หลักสูตรเรียนฟรี
‘หนังสือ’ นอกจากบรรจุตัวอักษรที่เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายแล้ว สำหรับหลายคน ‘หนังสือ’ ยังเต็มไปด้วยความทรงจำที่ควรค่าแก่การเก็บรักษา แต่ด้วยข้อจำกัดเรื่องความคงทนของกระดาษ ทำให้หนังสือส่วนมากมักเสียหายและชำรุดไปตามกาลเวลา และเมื่อหนังสือเสียหาย การหาซื้อหนังสือเล่มใหม่ก็ไม่อาจทดแทนความทรงจำและเรื่องราวที่มีต่อหนังสือเล่มเก่าได้ จนเมื่อมีการเกิดขึ้นของร้านซ่อมหนังสือ ที่มีอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย ทำให้หนังสือที่เสียหาย สามารถกลับคืนมาสู่สภาพเดิมได้ ผู้คนที่รักหนังสืออาจรู้จักและเรียกเขาว่า “หมอรักษาหนังสือ” แต่จากการได้พูดคุยกับ พี่กุ๊ก ภัทรพล ฉัตรชลาวิไล เจ้าของร้านซ่อมหนังสือ Book Clinic การนิยามให้เขาเป็น “นักรักษาความทรงจำ” ก็คงไม่เกินเลยจากความจริงเท่าใดนัก หลังเสร็จสิ้น การปรับปรุงบ้านขนานใหญ่ พี่กุ๊ก ยินดีเปิดโฮมออฟฟิศ ให้ข่าวสดออนไลน์ ได้พูดคุยบางแง่มุมของคนซ่อมหนังสือ พี่กุ๊ก เริ่มเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการทำร้านซ่อมหนังสือ มาจากได้ทำงานร้านถ่ายเอกสาร เข้าเล่มหนังสือ ตอนหลังมีลูกค้าเอาหนังสือมาให้ซ่อม เพราะชอบที่ตนเย็บหนังสือได้ดี เมื่อทำแล้วผลงานออกมาดี เป็นเหมือนจุดเริ่มต้นให
หากนึกถึงภาพสมัยอดีตในชนบทต่างจังหวัด เมื่อเอ่ยถึงบึงหรือคลองที่เป็นแหล่งน้ำที่เงียบสงบ หลายๆ คน อาจจะเคยเห็นภาพฝูงลูกปลาช่อนที่ว่ายน้ำกันอยู่เป็นจำนวนมาก โดยมีสายตาของแม่ปลาช่อนที่คอยดูแลลูกอยู่ไม่ห่างเลยทีเดียว เรียกว่าคอยบ่มสอนการใช้ชีวิตให้กับลูกปลา เมื่อวันที่ต้องจากลาเมื่อลูกโตขึ้น จากฝูงลูกปลาเหล่านั้นทำให้นิยามได้ว่า แหล่งน้ำในพื้นที่นั้นยังมีความอุดมสมบูรณ์อยู่ โดยทำหน้าที่เป็นเสมือนแหล่งอาหารหล่อเลี้ยงชีวิตให้สัตว์น้ำน้อยใหญ่ได้อาศัย ซึ่งปัจจุบันภาพฝูงลูกปลาช่อนอาจเหลือน้อยเต็มที เพราะเกิดจากการพัฒนาและขยายตัวของพื้นที่เมืองมากขึ้น อาจทำให้สภาพแวดล้อมเหล่านั้นถูกทำลายไปบ้าง จึงทำให้สัตว์น้ำมีจำนวนน้อยลง รวมทั้งปลาช่อนในแหล่งน้ำธรรมชาติด้วย แต่ที่อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ยังมีลูกปลาช่อนจากแหล่งน้ำธรรมชาติอยู่อีกไม่น้อย ที่ทำให้คนในพื้นที่หารายได้ ด้วยการช้อนลูกปลาช่อนเหล่านั้น มาส่งจำหน่ายให้กับฟาร์มที่รับซื้อ เพื่อมาอนุบาลให้เป็นปลาไซซ์นิ้ว จึงเป็นงานที่สร้างรายได้แบบส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ คุณชาญ บัววิเชียร หรือที่ทุกคนเรียกแกว่า ลุงชาญ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 150 หมู่ที่ 1
