลลัสพาราเคซิอิเอสดีหนึ่งเพื่อใช้ป้องกันฟันผุ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ รางวัลการออกแบบเชิงนวัตกรรม สาขา Food Design ได้แก่ แป้งเบเกอรี่สำเร็จรูปปราศจากกลูเต็น บริษั
เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ทพ.ไพศาล กังวลกิจ นายกทันตแพทยสภา กล่าวว่า ตามที่ พ.ร.บ.พลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ปรับปรุงใหม่ และจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 เป็นต้นไป ได้กำหนดให้เครื่องกำเนิดรังสีหรือเครื่องเอ็กซเรย์ทางทันตกรรม จะต้องมีใบอนุญาตครอบครองเครื่องกำเนิดรังสีและผู้ใช้งานจะต้องเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยด้านรังสี ซึ่งต้องสอบเพื่อรับใบอนุญาต และคลินิกทันตกรรมทุกแห่งต้องมีเครื่องเอ็กซเรย์ที่มีมาตรฐาน ซึ่งเป็นไปตามที่ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ได้บังคับไว้ ดังนั้น จะมีคลินิกทันตกรรมกว่า 6,000 แห่งที่ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติฉบับใหม่นี้ ทางทันตแพทยสภาจึงได้ทำหนังสือถึงนายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)เกี่ยวกับการออกกฎกระทรวงตาม พ.ร.บ.นี้ และเตรียมเข้าพบเพื่อหารือประเด็นดังกล่าว นายกทันตแพทยสภา กล่าวต่อว่า ทันตแพทยสภาสนับสนุนเจตนารมณ์กฎหมายฉบับนี้ ที่เน้นเรื่องความปลอดภัยของประชาชนและบุคลากรสาธารณสุข ต่อผลกระทบที่อาจจะได้รับจากปริมาณรังสี แต่เครื่องเอ็กซเรย์ที่ใช้ทางทันตกรรมนั้น ปริมา