บ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม นับเป็นอีกหมู่บ้านสำคัญของ จ.นครพนม ที่มีอาชีพสุดแปลกน่าสนใจ หรือ ที่ชาวบ้านเรียกกันแบบน่ากลัว ว่าอาชีพเสี่ยงตาย เนื่องจากชาวบ้านที่นี่ จะมีการสืบทอดอาชีพภูมิปัญญาชาวบ้าน มาจากบรรพบุรุษ ทำให้มีความชำนาญ ในการเรียนรู้ที่จะทำอาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือขาย ทำให้ในช่วงใกล้เทศกาลออกพรรษาทุกปี จะมี บรรดา พ่อค้า แม่ค้า รวมถึง นักเปิบพิสดาร เมนูต่อหัวเสือ มาสั่งซื้อตัวต่อไปปรุงเป็นเมนูเด็ด สร้างเงินหมุนเวียนสะพัด ปีละหลายแสนบาท จนทำให้ชาวบ้านหนองบัว ต.ปลาปาก อ.ปลาปาก จ.นครพนม กลายเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสี่ยง ในเรื่องของการท่องเที่ยว ศึกษาวิถีชีวิต อาชีพเลี้ยงต่อหัวเสือ โดยมีการจัดงานเทศกาลกินต่อหัวเสือ ขึ้น ในช่วงเดือน ตุลาคม ของทุกปี เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว อนุรักษ์วิถีชีวิต ภูมิปัญญาชาวบ้าน สำหรับฤดูกาลเลี้ยงต่อของชาวบ้าน จะเริ่มขึ้นตั้งแต่ช่วงหน้าฝน ประมาณเดือน พฤษภาคม หรือตรงกับช่วงฤดูกาลทำนา ชาวบ้าน จะใช้เวลาว่างไปล่าหารังต่อหัวเสือ ด้วยการนำวิธีภูมิปัญญาชาวบ้าน นำเหยื่ออาหารต่อ จำพวกเนื้อสัตว์ ตั๊กแตน ไปล่อเอาแม่ต่อที่ออกหาอาหารตามทุ่งนา พร้อมทำเคร
ยุคนี้ สมัยนี้ อาชีพเสริม อาชีพอิสระ ธุรกิจส่วนตัว เป็นที่ต้องการของคนวัยทำงาน ทั้งที่เริ่มทำงาน และทำงานมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่อาชีพอะไรที่เหมาะกับใครนั้น อาจจะต้องเลือกๆ ดูๆ กันไป เอาง่ายๆ ว่า ใครทำอาชีพอะไรแล้วสนุกไปกับมัน ก็อันนั้น นั่นล่ะ เช่นเดียวกับ คุณสันทัต วรรณรัตน์ หรือ คุณต่อ วัย 35 ปี เรียกได้ว่าเป็นหนุ่มเจนวาย มีอาชีพหลักเป็นเจ้ากิจการทางด้านสื่อการเรียนการสอนอยู่แล้ว แต่ก็ไม่วายที่จะเสาะหา มองหาอาชีพเสริม ซึ่งในที่สุดก็มาลงตัวกับ “มะม่วงเบา” (มะม่วงเบา เป็นมะม่วงพื้นเมืองทางภาคใต้ มีผลขนาดเล็ก เนื้อผลกรอบ มีรสชาติเปรี้ยว เปรี้ยวขนาดที่ว่าแทบจะไม่มีรสชาติอื่นเจือปน ทว่าเมื่อนำมาแปรรูปเป็นมะม่วงแช่อิ่มแล้ว กลับมีรสชาติดี แบบชนิดที่เรียกว่า ยิ่งกินยิ่งเพลิน) คุณต่อ เล่าว่า เคยซื้อมะม่วงเบาแช่อิ่ม จากทางภาคใต้ มาฝากเพื่อนๆ เพื่อนๆ ติดใจ และถามหา จากนั้นก็ไปรับผลผลิต มาทำการตลาด ทำไปทำมา ขายดิบขายดี มีลูกค้าซื้อซ้ำ กระทั่งมาสู่การเปิดโรงงานเล็กๆ แปรรูปเองเลยในปัจจุบัน โดยยังรับซื้อผลผลิตสดจากทางภาคใต้เช่นเดิม ถ้าพูดถึงราคามะม่วงเบา ก่อนหน้านี้ เป็นมะม่วงที่ แม้แต่คนพื้นถ
บางธุรกิจเปลี่ยนแล้ว “รุ่ง” บางธุรกิจเปลี่ยนแล้วอาจ “แป้ก” และบางธุรกิจกำลังรอคนรุ่นใหม่ใจถึง ไอเดียแปลก การตลาดโดน ๆ มาเปลี่ยนให้เกิดสิ่งใหม่ เหมือนอย่างโลงกระดาษ ที่หลายคนไม่คุ้นชิน แต่จนถึงวันนี้ธุรกิจโลงกระดาษกลับเริ่มเข้าไปทดแทนธุรกิจโลงไม้บ้างแล้ว ทั้ง ๆ ที่ความคิดตั้งต้นเกิดจากการทำสารนิพนธ์ของนักศึกษาปริญญาโท จากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่มองเห็นธุรกิจครอบครัวผลิตกระดาษมาตั้งแต่เด็ก แต่วันนี้ธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นจริงทั้งยังทำท่าจะไปได้ดีในตลาดโลงศพอีกด้วย เพราะอย่างที่ทราบธุรกิจนี้ “คนเป็นไม่ได้ใช้ คนตายไม่ได้ซื้อ” แต่ทำไมธุรกิจนี้ถึงเติบโตอย่างรวดเร็ว กระทั่งกลายเป็นเม็ดเงินมหาศาล จากวิทยานิพนธ์สู่โลงกระดาษ “อภิญญา รัตนไพศร” เจ้าของไอเดียโลงกระดาษ เล่าว่า คลุกคลีกับธุรกิจผลิตกระดาษมาตั้งแต่เด็ก หลังเรียบจบก็เข้ามารับช่วงต่อธุรกิจจากคุณพ่อทันที ซึ่งทำธุรกิจกระดาษ ในนามบริษัท เอพีเอ็ม นิวไลน์ จำกัด โดยเน้นกระดาษกันกระแทก, เข้ามุมสินค้า, กระดาษอัดแข็ง, รองพาลเลต ซึ่งกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทผู้ส่งออก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร และกล
เรื่องราวของคนสู้ชีวิตอีกคน ที่สามารถตั้งตัวได้ด้วยเงินจากการทำงานเป็นสาวโรงงาน และด้วยการมีชีวิตครอบครัวและมีลูก จึงได้ตัดสินใจลาออก เป็นการเปลี่ยนวิถีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง กว่าจะมาเป็นผู้ที่มีฝีไม้ลายมือในงานประดิษฐ์ดอกไม้ที่สวยงามราวกับของจริงได้เหมือนทุกวันนี้ เจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้คนนี้ ใช้เวลาสั่งสมประสบการณ์และเก็บรายละเอียดของดอกไม้มากว่า 11 ปีแล้ว คุณศุภวรรณ เฟื่องจันทร์ วัย 44 ปี ผู้นี้เป็นเจ้าของธุรกิจงานประดิษฐ์ดอกไม้ ซึ่งเป็นไม้ประดับสวยงาม ส่งขายตามออร์เดอร์ให้กับตลาดนัดจตุจักร และจำหน่ายให้กับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เพื่อนำไปเป็นของฝาก ของขวัญ โดยเฉพาะ ดอกไม้ประดิษฐ์ เรียน 1 เดือน ทำเป็นอาชีพมา 11 ปี คุณศุภวรรณ เล่าให้ฟังก่อนจะมายึดอาชีพเป็นนักประดิษฐ์ดอกไม้แห้งส่งขายอย่างทุกวันนี้ให้ฟังว่า “เดิมทำงานเป็นสาวโรงงาน อยู่แถวอยุธยา ช่วงที่มีลูกคนที่สอง ต้องลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก จึงคิดหารายได้ ประจวบเหมาะกับมีเพื่อนทำดอกไม้ประดิษฐ์แบบนี้ด้วย จึงไปขอเรียน เขาก็สอนให้ฟรี เรียนได้ประมาณ 1 เดือน ก็พอทำได้ ต้องยอมรับก่อนว่า ช่วงแรกที่ไปเรียน ไปทดลองทำ ดอกไม้ที่ได้ก็ไม่ค่อยสวย
แม้กระแสแอนตี้อิสลามจะกำลังร้อนแรงในสหรัฐอเมริกา หลังจาก “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้สมัครจากพรรครีพับลิกันใช้เรื่องนี้เป็นประเด็นหาเสียงในศึกชิงตำแหน่งประธานาธิบดีบ่อยครั้ง รวมถึงเหตุรุนแรงที่เชื่อมโยงกับกลุ่มไอเอส แต่ขณะเดียวกัน อาหารฮาลาล ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมอิสลามกลับได้รับความนิยมจากเหล่าวัยรุ่นอเมริกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆเห็นได้จากการมีร้านอาหารที่เสิร์ฟเมนูฮาลาลกระจายอยู่ทั่วสหรัฐไม่น้อยกว่า 7,600 แห่ง เพิ่มขึ้นถึง 38 เท่าจากปี 2541 ซึ่งมีเพียง 200 แห่งเท่านั้น โดยสำนักข่าว “บลูมเบิร์ก” รายงานว่า ตลาดอาหารฮาลาลในสหรัฐกำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกช่องทางทั้งร้านอาหาร ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านชำและร้านสะดวกซื้อด้วยอัตราที่รวดเร็วขึ้นทุกปี ตามตัวเลขของหลายหน่วยงาน อาทิ สภาอาหารอิสลามแห่งสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นหน่วยงานรับรองมาตรฐานฮาลาล และบริษัทวิจัยนีลเส็น ระบุว่าหากรวมยอดขายทั้งในร้านอาหารและซูเปอร์มาเก็ตเข้าด้วยกันแล้ว ตลาดนี้จะมีมูลค่ากว่า 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้นประมาณ 30% จากปี 2553 เช่นเดียวกับยอดขายอาหารฮาลาลในช่องทางร้านชำและร้านสะดวกซื
สมัยนี้เราอาจจะเริ่มคุ้นชินกับธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงที่กำลังเฟื่องฟู หลายบริษัทเเข่งขันเสนอโปรโมชั่นให้บริการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงทุกชนิด ดูเเลตั้งเเต่เเรกเกิดไปจนถึงวันสิ้นลมหายใจ ด้วยความรักความผูกพัน…พวกเขาเป็นเสมือนสมาชิกในครอบครัวที่เจ้าของอยากให้การดูเเลเอาใจใส่ ไม่น่าเเปลกที่จะมีธุรกิจไอเดียเจ๋งต่างๆ มารองรับเเละเจาะตลาดคนรักสัตว์มากมาย “Pet Master” ผู้บุกเบิกบริการธุรกิจฌาปนกิจศพสัตว์เลี้ยงแบบครบวงจร ก้าวเข้าสู่ปีที่ 7 ประสบความสำเร็จทำเงินล้าน เดินหน้าเปิดสาขาต่อเนื่อง ผุดคิดธุรกิจต่อยอดนวัตกรรมใหม่ ประเดิมลุยเป็นเจ้าเเรกในไทยด้วยการนำ “อัฐิสัตว์เลี้ยง”มาดีไซน์เป็นจิวเวลรี่ ราคาย่อมเยาว์ที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ โดยความพิเศษของธุรกิจใหม่นี้ที่ตื่นตาอีกอย่าง คือไม่ได้มีเพียงอัฐิของสัตว์เลี้ยงเท่านั้น เเต่ Pet Master คิดไกล เตรียมวิจัยพัฒนานำ “อัฐิมนุษย์” มาสร้างสรรค์เป็นเครื่องประดับสุดสวยงามอีกด้วย ประชาชาติฯออนไลน์ พูดคุยกับนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ไฟเเรง “พลอยทราย ภัสสรศิริ” ผู้ก่อตั้งเเบรนด์ Pet Master วัย 30 ปี จากความคุ้นเคยในธุรกิจดั้
มานะ-มานี-ปิติ-ชูใจ คือ ชื่อของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในแบบเรียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมฯ1-6 ช่วงระหว่าง พ.ศ.2521-2537 และด้วยความ “คลาสสิค” ที่ถูกส่งต่อมาถึงปัจจุบัน ทำให้มีใครหลายคนหวนรำลึกถึงอดีตกันในหลายแบบ ทั้งในรูปของบทเพลง ละครเวที ปกนิตยสาร หรือแม้กระทั่งสินค้าและบริการต่างๆ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ขนาดสิบโต๊ะ บรรยากาศภายล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวันวาน นับเป็นอีกหนึ่งผู้ประกอบการที่เริ่มต้นธุรกิจ จากความชื่นชมหลงใหลในประสบการณ์วัยเยาว์ ซึ่งมีสาวน้อยผูกแกละสองข้าง ชื่อว่า “มานี”เติบโตมาด้วยกัน ราวกับเพื่อนสนิท “เรียนทันยุคมานี มานะ ปิติ ชูใจ และเคยเป็นครูมาก่อน สมัยสอนที่โรงเรียน ผมเอาหนังสือพวกนี้ไปสอนเด็กบางครั้ง และทุกวันนี้ในร้านผม มีหนังสือ มานี มานะ ตั้งแต่ป.1 ถึง ป.6 ให้ยืมอ่านด้วย”คุณออส – กิจพัฒน์ กล่ำโพธิ์ อายุ 35 ปี เจ้าของกิจการ “มานี มี กาแฟ” ร้านอาหารบรรยากาศย้อนยุค ที่กำลังถูกกล่าวถึงอย่างมากในจังหวัดพิษณุโลก เริ่มต้นบทสนทนากับ “เส้นทางเศรษฐีออนไลน์”ถึงที่มาของชื่อร้าน ก่อนบอกต่อ กิจการของเขา ไม่มีความเกี่ยวข้องกับร้านชาบูชื่อดังที่นำชื่อ ข
วันที่ 17 ก.ย.59 นางสาวสมฤทัย แก้วโกมล อายุ 46 ปี อดีตคนงานขัดหินในโรงงาน ที่โรงงานแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร ได้ลาออกจากงาน ผันตัวเองมาเป็นแม่ค้าขายข้าวโพดย่าง โดยเปิดท้ายรถกระบะเขียนป้าย ว่า “คงย่าง” ริมถนนเพชรเกษม สายกระบี่-อ่าวลึก ม.8 ต.ทับปริก อ.เมือง จ.กระบี่ โดยมีลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนขับรถผ่านไปมาแวะมาอุดหนุนไม่ขาดสาย เนื่องจากข้าวโพดย่างจะมีกลิ่นหอม กรอบ หวาน น่าทาน และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นที่ ติดใจของลูกค้า นางสาวสมฤทัย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ตนและสามีทำงานรับจ้างขัดหินภายในโรงงาน ที่ กทม. ซึ่งก็มีรายได้ดี แต่ค่าใช้จ่ายสูง ต่อมางานเริ่มน้อยลง จึงตัดสินใจลาออกจากงาน เดินทางลงใต้ โดยมาปักหลักทำมาหากิน ที่ จ.กระบี่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยว ตอนนั้น ยังไม่รู้ว่า ทำอาชีพอะไร จนกระทั่ง ได้รับการแนะนำจากเพื่อนที่มาอยู่กระบี่ ให้ขายข้าวโพดย่าง เพราะยังมีคนขายน้อย และเป็นงานอิสระ จึงเลือกมาขายที่ริมถนนเพชรเกษม ซึ่งตอนแรกยังไม่ ค่อยมีคนนิยมซื้อ พอคนเริ่มได้ทาน ก็เริ่มติดใจ ประกอบกับป้ายที่ขึ้นไว้ ว่า “คงย่าง” (ข้าวโพดย่าง)เป็นภาษาปักษ์ใต้ จึงเป็นจุดสนใจ ปัจจุบันขายได้
